ตอนที่ 1 คุณชายรุจแห่งโชติภิวรรธ

1367 คำ
“ช่วงนี้เจ้ารุจไม่กลับบ้านเลยเหรอมาศ” [1]นพ.ราม โชติภิวรรธถามภรรยาในเช้าวันหยุดที่ปกติบ้านเขาจะมีธรรมเนียมว่าลูกทุกคนต้องมารับประทานมื้อเช้ากับพ่อแม่ที่บ้าน ไม่ว่าจะติดธุระอะไรก็ต้องมาให้ได้ และนี่เป็นสิ่งที่ครอบครัวเขาทำมาตั้งแต่รุ่นพ่อแม่ก็ว่าได้ “มาศโทรตามให้มาแล้วนะคะพี่หมอต้น” มัทรีตอบสามี ไม่ทันขาดคำปรากฏร่างสูงหนึ่งร้อยแปดสิบห้าเซนเดินเข้ามาในห้องอาหาร ด้วยสีหน้าง่วงงุนอย่างเห็นได้ชัด “เจ้าตัวดี เพิ่งตื่นรึไงแล้วขับรถมาสภาพแบบนี้น่ะเหรอ” เสียงของพี่สาวทักทำให้มาวัชร์มองแล้วแกล้งทำสีหน้าเบื่อ “ดุแค่ลูกผัวพี่ก็พอ นี่น้องนะครับ” “ลูกผัวฉันไม่มีอะไรให้ดุจ้ะน้องรัก” [2]วันวิสาข์ตอบขณะที่นั่งเก้าอี้ตัวถัดมาจากรามผู้เป็นบิดา ส่วนมาวัชร์อ้อมไปนั่งข้างมารดาชายหนุ่มก้มลงหอมแก้มมัทรี “อรุณสวัสดิ์ครับแม่” “จ้ะลูก นั่งลงเถอะแล้วปีย์กับเด็กๆ ล่ะวันใหม่” มัทรีถามถึงลูกเขยและหลานกับวันวิสาข์ "เดี๋ยวเข้ามาค่ะ แวะเอาของไปฝากน้อง[3]แจ็คกับ[4]ปายที่บ้านอารุต” วันวิสาข์พูดถึงสามีที่แวะไปบ้าน [5]วิศรุตเพื่อนำของฝากที่ซื้อมาจากชะอำไปฝากหลานๆ ที่บ้านนั้น พ่อและแม่พยักหน้ารับรู้ มัทรีบอกแม่บ้านให้จัดที่นั่งเผื่อให้ลูกเขยและหลานๆ ได้เลยเพราะได้ยินเสียงเด็กๆ มาถึงหน้าบ้านแล้ว “รุจเรื่องเครื่องจักรใหม่ มาถึงวันไหนนะลูก” รามถามบุตรชายเรื่องงาน ปัจจุบันมาวัชร์อายุ 28 ปีเต็ม เขารับผิดชอบงานในตำแหน่งผู้จัดการฝ่ายการ Production & Product Innovation ในธุรกิจผลิตอาหารสัตว์และอุปกรณ์สัตว์เลี้ยง ที่ราม [6]ลักษณ์และ[7]ภาสเป็นหุ้นส่วนร่วมกันก่อตั้ง “อีกไม่เกินอาทิตย์ครับพ่อ วันพุธนี้มีประชุมผู้ถือหุ้นพ่ออย่าลืมไปนะ” ชายหนุ่มเตือน “ไปสิ เห็นว่ามีเรื่องสำคัญใช่ไหม อาหารแมวสูตรใหม่ที่จะลองเปิดตลาดยุโรป” รามรับปาก “ครับพ่อ อันนี้ผมเสนอเอง ผ่านการวิจัยเรื่องสารอาหารได้ใบรับรองสำหรับขายในอียูมาแล้วสองสถาบัน” มาวัชร์ตอบ “ก็ดี ยังไงลูกส่งรายละเอียดโปรเจ็คนี้กับความคืบหน้าล่าสุดให้พ่อด้วย” รามสั่ง “ครับพ่อ เดี๋ยวผมให้เลขารวบรวมไฟล์ส่งให้ทางอีเมล” “แล้วเรื่องหนูคนนั้นกับลูก เป็นยังไงบ้างรุจ” หลังจากที่สามีและลูกชายได้ข้อสรุปเรื่องงาน มัทรีจึงเปลี่ยนไปคุยเรื่องหญิงสาวที่มีทีท่าเหมือนจะคบหากับลูกชายอยู่ “แล้วเรื่องหนูคนนั้นกับลูก เป็นยังไงบ้างรุจ” มัทรีเปลี่ยนไปคุยเรื่องหญิงสาวที่มีทีท่าเหมือนจะคบหากับลูกชายอยู่ “อ่อ ลิลเหรอแม่ ก็ไม่ไงนี่ครับ เขาก็น่ารักดี คุยง่ายไม่เรื่องมาก” มาวัชร์ตอบตามตรง เพราะว่าลิล หรือ ลลินาเป็นพนักงานในบริษัทที่เขสทำงานอยู่ ดังนั้นการปิดบังเรื่องคบหากันกับคนในครอบครัวนั้นเป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว “แล้วตกลงจริงจังกันแค่ไหน แม่ว่าพาเขามาเจอที่บ้านบ้างหรือให้พ่อแม่ไปคุยกับผู้ใหญ่ทางนั้นบ้าง ไปทำความรู้จักกันก่อนบ้างดีไหมลูก” มัทรีรับรู้ว่าลูกชายไปนอนค้างอ้างแรมที่บ้านของฝ่ายหญิงมาเป็นปีๆ นางก็เริ่มไม่สบายใจ อยากให้ลูกทำทุกอย่างให้ถูกต้องให้เกียรติฝ่ายหญิงบ้าง มาวัชร์ทำสีหน้าไม่เห็นด้วย “ผมกับลิลยังไม่เคยคุยกันเรื่องนี้เลยแม่ ยังไงผมว่ารอให้เรื่องของผมกับเขามันเป็นไปได้แน่ๆ ก่อนนะครับ เราค่อยคุยกันเรื่องนี้” “ก็เอาเถอะมาศ ลูกๆ เขาเป็นหนุ่มสาวสมัยใหม่นี่นะ” รามเป็นฝ่ายจบเรื่องนี้เองเพราะดูออกว่าลูกชายอึดอัด แต่เขาก็สำทับอีกประโยค “แต่ถึงยังไงเราก็อย่าลืมว่าตัวเองเป็นผู้บริหาร หนูลิลเขาก็เป็นเลขาผู้บริหารด้วย จะทำอะไรก็อย่าลืมให้เกียรติทั้งเขาและตัวเอง” “คร้าบพ่อ วันนี้มีอะไรให้กินบ้างครับแม่” ชายหนุ่มเปลี่ยนเรื่อง พ่อแม่สบตากันอย่างรู้ทันแต่ก็ไม่พูดอะไรอีก “ก็มีของโปรดเรา ข้าวต้มปลากะพงกับซอสเต้าเจี้ยว โจ๊กก็มีนะลูกวันนี้แม่ตุ๋นกระดูกอ่อนกับเห็ดหอมทำน้ำซุป” “เอามาทั้งสองอย่างเลยครับแม่ ได้ยินเมนูแล้วก็หิวเลย” มาวัชร์ยกมือลูบท้องตนเอง เขามองไปนอกหน้าต่างและถามพี่สาว “แล้ววันนี้บ้านโน้นมีไรกัน ทำไมมากันเยอะแยะแล้วพี่เขยผมมีอะไรต้องไปคุยบ้านโน้นนานสองนานล่ะพี่” บ้านโน้นที่ว่าก็คือบ้านของวิศรุต เขาขมวดคิ้วเมื่อเห็นหลายคนอยู่ที่นั่นเหมือนมีอะไรที่เขาตกข่าว “ไม่มีอะไรมาก ปรางแค่บอกว่าปริ๊นมีลูกแล้ว” วันวิสาข์เล่า “อ่อ แค่ไอ้ปริ๊นมีลูกนึกว่ามีไรกัน” ชายหนุ่มเออออแล้วทำท่าจะกินต่อ ก่อนจะนึกออกว่ามันเป็นเรื่องใหญ่ “อะไรนะพี่ ไอ้ปริ๊นมีลูก!” “จะตกใจทำไม ไม่แปลกหรอกไอ้พวกไข่ไปเรื่อยอย่างนั้นน่ะ สมน้ำหน้ามันด้วยที่แม่ของลูกไม่ยอมรับให้ไอ้ปริ๊นเป็นพ่อ” วันวิสาข์ทำท่าค้อนประดุจว่าปริญ หรือ ปริ๊น ลูกชายวิศรุตคนที่ถูกพูดถึงอยู่ตรงนั้นด้วย “เราก็เถอะ ระวังตัวบ้างนะรุจอย่าไปทำแบบนั้น ถ้าไม่พร้อมมีครอบครัวก็อย่าไปทำเล่นๆ กับใคร” มัทรีได้ทีวกกลับมาเรื่องเดิม “โธ่... แม่ นี่ผมใคร ชายรุจนะครับไม่ใช่ไอ้ปริ๊น ผมไม่ตกม้าตายแบบมันหรอก” มาวัชร์พูดอย่างมั่นใจในตัวเอง “ก็ให้มันมั่นใจไปตลอด ถ้าแกเป็นแบบไอ้ปริ๊นบอกเลยนะ ว่าฉันไม่เข้าข้างแน่ๆ น้องก็น้องเถอะจะสวดให้ยับ” วันวิสาข์หมั่นไส้ “แล้วนี่พี่ธาร์ พี่ไธม์เขาก็มากันด้วยเหรอ” มาวัชร์ยังชะเง้อมองบ้านข้างเคียง “อยากรู้มากขนาดนั้นก็ไปดูสิ” วันวิสาข์เอ่ย “โห... ตัวเองไม่อยากรู้เพราะปรางบอกแล้วใช่ไหมล่ะ ชัวร์” พวกผู้หญิงบ้านนี้ก็แบบนี้ ชอบทำเหมือนว่าพวกเขาเป็นประชากรชั้นสอง มีอะไรก็ให้รู้ทีหลังเสมอ “ปรางแค่ปรึกษาฉันย่ะ ว่าควรบอกแม่ดีไหม” วันวิสาข์กล่าวแก้เพราะว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องละเอียดอ่อนเกรงว่าฝั่งผู้หญิงจะเสียหายด้วย “ผมก็ว่างั้นล่ะ แต่ไม่ไปดีกว่าเดี๋ยวถามพี่ปีย์เอา ตอนนี้ขอเติมพลังก่อน” ว่าแล้วมาวัชร์ก็ก้มหน้าก้มตารับประทาน ทำให้ทั้งมารดาและพี่สาวมองอย่างอ่อนใจ “ลูกชายฉัน ทำไมมันนิสัยเหมือนป้าข้างบ้านไปได้นะ” มัทรีแกล้งรำพึงทำเอามาวัชร์สะดุ้ง “แม่!... นี่ลูกแม่ครับ ลูกแม่นะ” [1] ราม โชติภิวรรธ พระเอกจากรักเธอเสมอแมว [2] วันวิสาข์ (วันใหม่) นางเอกจากเรื่องรักคุณในทุกวัน - ยังไม่ได้วางจำหน่าย [3] แจ็ค ลูกชายของตะวันและปรมะ จากเรื่องJust Friends ให้เป็นแค่เพื่อนของนักเขียนหญิงเพียว [4] ปาย ลูกสาวของปราณชนกและธิติ จากเรื่อง My princess เพราะเธอคือความรัก [5] วิศรุต น้องชายของราม (พระเอกจากเรื่องรักเล่ห์บุพเพร้ายของ นักเขียนหญิงเพียว) [6] ลักษณ์ น้องชายคนกลางของราม (พระเอกจากเรื่องรักเรากี่ซีซี ของนักเขียนกาแฟหอมกรุ่น) [7] ภาส ลูกพี่ลูกน้องของราม (พระเอกจากเรื่องผัวลับหมอมาเฟีย ของนักเขียนกาแฟหอมกรุ่น)
อ่านฟรีสำหรับผู้ใช้งานใหม่
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    ผู้เขียน
  • chap_listสารบัญ
  • likeเพิ่ม