ครืน
การสั่นของเครื่องมือสื่อสารดังขึ้นมาอีกครั้ง ยามความมืดมิดนั้นสลับเปลี่ยนเป็นแสงสว่างจ้าแยงตา บวกกับเสียงพัดลมติดผนังที่จะพังแหล่ไม่พังแหล่เครื่องเก่า ตามสภาพอายุการใช้งานของหอพักราคาหลักพัน มันดังเข้าโสตประสาทจนเริ่มอดทนนอนต่อไม่ไหว ทำเอาดวงตาสวยเฉี่ยวจำต้องลืมขึ้น ควานมือหาสิ่งที่มนุษย์ขนานนามกันว่าอวัยวะที่ 33 ขึ้นมาหรี่มอง ก่อนจะกดรับเผื่อว่าปลายสายจะมีธุระสำคัญ
“จ้า ว่าไง”
[นอนหรือตาย]
เพียงแค่ได้ยินเสียง ก็สามารถรู้ได้ทันทีว่าเป็นใครที่ต่อสายมาหากันตั้งแต่เช้าตรู่ขนาดนี้ ทว่าคนที่เพิ่งตื่นก็ไม่ได้รีบร้อนอย่างทุกที
เนื่องจากวันแรกของสัปดาห์ เฟียสจัดตารางเรียนเอาไว้แบบเบาที่สุด เพราะศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ ตั้งใจรับงานร้านเหล้าที่มันได้เงินดีเพื่อหาเก็บเอาไว้จ่ายค่าเทอม และโอนเข้าบัญชีมารดาเพื่อหักหนี้กับธนาคารด้วย แล้วเช้านี้อาจารย์ก็ยกคลาส พระมารดาก็ช่างโทรมาปลุกกันได้จังหวะเสียจริง
“ตาย ยายขวัญใจมีตังค์ปะ ถ้ามีก็ช่วยเป็นเจ้าภาพให้หน่อยแล้วกัน”
[นั่นปากแกเหรอ ยัยเด็กคนนี้ ให้ฉันแก่ตายไปก่อนแกเถอะ อายุเท่าแกไม่ต้องอยากจะชิงตายไปก่อนฉัน]
“จะไม่มีใครตายไปก่อนใครทั้งนั้นแหละ ยายขวัญใจต้องอยู่กับอีเฟียสคนนี้ไปจนกว่าจะแก่หงำเหงือกเลย เข้าใจปะ!”
[อะ มึงด่ากูแล้วนะนังลูกคนนี้]
“ฮ่า ๆ ลูกหยอกปะ คุณหญิงแม่ก็เกรี้ยวกราดเชียว วัยทองแน่ ๆ”
[มึงจะหยุดไหมเฟียส ถ้าไม่หยุด กลับบ้านมาเจอตะหลิวผัดข้าวกูแน่]
“เค ๆ หยุดแล้ว ๆ จ้า หยอกไม่ได้เลย ว่าแต่โทรมามีไรคะคนสวย คิดถึงกันเหรอ คิดถึงล่ะซี่ ว่างอีกทีสิ้นเดือนเลย ถ้าคิดถึงลูกสาวคนนี้ก็รอก่อนน้า เดี๋ยวหยุดแล้วจะไปช่วยขายข้าว”
[ไม่ต้อง มีหน้าที่เรียนก็เรียนไป แต่ก็ไม่ใช่ว่าแกจะละเลยตัวเองยังไงก็ได้นะเฟียส บ่นกับฉันว่าปวดฟันตั้งแต่เดือนที่แล้ว ตกลงแกได้ไปหาหมอหรือยัง]
“...”
[เงียบคือ?]
“เฟียสมีปมกับพวกหมอฟันแม่ก็รู้ อีกอย่างมันก็แค่ปวดเบา ๆ เป็นบางครั้งด้วยอะ เดี๋ยวก็หายแหละ”
[มะเหงกสิ แล้วแกก็ไม่ได้มีปมกับหมอฟัน แกแค่เป็นบ้ากลัวของแกไปเอง หมอเขาก็รักษาตามขั้นตอนที่เรียนมา]
“ไม่เอาอะ ก็มันเจ็บ ตอนนั้นหมอแม่งหลอกเฟียส บอกไม่เจ็บ ๆ แต่ความจริงเลือดท่วมปากเลย ไม่เอาแล้วนะแม่”
[อย่าเวอร์ แล้วแกก็ต้องเอา เพราะฉันโทรไปจองคิวเอาไว้ให้แล้ว]
“ถามจริง”
[จริง]
“โอ๊ย แล้วจองคิวคือยังไง คงไม่ใช่ว่าเป็นคลินิกหรอกใช่ไหมแม่” กับเรื่องฟัน แค่ขูดหินปูนมันก็แพงมากแล้ว ไม่รู้ว่าตัวเองฟันผุหรือเป็นอะไรที่มันมากกว่านั้นไหม ค่าใช้จ่ายไม่อ่วมเลยหรือไง แต่จะให้หยุดงานไปรอคิวที่โรงพยาบาลรัฐก็ไม่สะดวกอีก รวมถึงไม่พร้อมด้วย!
[ก็คลินิกน่ะสิ รอคิวโรงพยาบาลรัฐแกจะได้รักษาชาติไหน เดี๋ยวฉันจะส่งไอ้ที่มันเรียกว่าโล ๆ อะไรสักอย่างไว้ให้ในข้อความ ถ้าฉันรู้ว่าแกเบี้ยวนัดคุณหมอเขาล่ะโดนดีแน่]
“ทำไมอะ พูดเหมือนเป็นคนรู้จักงั้นแหละ”
[ก็คนรู้จักน่ะสิ คุณหมอเขาใจดีมากกก แกไม่ต้องกลัวไปหรอกลูกรัก]
จะมาลูกรักอะไร มันไม่ได้ทำให้รู้สึกดีขึ้นเลยเนี่ย
“เชื่อได้กี่เปอร์เซ็นต์”
[ร้อย แค่นี้แหละ ลูกค้าเริ่มมากันแล้ว ฉันไม่ว่างคุยกับพวกขี้เกียจตัวเป็นขน]
“ยายขวัญใจโว้ย!”
ปลายสายถูกตัดไปแล้ว ละคุณหญิงท่านรู้ด้วยนะว่าวันนี้เธอว่าง แล้วไปจองคิวนัดหมอฟันให้เสร็จสรรพ ไม่ดูสภาพลูกสาวตัวเองเลยว่ามีปมกับพวกทันตแพทย์มาตั้งแต่ตัวเท่าเมี่ยง ตอนเด็ก ๆ เฟียสติดกินลูกอมมาก เพราะมันเป็นของหวานชนิดเดียวที่เด็กบ้านจนแบบเธอจะซื้อฮีลใจได้