“ทำไมคุณตื่นเช้าจัง ผมยังไม่หายง่วงเลย”
คำถามมาพร้อมกับท่อนแขนแข็งแรงที่กอดจากด้านหลัง เรียกเสียงหัวเราะเบา ๆ ดังลอดออกมาจากคนที่อยู่ในห้องครัวของคอนโดกลางเมือง
ตอนนั้นลลินากำลังยืนอยู่หน้าแพนทรีเพื่อเตรียมอาหารเช้าแบบง่ายๆ เธอสวมเชิ้ตผ้าฝ้ายตัวหลวมกับกางเกงขาสั้น ผมตรงยาวถูกรวบไว้ลวก ๆ เธอยังไม่ได้แต่งหน้าจึงมองเห็นใบหน้าสดที่ผิวอ่อนใสเหมือนเด็กสาวนักศึกษาแรกรุ่น
“เช้านี้คุณมีประชุมออนไลน์นะคะคุณรุจ” เธอตอบพลางเปิดไมโครเวฟ หยิบแซนวิชที่อุ่นร้อนแล้วออกมาใส่จานเล็ก
ลลินา จันทมาลิน หญิงสาววัยยี่สิบหกเธอทำงานเป็นเลขานุการ ของ CEO – S&OP พอภัทร วัชโรทัยมหาสกุล บริษัทโชติภิวรรธอาหารและอุปกรณ์สัตว์เลี้ยง ผู้ผลิตอาหารสัตว์ยี่ห้อ "ของน้อน" ซึ่งเธอจะรับผิดชอบงานด้านกลยุทธ์การตลาดฝ่ายต่างประเทศ
ซึ่งมาวัชร์พบเธอเพราะการทำงานที่เดียวกัน เข้าประชุมด้วยกันบ่อยๆ เนื่องจากหลังจากเรียนจบปริญญาตรีวิศวกรรมศาสตร์เครื่องกลและไปต่อ MBA จบมาแล้วเขาก็เริ่มทำงานในตำแหน่งกรรมการผู้จัดการสายผลิตและนวัตกรรม (Managing Director – Production & Product Innovation) ทันที
วันนี้เธอรู้ว่าเป็นเช้าวันเสาร์ ที่ปกติเขาจะประชุมออนไลน์กับทีมงานฝ่ายผลิตที่โรงงานอยุธยา ยกเว้นว่าเขาไปด้วยตัวเองก็จะเป็นการประชุมปกติซึ่งเขาจะใช้เวลาสรุปงานประจำสัปดาห์จนถึงเที่ยง
“ผมลืมไปเลย” ชายหนุ่มก้มลงหอมแก้มเธอไวๆ แล้วผละออกห่าง “ผมขอไปแต่งตัวใหม่แปบนะลิล”
“ค่ะเดี๋ยวลิลชงกาแฟไว้ให้”
ลลินารับคำ พลางหยิบถ้วยกาแฟบนชั้นลงมาวาง จากนั้นเปิดเครื่องชงกาแฟให้ทำงานกดตั้งค่าตามเมนูประจำ คือเอสเปรสโซ่ร้อนของมาวัชร์และคาปูชิโน่ร้อนของตัวเอง
มาวัชร์หายไปสิบห้านาที จากนั้นชายหนุ่มจึงออกมาจากห้องในชุดลำลองซึ่งสุภาพพอจะเข้าประชุมทางออนไลน์ได้ เขาเตรียมอุปกรณ์การประชุมซึ่งก็คือการเปิดโน้ตบุ๊คเข้าโปรแกรมประชุมรอ จากนั้นจึงเดินมาหาลลินาในครัวช่วยเธอยกจานอาหารเช้ามาวางบนโต๊ะ
“ใกล้เวลาแล้ว คุณรุจจะกินที่โต๊ะทำงานเลยไหมคะ”
หากแต่ชายหนุ่มส่ายหน้า “ไม่ดีกว่า ผมกินตรงนี้แหล่ะ บอกไปแล้วว่าขอเวลาสิบนาที”
“ครัวซองต์ค่ะ” ลลินาพูด ก่อนจะเลื่อนแก้วกาแฟให้ “ของคุณรุจเอสเปรสโซ่เพิ่มช็อตเติมน้ำร้อนสองออนซ์”
“ขอบคุณครับ”
เขารับแก้วจากมือเธอ นิ้วทั้งสองแตะกันนิดหนึ่งแล้วต่างก็ชะงักไปชั่วครู่ ความเคยชินที่อยู่ด้วยกันเกือบทุกคืนวันศุกร์ทำให้เรื่องเล็ก ๆ แบบนี้กลายเป็นธรรมดา จนบางครั้งแทบไม่ต้องพูดอะไรเลยก็เข้าใจกันอยู่แล้ว
นานเท่าไหร่แล้วนะ ที่เราคบหากันแบบนี้
นานเท่าไหร่แล้ว ที่เขาไม่รู้ตัวเลยว่าแทบไม่ได้ไปเที่ยวตามสถานบันเทิงแบบที่เคยทำมาก่อนหน้านี้
หลังจากอิ่มจากมื้อเช้าเล็กๆ มาวัชร์เตรียมตัวประชุม สายตามองหญิงสาวที่กำลังเปิดโน้ตบุ๊กเตรียมงานของเธออยู่อีกมุมของโต๊ะทำงาน เขาเคยสงสัยอยู่เสมอว่าทำไมเธอถึงไม่เคยบ่นเรื่องงานเลย ทั้งที่หน้าที่เลขานุการของ CEO อย่างเธอต้องรับแรงกดดันไม่น้อย แต่ลลินากลับทำทุกอย่างด้วยท่าทีสงบเสมอมา
ตอนนั้นเองที่เขาคิดได้ว่าไม่เคยเห็นเธอโมโห หรือเรียกร้องอะไร และแม้แต่เรื่องระหว่างเขากับเธอ เธอก็ไม่เคยถามหาหรือคาดคั้นอยากได้สถานะจากเขา เขาปัดเรื่องนี้ไปจากความคิดเมื่อได้ยินสัญญาณจากฝ่ายผลิตที่โรงงานว่าทุกคนพร้อมแล้ว
จากนั้นทั้งมาวัชร์และลลินาต่างก็จมจ่อมอยู่กับงานของตัวเอง โดยที่ไม่ได้รบกวนกันจนกระทั่งผ่านไปสองชั่วโมง เขาเงยหน้าขึ้นบอกเธอ
“วันนี้ผมคงต้องเข้าโรงงานที่อยุธยา” เขาเอ่ยพลางจิบกาแฟ “ไปด้วยกันไหมลิล”
“จะดีเหรอคะ คุณไปทำงาน” ลลินาไม่แน่ใจว่าควรไปไหม
“ไปได้ ผมไปทำงานไม่นาน คุณเคยบอกว่าอยากไปไหว้พระที่นั่นไม่ใช่เหรอ วัดอะไรนะกุ.. กุอะไรสักอย่าง”
“วัดกุฎีดาวค่ะ ไปได้จริงนะคะ”
แววตาเธอสดใสทันที มาวัชร์มองยิ้มๆ และพยักหน้า “ไปสิ งานคุณเสร็จยัง”
“เรียบร้อยค่ะ ส่งอีเมลให้คุณพอร์ชอีกฉบับก็เสร็จแล้ว” เธอตอบพร้อมกับที่มือก็ทำงานอย่างรวดเร็ว ครู่เดียวก็ปิดหน้าจอลงเป็นอันว่างานด่วนในเช้านี้หมดแล้ว
“ความจริงคุณไม่เห็นต้องทำงานวันหยุดเลย เจ้านายคุณมันก็เคี่ยวไปนะ ใช้งานลูกน้องนอกเวลางาน”
“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ ลิลดูแลเรื่องลูกค้าต่างประเทศอยู่แล้ว เวลาทำงานมันเลื่อมกันแบบนี้ปกติ แล้วเวลาทำงานจริงบอสเขาก็ไม่ได้ฟิกซ์เรื่องเวลางานขนาดนั้น” เพราะว่าเป็นเลขาผู้บริหาร เธอจึงค่อนข้างมีอิสระมากกว่าพนักงานในระดับล่าง จะว่าไปแม้แต่หัวหน้าแผนกบางคนยังต้องเกรงใจเธอด้วยซ้ำ
ทั้งสองไปถึงอยุธยาก่อนเที่ยงเล็กน้อย มาวัชร์ตรงเข้าไปในส่วนของไลน์ผลิต ส่วนลลินารอเขาอยู่ที่สำนักงาน
“อ้าวคุณลิลมาทำอะไรครับ มาหาผมเหรอ” พอภัทร เจ้านายหนุ่มของเธอขมวดคิ้วเมื่อเขาออกจากห้องประชุม เจอว่าเลขานุการสาวนั่งอยู่ในสำนักงานด้วย
“สวัสดีค่ะบอส คือว่าลิล...” เธอยังไม่ได้ตอบก็มีเสียงห้าวดังขึ้นด้านหลังตอบแทน
“ลิลมากับฉันเอง” มาวัชร์หยุดยืนข้างลลินา ส่งสายตามองพอภัทรเหมือนจะถามว่า ‘มีอะไรไหม’
“แบบนั้นเหรอ” พอภัทรยิ้ม เขาหันมาคุยกับลลินา “ผมได้รับอีเมลจากคุณลิลแล้วเมื่อกี้ครับ พอดีเลยว่าจะทักไปถามว่ามีเนื้อหาบางอย่างที่ผมไม่เข้าใจ ขอเวลาสักครู่ได้ไหมครับ”
ลลินาหันมามองมาวัชร์อย่างเกรงใจและตอบเจ้านายโดยตรงของตัวเอง “ได้ค่ะบอส ตรงจุดไหนคะ”
“เชิญตรงนี้ดีกว่าครับ พอดีมากที่คุณลิลมาถึงที่เราจะได้ตอบทางยุโรปได้เร็ว” เขาหันมาทางมาวัชร์ “ขอบคุณคุณรุจนะ ที่พาเลขาผมมาส่งถึงที่”
เมื่อลลินาเปิดดูอีเมลก็พบว่ามันเป็นเรื่องใหญ่กว่าที่คิด ลูกค้าที่เธอคิดว่าตอบกลับไปเรียบร้อยเมื่อเช้า กลับส่งเมลฉบับใหม่ตรงมาอีกและมีการขอปรับแก้สูตรอาหาร
“ปรับแก้ลดโซเดียม ก็อาจจะต้องปรับสูตรใหม่หมดเลยค่ะบอส ต้องอยู่ที่แผนก R&D ของคุณมาวัชร์ด้วย” เธอแจ้งตามตรง
“แต่เราเซ็น MOU ไปแล้วว่าส่งล็อตแรกภายในสามสิบวัน ถ้าปรับสูตรต้องเซ็ทส่วนผสมใหม่ วัตถุดิบบางตัวอาจจะไม่พอเปิดไลน์ผลิต”
“เลื่อนดีลส่งครับคุณพอภัทร” มาวัชร์ที่ฟังนานแล้ว พูดขึ้นทันทีเมื่อมันเป็นเรื่องของเขาโดยตรง
“ถ้าเลื่อนเราจะโดนปรับครับคุณรุจ” พอภัทรตอบ
“นั่นเป็นปัญหาของคุณที่จะต้องดีลกับลูกค้าให้ได้ ส่วนผมจะสั่งให้แผนก R&D ทำโอทีพรุ่งนี้คิดสูตรใหม่”
ลลินาเห็นท่าไม่ดี “เดี๋ยวลิลลองคุยกับเลขาของมาดามหวังก่อนนะคะ เราเคยเป็นเพื่อนกันตอนเรียนโทเธออาจจะมีทางช่วยได้” หญิงสาวหาทางออกทำให้สองหนุ่มที่กำลังจะเถียงกันหยุดและหันมามอง
“ขอบคุณครับคุณลิล งั้นลองเสนอส่วนลดหรือของแถมพิเศษไปก่อนนะครับ” พอภัทรเห็นดีด้วย
“จบแล้วใช่ไหม งั้นผมขอไปคุยกับ R&D สักครู่” มาวัชร์สรุปกับพอภัทร จากนั้นเขาผินหน้ามาทางลลินา
“เดี๋ยวผมมานะลิล ลิลช่วยส่งเมลลูกค้าที่ขอปรับสูตรอาหารซีซีให้ผมด้วย”
“ได้ค่ะคุณรุจ”