แต่หนีกลับไม่ได้แล้วไง!
โตจนขึ้นปี 3 อีกเทอมเดียวก็จะเรียนจบแล้วเนี่ย จะขอกลับเพราะใจเสาะกลัวหมอ หากไม่อายใครที่นี่ก็อายเด็กหญิงคิวถัดไปต่อจากตัวเองหน่อยเถอะอีเฟียส
อีกอย่างถ้าพวกอริมันรู้ว่ามือตบอันดับหนึ่งแท้จริงแล้วกลัวหมอฟัน มีหวังโดนล้อ เข้ากิจกรรมก็ไม่มีรุ่นน้องคนไหนคิดกลัวแล้ว
สร้างชื่อเสีย ไม่ใช่ดิ สร้างชื่อเสียงมาดีตั้งแต่อยู่ปี 1 จะจบออกไปด้วยคำล้อเลียนไม่ได้ แต่แอร์ในห้องทำฟันหรูแห่งนี้ก็เย็นโคตร ๆ เลยว่ะ จนชวนขนลุกเกรียวไปหมดแล้ว
“สวัสดีครับ”
ก่อนน้ำเสียงนุ่มทุ้มจะเรียกสติสัมปชัญญะของนิสิตชั้นปีสุดท้ายให้หันไปมอง
ไอ้เหี้ย เห็นแค่ลูกกะตา ยังรู้ว่าหล่อฉิบหายวายวอดเลย แล้วเสียงคือเพราะพริ้งมาก!
ละเธอแว้นมอเตอร์ไซค์มาในสภาพเสื้อยืดคอย้วย ๆ กางเกงวอร์ม สวมฮู้ดตัวใหญ่เพื่อกันแดด แล้วแม่บอกว่าเป็นคนรู้จัก เฟียสก็เข้าใจไปว่าเป็นทันตแพทย์ที่รุ่นราวคราวเดียวกันหรือไม่ก็รุ่นน้องแม่อะไรเทือก ๆ นั้น ไหงมาเจอหนุ่มตี๋ หล่อสะอาดสะอ้านอยู่ตรงหน้า
ยายขวัญใจนะยายขวัญใจ! หมอหล่อขนาดนี้ควรจะแจ้งกันให้ทราบก่อนไหม
“สะ...สวัสดีค่ะ”
เกิดมาเฟียสสมชื่อ คุยกับใครไม่เคยติดอ่าง ทว่าเพียงแค่เห็นดวงตาขีด ๆ ของคุณหมอ จากสาวมั่นที่กับอาจารย์ในคณะยังเถียงมาแล้ว ตอนนี้เหลือแค่ลูกแมวสองเดือน
หนึ่งคือเขินหมอ สองคือกูกลัวพวกทันตแพทย์!
ยังจำวันที่ตัวเองต้องถอนฟันน้ำนมได้แบบไม่ลืมอยู่เนี่ย
“คุณพิระดา เชิญนั่งก่อนค่ะ ก่อนหน้าดิฉันแค่หยอกเล่นนะคะ คุณหมอเขาก็ดุไปตามประสานั่นแหละค่ะ ไม่มีอะไร”
“อ่า ค่ะ”
อยากกลับห้องจริง ๆ ไม่ล้อเล่น
ทว่าก็ทำได้เพียงถอดหน้ากากอนามัย เดินไปนั่งลงกับยูนิตทำฟัน เพียงแค่มันเอนองศาลงตามการปรับของคุณผู้ช่วย หญิงสาวก็อยากจะให้หมอฉีดยาสลบไปเลย ไม่อยากได้ยินเสียงเครื่องมืออะไรที่มันเข้ามาในปากทั้งนั้น
“ขยับศีรษะขึ้นมาอีกครับ”
ไม่ดุอะไรก่อน ถึงจะสุภาพทุกคำ แต่เสียงคุณหมอหนุ่มน่ากลัวมาก แม่จ๋า ช่วยหนูด้วย!
“พะ...พอไหมคะ”
“ครับ”
“...”
อีดอก หล่ออะ หล่อมากเลย มีเมียยังวะเนี่ย
“อ้ากว้างครับ”
“ค่ะ”
‘รัน ทพ.รชตะ ธรรมดำรงสกุล’ เจ้าของคลินิกทันตกรรมหรูที่เปิดหุ้นส่วนกับกลุ่มเพื่อนสมัยเรียน ขมวดเรียวคิ้วเข้าหากัน ยามลูกค้าเกือบจะคนสุดท้ายของวันนั้นส่งยิ้มหวานมาให้กันไม่หยุด
รวมถึงสิ่งที่อ้านั้นก็ไม่ใช่ปากแต่อย่างใด
“ผมหมายถึงปาก ไม่ใช่ขาครับ”
เฟียสจะบ้าตาย ไม่รู้ว่าตัวเองเผลอไปทำพฤติกรรมเช่นนั้นกับคุณหมอได้อย่างไร นอกจากจะโดนเขาดุตลอดการตรวจช่องปาก ยังได้ยินเสียงคุณผู้ช่วยซึ่งน่าจะสนิทกับชายหนุ่มหัวเราะคล้ายเอ็นดูกันด้วย
ก็หมอบอกให้อ้ากว้าง ตอนนั้นก็ทั้งกลัวทั้งเขินไง สมองมันเลยสั่งการมั่วซั่วไปหมด แต่ไปอ้าขาให้เขาแทนปาก ไม่โดนหมอบีบคอก็นับว่าโชคดีแล้ว
วันนี้เลยจบลงที่ทำเพียงแค่ตรวจสุขภาพช่องปาก แล้วพบว่าตัวเองมีฟันผุถึงสองซี่ ต้องขูดหินปูนก่อนทำการอุดฟันอีก
เรื่องราคาว่าหนักใจแล้ว แต่มันยังรวมไปถึงความกังวลของเธอด้วยที่ต้องกลับมาตามนัดอีกครั้ง ยังดีที่ตอนเข้าไปตรวจไม่ตื่นตระหนกจนฉี่ราด
แล้วบุพเพสันนิวาสหรืออะไรก็ไม่ทราบเนี่ย ให้เฟียสได้มาเจอกับทันตแพทย์ที่ดุขนาดนี้ ก่อนเดินออกมาจากห้องก็ลืมอ่านชื่อเขาด้วย ลงมาถึงชั้นล่างก็พบว่าเธอน่าจะเป็นลูกค้าคนสุดท้าย เพราะส่วนใหญ่คงจะมาเปลี่ยนสียางฟันกัน
เอาจริง ก็คิดอยากจะจัดฟันเหมือนกัน เพราะมันช่วยให้ยิ้มสวย ส่งเสริมบุคลิกภาพให้ดูดีและมีความมั่นใจขึ้นไปอีก
แต่แค่วิ่งหาค่าเทอมให้ทันก็เหนื่อยจะตายห่าอยู่แล้ว รู้แบบนี้ให้เสี่ยเลี้ยงตั้งแต่ปีหนึ่งก็ดี ทว่าก็กลัวสุ่มเจอแจ็กพอต เมียหลวงเขาตามเก็บจะทำยังไง ข่าวมีให้เห็นออกจะเยอะแยะ
“คุณหมอนัดอีกทีคือวันอาทิตย์นะคะ”
“ค่ะ” ไม่ได้อยากจะมาที่แห่งนี้อีกเลย แต่ท่องไว้ เพื่อความสบายใจของยายขวัญใจ และสุขภาพช่องปากของตัวเอง ฟันผุจะไปโทษใครได้ ทำตัวเองทั้งนั้น แล้วผุตั้งแต่อายุเลขสอง จะบ้าตาย
รับใบนัดมาจากพนักงานแล้วเสร็จ ก็ได้แต่เดินคอตกกับวันหยุดที่กำลังจะหมดไปเฉย ๆ แถมยังต้องมาหดหู่ใจกับการเจอทันตแพทย์แล้วโดนสวดเรื่องการดูแลรักษาฟันไปอีก
ก่อนเสียงท้องจะประท้วงขึ้นในตอนที่ก้าวพ้นประตูคลินิกหรู เป็นหมอฟันมันรวยขนาดนี้เลยเหรอวะ รู้งี้ตั้งใจสอบทุนเข้าเรียนคณะนี้ก็ดี แต่พอคิดว่าต้องยุ่มย่ามกับปากใครบ้างก็ไม่รู้ มันก็ไม่ใช่ทางอีเฟียสเลย ทั้งยังมีปมกับทันตแพทย์มาตั้งแต่เด็ก ๆ
ร่างสมส่วนเลยเลือกตรงไปยังคาเฟ่ที่อยู่ใกล้ ๆ เพื่อหาอะไรทานรองท้องไปก่อน รู้แหละว่าเมนูในนั้นกินข้าวไปได้ตั้งสองมื้อ แต่ได้ฮีลใจด้วยน้ำหวานอร่อย ๆ สักแก้วมันก็สามารถเปลี่ยนแบดเดย์ได้ไม่ใช่หรือ
ฉะนั้น “ช็อกโกแลตเย็นหวานร้อยค่ะ!”
“สวัสดีค่ะ ได้เลยค่ะ ลูกค้าจะรับอะไรทานเพิ่มคู่กันอีกไหมคะ”
“อืมมม เค้กส้มยูซุ 1 ค่ะ”
“หนึ่งชิ้นนะคะ”
“1 ปอนด์ค่ะ! ทานที่นี่”
พนักงานมีความตกใจกับการสั่งของคุณลูกค้าคนสวยอยู่มาก เนื่องจากคุณเธอนั้นมีขนาดร่างกายที่ผอมเพรียว เรียกได้ว่าหุ่นดีเลยแหละ ทว่ามันก็เป็นความประสงค์ของลูกค้า หล่อนจึงไม่ได้สอบถามอะไรเพิ่มเติม ก่อนจะต้องชะงักไปอีกครั้งตอนมีเสียงดุจากลูกค้าท่านถัดไป ซึ่งยืนล้วงกระเป๋ากางเกงเนื้อดีฟังบทสนทนามาตั้งแต่ต้น
“ก่อนออกมาผมอธิบายไปว่ายังไงครับ”
ไม่ใช่แค่พนักงานต้อนรับหรอกที่ตื่นตระหนก แต่มันรวมไปถึงเฟียสด้วย ตอนแรกคิดว่าตัวเองหลอนหรือเปล่า แต่พอหันไปเจอเขาเท่านั้นแหละ
ไอ้เหี้ย ใครวะ จู่ ๆ มาทำเสียงดุใส่กัน คนแค่จะสั่งของหวานกินเองไหม หรืออยากลัดคิว?
“คุยกับใครคะ”
“พิระดา ผ่องศรี ชื่อคุณหรือเปล่า”
“ใช่ไง ชื่อแม่ตั้งให้ ส่วนนามสกุลก็เป็นของพ่อเฮงซวย”
“งั้นก็เลือกใช้ชีวิตให้ดีกว่านี้ จะได้ไม่ซวยเหมือนนามสกุลที่คุณบอก”
“อ้าว เป็นใครเนี่ย อยู่ดี ๆ มาสอนกันโดยที่ไม่รู้จักมักจี้?”
“รัน รชตะครับ เป็นทันตแพทย์ ที่ตรวจช่องปากให้คุณพิระดาไปก่อนหน้า”
TBC.