เห็นว่าทิชาเอาแต่ยืนนิ่ง เขาจึงกระชากแขนเธอลงมานั่งบนตัก
“ชื่ออะไร”
“ทะ ทิชาค่ะ”
เธอยิ้มหวานถึงแม้ว่าปากจะสั่น แต่ก็ทำหน้าที่ของตัวเองได้ดี รีบเทเหล้าเพิ่มให้เขาหลังจากที่มันเพิ่งถูกกระดกไปหมดแก้ว
พรึ่บ!
คนตัวเล็กตกใจเบิกตาโพลง เพราะถูกเขาจับพลิกตัวเธอนอนลงบนโซฟาต่อหน้าลูกน้องมากมาย ในใจของทิชาเพียงคิดว่าทำไมถึงเริ่มการกระทำได้เร็วขนาดนี้
“จะไม่ให้เตรียมใจก่อนเลยเหรอคะ”
เธอหันมองลูกน้องรอบด้านของฟาโรห์ พลันแก้มสีแดงก็แดงยิ่งขึ้นกว่าเดิม สิ่งที่เกิดขึ้นตอนนี้ ทำให้เธอรู้สึกอับอายและกลัว ถึงแม้ว่าลูกน้องพวกนั้นจะไม่สนใจจับตามองมาทางเธอเลยก็ตาม
“มาขนาดนี้แล้วยังอายอีกเหรอ”
น้ำเสียงของฟาโรห์เต็มไปด้วยความหื่นกระหาย เขาไล่สายตาโลมเลียไปทั่วเนินอกที่กระเพื่อมไหว ราวกับอดใจแทบไม่อยู่
“ลูกน้องของคุณยืนอยู่ขนาดนี้ มันจะไม่ประเจิดประเจ้อไปหน่อยเหรอคะ”
คนตัวเล็กเอ่ยเสียงตะกุกตะกัก หากจะให้ร่วมรักกับฟาโรห์โดยมีผู้ชายคนอื่นอยู่ในห้อง เธอคงไม่สามารถทำมันได้แน่ ไหนจะต้องแอบติดกล้องภายในห้องอีก
“ออกไป”
หากเป็นคนอื่นคงไม่มีสิทธิ์ได้ร้องขอแบบนี้ แต่นี่เห็นว่าเป็นทิชา ฟาโรห์ถึงได้ยอม หลังจากได้รับคำสั่ง ลูกน้องก็รีบเดินเรียงออกไปจากห้องทันที เหลือไว้แค่เพียงฟาโรห์และทิชาเท่านั้น
“พอใจหรือยัง”
เขาถามเสียงเรียบ ก่อนจะจับมือเธอตรึงไว้กับโซฟาสีแดงนุ่ม เธอเริ่มเรียกความกล้าให้ตัวเอง มือทั้งสองโอบกอดคอของฟาโรห์อย่างคุ้นเคย แม้นี่จะเป็นครั้งแรกที่พวกเขาได้เจอกัน
“ซิงใช่ไหม”
น้ำเสียงของฟาโรห์ที่เอ่ยถามข้างหูของทิชาชวนให้ขนลุก เธอพยักหน้าให้กับเขาเบา ๆ ถึงเธอจะคบกับบาสมาหลายปี แต่นอกจากจูบ เขาไม่เคยได้อะไรจากเธออีกเลย นั่นเป็นเพราะทิชาเคยมีปมในวัยเด็ก เธอเกือบถูกพ่อเลี้ยงล่วงละเมิดทางเพศ จึงไม่ยอมให้บาสทำเรื่องอย่างว่า แม้จะรู้มาตลอดว่าเขาแอบไปทำอย่างนั้นกับผู้หญิงคนอื่น แต่เธอก็ไม่โทษว่าเป็นความผิดของเขา เพราะหากเธอให้ความสุขในด้านนี้มากพอ เขาก็คงไม่ออกไปหากินที่อื่น
“อื้ออ”
ทิชาหลับตาปี๋ รับสัมผัสแฉะร้อนที่แตะลงลำคอยาวระหงก่อนจะตวัดจูบอย่างกระหาย อารมณ์ร่วมของทิชาเกิดขึ้นเองไม่ใช่การบังคับ เธอไม่เข้าใจเหมือนกันว่าการกระทำแบบนี้ทำไมถึงทำให้เธอหลงใหลได้ ต่างจากบาสที่พยายามหลายครั้ง แต่เธอก็ปฏิเสธความร่วมมือ
คนตัวเล็กใช้มือลูบหลังของฟาโรห์อย่างเคลิบเคลิ้ม แต่แล้วก็ฉุกคิดขึ้นได้ว่าตนเองกำลังทำภารกิจอะไรอยู่
เธอล้วงมือเข้าไปด้านในของชุดเดรส แล้วหยิบไมค์อันเล็ก ๆ มา ก่อนจะกดเปิดสวิตช์ในขณะที่ฟาโรห์ไม่ได้สนใจ เพราะกำลังซุกไซ้อยู่ที่ซอกคอของทิชา
“คุณฟาโรห์ อ้าา เสียวจังเลยค่ะ”
ทิชาเอ่ยครางเบา ๆ ให้เขาไม่เอะใจ มือเตรียมที่จะเอื้อมไปใต้โต๊ะที่เต็มไปด้วยเครื่องดื่มและซองบุหรี่ เพื่อจะติดเครื่องอัดเสียงและกล้องตรงนั้น ทว่าจังหวะที่ทุกอย่างใกล้จะสมบูรณ์ สิ่งที่เธอคาดไม่ถึงก็เกิดขึ้น
พรึ่บ!!
แขนของทิชาตรงช่วงข้อมือถูกฟาโรห์จับกระชากพร้อมตัวของเขาที่ลุกขึ้น หลักฐานในมือของทิชาชัดเจนว่าเธอเข้ามาอย่างไม่ประสงค์ดี
“คะ คุณ ฟาโรห์”
ในวินาทีนี้ทิชาเหมือนหยุดหายใจไปแล้วด้วยซ้ำ น้ำเสียงของเธอยิ่งสั่นเมื่อถูกจับได้ว่ากำลังจะติดเครื่องดักฟังไว้ใต้โต๊ะ
และทันทีที่เกิดเรื่องลูกน้องด้านนอกก็รีบวิ่งเข้ามานับสิบคน ทิชาได้แต่นึกถึงคำพูดของมาวินว่า ถ้าเธอพลาดเท่ากับตาย หรือว่านี่…จะถึงจุดจบของชีวิตอันน่าเวทนาของเธอแล้วจริง ๆ
คนตัวเล็กในชุดเดรสสีแดงผืนสั้นถูกเหวี่ยงลงที่พื้นด้านล่าง จนเธอนั่งพับเพียบพร้อมกับหลักฐานในมือ
“ใครส่งเธอมา”
น้ำเสียงของเขาเรียบนิ่งแต่ปนไปด้วยความน่ากลัว แล้วตอนนี้คงไม่มีอะไรน่ากลัวไปมากกว่าปืนในมือที่จ่อหน้าผากของเธออยู่
“คะ คือ... ฉันถูกบังคับมา”
“กูถามว่าใครเป็นคนส่งมึงมา!”
น้ำเสียงที่เต็มไปด้วยพลัง ส่งผลให้ทิชาหดคอตัวสั่นระริก ถ้าเธอรอดจากที่นี่ไปได้ ไอ้มาวินก็จะเอาเธอตายอีก เธอควรทำยังไงดี
ปั้ง!!!
“กรี๊ดดด!!”
เสียงลูกปืนวิ่งเฉียดหูเธอไปเพียงนิดเดียวจนทิชาสติแตก เธอรีบยกมือขึ้นปิดหู ตัวสั่นเทาเป็นลูกนกอย่างน่าสงสาร
“ฉะ ฉันยอมแล้ว”
ฟาโรห์ใช้กระบอกปืนที่เพิ่งยิงออกไปเชิดคางของทิชาขึ้น ก่อนจะก้มลงถามเธอด้วยน้ำเสียงราบเรียบในระดับเดิม
“ตอบมา ว่าใครมันกล้าลองดี...”