ตอนที่ 6 เพราะอะไร

1674 คำ
เวลา 18:27 นาฬิกา แสงอาทิตย์ยามอัสดงทาทาบลงบนผืนไร่องุ่นกว้างใหญ่ ย้อมใบไม้สีเขียวขจีให้กลายเป็นสีทองอร่าม เป็นช่วงเวลาที่คู่รักมักจะพากันมาเดินเล่นกินลมชมวิว หรือนั่งจิบไวน์รสเลิศท่ามกลางธรรมชาติที่งดงาม ทว่า... บรรยากาศอันแสนหวานชื่นนั้นกลับตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิงกับอารมณ์ของชายหนุ่มร่างสูงโปร่งที่ยืนพิงรถสปอร์ตคันหรูสีแดงเพลิงอยู่หน้าอาคารสำนักงาน ไทม์ยกข้อมือข้างที่สวมนาฬิกาเรือนหรูราคาเหยียบล้านขึ้นดูเป็นรอบที่สิบ คิ้วเข้มขมวดมุ่นเข้าหากันด้วยความหงุดหงิด ปลายเท้าเคาะพื้นรัว ๆ อย่างคนความอดทนต่ำ “ทำไมช้าจังวะ” บ่นพึมพำกับตัวเอง สายตาจ้องเขม็งไปที่ประตูทางเข้าออกกระจกใสของตึกสำนักงานราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ ปกติตอนที่อยู่มหาลัย หากเรียนเสร็จพราวจะรีบวิ่งลงมาหาเขาด้วยใบหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส หรือไม่ก็โทรมาอ้อนให้เขารอรับไปทานข้าว แต่ตั้งแต่วันแรกที่มาถึงไร่ จนกระทั่งวันนี้ผ่านไปเกือบสัปดาห์ เธอกลับดูยุ่งเสียจนเขาแทบจะไม่ได้เห็นหน้าค่าตา เสียงรองเท้าส้นสูงกระทบพื้นหินอ่อนดังแว่วออกมา ไทม์รีบดีดตัวออกจากรถ ปั้นหน้าหล่อเหลาให้ดูดีที่สุด เตรียมส่งรอยยิ้มกระชากใจไปให้ ประตูเลื่อนอัตโนมัติเปิดออก ร่างระหงเดินออกมาในชุดทำงานที่ดูเรียบร้อยแต่ยังคงความเซ็กซี่ที่เน้นสะโพกกลมกลึง ในวงแขนของเธอมีแฟ้มเอกสารกองโตหอบพะรุงพะรังมาด้วย “พราว ทางนี้ครับ” ไทม์ตะโกนเรียกพร้อมโบกมือ เจ้าของชื่อชะงักฝีเท้าเมื่อเห็นผู้ชายที่ไม่อยากเจอยืนดักรอ สีหน้าเหนื่อยหน่ายพาดผ่านแววตาเพียงเสี้ยววินาทีก่อนจะถูกกลบเกลื่อนด้วยรอยยิ้มบางเบาตามมารยาท “อ้าว... ไทม์ มารอใครเหรอ?” พราวแสร้งถามเสียงใส ทั้งที่รู้อยู่เต็มอก ไทม์เดินล้วงกระเป๋ากางเกงเข้ามาหาด้วยท่าทางมั่นใจ “ก็มารอพราวสิครับ จะให้รอใคร วันนี้ไทม์จองร้านอาหารอิตาเลียนในเมืองไว้ ร้านนี้สเต๊กเนื้อดีมาก ไวน์ก็เยี่ยม รับรองพราวต้องชอบ ไปกันเลยไหม?” ชายหนุ่มทำท่าจะเอื้อมมือไปช่วยถือแฟ้มเอกสาร หวังจะโชว์ความเป็นสุภาพบุรุษและถือโอกาสแตะเนื้อต้องตัวหญิงสาวให้หายคิดถึง แต่พราวกลับเบี่ยงตัวหลบวูบอย่างแนบเนียน “ไม่เป็นไร พราวถือเองได้” ปฏิเสธนุ่มนวลแต่เด็ดขาด “ส่วนเรื่องกินข้าว พราวคงไปไม่ได้หรอกนะไทม์ ต้องขอโทษจริง ๆ ที่ทำให้เสียเที่ยว” รอยยิ้มบนใบหน้าของไทม์เจื่อนลงทันที เขาชะงักมือค้างกลางอากาศ ความรู้สึกหน้าแตกละเอียดแล่นพล่านไปทั่วใบหน้า “ไปไม่ได้? ทำไมล่ะ?” ถามเสียงขุ่น “นี่มันเวลาเลิกงานแล้วนะ งานการอะไรจะสำคัญกว่าการไปกินข้าวด้วยกันล่ะพราว” พราวถอนหายใจออกมาเบา ๆ แสร้งทำสีหน้าลำบากใจ เธอกระชับแฟ้มเอกสารในอ้อมแขนแน่นขึ้น ราวกับว่ามันคือสิ่งล้ำค่าที่เธอต้องปกป้อง “ก็งานที่คุณอาสิงห์สั่งไว้น่ะสิคะ” พราวตอบเสียงอ่อย พาดพิงถึงบุคคลที่สามที่มีอิทธิพลที่สุดในไร่ “ท่านสั่งให้พราวสรุปรายงานการประชุมวันนี้ แล้วก็เตรียมข้อมูลสำหรับลูกค้าที่จะเข้ามาพรุ่งนี้เช้าด้วย ข้อมูลเยอะมากเลยค่ะ พราวคงต้องเอากลับไปทำต่อที่ห้องพัก คงดึกแน่ ๆ” “พ่อสั่งเหรอ?” ไทม์เลิกคิ้วสูง ความไม่พอใจเริ่มก่อตัวขึ้น “พ่อจะบ้างานเกินไปแล้ว นี่พราวเป็นแค่เด็กฝึกงานนะ ไม่ใช่พนักงานประจำ ทำไมต้องใช้งานหนักขนาดนี้ด้วย” “อย่าว่าคุณอาเลยค่ะไทม์ ท่านหวังดีอยากให้พราวเรียนรู้งานให้ได้มากที่สุด” พราวแก้ต่างให้ (ว่าที่) สามีในอนาคตด้วยน้ำเสียงเทิดทูน “อีกอย่าง พราวก็อยากพิสูจน์ตัวเองด้วยค่ะว่าพราวทำงานเก่ง ไม่ใช่แค่สวยไปวัน ๆ” คำพูดของพราวเหมือนตบหน้าไทม์ฉาดใหญ่ เพราะในอดีต เขาคือคนที่มักจะค่อนขอดเธอเสมอว่า ‘วัน ๆ ไม่ทำอะไร เอาแต่แต่งตัวสวย’ “แต่ไทม์จองร้านไว้แล้วนะ แพงด้วย” ไทม์ยังคงไม่ยอมแพ้ เขาพยายามใช้ไม้แข็งผสมการทวงบุญคุณ “ร้านนี้คิวยาวมากนะ ไทม์ต้องใช้เส้นสายตั้งเยอะกว่าจะได้โต๊ะวิวดี ๆ พราวจะเทไทม์ดื้อ ๆ แบบนี้ไม่ได้นะ” เธอมองหน้าผู้ชายตรงหน้าด้วยสายตาว่างเปล่า ภายในใจนึกสมเพชในความเอาแต่ใจของเขา ‘ร้านอาหารอิตาเลียนร้านนั้น ร้านที่นายเคยพา ‘ยัยวิ’ ไปกินตอนที่ฉันนอนป่วยอยู่โรงพยาบาลในชาติที่แล้วสินะ “พราวไม่ได้เทนะ แต่พราวมีหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบ” เน้นเสียงคำว่าหน้าที่หนักแน่น แววตากลมโตจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของไทม์ “ไทม์เองก็ควรจะเข้าใจพราวนะคะ ไทม์เป็นถึงลูกชายเจ้าของไร่ น่าจะรู้ดีว่าความรับผิดชอบต่องานสำคัญแค่ไหน” ไทม์สะอึก พูดไม่ออก พอถูกพราวย้อนกลับด้วยเหตุผลที่ฟังดูดีจนเถียงไม่ออก แต่ความรู้สึกขัดใจกลับยิ่งทวีความรุนแรงขึ้น เขาเริ่มสังเกตเห็นความผิดปกติบางอย่าง ในตัวพราวคนเดิมที่เขาเคยรู้จักหายไปไหน? พราวคนที่คอยตามใจ คนที่ยอมทิ้งทุกอย่างเพียงแค่เขากระดิกนิ้วเรียก หายไปไหน? ผู้หญิงตรงหน้าเขานี้ ดูสวยขึ้น มีความรับผิดชอบขึ้น แต่กลับดู ‘ไกลเกินเอื้อม’ และ ‘เย็นชา’ อย่างน่าประหลาด ราวกับมีกำแพงล่องหนกั้นกลางระหว่างเขากับเธอ “โอเค... ถ้าพ่อใช้งานพราวหนักนัก เดี๋ยวไทม์ไปคุยกับพ่อให้เอง” ไทม์ตัดสินใจงัดไม้ตายสุดท้าย หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา “ไทม์จะบอกพ่อว่าพราวไม่สบาย หรืออะไรก็ได้ พ่อต้องยอมปล่อยพราวมาแน่” “อย่านะคะ!” พราวร้องห้ามเสียงดังจนไทม์ตกใจ เธอรีบเดินเข้าไปประชิดตัวอีกฝ่าย เอื้อมมือไปจับข้อมือเขาไว้แน่น พรางส่งสายตาดุ ๆ ห้ามปราม “อย่าทำแบบนั้นเด็ดขาด พราวไม่อยากให้คุณอามองว่าพราวเป็นเด็กเส้น เหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อ หรือใช้ลูกชายเจ้าของไร่มาเบ่งเพื่ออู้งาน” “แล้วจะให้ไทม์ทำยังไง!” ไทม์สะบัดมือออกด้วยความหงุดหงิด เริ่มควบคุมอารมณ์ไม่อยู่ “ชวนกินข้าวก็ไม่ไป จะช่วยเคลียร์งานให้ก็ไม่เอา สรุปพราวเป็นอะไรกันแน่ เบื่อไทม์เหรอ? หรือมีคนอื่น?” คำถามนั้นทำให้พราวเกือบจะหลุดหัวเราะออกมา ‘มีคนอื่นเหรอ? ใช่ ฉันมีคนอื่น และคนคนนั้นก็คือพ่อของนายนั่นแหละ!’ แต่ภายนอกกลับปั้นหน้าเศร้าสร้อย น้ำตาคลอเบ้าเล็กน้อยอย่างน่าสงสาร “ทำไมไทม์พูดแบบนี้” พราวตัดพ้อเสียงสั่นเครือ “พราวตั้งใจทำงานแทบตายเพื่อให้คุณอา... ให้พ่อของไทม์ยอมรับในตัวพราว แต่ไทม์กลับมาหาเรื่องพราวแบบนี้ พราวเสียใจนะ” การแสดงบทบาทนางเอกเจ้าน้ำตาของพราวได้ผลชะงัดนัก ไทม์ที่กำลังโมโหพลันชะงักกึก เขาแพ้น้ำตาผู้หญิง และยิ่งเป็นน้ำตาของพราวที่ทำเพื่ออนาคต เขาก็ใจอ่อนลง “เอ่อ... ไทม์ขอโทษไม่ได้ตั้งใจจะว่าพราว” ไทม์ท่าทีอ่อนลงทันที พยายามจะจับมือเธอมาง้อ “ไทม์แค่... แค่คิดถึงพราว อยากอยู่กับพราว ช่วงนี้เราแทบไม่ได้เจอกันเลย ไทม์น้อยใจนะรู้ไหม” พราวลอบถอนหายใจด้วยความรำคาญ แต่ก็ต้องเล่นละครให้จบ “พราวรู้ค่ะ แต่ช่วงนี้งานมันยุ่งจริง ๆ เอาไว้วันหลังนะคะ” เธอดึงมือกลับมาอย่างนุ่มนวล “วันนี้ไทม์กลับไปก่อนเถอะพราวขอตัวไปทำงานต่อที่ห้องพักก่อน เดี๋ยวจะไม่เสร็จ” “งั้น... ให้ไทม์ไปส่งที่ห้องไหม?” ไทม์เสนอตัวอย่างมีความหวัง สายตากรุ้มกริ่มเริ่มทำงาน “ไปช่วยดูงานที่ห้องก็ได้นะ” พราวขยะแขยงสายตานั้นจนขนลุก เธอรู้ดีว่าคำว่าดูงานของไทม์หมายถึงอะไร “ไม่เป็นไร พราวเดินกลับเองได้ ใกล้นิดเดียวเอง” ยิ้มหวานที่ไปไม่ถึงดวงตา “อีกอย่าง... ที่เรือนรับรองเป็นเขตหวงห้ามสำหรับผู้ชายหลังตะวันตกดิน กฎของคุณอาสิงห์เข้มงวดมาก ไทม์ก็น่าจะรู้นี่คะ” เธออ้างชื่อสิงหราชอีกครั้งเพื่อเป็นเกราะกำบัง ซึ่งก็ได้ผล ไทม์ทำหน้าเซ็งสุดขีดเมื่อได้ยินกฎเหล็กของพ่อ “พ่ออีกแล้ว อะไร ๆ ก็พ่อ น่าเบื่อชะมัด” ไทม์สบถอย่างหัวเสีย ก่อนจะถอนหายใจยาว “อืม ๆ ก็ได้ งั้นพราวรีบทำงานแล้วรีบนอนนะ เดี๋ยวพรุ่งนี้ไทม์มาหาใหม่” “ค่ะ ขับรถดี ๆ นะคะ” พราวยืนส่งยิ้มหวานโบกมือลา จนกระทั่งไทม์เดินกระแทกเท้ากลับไปขึ้นรถสปอร์ต เสียงปิดประตูดังขึ้น ตามด้วยเสียงเครื่องยนต์คำรามกึกก้อง ไทม์กระชากรถออกตัวไปอย่างรวดเร็วเพื่อระบายอารมณ์ ทิ้งฝุ่นควันไว้เบื้องหลัง ทันทีที่รถของไทม์ลับสายตา รอยยิ้มหวานเชื่อมบนใบหน้าของพราวก็เลือนหายไปราวกับปิดสวิตช์ แทนที่ด้วยรอยยิ้มเยือกเย็นที่มุมปาก “น่ารำคาญจริง ๆ” เธอพึมพำเบา ๆ ปัดฝุ่นที่มองไม่เห็นออกจากเสื้อผ้า ราวกับต้องการปัดรังควาน พราวหมุนตัวกลับ หันหน้าเข้าหาตึกสำนักงาน แต่สายตาของเธอกลับเหลือบขึ้นไปมองที่หน้าต่างบานใหญ่บนชั้นสอง ห้องทำงานของสิงหราช ไฟในห้องยังคงเปิดสว่างจ้า บ่งบอกว่าเจ้าของห้องยังคงทำงานอยู่ แฟ้มเอกสารในมือที่เธอบอกไทม์ว่าเป็นงานด่วน จริง ๆ แล้วมันคือแฟ้มเปล่าที่เธอหยิบติดมือมาเพื่อใช้เป็นข้ออ้างเท่านั้น “ขอโทษทีนะไทม์ ฉันไม่มีทางกลับไปเป็นเหมือนเดิมอีก”
อ่านฟรีสำหรับผู้ใช้งานใหม่
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    ผู้เขียน
  • chap_listสารบัญ
  • likeเพิ่ม