ตอกย้ัำความจริง

1168 คำ
อัศราและกฤติกาไปถึงโรงแรมที่ใช้เป็นที่สัมมนาในตัวเมืองเชียงใหม่บ่ายวันรุ่งขึ้น การประชุมจะเริ่มในวันต่อไป ก่อนจะแยกย้ายเข้าห้องพักเจ้านายหนุ่มบอกเธอว่า “ผมต้องไปธุระ เย็นนี้ลูกไก่หาอะไรทานเลยนะจะลงไปข้างล่างหรือสั่งมาข้างบนก็ได้ลงบัญชีได้เลยเดี๋ยวผมมาเคลียร์เอง หรือว่าอยากทานอะไรพิเศษเก็บบิลไว้เบิกได้” ท่าทางเขารีบร้อนจนเธอไม่กล้าถามมาก กฤติกาได้แต่รับปากแล้วมองตามอัศราที่แยกเข้าห้องพักตัวเองไป คืนนี้มีงานเลี้ยงต้อนรับที่ทางสมาคมฯ จัดไว้ให้ผู้เข้าร่วมประชุมทุกคนลงไปร่วมสังสรรค์ได้ กฤติกาแต่งตัวด้วยชุดเดรสแบบกึ่งทางการลงไปร่วมงาน จุดประสงค์ของเธอเพียงแค่ต้องการลงไปหาอะไรทานและตั้งใจจะรีบกลับขึ้นห้องมาพักผ่อน “ลูกไก่ทางนี้” ญาณินโบกมือเรียกเพื่อน เธอมาในฐานะตัวแทนบริษัทของบิดามารดาจึงได้พบกันโดยบังเอิญ กฤติกาเดินเร็วๆ มาหาเพื่อน เธออุ่นใจขึ้นที่พบญาณินในงาน “โชคดีจังที่เจอนิน เรานึกว่าจะไม่เจอใคร” “มีโต๊ะนั่งรึยังลูกไก่ นั่งกับเราไหมเราก็มาคนเดียว” ญาณินเองก็รู้สึกไม่ต่างกัน สองสาวพากันไปตักอาหาร ในงานจัดเลี้ยงแบบบุฟเฟ่ต์เมื่อได้อาหารพอแล้วจึงพากันกลับมานั่งคุยกันที่โต๊ะ พวกเธอแทบไม่ได้สนใจใครในงาน จนกระทั่งพิธีกรในงานพูดขึ้นว่า “ขอเชิญคุณสมิติประธานบริษัทเอสเอ็มคอนสตรัคชั่นขึ้นมากล่าวเปิดงานด้วยครับ” กฤติกาหันขวับไปมองเธอไม่คิดว่าจะเจอสมิติที่นี่ เขาดูสูงสง่าในชุดสูททางการ แสงไฟจับที่ร่างเขาจนดูเหมือนออร่าเปล่งประกาย สมิติคนที่อยู่บนเวทีไม่เหมือนคนที่เคยอยู่กับเธอมาหลายปี และยิ่งดูห่างไกลตอกย้ำคำว่าคนละชั้นให้เธอรู้สึก “เฮียหมิงนี่ วันนี้หล่อจัง” เสียงญาณินทำให้เธอหันมามอง เพื่อนสาวจึงพูดต่อ “เฮียหมิงเป็นชื่อที่เพื่อนๆ รุ่นน้องของเขาเรียกน่ะ เพื่อนในคลาสป.โทของเราเป็นรุ่นน้องของเขา” ญาณินพูดตามที่รู้มาเธอเองก็เคยพบสมิติแค่ผ่านๆ ตามงานสังคม แต่ไม่ได้สนิทสนมเป็นการส่วนตัว เธอรู้แต่ว่าเขาสนิทกับชานนท์ลูกชายเพื่อนแม่และเป็นเพื่อนในคลาสเดียวกับเธอ กฤติกาหันกลับมาสนใจอาหารตรงหน้า “แล้วเรียนป.โทสนุกไหม เผื่อฉันอยากไปเรียนมั่ง” เธอเปลี่ยนเรื่องคุยกับเพื่อนสาว “ฮื่อ ไปสิถ้าลูกไก่ไปเรียนต้องได้เกียรตินิยมแน่ๆ เรารับรอง” ญาณินกระตือรือร้น หากชวนกฤติกาไปเรียนได้ถึงจะคนละปีการศึกษาแต่ก็ยังดี เผื่อมีโอกาสเจอกันบ้างที่คณะ เธอทั้งสองคนคุยกันจนอิ่มจึงชวนกันแยกย้าย ญาณินถูกผู้ใหญ่ในงานคนหนึ่งเรียกคุย กฤติกาจึงขอตัวขึ้นห้องพักเธอกำลังจะเดินออกจากห้องจัดเลี้ยง แต่หางตาเห็นร่างชายหญิงคู่หนึ่งคุยกันอยู่ในมุมอับสายตา ท่าทางเหมือนกำลังโอบกอด กฤติกาไม่อยากเสียมารยาทแต่เธอหันหน้ากลับไม่ทัน หญิงสาวตัวแข็งเมื่อเห็นว่าคนคู่นั้นคือสมิติกับหญิงสาวสวยจัดคนหนึ่งที่ค่อนข้างมีชื่อเสียงในวงการ กฤติกาจำได้ว่าเธอเป็นประธานบริษัทหนึ่งในเครือของเอสเอ็มกรุ๊ปนั่นเอง สมิติและเธอคนนั้นหันมาเห็นเธอ เขาทำหน้าตกใจแต่กฤติกาพึมพำขอโทษก่อนจะรีบเดินเร็วจนกลายเป็นวิ่งมากดลิฟท์ขึ้นห้องพัก เมื่อเข้าห้องได้หญิงสาวกดล็อกห้องและใส่กลอนยืนพิงหลังบานประตู น้ำตาไหลรินช้าๆ เธอถามตัวเองว่าร้องไห้ทำไม เพราะเธอไม่ใช่คนสำคัญอีกแล้ว หรือว่าเยื่อใยที่เคยคิดว่ายังมีเหลือมันถูกหั่นจนขาดสะบั้นไปหมดแล้วจริงๆ เธอไม่รู้ว่าด้านหน้าห้อง สมิติยืนอยู่ตรงนั้นเขากำลังจะยกมือขึ้นเคาะประตู แต่สุดท้ายเขาเปลี่ยนใจเดินกลับไปตามทางที่เดินมาเงียบๆ ############# เช้าวันรุ่งขึ้นทั้งกฤติกาและอัศราต่างจมอยู่กับความคิดของตัวเองจนแทบไม่ได้คุยกัน กฤติกาบังคับตัวเองให้สนใจอยู่กับเนื้อหาการสัมมนา ส่วนอัศราหมกมุ่นอยู่กับสิ่งที่ได้เขาได้รู้เมื่อวานบ่าย ในตอนเช้าวานนี้ตอนที่เขาไปรับกฤติกาที่บ้านเพื่อมาสนามบิน ในช่วงที่รอเธอลงมาจากชั้นบนเขาพบเกศราที่กำลังทำข้าวบดให้น้องเชอรี่ ชายหนุ่มจึงทดสอบเธอด้วยการเอาสร้อยทองเส้นนั้นให้เธอดู มันมีจี้พระจันทร์ติดอยู่เขาแกล้งถามว่าหากซื้อสร้อยนี้เป็นของขวัญให้น้องสาว ผู้หญิงสาวๆ จะชอบไหม ชายหนุ่มเห็นเกศราหน้าถอดสีเมื่อเห็นสร้อยเส้นนั้น เขาจึงแน่ใจว่าเธอจำได้ว่าเป็นของตัวเองที่ทำตกไว้บนที่นอน เมื่อมาถึงเชียงใหม่ส่งกฤติกาเข้าที่พักแล้ว อัศราขับรถที่เช่ามาไปลำปาง เขาตรงไปที่ร้านเหล้าที่เขาไปมาเมื่อปีก่อน เค้นเจ้าของร้านให้ตามเด็กเชียร์เบียร์คนนั้นมาพบเขาให้ได้ จนได้คำตอบจากเพื่อนของเกศราว่าคนที่อยู่กับเขาในคืนนั้นคือน้องสาวของกฤติกาจริงๆ และเขามั่นใจมากว่าน้องเชอรี่คือลูกสาวของเขาเอง เพื่อนของเกศราสารภาพสิ้นว่าเกศราไม่ได้รับงานพิเศษ เธอแค่มาทำงานแทนคนที่ขาดตามคำเกลี้ยกล่อมของเพื่อนและเจ้าของร้าน และเจ้เจ้าของร้านรับสารภาพว่าไม่ได้เอาค่าตัวแบ่งให้เด็กสาวเลย เงินสองหมื่นที่เขาจ่ายเจ้าของร้านเอาไปแบ่งกับเพื่อนของเธอคนละครึ่ง อัศรายอมรับว่าโมโหแต่เขาไม่รู้จะเอาผิดพวกนี้ได้อย่างไร เพราะคนที่ผิดที่สุดในเหตุการณ์นี้คือตัวเขาเอง ชายหนุ่มไม่รู้จะเริ่มต้นตรงไหน ไม่รู้จะบอกพ่อแม่ตัวเองอย่างไรว่าไปทำเด็กสาวคนนึงท้องและเธอต้องเผชิญปัญหาต่างๆ มากับครอบครัวของเธอเอง โดยที่เขาไม่ได้มีส่วนดูแลอะไรเลย เขาเองที่เป็นคนทำลายอนาคตของเกศรา เด็กสาวอายุสิบเก้าที่กำลังเรียนปวส.ปีที่สองต้องลาออกกลางคันเพื่อมาอุ้มท้องลูกของเขา ความรู้สึกผิดนี้ทำให้เขาแทบไม่กล้ามองหน้ากฤติกาเต็มตา
อ่านฟรีสำหรับผู้ใช้งานใหม่
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    ผู้เขียน
  • chap_listสารบัญ
  • likeเพิ่ม