ตอนที่6

1430 คำ
"ห้าสิบใบ... ห้าสิบใบเนี่ยนะ บอสเอาสมองส่วนไหนคิดฮะ" ผิงผิง ยืนท้าวสะเอวมองกองทัพแก้วใสที่วางเรียงรายอยู่ในซิงก์ล้างจานหลังร้านด้วยสายตาละห้อย กลิ่นน้ำยาล้างจานรสเลมอนหอมฟุ้งแต่มันไม่ได้ช่วยให้ใจชื้นขึ้นมาเลยสักนิด ยัยตัวแสบพึมพำด่าเจ้านายหน้าตายในใจไปแล้วกว่าร้อยกระบวนท่า ทั้งด่าว่าหน้าหินบ้างละ ใจดำกว่าโอเลี้ยงบ้างละ หรือไม่ก็งกจนมดไม่กล้าไต่ "ล้างไป อย่าบ่น ผมได้ยิน" เสียงทุ้มต่ำที่ลอยมาจากหน้าประตูทำเอาผิงผิงสะดุ้งตัวโยนจนฟองสบู่กระเด็นเข้าจมูก เธอรีบหันขวับไปมอง บอสคิน ที่ตอนนี้ยืนกอดอกพิงขอบประตูห้องล้างจานอยู่ สายตาเรียบนิ่งนั่นจ้องมองมายังเธอเหมือนกำลังตรวจงานพนักงานก่อสร้างยังไงอย่างงั้น "บอส! หูผีเหรอคะ ผิงพูดเบาขนาดนี้ยังได้ยินอีก" ผิงผิงยู่หน้าใส่พลางถูแก้วอย่างแรงประชิดประชัน "แล้วไอ้แก้วห้าสิบใบเนี่ย ผิงล้างทั้งวันยังไม่ถึงเลยนะบอส ร้านเราลูกค้าเยอะขนาดนั้นเลยเหรอ หรือบอสแอบไปขนแก้วจากบ้านมาให้ผิงล้างแกล้งกันแน่" "ลูกค้าเยอะหรือไม่เยอะ... ไม่เกี่ยว" คินก้าวเข้ามาในห้องช้าๆ กลิ่นหอมสะอาดๆ จากตัวเขาเริ่มขยับเข้ามาใกล้จนผิงผิงเริ่มหายใจไม่ทั่วท้อง "แต่พนักงานที่เอาเวลางานไปยืนเกาะแกะกับผู้ชายข้างนอก... ต้องดัดนิสัย" "เกาะแกะอะไรกันบอส นั่นพี่ต้น รุ่นพี่ที่คณะวิศวะนะ ผิงก็บอกแล้วไงว่าเขาแค่แวะมาทักทาย" ผิงผิงเถียงสู้ยิบตา "บอสหึงผิงเหรอคะ... อุ๊ย!" พอหลุดปากออกไป ยัยจอมเปิ่นก็อยากจะเอาหัวโขกขอบซิงก์ให้มันรู้แล้วรู้รอด ความเงียบเข้าปกคลุมห้องล้างจานทันที มีเพียงเสียงน้ำที่หยดลงจากก๊อกดัง ติ๋ง... ติ๋ง... คินนิ่งไปครู่หนึ่ง นัยน์ตาสีเข้มวาวโรจน์ขึ้นมาแวบหนึ่งก่อนจะกลับมาเย็นชาเหมือนเดิม "หึง? เพ้อเจ้อ... ผมแค่ไม่อยากให้ร้านเสียภาพพจน์เพราะมีพนักงานมายืนพลอดรักกันหน้าเคาน์เตอร์" "พลอดรักอะไรเล่า พี่ต้นเขาแค่จะชวนไปกินข้าว" ผิงผิงบ่นอุบอิบ "บอสน่ะใจร้าย หน้าตายไม่พอ ยังจะมาขัดลาภปากผิงอีก รู้ไหมว่าร้านส้มตำหน้ามหาลัยมันอร่อยขนาดไหน" คินไม่ตอบแต่กลับเดินเข้ามาหยุดอยู่ข้างหลังร่างเล็ก เขาเอื้อมมือข้ามไหล่เธอไปหยิบแก้วใบที่เธอเพิ่งล้างเสร็จขึ้นมาส่องกับไฟ ผิงผิงตัวแข็งทื่อ ลมหายใจอุ่นๆ ของคนตัวสูงรดอยู่ตรงขมับจนเธอรู้สึกร้อนวูบวาบไปทั้งหน้า "ล้างไม่สะอาด... ยังมีรอยนิ้วมืออยู่เลย" คินพูดเสียงเรียบพลางวางแก้วลงที่เดิม "ล้างใหม่หมด" "หือ? บอส! ล้อเล่นป่ะเนี่ย ล้างใหม่หมดนี่ผิงตายแน่ๆ นะ" "ตายก็ฝังหลังร้าน... ถูใหม่" สั่งจบเขาก็หันหลังเดินจากไป ทิ้งให้ผิงผิงยืนอ้าปากค้างมองตามแผ่นหลังกว้างนั่นด้วยความแค้นเคือง ไอ้บอสบ้านี่ ใจดำฉิบเป๋งเลย รู้งี้ไม่น่าหลงชมว่าหล่อเลยให้ตายเหอะ ผิงผิงก้มหน้าก้มตาถูแก้วต่อไปอย่างบ้าคลั่ง ในใจก็นึกถึง พี่ต้น ที่โดนไล่ตะเพิดออกไปเมื่อกี้ จริงๆ เธอก็ไม่ได้ชอบพี่ต้นหรอกนะ แต่อย่างน้อยพี่ต้นก็คุยเก่งกว่าตาน้ำแข็งนี่เป็นไหนๆ ยิ่งคิดก็ยิ่งหงุดหงิด ยิ่งหงุดหงิดมือก็ยิ่งลื่น เพล้ง! "ชิบหายแล้ว..." เสียงแก้วใบสวยร่วงลงกระแทกพื้นจนแตกกระจายทำเอาผิงผิงใจหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่ม เธอรีบก้มลงไปหมายจะเก็บเศษแก้วด้วยความลนลาน แต่เพราะความซุ่มซ่ามมันฝังลึกอยู่ในดีเอ็นเอ นิ้วเรียวเลยโดนเศษแก้วบาดเข้าจนได้ "โอ๊ย!" เลือดสีแดงสดเริ่มไหลซึมออกมาจากนิ้วชี้ ผิงผิงหน้าเสีย เธอไม่ได้กลัวเจ็บนะ แต่กลัวคำประกาศิตของบอสที่ว่า 'ถ้าทำแก้วแตกแม้แต่ใบเดียว... เชิญข้างนอก' งานนี้ยัยผิงตกงานแน่นอนร้อยเปอร์เซ็นต์ "เกิดอะไรขึ้น!" คินพุ่งพรวดเข้ามาในห้องไวยังกับวาร์ปมาได้ เขาเห็นเศษแก้วกระจายอยู่ที่พื้นสลับกับผิงผิงที่ยืนกำนิ้วตัวเองหน้าซีดเซียว สายตาของเขาที่เคยมองดูดุกลับเปลี่ยนเป็นความกังวลอย่างเห็นได้ชัด ถึงจะแค่แวบเดียวก็เถอะ "บอส... ผิงขอโทษ ผิงไม่ได้ตั้งใจจริงๆ นะ แก้วมันลื่น..." ผิงผิงเสียงสั่น "บอสอย่าเพิ่งไล่ผิงออกนะ ผิงจะชดใช้ค่าแก้วเอง จะหักเงินเดือนเท่าไหร่ก็ได้ แต่อย่าเพิ่งไล่ผิงออกเลยนะบอส" คินไม่พูดพร่ำทำเพลง เขาคว้ามือเล็กๆ ของเธอไปดูทันที "เลือดออกเยอะขนาดนี้ ยังจะห่วงเรื่องงานอีกเหรอ ยัยบื้อเอ๊ย!" คำว่า ยัยบื้อ ของเขาทำเอาผิงผิงอึ้งไปครู่หนึ่ง เพราะน้ำเสียงมันไม่ได้ดุดันเหมือนทุกที แต่มันฟังดูเหมือน... เป็นห่วง คินจูงมือเธอไปที่เก้าอี้หลังร้าน สั่งให้เธอนั่งนิ่งๆ ก่อนที่เขาจะเดินไปหยิบกล่องปฐมพยาบาลออกมา บอสคนเก่งทรุดตัวลงนั่งคุกเข่าตรงหน้าพนักงานตัวแสบ เขาค่อยๆ บรรจงล้างแผลให้นิ้วของเธออย่างเบามือที่สุด ผิงผิงจ้องมองยอดศีรษะของเขาพลางคิดในใจว่า นี่ฉันตาฟาดหรือเปล่าวะ บอสหน้าตายคนเมื่อกี้หายไปไหน ทำไมตอนนี้ดูเหมือนพี่ชายใจดีจัง "เจ็บไหม" คินถามโดยไม่เงยหน้าขึ้นมามอง "นิดหน่อยค่ะ... บอสคะ ผิงถามจริง บอสจะไล่ผิงออกไหม" คินชะงักมือที่กำลังปิดพลาสเตอร์ยา เขาเงยหน้าขึ้นมาสบตากับเธอในระยะประชิด นัยน์ตาคมกริบคู่นั้นดูอ่อนแสงลงกว่าเดิมจนผิงผิงรู้สึกเหมือนใจจะละลาย "บอกแล้วไง... ว่าถ้าทำแก้วแตกให้เชิญข้างนอก" ผิงผิงหน้าสลดวูบ "คะ... ค่ะ ผิงเข้าใจแล้ว เดี๋ยวผิงเก็บของ..." "เชิญออกไปนั่งพัก... แล้วไม่ต้องล้างแก้วต่อแล้ว" "ฮะ?" "แผลโดนน้ำเดี๋ยวจะเน่า... ที่เหลือผมจัดการเอง" คินพูดจบก็ลุกขึ้นยืนแล้วเดินไปหยิบไม้กวาดมาจัดการเศษแก้วบนพื้นแบบนิ่งๆ ทิ้งให้ผิงผิงนั่งเอ๋ออยู่บนเก้าอี้ด้วยความมึนตึ๊บ เอ้า! สรุปบอสไม่ได้ไล่ออก แถมยังจะล้างแก้วที่เหลือให้อีกเหรอเนี่ย ผิงผิงมองตามแผ่นหลังของเจ้านายที่กำลังกวาดพื้นอย่างคล่องแคล่ว ในหัวใจมันรู้สึกพองโตแปลกๆ ความประทับใจเริ่มก่อตัวขึ้นทีละน้อยๆ ท่ามกลางกลิ่นกาแฟและคราบน้ำยาล้างจาน ยัยพนักงานใหม่เริ่มรู้สึกว่า บางทีบอสหน้าตายคนนี้อาจจะมี มุมอุ่น ที่ซ่อนอยู่ภายใต้หน้านิ่งๆ นั่นจริงๆ ก็ได้ "บอสคะ... จริงๆ บอสไม่ต้องทำก็ได้นะ ผิงเกรงใจ" "นั่งเงียบๆ ไปเถอะ... ก่อนที่ผมจะเปลี่ยนใจหักเงินเดือนเธอค่าทำแก้วแตก" "แหะๆ... ค่ะบอส บอสใจดีที่สุดในโลกเล้ย" ผิงผิงฉีกยิ้มกว้างจนหน้าบานเป็นจานกระดูกงู โดยที่เธอไม่เห็นเลยว่า... บอสหน้าตายที่กำลังกวาดพื้นอยู่นั้น แอบยกยิ้มมุมปากออกมาเบาๆ อย่างที่ไม่มีใครเคยเห็นมาก่อน แต่ความสงบสุขมักจะอยู่ได้ไม่นาน เพราะในขณะที่คินกำลังกวาดเศษแก้วอยู่นั้น เสียงโทรศัพท์ในกระเป๋ากางเกงของผิงผิงก็ดังขึ้น 'พี่ต้น เรียกสาย...' คินหยุดมือที่กวาดพื้นทันที สายตาของเขากลับมาแข็งกร้าวและเย็นชาเหมือนเดิมในพริบตา เขามองไปที่มือถือของผิงผิงที่วางอยู่บนโต๊ะ แล้วหันมามองหน้าเธอด้วยแววตาที่ทำให้ผิงผิงรู้สึกหนาวสะท้านไปถึงสันหลัง "ไม่ต้องรับ..." "อ้าว ทำไมล่ะบอส พี่เขาอาจจะมีธุระด่วน..." "ผมสั่ง... ว่าห้ามรับ" น้ำเสียงเด็ดขาดของคินทำเอาผิงผิงหุบปากฉับทันที งานนี้ดูท่าว่า ศึกชิงนาง ที่นางเอกยังไม่รู้ตัว กำลังจะเริ่มต้นขึ้นจริงๆ เสียแล้ว
อ่านฟรีสำหรับผู้ใช้งานใหม่
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    ผู้เขียน
  • chap_listสารบัญ
  • likeเพิ่ม