ก๊อก ๆ
ยังไม่ทันที่เธอจะได้เริ่มหางานอย่างจริงจัง จู่ ๆ เสียงประตูก็ดังขึ้นมา ทิชาหันมองพลางขมวดคิ้ว ถ้าเป็นบาส เขาไม่น่าจะเคาะประตูห้อง เนื่องจากมีกุญแจอยู่กับตัวเอง และเขามักเปิดเข้ามาแรง ๆ เสมอ
ก๊อก ๆ
เสียงที่หน้าประตูดังขึ้นอีกจนเธอต้องยอมลุกไปเปิดประตู ทว่าก็ต้องแสดงความตกใจออกมา เพราะทันทีที่เธอปลดล็อก ประตูห้องก็ถูกผลักเข้ามาด้วยความแรง แน่นอนว่าอีกฝ่ายไม่ได้ใช้มือผลัก แต่มันคือเท้า ยังไม่ทันที่ทิชาจะหายตกใจ จู่ ๆ ชายชุดดำสี่ถึงห้าคนก็กรูกันเข้ามาในห้องอย่างไม่เกรงใจ สีหน้าของพวกเขาดูน่ากลัวจนทิชาได้แต่ยืนตัวเกร็ง
“พวกนายเป็นใครเนี่ย บุกเข้ามาในห้องฉันได้ไง”
เธอรู้สึกว่าตัวเองพลาดมากจริง ๆ ที่เปิดประตูตอนกลางคืนแบบนี้ แต่เมื่อคิดได้ มันก็สายไปเสียแล้ว
“ไอ้บาสมันไปไหน”
หนึ่งในห้าคนถามออกมาน้ำเสียงเคร่งขรึม พอเห็นทิชาเงียบ เขาก็บีบเข้าที่แก้มเธอก่อนจะตะโกนถามอีกครั้งเสียงดังลั่น
“กูถามว่าไอ้บาสมันไปไหน!!”
“อื้ออ”
ทิชาสะบัดมือออกก่อนจะใช้มือเสยผมที่ปรกหน้าด้วยความฉุนเฉียว
“ไอ้บาสมันเพิ่งเก็บเสื้อผ้าออกไปเมื่อกี้นี้เอง บอกว่าญาติที่ต่างจังหวัดเสีย”
เธอคิดว่าคนพวกนี้น่าจะเป็นเพื่อนสักกลุ่มของบาส เพราะเขามีเพื่อนเยอะ แต่แอบเคืองที่โดนบีบแก้มจนเจ็บไปหมด
“แม่งชิ่งหนีไปซะแล้ว”
หนึ่งในนั้นสบถอย่างหัวเสีย พลันกวาดสายตามองไปรอบห้อง
“งั้นอะไรมีค่าก็หอบไปให้หมด”
“...”
ว่าแล้วทั้งหมดก็เริ่มเก็บข้าวของภายในห้องราวกับว่าทิชาเป็นตอไม้
“เฮ้ย! ทำบ้าอะไรเนี่ย ของในห้องนี้เป็นของฉันนะ”
เธอรีบโวย พร้อมกับแย่งโทรศัพท์ของตัวเองคืน
“ในเมื่อมันไปแล้วอะไรที่มีค่าก็ต้องเก็บไปทั้งนั้นแหละ เธอเป็นแฟนมันไม่ใช่เหรอ ก็ต้องรับผิดชอบช่วยมันสิ”
“รับผิดชอบบ้าบออะไร พวกนายเป็นใคร จู่ ๆ ก็เข้ามาหยิบข้าวของในห้องฉัน”
เธอค้ำเอวเชิดหน้าคุยอย่างไม่เกรงกลัว ก่อนจะหน้าถอดสีรีบถอยหลังเมื่อคนที่เป็นแกนนำก้าวมาประชิดตัว
“นี่เธอเป็นแฟนประสาอะไร ถึงไม่รู้เลยว่าไอ้บาสมันเป็นหนี้เจ้านายฉัน และไม่ใช่เป็นหนี้น้อย ๆ ไอ้บาสมันเป็นหนี้พนันบอลห้าล้าน ตอนนี้มันหนีเอาตัวรอดไปแล้ว เลิกโง่ซะ”
“...”
เหมือนโดนตบเข้าหน้าจัง ๆ ทิชายืนนิ่งอึ้งด้วยความตกใจ คนที่สัญญากับเธอว่าจะไม่มีทางหนีไปไหน แต่ตอนนี้เขากลับทิ้งเธอไป แถมยังทิ้งหนี้ก้อนโตให้เธอแบกรับแทนอีกด้วย
“ช่างแม่งดิวะ ใครเป็นหนี้ก็ไปเก็บกับคนนั้นดิ ของพวกนี้มันของฉัน”
ว่าแล้วก็เดินไปกระชากกระปุกออมสินคืน ยื้อแย่งอยู่พักหนึ่งจนกระปุกออมสินหมูสีชมพูตกแตกละเอียด เผยให้เห็นเงินที่อยู่ด้านในเพียงน้อยนิด ทั้งที่เธอหยอดสะสมมานาน
“นี่มันอะไรกัน”
เธอยืนนิ่งงันมองดูเศษเหรียญเกลื่อนพื้น ตั้งแต่เมื่อไหร่กันที่บาสแอบงัดเอาเงินในกระปุกออมสินไปโดยที่เธอไม่รู้ ตั้งแต่คบกันมา บาสเป็นฝ่ายใช้เงินกับเธอตลอด เขามักหาเหตุผลสารพัดในการขอยืมเงินเธอ แต่ก็ไม่มีครั้งไหนเลยที่คิดจะจ่ายคืน
“ไอแพดนั่นด้วย”
พวกเขาไม่สนใจทิชาสักนิด ยังคงเร่งรีบเก็บของมีค่ากันอย่างจริงจัง
“บอกว่าของพวกนี้มันเป็นของฉันไงเล่า ถ้าพวกนายไม่ออกไป ได้เจอตำรวจแน่!”
เธอเอ่ยเสียงแข็ง ตาก็จ้องเขม็งจนพวกเขาหยุด เธอชะล่าใจคิดว่าพวกเขาคงกลัว แต่เปล่าเลย ทั้งหมดต่างหัวเราะร่าออกมาราวกับเป็นเรื่องตลก ก่อนจะพูดประโยคที่ทำให้ทิชาสิ้นหวัง
“ตำรวจงั้นเหรอ?”
“ใช่!”
ทิชาคว้าเอาโทรศัพท์ของตัวเองออกมาเตรียมกดหมายเลข 191 เพื่อจะแจ้งความ ทันใดนั้นผู้ชายชุดดำหนึ่งในนั้นก็ยกมือขึ้นฟาดลงที่ต้นคอของทิชาด้วยความแรงจนเธอสลบไปพร้อมกับโทรศัพท์ที่ร่วงหล่นลงพื้น
“เฮ้ย! มึงไปทำมันทำไมวะ เดี๋ยวก็ซวยกันไปใหญ่”
ผู้ชายอีกคนเห็นว่าคนที่มาด้วยนั้นทำเกินกว่าเหตุ เกิดทิชาเป็นลูกของผู้มีอิทธิพลจะซวยกันไปกว่าเดิม
“หุบปากไปเถอะ ต้องรอให้มันแจ้งความก่อนหรือไง มีปัญหาเดี๋ยวนายก็หักเงินมึงหรอก ในเมื่อมันวุ่นวายนักก็เอาตัวไปให้นายด้วยก็แล้วกัน หน้าสวย ๆ แบบนี้ นายชอบแน่”
สุดท้ายทิชาจึงโดนหามออกมาจากห้อง พร้อมกับข้าวของที่เป็นสมบัติอันน้อยนิดของเธอ ส่วนตัวต้นเรื่องอย่างบาสนั้นหายเข้ากลีบเมฆไป ไม่สนใจด้วยซ้ำว่าตอนนี้สิ่งที่เขาก่อเอาไว้ กำลังสร้างความบรรลัยให้กับทิชามากแค่ไหน...