กลิ่นไวน์แดงและมักกะโรนีอบชีสร้อน ๆ ยังลอยอยู่ในอากาศ เขมจิรานั่งชันเข่าบนโซฟา ผ้าห่มคลุมครึ่งตัว ผมยาวสยายอยู่บนเบาะนุ่ม ๆ ขณะดูหนังคนเดียว เพราะคนที่นั่งอยู่ข้างกันนั้น จดจ่ออยู่กับจอไอแพดบนโต๊ะกาแฟ ไม่พูดไม่จา มีเพียงเสียงเลื่อนปากกาดิจิทัลเป็นระยะ “ปราบ…” เธอเรียกเขาเสียงอ่อน “หืม?” เขาเงยหน้าขึ้นจากจอ หันมาสบตาเธอที่กำลังยิ้มมุมปาก ดวงตาเป็นประกายแบบที่ไม่ได้เห็นมานาน “ฉันรู้แล้วว่าตัวเองอยากทำอะไร” เสียงเธอแน่วแน่ อย่างน่าประหลาดใจ “หือ?” เขาเลิกคิ้ว รอฟัง เขมจิราหยิบแก้วไวน์ขึ้นจิบ แล้วพูดต่ออย่างใจเย็น “ฉันจะกลับไปทำเพลง แต่ไม่ใช่ในฐานะนักร้อง” เธอเว้นจังหวะก่อนจะพูดต่อ “ฉันอยากเป็นคนเบื้องหลัง อยากเป็นนักแต่งเพลง อยากเป็นโปรดิวเซอร์ ด้วยนามแฝงของฉันเอง” เธอยิ้มตาหยี คุณปราบวางปากกา หันตัวมาเต็มตัว “ถ้าอยากทำเพลง ทำไมไม่กลับไปเป็นนักร้องอีกล่ะ?” เขาถาม ตรง ๆ อย่างเคย เธอส่าย

