เย็นนั้นเมื่อทานอาหารแล้วกฤติกาตัดสินใจบอกอัศราว่า
“นายคะไก่รู้สึกไม่ค่อยโอเคเลยค่ะ ถ้าจะขอกลับกรุงเทพฯ ก่อนจะเป็นไรไหมคะ”
เขามองหน้าเธอก่อนจะพูดว่า
“ไม่ว่าหรอก ผมก็อยากกลับเหมือนกันเอกสารการประชุมเราได้แล้ว ไปอ่านเองทีหลังก็คงได้”
อัศรายอมเสียเงินทิ้งค่าตั๋วขากลับที่จองไว้ก่อนหน้านี้และจองตั๋วใหม่ในเที่ยวบินพรุ่งนี้เช้า เมื่อถึงตอนเช้าทั้งเจ้านายและลูกน้องต่างอยู่ในความเงียบ เมื่อถึงดอนเมืองหญิงสาวขอแยกตัวกลับบ้านเงียบๆ ตามลำพังและเธอต้องช็อกซ้ำสองเมื่อเกศราตัดสินใจเล่าเรื่องทั้งหมดให้เธอฟังในเย็นวันนั้น
เธอมองน้องสาวที่ร้องไห้เงียบๆ เมื่อพูดถึงเหตุการณ์คืนนั้นอีกครั้ง
“ทำไมหน่อยไม่บอกพี่เราจะได้หาทางแก้ไข” เธอพลอยร้องไห้ไปกับน้องด้วย กฤติกาไม่คิดว่าสิ่งที่น้องเจอมามันเลวร้ายถึงขั้นนั้น เธอเคยเข้าใจแค่ว่าเกศราอาจจะมีความรักในวัยเรียนที่ไม่ได้จริงจังต่อกัน แต่ไม่ใช่การเข้าไปเป็นเหยื่อในการค้ามนุษย์แบบนี้และลูกค้าคนนั้นก็คือเจ้านายของเธอเอง
“หน่อยไม่แน่ใจ หน่อยไม่มีหลักฐานอะไรว่าเป็นเขา แต่พอเห็นสร้อยเส้นนั้นที่พี่ซื้อให้หน่อยก็เลยแน่ใจ” เกศราทั้งกลัวทั้งกังวล เธอกลัวว่าอัศราอาจจะมาแย่งลูกไปจากเธอ
“ถ้าเราไม่ยอมรับเขาก็ทำอะไรไม่ได้ ถ้าเราไม่ยินยอมให้ตรวจดีเอ็นเอเขาก็ยิ่งไม่มีสิทธิ์ทำอะไร เด็กนอกสมรสเป็นสิทธิ์ของแม่ร้อยเปอร์เซ็นต์” กฤติกาพูดดวงตาเธอวาวโรจน์ ทำไมผู้หญิงจะต้องเป็นฝ่ายที่เสียใจอยู่ร่ำไปเธอจับมือน้องสาวไว้
“ไม่เป็นไรนะหน่อยไม่ต้องกลัว พี่จะลาออกจากงานจะขายบ้านหลังนี้ เราจะย้ายบ้านกัน”
วันรุ่งขึ้นกฤติกาไปหาบ้านเช่าหลังใหม่โดยที่มีเกศราไปด้วย ส่วนก้องเกียรติอาสารับหน้าที่เก็บของ เมื่อพวกเธอออกจากบ้านไปไม่ถึงชั่วโมงอัศราขับรถมาจอดที่หน้าบ้าน
“พี่ลูกไก่กับพี่หน่อยไม่อยู่ครับเห็นว่าไปซื้อของ พาเชอรี่ไปด้วยครับพี่” ก้องเกียรติพูดด้วยสีหน้าไม่บ่งบอกอารมณ์ทั้งที่ในใจเด็กหนุ่มโมโหคนตรงหน้ามาก
“ไม่เป็นไร พี่ซื้อขนมมาฝากเอาไปกินนะ” อัศราไม่ขอเข้าบ้านในเมื่อคนที่เขาอยากพบไม่อยู่ ชายหนุ่มคิดในใจว่ารอพรุ่งนี้ก็ได้ หรือว่าเขาน่าจะสารภาพผิดกับกฤติกาก่อนดี เขาคิดทบทวนในใจเผื่อจะผ่อนหนักเป็นเบา
ก้องเกียรติรับถุงขนมที่อัศราส่งมาแต่เมื่อชายหนุ่มกลับออกไปมันก็ลงไปอยู่ในถังขยะ จากนั้นเด็กหนุ่มรีบเข้าไปจัดการเก็บข้าวของต่อ มีแม่บ้านช่วยทำหนึ่งคนทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยภายในเวลาไม่กี่ชม.
###############
กฤติกาตกลงใจเลือกบ้านหลังใหม่เป็นบ้านย่านชานเมืองมีพื้นที่กว้างกว่าหลังแรก ราคาที่ดินยังไม่แพงมากเธอและน้องชอบเพราะมีบ้านใหญ่หนึ่งหลังและบ้านเล็กสไตล์สตูดิโดอีกหนึ่งหลัง มีที่ปลูกต้นไม้ ตัวบ้านอยู่ห่างจากรั้วพอสมควรเจ้าของบ้านเป็นหญิงวัยกลางคนที่ถูกชะตากับสองสาวและน้องเชอรี่เป็นพิเศษ
“บ้านนี้จริงๆ ป้าตั้งใจทำเป็นเรือนหอลูกชายน่ะหนูไก่ แต่ว่าที่เจ้าสาวเสียชีวิตไปก่อนไม่ได้เสียที่นี่นะลูก ถ้าพวกหนูไม่กลัวป้าให้ราคาพิเศษเลย” นางดารารัตน์รู้สึกชอบสองสาวมาก และอีกเหตุผลหนึ่งคือพอรู้ว่ามันเป็นอดีตเรือนหอที่เจ้าสาวเสียชีวิตไปก่อน คนที่อยากซื้อก็ถอดใจทุกรายแต่จะให้นางไม่บอกก็คิดว่าไม่ดี คุยกันตรงๆ แต่แรกสบายใจที่สุด
“ไม่กลัวหรอกค่ะคุณป้า เราไม่มีเจตนามาทำให้บ้านเสียหาย ไม่น่าจะมีใครถือโทษโกรธเคือง” ทุกที่ล้วนมีคนตายทั้งนั้น กฤติกาไม่ได้คิดว่าตัวเองเก่งกว่าใครแต่เธอเชื่อว่าหากเราเคารพสถานที่ ต่างคนต่างอยู่ก็ไม่น่ามีปัญหา
นางดารารัตน์ตกลงใจขายบ้านให้เธอในราคาที่ลดไปอีก 50% เธอจัดการทำสัญญาในวันนั้นทันทีเพราะต้องการย้ายออกให้เร็วที่สุด กว่าจะเสร็จเรื่องที่กรมที่ดินเธอก็ออกมาพร้อมกับที่ได้เวลาปิดทำการของทางราชการ
กฤติกาแวะส่งเกศราที่บ้านเพื่อให้จัดการของที่เหลือ ประกอบกับน้องเชอรี่เริ่มงอแงแล้ว จากนั้นเธอตรงไปที่บริษัทอัศราดูโฮมเพื่อเขียนใบลาออก
เธอไปถึงตอนเย็นมาก พนักงานน่าจะกลับเกือบหมดแต่เธอเห็นรถของอัศรายังอยู่ หญิงสาวชะงักเมื่อรถอีกคันที่จอดเธอจำได้ดีว่าเป็นรถยนต์ของสมิติ
หญิงสาวเดินขึ้นสำนักงานเงียบๆ จนถึงห้องทำงานของอัศรา ประตูแง้มไว้ปิดไม่สนิทนัก กฤติกายอมเสียมารยาทมองลอดเข้าไปเห็นสมิติอยู่ในนั้น เขากำลังคุยกับอัศราจริงๆ
“ผมไม่ช่วยเฮียแล้วนะโทษที ผมไม่อยากให้ลูกไก่โกรธผมถ้ารู้ว่าที่ผ่านมาผมช่วยเธอแทนเฮียมาตลอด”
“ไอ้ฮานมึงจะหนีเอาตัวรอดคนเดียวได้ยังไง” เสียงสมิติแทรกขึ้นมา
“เฮียเข้าใจไหมว่าน้องของลูกไก่นั่นเมียผม ผมเล่นตามเกมเฮียไม่ได้แล้วผมต้องเอาลูกเมียผมคืนมา ถ้าลูกไก่รู้ว่าบ้านที่อยู่นั่นบ้านเฮียขายให้เขาถูกๆ เขาต้องโกรธผมแน่ เฮียมีอะไรทำไมไม่คุยกับเขาเองอยู่กันมาตั้งหลายปีคุยกันตรงๆ ไม่ได้เหรอ”
“ฉันคุยไม่ได้ตอนนี้ลูกไก่ไม่เข้าใจว่าทำไมฉันถึงพยายามให้เขาพิสูจน์ตัวเอง ฉันอยากให้คนอื่นนับถือเขาด้วยความสามารถของเขาเอง ไม่ใช่เพราะว่าเขาเป็นเมียฉัน” สมิติแย้ง
“แล้วถ้าวันนึงลูกไก่เขาขึ้นมายืนอยู่ในจุดที่ไม่น้อยหน้าใคร แต่ความพยายามพวกนั้นเขาไม่ได้ทำเพื่อเฮีย เขาไม่ได้ต้องการไปอยู่ข้างเฮียอีกแล้วเฮียจะทำไง ความรักมันคือการเดินไปด้วยกันไม่ใช่เหรอผมโคตรไม่เข้าใจเฮียเลยบอกตรงๆ” คำถามของอัศราทำให้สมิติเงียบ