ชีวิตแขวนบนเส้นด้าย

886 คำ
เห็นว่าทิชาเอาแต่ยืนนิ่ง เขาจึงกระชากแขนเธอลงมานั่งบนตัก “ชื่ออะไร” “ทะ ทิชาค่ะ” เธอยิ้มหวานถึงแม้ว่าปากจะสั่น แต่ก็ทำหน้าที่ของตัวเองได้ดี รีบเทเหล้าเพิ่มให้เขาหลังจากที่มันเพิ่งถูกกระดกไปหมดแก้ว พรึ่บ! คนตัวเล็กตกใจเบิกตาโพลง เพราะถูกเขาจับพลิกตัวเธอนอนลงบนโซฟาต่อหน้าลูกน้องมากมาย ในใจของทิชาเพียงคิดว่าทำไมถึงเริ่มการกระทำได้เร็วขนาดนี้ “จะไม่ให้เตรียมใจก่อนเลยเหรอคะ” เธอหันมองลูกน้องรอบด้านของฟาโรห์ พลันแก้มสีแดงก็แดงยิ่งขึ้นกว่าเดิม สิ่งที่เกิดขึ้นตอนนี้ ทำให้เธอรู้สึกอับอายและกลัว ถึงแม้ว่าลูกน้องพวกนั้นจะไม่สนใจจับตามองมาทางเธอเลยก็ตาม “มาขนาดนี้แล้วยังอายอีกเหรอ” น้ำเสียงของฟาโรห์เต็มไปด้วยความหื่นกระหาย เขาไล่สายตาโลมเลียไปทั่วเนินอกที่กระเพื่อมไหว ราวกับอดใจแทบไม่อยู่ “ลูกน้องของคุณยืนอยู่ขนาดนี้ มันจะไม่ประเจิดประเจ้อไปหน่อยเหรอคะ” คนตัวเล็กเอ่ยเสียงตะกุกตะกัก หากจะให้ร่วมรักกับฟาโรห์โดยมีผู้ชายคนอื่นอยู่ในห้อง เธอคงไม่สามารถทำมันได้แน่ ไหนจะต้องแอบติดกล้องภายในห้องอีก “ออกไป” หากเป็นคนอื่นคงไม่มีสิทธิ์ได้ร้องขอแบบนี้ แต่นี่เห็นว่าเป็นทิชา ฟาโรห์ถึงได้ยอม หลังจากได้รับคำสั่ง ลูกน้องก็รีบเดินเรียงออกไปจากห้องทันที เหลือไว้แค่เพียงฟาโรห์และทิชาเท่านั้น “พอใจหรือยัง” เขาถามเสียงเรียบ ก่อนจะจับมือเธอตรึงไว้กับโซฟาสีแดงนุ่ม เธอเริ่มเรียกความกล้าให้ตัวเอง มือทั้งสองโอบกอดคอของฟาโรห์อย่างคุ้นเคย แม้นี่จะเป็นครั้งแรกที่พวกเขาได้เจอกัน “ซิงใช่ไหม” น้ำเสียงของฟาโรห์ที่เอ่ยถามข้างหูของทิชาชวนให้ขนลุก เธอพยักหน้าให้กับเขาเบา ๆ ถึงเธอจะคบกับบาสมาหลายปี แต่นอกจากจูบ เขาไม่เคยได้อะไรจากเธออีกเลย นั่นเป็นเพราะทิชาเคยมีปมในวัยเด็ก เธอเกือบถูกพ่อเลี้ยงล่วงละเมิดทางเพศ จึงไม่ยอมให้บาสทำเรื่องอย่างว่า แม้จะรู้มาตลอดว่าเขาแอบไปทำอย่างนั้นกับผู้หญิงคนอื่น แต่เธอก็ไม่โทษว่าเป็นความผิดของเขา เพราะหากเธอให้ความสุขในด้านนี้มากพอ เขาก็คงไม่ออกไปหากินที่อื่น “อื้ออ” ทิชาหลับตาปี๋ รับสัมผัสแฉะร้อนที่แตะลงลำคอยาวระหงก่อนจะตวัดจูบอย่างกระหาย อารมณ์ร่วมของทิชาเกิดขึ้นเองไม่ใช่การบังคับ เธอไม่เข้าใจเหมือนกันว่าการกระทำแบบนี้ทำไมถึงทำให้เธอหลงใหลได้ ต่างจากบาสที่พยายามหลายครั้ง แต่เธอก็ปฏิเสธความร่วมมือ คนตัวเล็กใช้มือลูบหลังของฟาโรห์อย่างเคลิบเคลิ้ม แต่แล้วก็ฉุกคิดขึ้นได้ว่าตนเองกำลังทำภารกิจอะไรอยู่ เธอล้วงมือเข้าไปด้านในของชุดเดรส แล้วหยิบไมค์อันเล็ก ๆ มา ก่อนจะกดเปิดสวิตช์ในขณะที่ฟาโรห์ไม่ได้สนใจ เพราะกำลังซุกไซ้อยู่ที่ซอกคอของทิชา “คุณฟาโรห์ อ้าา เสียวจังเลยค่ะ” ทิชาเอ่ยครางเบา ๆ ให้เขาไม่เอะใจ มือเตรียมที่จะเอื้อมไปใต้โต๊ะที่เต็มไปด้วยเครื่องดื่มและซองบุหรี่ เพื่อจะติดเครื่องอัดเสียงและกล้องตรงนั้น ทว่าจังหวะที่ทุกอย่างใกล้จะสมบูรณ์ สิ่งที่เธอคาดไม่ถึงก็เกิดขึ้น พรึ่บ!! แขนของทิชาตรงช่วงข้อมือถูกฟาโรห์จับกระชากพร้อมตัวของเขาที่ลุกขึ้น หลักฐานในมือของทิชาชัดเจนว่าเธอเข้ามาอย่างไม่ประสงค์ดี “คะ คุณ ฟาโรห์” ในวินาทีนี้ทิชาเหมือนหยุดหายใจไปแล้วด้วยซ้ำ น้ำเสียงของเธอยิ่งสั่นเมื่อถูกจับได้ว่ากำลังจะติดเครื่องดักฟังไว้ใต้โต๊ะ และทันทีที่เกิดเรื่องลูกน้องด้านนอกก็รีบวิ่งเข้ามานับสิบคน ทิชาได้แต่นึกถึงคำพูดของมาวินว่า ถ้าเธอพลาดเท่ากับตาย หรือว่านี่…จะถึงจุดจบของชีวิตอันน่าเวทนาของเธอแล้วจริง ๆ คนตัวเล็กในชุดเดรสสีแดงผืนสั้นถูกเหวี่ยงลงที่พื้นด้านล่าง จนเธอนั่งพับเพียบพร้อมกับหลักฐานในมือ “ใครส่งเธอมา” น้ำเสียงของเขาเรียบนิ่งแต่ปนไปด้วยความน่ากลัว แล้วตอนนี้คงไม่มีอะไรน่ากลัวไปมากกว่าปืนในมือที่จ่อหน้าผากของเธออยู่ “คะ คือ... ฉันถูกบังคับมา” “กูถามว่าใครเป็นคนส่งมึงมา!” น้ำเสียงที่เต็มไปด้วยพลัง ส่งผลให้ทิชาหดคอตัวสั่นระริก ถ้าเธอรอดจากที่นี่ไปได้ ไอ้มาวินก็จะเอาเธอตายอีก เธอควรทำยังไงดี ปั้ง!!! “กรี๊ดดด!!” เสียงลูกปืนวิ่งเฉียดหูเธอไปเพียงนิดเดียวจนทิชาสติแตก เธอรีบยกมือขึ้นปิดหู ตัวสั่นเทาเป็นลูกนกอย่างน่าสงสาร “ฉะ ฉันยอมแล้ว” ฟาโรห์ใช้กระบอกปืนที่เพิ่งยิงออกไปเชิดคางของทิชาขึ้น ก่อนจะก้มลงถามเธอด้วยน้ำเสียงราบเรียบในระดับเดิม “ตอบมา ว่าใครมันกล้าลองดี...”
อ่านฟรีสำหรับผู้ใช้งานใหม่
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    ผู้เขียน
  • chap_listสารบัญ
  • likeเพิ่ม