10 ข่มขู่

2060 คำ
หนึ่งเดือนผ่านไปอย่างเงียบงัน และเขาก็ไม่ได้กลับมาอีกเลย ตั้งแต่คืนนั้น วันที่เขามาส่งเธอที่คอนโด เขมจิราก็ไม่เห็นแม้แต่เงาของเขาอีกเลย ไม่ข้อความ ไม่โทรศัพท์ ไม่แม้แต่เสียงแจ้งเตือนว่าเขาเคลื่อนไหวอะไร แต่เธอก็ไม่ได้รู้สึกว่า ‘มันขาดหาย’ ตรงไหน ชีวิตของเธอยังคงดำเนินต่อไปอย่างเรียบง่ายแต่หรูหรา ตื่นสาย กินของอร่อย แพงและต้องจองล่วงหน้า ช้อปปิ้งแทบทุกวัน ไม่ว่าจะที่ห้างหรือบูติกเงียบ ๆ ตามซอย และทุกอย่าง เธอรูดผ่านบัตรของเขาอย่างหน้าตาเฉย เขาไม่มาหา เธอก็ไม่ถามถึง เหมือนทั้งคู่ตกลงกันโดยไม่ต้องพูดอะไร เพราะสุดท้าย เธอเองก็เคยอยู่มาได้โดยไม่มีเขาเป็นสิบ ๆ ปี เดือนเดียวไม่มีอะไรให้สะเทือนใจหรอก จะให้เธอทำยังไงล่ะ ทนคิดถึงคนที่เคยทำร้ายเธอ ไม่มีทาง เขมจิรากำลังอยู่ในช่วง “ว่างงาน” อย่างเต็มรูปแบบ และเชียงใหม่ก็เริ่มจะน่าเบื่อขึ้นทุกที ผับบาร์ร้านลับร้านดังในเมือง เธอไปมาหมดแล้ว ร้านขนม คาเฟ่ แกลเลอรี่ หรือแม้แต่ร้านไวน์ลับ ๆ ที่คนในวงการรู้จักกัน เธอรู้จักทุกเมนูโดยไม่ต้องเปิดเมนูดูด้วยซ้ำ เธอเลยตัดสินใจบินกลับกรุงเทพ เพื่อเติมความระยิบระยับให้ชีวิต และเย็นวันนี้ เธอกำลังนั่งอยู่กับกลุ่มเพื่อนสนิทที่ทองหล่อ บาร์ประจำที่เต็มไปด้วยคนรู้จัก และคนที่อยากรู้จัก เสียงเพลงแจ๊สเบา ๆ คลออยู่กลางบาร์แบบโมเดิร์น-เรโทรที่ถูกตกแต่งด้วยไฟ warm tone ทำให้บรรยากาศเหมือนกำลังนั่งอยู่ในหนังยุค 80 ที่ยังทันสมัย เขมจิราเอนตัวพิงพนักเก้าอี้ทรงสูง เบือนหน้ากลับไปยกแก้วไวน์ขาวขึ้นจิบช้า ๆ ริมฝีปากของเธอแตะคริสตัลใสขณะดวงตายังเหลือบมองกระจกเงาตรงผนัง สวย ไม่สั่นไหวเหมือนผู้หญิงที่เพิ่งได้รับอิสรภาพ จากความรักที่เธอไม่แน่ใจว่าอยากกลับไปไหม “ยัยเขม แกนี่มันแน่มาก” เสียงของเลย์ญาเพื่อนสาวที่สนิทกันมาตั้งแต่สมัยเรียนประถมดังกระแทกขึ้นอย่างขำ ๆ “ให้แฟนเก่าที่แกแต่งเพลงด่าทุกอัลบั้มมาปลดหนี้ให้ แถมตอนนี้ยังใช้เงินเขาอยู่ทุกวันอีก สุดยอดจริง ๆ!” เสียงหัวเราะของกลุ่มเพื่อนดังขึ้นทันที ก่อนเดียน่าเพื่อนอีกคนจะเสริมด้วยน้ำเสียงกลั้วแอลกอฮอล์นิด ๆ “แล้วแกจะอยู่ที่กรุงเทพนานไหม? หรือจะบินกลับไปหาแฟนเก่าบนเขาอีก?” เขมจิราแค่นหัวเราะเบา ๆ พลางยักไหล่ “ไม่รู้ ขี้เกียจมาก ตอนนี้ยังไม่คิดอะไรทั้งนั้น” “พูดก็พูดเถอะนะ” เสียงของเลย์ญาดังขึ้นอีกครั้ง ขณะเพื่อนสาวอีกสองคนกำลังหัวเราะอยู่กับแชมเปญในมือ “ฉันตกใจมาก ที่แกไม่สู้คดีอะไรเลย กับข่าวที่ผ่านมาน่ะ” เธอมองหน้าเขมจิราอย่างคาดคั้น แม้ใบหน้าจะมีเครื่องสำอางเต็ม แต่แววตานั้นจริงจัง “จู่ ๆ แกก็ยอมรับผิด ยอมจ่ายทุกอย่าง แล้วก็หายไปเงียบ ๆ มันโคตรไม่เหมือนแกเลย แล้วตอนนี้กลับมา พร้อมบอกว่าใช้หนี้หมดแล้วแบบหน้าตาเฉยอีก” เธอเว้นวรรคหอบหายใจ ก่อนจะเอื้อมมือมาแตะแขนเพื่อนรักเบา ๆ “แกกำลังทำอะไรอยู่กันแน่ เขม บอกพวกฉันได้ไหม?” เขมจิราไม่ได้ตอบในทันที เธอหยิบบุหรี่ขึ้นมาจุด สูดลมหายใจเข้าอย่างเงียบงัน แล้วปล่อยควันสีเทาอ่อนให้ลอยขึ้นเหนือแสงไฟสีอำพันในบาร์ ควันนั้นพริ้วอย่างช้า ๆ เหมือนจะพาอดีตล่องลอยขึ้นไปพร้อมกัน “ที่ฉันยอม” เธอพูดขึ้นในที่สุด “ก็เพราะรู้ดีว่าต่อให้ออกมายืนยันความจริงแค่ไหน คนที่มันตั้งใจจะลากฉันลง มันไม่มีวันหยุดง่าย ๆ หรอก” เธอหันกลับไปสบตาเลย์ญา ริมฝีปากยกยิ้มจาง ๆ ที่แฝงด้วยความเจ็บปวด “ฉันเลยต้องยอม เพื่อให้มันตายใจว่ามันชนะแล้วจริง ๆ และตอนนี้ฉันก็แค่ ต้องมานั่งดูว่า ใครกันแน่ที่อยู่เบื้องหลังเรื่องทั้งหมด และมันต้องการอะไรกันแน่” “งั้นแสดงว่าแกสงสัย ครอบครัวแฟนเก่า?” เดียน่าขมวดคิ้วเล็กน้อย ก่อนเอ่ยเสียงเบา“แกเลยต้องกลับไปที่นั่น เพื่อหาความจริงใช่ไหม?” เขมจิรากระตุกคิ้วขึ้นน้อย ๆ ก่อนจะพ่นควันบุหรี่อีกระลอกออกมาทางมุมปาก พร้อมเสียงหัวเราะในลำคออย่างเหยียดหยาม “จากที่ฉันเห็น ไลลาน้องสาวฉันต้องเจออะไรมาบ้าง ตั้งแต่แต่งเข้าไปอยู่ในตระกูลนั้น”เลย์ญาหยุด สูบลมหายใจเข้าลึก ๆ แล้วพูดต่อ “ฉันบอกได้คำเดียวว่า อยากให้แกอยู่ให้ห่าง ๆ จะดีกว่า แกอุตส่าห์หนีออกมาได้ขนาดนี้แล้ว เขม แกจะกลับไปอีกทำไม มันไม่คุ้มที่จะเสี่ยงเลยนะ” เลย์ญาพูด น้ำเสียงสั่นนิด ๆ อย่างห่วงใยจนกลั้นไม่อยู่ เดียน่าก็พยักหน้า สายตาคล้ายจะเปล่งประกายความกลัวออกมาอย่างชัดเจน “นั่นสิ ฉันคิดว่า ต่อให้แกเก่งแค่ไหน แกก็ไม่ทันเกมพวกเขาหรอก ดูไลลาน้องสาวเลย์สิ เก่งจิตวิทยาขนาดนั้น ยังแทบไม่รอด” เขมจิราพ่นลมหายใจเบา ๆ ก่อนจะกดปลายบุหรี่ลงในที่เขี่ย ไฟแดง ๆ ดับวูบลงท่ามกลางเสียงซ่าเบา ๆ “แต่ฉันกับไลลา เราไม่เหมือนกัน” เธอพูดชัดถ้อยชัดคำ “แน่นอนว่า ไลลาเก่งมากที่เอาตัวรอดจากตระกูลนั้นมาได้ แต่ฉันไม่ใช่ไลลา ฉันมีแต้มต่อกว่าเยอะมาก” เธอเท้าแขนลงบนโต๊ะ แล้วโน้มตัวเข้ามาหาเพื่อนสองคนที่เงียบกริบ “ฉันรู้จักทุกคนในบ้านนั้นดี ฉันรู้จุดอ่อนของพวกเขา และที่สำคัญ ฉันรู้ว่าต้องเล่นเกมยังไงให้รอดจากตระกูลนั้น” เธอเว้นวรรค ริมฝีปากคลี่ยิ้มบาง ๆ เหมือนคนที่กำลังเล่นไพ่ แต่ยังไม่ยอมเปิดไพ่ในมือ “เพราะฉันต่างจากไลลา เธอเริ่มจากศูนย์ แต่ฉันเริ่มจากสิบ ยี่สิบด้วยซ้ำ ฉันย่อมมีภาษีดีกว่าอยู่แล้ว” เลย์ญาเบิกตาเล็กน้อย ก่อนจะพูดเสียงแผ่ว “สรุปคือ แกก็เลือกจะกลับเข้าไปในวังวนตระกูลนั้นอีกครั้ง” เขมจิรายิ้มอย่างเงียบ ๆ “ฉันไม่มีทางเลือกมากนักหรอก เพราะฉันเป็นคนเริ่มหมากตานี้ตั้งแต่เมื่อสิบปีก่อน มันก็ควรจะเป็นฉัน ที่ต้องจบมันด้วยตัวเอง” เสียงของเธอไม่ได้สั่น แต่ในดวงตากลับเต็มไปด้วยไฟลุกโชนของผู้หญิงที่ตัดสินใจแล้ว “ฉันหนีมานานมากพอแล้วตอนนี้ ถึงเวลาที่ฉันต้องกลับไปแล้วล่ะ อะไรที่มันได้มาง่าย ๆ ก็จากไปง่าย ๆ พวกเธอก็รู้” บรรยากาศในบาร์เงียบลงทันทีเหมือนมีอะไรบางอย่างหยุดเวลาไว้ชั่วขณะ จนกระทั่งเสียงของเดียน่าดังขึ้นอย่างอ่อนโยนแต่ว่าจริงจัง “ฉันไม่รู้หรอกนะ ว่าตอนที่แกย้ายไปเรียนมัธยมปลายที่เชียงใหม่ แล้วแกไปตกลงอะไรไว้กับคุณหญิงวรรณา ทำไมจู่ ๆ แกถึงกลับมาในฐานะนักร้องดัง” เธอมองหน้าเขมจิรา ด้วยดวงตาที่เต็มไปด้วยความเป็นห่วงแบบไม่ต้องพูดเยอะ “ฉันไม่รู้ว่าแกไปทำสัญญาอะไรไว้ แต่รู้อะไรไหม เราสองคนอยู่ข้างแกเสมอ ต่อให้คนทั้งโลกบอกว่าแกผิด พวกฉันก็จะยังอยู่ข้างแกอยู่ดี แกรู้ใช่ไหม?” เขมจิราไม่ได้ตอบในทันที แต่เพียงพริบตาเดียว น้ำตาที่เธอเคยห้ามไว้ก็คลอขึ้นอย่างห้ามไม่ได้ มือของเลย์ญาเอื้อมมาบีบมือเธอเบา ๆ มือของเดียน่าก็แตะหลังเธออย่างเงียบ ๆ ไม่มีเสียงปลอบ ไม่มีคำหวาน แค่การอยู่ตรงนั้นก็พอแล้ว เขมจิราเงยหน้าขึ้น พ่นลมหายใจแรง ๆ กลืนทุกอย่างกลับลงไปในอก ก่อนจะพูดอย่างชัดเจน เสียงนิ่ง แต่สั่นน้อย ๆ อย่างน่ากลัว “ขอบใจนะ แต่ตอนนี้ ฉันไม่ต้องการคนสงสาร ฉันต้องการคนที่กล้าเดินไปกับฉัน แม้ทางข้างหน้าจะมีแต่ไฟ ฉันก็ต้องเดินฝ่ามันเข้าไป” ทองหล่อ 01.12 น. ล็อบบี้ของโรงแรมหรูยังคงเปิดไฟสลัวต้อนรับแขกยามดึกอย่างสงบ พนักงานหนุ่มในยูนิฟอร์มเรียบกริบยิ้มอย่างมืออาชีพเมื่อหญิงสาวในชุดเดรสสายเดี่ยวสีดำเดินเข้ามาด้วยท่าทีเซเล็กน้อยจากฤทธิ์แอลกอฮอล์ “ห้อง 2314 นะครับคุณเขมจิรา?” “ค่ะ” เธอรับคีย์การ์ดมาแล้วพยักหน้าเบา ๆ เสียงส้นรองเท้ากระแทกพื้นหินอ่อนเบา ๆ ขณะเธอก้าวเข้าไปในลิฟต์ กระจกเงาภายในสะท้อนภาพของหญิงสาวที่ดูเหมือนจะเหนื่อยมากกว่าจะเมา ปลายนิ้วของเธอแตะปุ่มหมายเลขชั้นอย่างเชื่องช้า ลิฟต์ปิดลงโดยไม่มีใครตามเข้ามา แต่ก่อนที่ประตูลิฟต์จะปิดสนิท เธอเห็นเพียงเงาของใครบางคนเดินเข้ามายังล็อบบี้อีกฝั่ง เสี้ยววินาทีที่แสงจากเคาน์เตอร์สะท้อนแวบผ่านผ้าคลุมไหล่สีดำ และหมวกแก๊ปที่ปิดหน้าคนคนนั้นไว้จนมิด เขมจิราขมวดคิ้วอย่างไม่รู้ตัว ก่อนสายตาจะเบือนลงมองปลายเท้าตัวเองที่กำลังรู้สึกไม่มั่นคงมากขึ้นเรื่อย ๆ ชั้น 23 โถงทางเดิน ประตูลิฟต์เปิดออกพร้อมเสียง ‘ติง’ เบา ๆ เขมจิราเดินออกมาช้า ๆ ด้วยท่าทีที่เริ่มเงียบขรึมกว่าเดิม แต่ยังไม่ทันที่เธอจะก้าวพ้นทางเดินไปได้ถึงครึ่ง เสียง ‘ตึง ตึง ตึง’ ของฝีเท้าก็ปรากฏขึ้นที่ทางเดินด้านหลัง ตอนแรกเธอคิดว่าอาจเป็นแขกอีกคน แต่เสียงฝีเท้านั้น ไม่ได้ไกลออกไปตามเวลา มัน ‘ตามมา’ ด้วยจังหวะสม่ำเสมอ หนักแน่น และชัดเจนเหมือนจงใจให้ได้ยิน เธอหันหลังกลับในทันที ทางเดินยาวว่างเปล่า เงาสีทองจากไฟดาวน์ไลท์ทอดบนพื้นหินเงาวับ ไม่เห็นใครเลย แต่หัวใจของเธอกลับเริ่มเต้นรัวขึ้นอย่างควบคุมไม่ได้ เธอเร่งฝีเท้า ควักคีย์การ์ดจากกระเป๋า แต่เหมือนมือจะสั่นจนหยิบผิดช่องไปหมด คีย์การ์ดตกหนึ่งรอบ ต้องหยิบขึ้นมาใหม่ เสียงฝีเท้าเงียบไปแค่สองวินาที ก่อนจะกลับมาดังขึ้นกว่าเดิม เหมือนกำลัง ‘วิ่ง’ มาหาเธอ “เหี้ย…” เขมจิราสบถในลำคอ มือพยายามแตะคีย์การ์ดกับประตูห้อง แต่ไฟแดงกะพริบขึ้นทันที พร้อมเสียง ‘ติ๊ด’ ที่ไม่ได้เปิดประตู และในวินาทีนั้นเอง มือใหญ่ หยาบ และเย็นเฉียบพุ่งมาคว้าข้อมือเธอจากด้านหลังอย่างแม่นยำ “อึก!!” เธอร้องออกมา แต่เสียงถูกปิดด้วยฝ่ามือหนาบีบปิดปากจนแน่น กลิ่นมือของมันเหม็นอับคล้ายเหงื่อและหนังสัตว์ชื้น เสียงหายใจของมันดังฟืดฟาดอยู่ข้างหู “อย่ายุ่งกับวิรงคพิทักษ์ ถ้าไม่อยากตายแบบไม่มีใครหาเจอ” เสียงมันแหบลึกจนเหมือนกระดูกที่ถูกบดในคอ เธอดิ้นสุดแรง แต่แขนอีกข้างของมันล็อกคอเธอไว้อย่างแม่นยำ ไม่ได้บีบแรงพอให้ขาดใจ แต่ก็พอให้รู้ว่าถ้า ‘มัน’ อยากฆ่า มันทำได้ง่ายนิดเดียว “กลับเชียงใหม่อีกทีเมื่อไหร่ ฉันจะตามไปฆ่าเธอถึงห้อง” แล้วทันใดนั้นมันก็ปล่อยมือ! แรงผลักทำให้เธอกระเด็นชนบานประตู เธอล้มลงกับพื้นในจังหวะที่เสียงฝีเท้าหนัก ๆ กระแทกบันไดหนีไฟดังตึง ๆ หายไปอย่างรวดเร็ว เธอพยายามตะเกียกตะกายเปิดประตูด้วยมือที่ยังสั่น แต่สติกลับยังไม่มากพอจะสอดคีย์การ์ดเข้าให้ตรงช่อง เธอหยิบมือถือออกมาทันทีหน้าจอเปื้อนเหงื่อและเครื่องสั่นนิด ๆ จากมือที่สั่นยิ่งกว่า ติ๊ง ชื่อบนจอ: พี่เขมชาติ
อ่านฟรีสำหรับผู้ใช้งานใหม่
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    ผู้เขียน
  • chap_listสารบัญ
  • likeเพิ่ม