เสียงปืนดังสนั่นพร้อมกับเสียงกรีดร้องของทิชา เธอยกมือปิดหูของตัวเอง เนื้อตัวสั่นด้วยความหวาดกลัว ยิ่งเห็นเขม่าปืนลอยออกมายิ่งทำให้จิตตกจนมองตาค้าง ทิชาไม่เคยเห็นใครยิงปืนต่อหน้าต่อตาขนาดนี้ ทั้งยังเฉียดหัวของเธอไปในระยะเส้นยาแดงผ่าแปด
“ยังจะเงียบอยู่อีก ถ้าลังเล จะหมดสิทธิ์แล้วนะ”
เธอรู้ว่าเขาไม่ได้เพียงแค่ขู่แน่ รุ่นนี้เอาจริงอย่างเดียว
“จะ ใจเย็นก่อนนะ”
ทิชารีบขยับเข้ามาใกล้ เธอคลานเข่าเข้ามาแล้วเกาะขาเขาด้วยความกลัวจับหัวใจ ปกติเธอไม่ใช่คนขี้ขลาด แต่นาทีนี้ หากไหวพริบไม่ดีก็มีแต่ตายสถานเดียว
“ถ้าฉันยอมบอก คุณจะปล่อยฉันไปไหม”
สายตาของเธอเต็มไปด้วยความกลัว น้ำตาเม็ดใสเอ่อคลออย่างน่าสงสารจับหัวใจ ปกติฟาโรห์ไม่ใช่คนใจอ่อนง่าย ๆ แต่พอเห็นน้ำตาของทิชา เขากลับยอมลดปืนลงจนลูกน้องหันมองหน้ากัน
“อืม”
คำตอบสั้น ๆ ของเขาทำให้ทิชาใจชื้นขึ้นมาบ้าง
“ฉัน… ไม่รู้ชื่อเขา”
ปั้ง!!
“กรี๊ดดด!!”
คนตัวเล็กสะดุ้งเฮือก กรีดร้องอีกครั้งหลังจากได้ยินเสียงปืน เธอหยุดนิ่งชะงักค้าง จ้องมองหน้าฟาโรห์จนไม่กะพริบตา คิดว่าตัวเองถูกยิงเข้ากลางหน้าผากเสียแล้ว โชคดีที่เขาแค่ยิงขู่
“เฮ้ออ ฉันไม่ใช่คนใจเย็นนะ อย่ามาเล่นลิ้นกับฉัน”
“ฉันไม่ได้เล่นลิ้นนะ ฉันพูดจริง ๆ สาบานได้ว่าฉันไม่รู้จักเขา แฟนฉันติดเงินพนันบอลเขาห้าล้าน แต่มันดันหนีเอาตัวรอดไปคนเดียว ฉันโดนใครก็ไม่รู้จับตัวมา เขาเสนอให้ฉันเอากล้องมาติดภายในห้องนี้แล้วก็รถคันสีขาวทะเบียน 999 หรืออย่างที่สองจะให้ฉันไปขายตัวที่จีน ฉันเลยเลือกมาที่นี่”
เธอร่ายยาวจนแทบลืมหายใจ สายตายังคงจับจ้องไปที่กระบอกปืนในมือของเขา
“ฉันต้องการชื่อมัน ไม่ได้ต้องการฟังเรื่องของเธอ”
เขาย่อตัวลงพลางยกปืนขึ้นจ่อที่หน้าผากของทิชาอีกครั้ง
“ฮึก…”
เธอหลับตาปี๋ ใจเต้นรัวเหมือนจะตายเอาให้ได้ จู่ ๆ คำพูดของผู้ชายคนนั้นก็ผุดเข้ามาในหัว ถ้าโดนจับได้ ให้บอกว่าไอ้คินส่งมา
“ขะ เขาชื่อคินค่ะ”
ในเมื่อเขาต้องการรู้ชื่อ เธอก็บอกชื่อออกไป ส่วนจะใช่หรือเปล่าก็แล้วแต่มันจะเป็นไป
“มึงนี่มันกัดไม่ปล่อยจริง ๆ”
ฟาโรห์สบถออกมาอย่างหัวเสีย จากที่หัวร้อนอยู่แล้วดูเหมือนจะยิ่งโมโหกว่าเดิม
“ฉันยอมบอกความจริงกับคุณแล้ว คุณปล่อยฉันไปได้แล้วใช่ไหม”
ทิชามองเขาอย่างมีความหวัง แต่พอมองเห็นแววตาของอีกฝ่ายใจของเธอก็หล่นวูบทันที
“อยากรอดเหรอ”
เขาขยับเข้ามาใกล้จนหน้าแทบจะชิด เธอเม้มปากแน่นพยักหน้าระรัวทันที
“จับปืนนี่ไว้”
ว่าแล้วก็ยัดปืนใส่ในมือของเธอ แต่เธอไม่เคยจับปืนมาก่อนจึงทำมันตก เพราะมันหนักเกินกว่าที่เธอคิด
“หยิบมันขึ้นมา”
ทิชาใช้มือที่สั่นเทาหยิบปืนอันหนักอึ้งสีดำเงาขึ้นมาถือไว้อย่างเก้ ๆ กัง ๆ ก่อนที่ลูกน้องของเขาจะลากตัวใครบางคนเข้ามาด้านใน เธอจำได้แม่นว่าผู้ชายคนนี้คือคนขับรถที่พาเธอมา ทว่าสภาพของเขากลับย่ำแย่จนดูไม่ได้
“ยิงมันซะ”
“…”
เขาพูดเหมือนเธอจะทำมันได้ง่าย ๆ แค่ฉีดยากำจัดมดเธอยังไม่กล้าเลย
“ฉะ ฉันทำไม่ได้”
เธอทิ้งปืนลงทั้งน้ำตาที่ไหลอาบแก้ม ไม่ว่าจะหวาดกลัวแค่ไหนหรือเป็นหมาจนตรอก เธอก็ไม่มีวันฆ่าใครเด็ดขาด ต่อให้จุดจบของเธอจะเป็นการถูกฆ่าก็ตาม
ฟาโรห์เห็นแบบนั้นก็สูดลมหายใจเข้า แล้วคว้าปืนที่พื้นมาวางลงบนโต๊ะด้านข้างจนเกิดเสียงดัง ทำให้ทิชาสะดุ้งจนตัวโยน
“สรุปเธอเลือกตายเอง ถูกไหม”
“ฮึก ใครจะอยากตายวะ! ก็บอกว่าไม่อยากฆ่าคน ฮืออ เรื่องบ้าอะไรฉันต้องมาซวยแบบนี้ ฉันไม่ได้เป็นคนติดหนี้ด้วยซ้ำ แม่งเอ๊ย”
สติของทิชาได้หลุดไปเป็นที่เรียบร้อย เธอพรั่งพรูออกมาราวกับคนเสียสติ มือเล็กที่สั่นเทายกขึ้นมาปิดหน้าก่อนจะร้องไห้สะอื้นเสียงดัง
“เอาตัวมันออกไป แล้วพวกมึงก็ออกไปให้หมด”
ทิชานึกว่าเขาออกคำสั่งให้พาเธอออกไป แต่ไม่ใช่เลย เขากำลังหมายถึงคนขับรถต่างหาก ตอนนี้ภายในห้องจึงเหลือเพียงแค่เธอและเขาสองคน
“ฉันมีทางเลือกให้เธอสองทาง”
ชีวิตของเธอจะเจอแต่ทางเลือกตลอดเลยหรือยังไง แต่ละทางเลือก มีแต่กรงเสือ บ่อจระเข้ทั้งนั้น
“ถ้าเธอไม่อยากตาย ก็ทำยังไงก็ได้ให้ฉันพอใจ”
“…”
เธอพอจะรู้ว่าอีกฝ่ายหื่นกามพอสมควร สิ่งเดียวที่จะทำให้เขาพอใจ คงเป็นการถวายตัวอย่างถึงพริกถึงขิง
“ว่าไง ถ้าคิดนานฉันจะยิงเธอแล้วนะ”
ทิชาเม้มปากแน่น เธอไม่เคยผ่านเรื่องอย่างว่ากับผู้ชายมาก่อน เพราะตอนเด็กเธอเกือบถูกพ่อเลี้ยงข่มขืน ทำให้เกิดอาการขลาดกลัวต่ออวัยวะของฝ่ายตรงข้าม แต่วินาทีนี้ ไม่ทำก็ตาย...
“ถ้าพอใจแล้ว คุณจะปล่อยฉันไปใช่ไหม”
“ถ้าพอใจนะ แต่ถ้าไม่พอใจก็… ลงไปคุยกับรากมะม่วงซะ”