หลังจากที่ได้รับโอกาสมา ฉีเหวินก็ไม่ปล่อยให้มันเสียเปล่าเลย
ทุก ๆ ช่วงสายของวัน นางมักจะแวะเวียนไปใช้เวลาร่วมกับเสวียนอู่ที่ศาลากลางน้ำหลังนั้นอยู่เสมอ และแน่นอนว่าทุกวันจะมีผิงกั๋วรูปกระต่ายน้อยเป็นของว่างให้เขาไม่มีขาด ที่จริงพักหลังมานี้นางพยายามเว้นระยะให้เขาได้มีเวลาส่วนตัวบ้าง เพราะไม่อยากให้เขารู้สึกว่านางเข้าหามากจนน่าอึดอัด
ทว่าในสายตาของคนอื่น ๆ กลับสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงของความสัมพันธ์ระหว่างคนทั้งสองได้อย่างชัดเจน เพราะจากเดิมที่เสวียนอู่ไม่กล้าสบตากับฉีเหวินเลยสักนิด เรื่องจะให้พูดคุยกันคือเลิกคิดไปก่อน บัดนี้ทั้งคู่กลับเดินพูดคุยกันอย่างสนิทสนมได้เสียอย่างนั้น ซึ่งนั่นสร้างความไม่พอใจให้กับจูเชว่เป็นอย่างมาก
“...คิดจะเสแสร้งเช่นนี้ไปถึงเมื่อไหร่กัน” สัตว์เทพประจำทิศใต้ได้แต่ขบคิดในใจพลางจ้องมองแผ่นหลังที่เดินห่างไปไกลของคนทั้งสองอย่างพินิจพิจารณา
เขาจะต้องหาทางทำอะไรสักอย่าง เพื่อกระชากหน้ากากจอมปลอมของฉีเหวินซึ่งสวมเข้าหาเสวียนอู่ออกมาให้จงได้เลย! คอยดูเถิด!
ฉีเหวินกำลังก้าวเดินไปตามทางอย่างอารมณ์ดี ขณะที่ถือถาดผลไม้เชื่อมหน้าตาน่ากินเอาไว้ในมือ
เพราะสนิทกับเสวียนอู่มาแล้วพักหนึ่ง นางถึงได้รู้ว่าเขาชอบผลไม้พวกนี้เป็นอย่างมาก แต่เพราะเห็นเขารับประทานวนเวียนอยู่ไม่กี่อย่าง
ฉีเหวินจึงคิดนำมันมาลองแปรรูปบ้าง เผื่อว่าเสวียนอู่จะชอบมากขึ้น
ก็นะ... ตอนนี้นางรู้สึกเหมือนได้น้องชายแสนน่ารักเพิ่มขึ้นมาอีกคนหนึ่ง หากฉีเหวินอยากจะให้เขาได้ลองชิมของอร่อย ๆ อื่นดูบ้าง มันก็ไม่ใช่เรื่องน่าแปลกอะไรจริงไหม?
“อยู่แต่ในเรือนเหมือนแต่ก่อนไปก็ดีอยู่แล้ว ทำไมจู่ ๆ เจ้าถึงลุกขึ้นมาเสแสร้งเข้าหาเสวียนอู่เช่นนี้?”
น้ำเสียงระคายหูที่ดังมาให้ได้ยินขณะที่หญิงสาวกำลังเดินลัดเลาะริมบึงเพื่อมุ่งหน้าไปยังศาลากลางน้ำที่แวะเวียนไปอยู่ทุกวัน ทำเอาสองขาของฉีเหวินหยุดชะงัก ตากลมกลอกกลิ้งไปมาอย่างนึกรำคาญกับการหาเรื่องไร้สาระ เพราะถึงแม้จะไม่หันไปดูด้วยตา นางก็สามารถเดาได้ไม่ยากเลยว่าอีกฝ่ายเป็นใคร
“ข้าจะทำอะไร มันก็เรื่องของข้ามิใช่หรือ? เจ้าจะมาเดือดร้อนอะไรด้วยเล่า?”
“เพราะการมีอยู่ของเจ้ามันเกะกะสายตาข้าน่ะสิ” จูเชว่ตอบกลับพลางกัดกระพุ้งแก้มตัวเองเบา ๆ เมื่ออีกฝ่ายไม่แม้แต่จะหันมามองเขาที่เป็นคู่สนทนาเลยด้วยซ้ำ
ชายหนุ่มก้าวออกไปยืนดักหน้า ก่อนจะต้องขมวดคิ้วมุ่นพลางจับจ้องของในถาดซึ่งกำลังส่องประกายวาววับน่ารับประทาน แต่ยังไม่ทันที่เขาจะได้ถาม ว่าสิ่งนั้นที่กำลังส่งกลิ่นหอมหวานคืออะไร อีกฝ่ายก็พูดขัดขึ้นมาก่อนเสียได้
“นี่เจ้าบ้าหรือเปล่า? ...เผื่อเจ้าจะลืมนะ แต่ที่นี่มันบ้านของข้า ข้าจะอยู่ที่ไหนมันก็เรื่องของข้ามิใช่หรือ?”
ประโยคนั้นของสตรีตรงหน้าไม่ได้เข้าหูจูเชว่ที่กำลังจับจ้องผลไม้
ฉ่ำวาวบนถาดนั่นเลย มือใหญ่เอื้อมออกไปหมายจะคว้าที่มาของกลิ่นหอมหวานนั้นอย่างลืมตัว ก่อนจะต้องสะดุ้งสุดตัว เมื่อถูกฟาดเข้าที่หลังมืออย่างแรง
เพียะ!
“นี่เจ้า!” ชายหนุ่มอุทานขึ้นด้วยความหงุดหงิดทันที เมื่อเห็นท่าทางกางแขนปกป้องผลไม้ในจานประหนึ่งจงอางหวงไข่ เขาเพียงสงสัยเลยจะขอชิมสักชิ้นเท่านั้น เหตุใดจึงแล้งน้ำใจนักก็ไม่รู้!
จูเชว่ที่เห็นดังนั้นจึงตัดสินใจเอื้อมมือไปแย่งสิ่งนั้นจากหญิงสาวอีกครั้ง แต่เพราะต่างคนต่างไม่ยอมกัน ทั้งบริเวณนั้นก็เป็นริมบึงใหญ่ สุดท้ายจึงเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้นในที่สุด
ตู้มมม!!!
ชายหนุ่มได้แต่ยืนตกตะลึง เมื่อร่างบางที่ถูกเขาดึงแย่งถาดในมือมา ตกลงไปในน้ำแบบต่อหน้าต่อตา พริบตาแรกเขาแอบรู้สึกว่ามันช่างน่าขันเสียเต็มประดา แต่เพราะอีกฝ่ายไม่ยอมโผล่หน้าขึ้นมา นั่นทำให้เขารู้สึกร้อนใจไม่น้อยเช่นกัน
“เฮ้! ฉีเหวิน”
เพราะไม่มีความเคลื่อนไหวใดปรากฏให้เห็นสักที จูเชว่จึงอดไม่ได้ที่จะก้าวเข้าไปใกล้ริมน้ำเพื่อมองหาอีกฝ่าย แม้ลึก ๆ ในใจเขาจะคิดว่านางน่าจะไม่เป็นอะไร ด้วยความที่เป็น ‘มังกรวารี’ แต่เมื่อหายไปนาน ๆ เช่นนี้ เขาก็รู้สึกใจไม่ดีเช่นกัน
“แค่ก! แค่ก! ...แค่ก!”
ฉีเหวินที่เพิ่งโผล่ศีรษะพ้นน้ำขึ้นมาได้ก็สำลักไอโดยพลัน ขณะที่ดวงตาก็จ้องเขม็งไปยังคนที่ยืนอยู่บนฝั่งด้วยความโมโหไม่น้อย
ร่างบางลอยคอเข้าไปใกล้ริมฝั่งพลางเกาะมันไว้อย่างไม่มั่นคงนัก ขณะที่ส่งสายตากดดันไปยังบุรุษผมแดงยังยืนอยู่บนฝั่งและคิดหาทางเอาคืนอยู่ในใจ
“จะ เจ้าซุ่มซ่ามตกลงไปเอง! จะมองเหมือนข้าเป็นคนผิดเช่นนั้นได้อย่างไรกัน...”
แม้จะพูดเช่นนั้น แต่เมื่อเห็นสภาพที่เปียกไปทั้งตัวของฉีเหวิน
สัตว์เทพหนุ่มก็อดรู้สึกผิดลึก ๆ ไม่ได้ ก่อนที่เขาจะยอมยื่นมือเข้าไปช่วยอีกฝ่ายให้ปีนป่ายขึ้นมาบนฝั่งได้ง่ายมากขึ้น
ฉีเหวินที่รอจังหวะนี้อยู่แล้วไม่ลังเลเลยสักนิดที่จะคว้ามือของคนตรงหน้าเอาไว้เสียแน่น นางยกยิ้มร้ายกาจเมื่อเห็นว่าจูเชว่กำลังลดการระวังตัวลงแบบสุด ๆ ก่อนจะออกแรงฉุดให้อีกฝ่ายตกลงมาในน้ำด้วยกัน จนเสียงของคลื่นน้ำซึ่งกระจายตัวกว้างดังสนั่นไปทั่วบริเวณอีกครั้ง
เรียกได้ว่าไม่ต้องรอเวลาให้กรรมตามทัน เพราะเดี๋ยวฉีเหวินคนนี้จะช่วยสนองให้แบบงาม ๆ เลย...
“คะ แค่ก! แค่ก! ...จะ เจ้า!!”
“ข้าทำไม? นี่เจ้าก็ซุ่มซ่ามตกลงมาเองไม่ใช่หรือไง? เหตุใดจึงทำทีเหมือนกำลังคิดโทษข้าอยู่ในใจเล่า?”
หญิงสาวลอยหน้าลอยตาตอบอย่างไม่ทุกข์ร้อน เมื่อเห็นความไม่พอใจจากคนที่ตอนนี้ตกน้ำไม่ต่างจากนาง และเพราะต่างฝ่ายต่างประชันฝีปากใส่กันอย่างไม่มีใครยอมใคร กว่าที่จะมีสาวใช้ผ่านมาพบเข้าและตามเฟยหลงมาช่วยยุติการทะเลาะวิวาทในครั้งนี้ ก็เป็นตอนที่ทั้งคู่แช่อยู่ในน้ำเย็น ๆ นี่เกือบครึ่งชั่วยามเสียแล้ว
และแน่นอนว่าในวันถัดมา ฉีเหวินก็จับไข้ไปตามระเบียบ...