ตอนที่7

1812 คำ
มือถือเจ้ากรรมยังคงสั่นครืดๆ อยู่บนโต๊ะไม้ พร้อมชื่อ พี่ต้น ที่เด่นหราจนน่าโมโห ผิงผิงมองหน้าจอสลับกับมองหน้าบอสคินที่ตอนนี้ยืนจ้องหน้าเธอเขม็ง บรรยากาศในห้องล้างจานจากที่เคยดูอุ่นๆ ตอนเขาทำแผลให้ กลายเป็นเย็นเยือกยิ่งกว่าตู้แช่แข็งปลาในซูเปอร์มาร์เก็ตไปแล้ว "บอส... แต่นี่มันมือถือผิงนะ พี่เขาอาจจะโทรมาเรื่อง..." "ผมบอกว่าไม่ให้รับ" คินย้ำเสียงต่ำกว่าเดิม ก้าวเข้ามาหาจนผิงผิงต้องถอยหลังไปกึ่งนั่งกึ่งพิงอยู่บนเก้าอี้ไม้ "งานยังไม่จบ แผลก็ยังมี เลิกสนใจเรื่องชาวบ้านแล้วสนใจเรื่องตัวเองก่อน" "หูยบอส... พี่ต้นไม่ใช่ชาวบ้านนะ พี่เขาเป็นรุ่นพี่ที่..." คินไม่รอให้ผิงผิงแถจบ เขาคว้าหมับเข้าที่มือถือของเธอแล้วกดปิดเครื่องทันที ก่อนจะโยนมันลงในตะกร้าผ้ากันเปื้อนที่วางอยู่ห่างๆ ผิงผิงอ้าปากค้าง จะร้องท้วงก็ไม่กล้า เพราะสายตาบอสตอนนี้มันเหมือนจะกินหัวเธอเข้าไปได้จริงๆ "นั่งอยู่นี่ ห้ามลุก ห้ามรับสาย ห้ามทำอะไรทั้งนั้นจนกว่าผมจะบอก" สั่งจบเขาก็หันหลังกลับไปกวาดเศษแก้วต่อ ทิ้งให้ผิงผิงนั่งทำปากขมุบขมิบด่าตามหลัง ไอ้บอสขี้งอด ไอ้บอสเผด็จการ ไอ้... ไอ้คนใจร้าย! แค่คนโทรมาทำเป็นเรื่องใหญ่ไปได้ ผิงผิงบ่นกระปอดกระแปดในใจ พลางมองนิ้วตัวเองที่พันพลาสเตอร์ไว้ซะแน่นหนา ผ่านไปสิบนาที ความเงียบถูกปกคลุมจนผิงผิงเริ่มอึดอัด คินจัดการเก็บกวาดเศษแก้วจนเนียนกริบ แถมยังล้างแก้วที่เหลืออีกเกือบสามสิบใบด้วยท่าทางคล่องแคล่ว ผิงผิงมองแผ่นหลังกว้างของเจ้านายแล้วก็อดคิดไม่ได้ว่า ตานี่เวลาทำงานดูเท่ชะมัด แต่เสียอย่างเดียว... ปากหนักยังกับเอาคอนกรีตมาถมไว้ "บอสคะ... หายโกรธผิงยัง" ผิงผิงลองหยั่งเชิงเรียกเบาๆ ..เงียบ.. "บอสสสส ผิงขอโทษ ต่อไปจะไม่เกาะแกะกับใครในเวลางานแล้วจ้า จะตั้งใจชงกาแฟให้ลูกค้าจนมือระบมเลย" คินหยุดมือที่กำลังคว่ำแก้วใบสุดท้าย เขาถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ก่อนจะหันมามองพนักงานตัวแสบที่ทำตาปริบๆ ใส่ "ถ้าตั้งใจได้อย่างที่พูดก็ดี... ไปล้างหน้าล้างตาซะ แดดเริ่มหมดแล้ว เดี๋ยวต้องปิดร้าน" ผิงผิงยิ้มออก รีบลุกขึ้นยืน "จ้าบอส! เดี๋ยวผิงไปช่วยเช็ดโต๊ะหน้า..." กรุ๊งกริ๊ง! เสียงกระดิ่งหน้าร้านดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้เสียงเดินมันดูหนักแน่นและรวดเร็วผิดปกติ ผิงผิงชะเง้อหน้ามองออกไป เห็นชายหนุ่มรุ่นราวคราวเดียวกับบอสคิน แต่แต่งตัวเนี้ยบกริบ ใส่สูทราคาแพงระยับเดินอาดๆ เข้ามาในร้านด้วยท่าทางถือดี "คิน! มึงอยู่นี่ใช่ไหม ไอ้เพื่อนยาก" เสียงตะโกนเรียกชื่อบอสทำเอาผิงผิงสะดุ้ง คินขมวดคิ้วแน่นกว่าเดิม เขาเดินออกไปหน้าร้านทันทีโดยมีผิงผิงย่องตามไปติดๆ ด้วยความอยากรู้อยากเห็น ตามนิสัยปกติ "มึงมาทำไม ไอ้ภีม'" คินถามเสียงเรียบ พลางยืนกอดอกพิงเคาน์เตอร์ ท่าทางไม่ยินดียินร้ายกับแขกมาใหม่เลยสักนิด "อ้าวไอ้นี่ มาถึงก็ไล่เลยนะ" ชายที่ชื่อภีมหัวเราะร่าพลางกวาดสายตามองไปรอบๆ ร้าน "โอ้โห... ร้านกาแฟมินิมอลในซอกตึก มึงทิ้งคฤหาสน์ทิ้งบริษัทมาเปิดร้านแค่นี้เนี่ยนะ แม่มึงบ่นจนจะกินหัวกูอยู่แล้วเนี่ย สั่งให้กูมาตามมึงกลับไปคุยเรื่องโปรเจกต์ใหม่ด่วน" ผิงผิงที่แอบฟังอยู่หลังเครื่องชงกาแฟถึงกับตาโตเท่าไข่ห่าน คฤหาสน์? บริษัท? โปรเจกต์ใหม่? นี่เธอไม่ได้หูฝาดไปใช่ไหม บอสหน้านิ่งที่ชอบด่าเธอเช้าเย็น แท้จริงแล้วเป็นคุณหนูตระกูลดังหนีมาเปิดร้านกาแฟแก้เซ็งเหรอเนี่ย "กูไม่กลับ" คินตอบสั้นๆ แบบตัดรำคาญ "ไม่กลับไม่ได้เว้ย อาทิตย์หน้าคุณหนู พราวฟ้า จะกลับมาจากอังกฤษแล้วนะ แม่มึงจองร้านอาหารเตรียมให้มึงไปรับไปกินข้าวกับว่าที่คู่หมั้นแล้ว ถ้ามึงไม่ไป ร้านมึงโดนสั่งปิดแน่ แม่มึงเอาจริงนะรอบนี้" คำว่า คู่หมั้น หลุดออกมาปุ๊บ ผิงผิงรู้สึกเหมือนโดนส้มตำซัดเข้าตาจนแสบไปหมด หัวใจที่เคยพองโตเมื่อตอนเขาทำแผลให้ แฟบลงทันทีเหมือนลูกโป่งโดนเข็มจิ้ม อ๋อ... ที่แท้พี่แกก็มีตัวจริงรออยู่แล้วสินะ ถึงว่าล่ะ สั่งห้ามฉันคุยกับผู้ชายคนอื่น แต่ตัวเองดันมีคุณหนูพราวฟ้าอะไรนั่นรออยู่ ผิงผิงหน้าเสีย เธอรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจขึ้นมาแบบบอกไม่ถูก ความรู้สึกเหมือนเราเป็นแค่ตัวประกอบในละครหลังข่าวที่พระเอกหนีมาหาความสงบแล้วสุดท้ายก็ต้องกลับไปแต่งงานกับคนที่คู่ควร "กูบอกว่าไม่ไปไง ฟังภาษาคนไม่รู้เรื่องเหรอภีม" คินเริ่มขึ้นเสียง รังสีความโกรธเริ่มแผ่ออกมาจนเพื่อนรักอย่างภีมต้องถอยกรูด "เออๆ ไม่ไปก็เรื่องของมึง แต่กูเตือนไว้ก่อนนะว่าพราวฟ้าไม่จบง่ายๆ แน่" ภีมยักไหล่พลางสายตาไปสะดุดเข้ากับร่างเล็กๆ ที่ยืนเซ่ออยู่หลังเครื่องชงกาแฟ "อ๊ะ! นั่นใครน่ะคิน พนักงานใหม่เหรอ หน้าตาน่ารักจิ้มลิ้มดีนี่หว่า มิน่าล่ะ... ถึงไม่อยากกลับบ้าน" ภีมเดินเข้ามาหาผิงผิงพร้อมรอยยิ้มเจ้าชู้ "สวัสดีครับคนสวย ชื่ออะไรจ๊ะ มาทำงานร้านไอ้หน้านิ่งนี่ระวังโดนมันดุจนน้ำตาแตกนะ มาอยู่บริษัทพี่ไหม เงินดีกว่าเห็นๆ" "เอ่อ... คือ ผิง..." ผิงผิงอึกอัก ทำตัวไม่ถูก "ภีม... อย่ามายุ่งกับคนของกู" เสียงของคินดังขัดขึ้นมาทันควัน เขาเดินเข้ามาแทรกกลางระหว่างภีมกับผิงผิงทันที มือหนาคว้าข้อมือผิงผิงแล้วดึงให้มาอยู่ข้างหลังเขา ท่าทางปกป้องชัดเจนจนภีมถึงกับผิวปากหวือ "โอ้โฮ... คนของกู ซะด้วย ปกติมึงไม่เคยให้ใครเข้าใกล้รัศมี 2 เมตรรอบตัวมึงเลยนะไอ้คิน คนนี้ของจริงเหรอวะ" "มึงกลับไปได้แล้ว ก่อนที่กูจะเตะมึงออกจากร้าน" คินจ้องเพื่อนด้วยสายตาที่ถ้าเป็นมีด ภีมคงโดนแทงพรุนไปแล้ว "ไปก็ได้จ้า... ไปเดี๋ยวนี้แหละ แต่ระวังไว้เหอะ ความลับไม่มีในโลกหรอกนะเพื่อน" ภีมหันมาขยิบตาให้ผิงผิงทีนึงก่อนจะเดินนวยนาดออกจากร้านไป บรรยากาศในร้านกลับมาเงียบสนิทอีกครั้ง แต่คราวนี้มันเป็นความเงียบที่น่าอึดอัดกว่าเดิมร้อยเท่า ผิงผิงค่อยๆ ดึงมือตัวเองออกจากมือของคิน เธอรู้สึกขอบตาร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อๆ "บอส... ที่พี่เขาพูดจริงเหรอ" ผิงผิงถามเสียงเบา ไม่กล้าเงยหน้ามอง "เรื่องไหน" "เรื่องคู่หมั้น เรื่องบ้านบอส... สรุปบอสไม่ใช่แค่เจ้าของร้านกาแฟธรรมดาๆ ใช่ไหม" คินนิ่งไปครู่ใหญ่ เขาถอนหายใจยาวเหยียด "มันไม่เกี่ยวกับเธอ ผิง" "เกี่ยวสิ! บอสมาสั่งห้ามผิงคุยกับคนนั้นคนนี้ บอกไม่อยากให้ร้านเสียภาพพจน์ แต่บอสดันมีคุณหนูพราวฟ้ารออยู่ แล้วที่บอสทำเหมือน... เหมือนจะสนใจผิงเมื่อกี้ บอสแค่แก้เซ็งใช่ไหมคะ" น้ำตาเจ้ากรรมเริ่มไหลออกมาจนผิงผิงต้องรีบเช็ด "พิจิตรา ผมบอกว่าไม่เกี่ยวกับเธอไง" "เออ! ไม่เกี่ยวก็ไม่เกี่ยว ผิงมันก็แค่พนักงานส้วม พนักงานล้างแก้วที่บอสจ้างมาแกล้งเล่นๆ เท่านั้นแหละ พรุ่งนี้ผิงไม่มาทำงานแล้วนะบอส หักเงินเดือนไปเลยค่าแก้วแตก ผิงจะไปหาพี่ต้น จะไปกินส้มตำ จะไปทำอะไรก็เรื่องของผิง!" ผิงผิงตวาดแว้ดใส่หน้าบอสด้วยความอัดอั้น ก่อนจะหันหลังวิ่งเข้าไปเก็บของในห้องล้างจานอย่างรวดเร็ว เธอหยิบเป้เก่าๆ ขึ้นมาสะพาย พยายามกลั้นเสียงสะอื้นไม่ให้บอสได้ยิน ไอ้คนบ้า! ไอ้คนใจดำ! มีคู่หมั้นแล้วยังมาทำเป็นห่วงกันอีก ทำไมต้องมาทำให้ใจสั่นด้วยวะ! เธอรีบเดินจ้ำอ้าวจะออกจากร้าน แต่พอถึงหน้าประตู มือหนาก็คว้าไหล่เธอไว้แล้วกระชากแรงๆ จนร่างเล็กหมุนคว้างเข้าไปปะทะกับแผงอกกว้าง คินรวบเอวเธอไว้แน่นด้วยมือเดียว ส่วนอีกมือเชยคางเธอขึ้นมาสบตา "ปล่อยนะบอส ไปหาคุณหนูพราวฟ้าของบอสโน่นไป" ผิงผิงพยายามดิ้น แต่แรงมดสะตอยังไงก็สู้แรงบอสไม่ได้ "ฟังนะผิง..." คินพูดเสียงพร่า แววตาที่เคยนิ่งสงบตอนนี้มันวุ่นวายจนเห็นได้ชัด "ผมไม่มีวันแต่งงานกับคนนั้น และที่ผมทำไปทั้งหมด... ผมไม่ได้แก้เซ็ง" "บอสโกหก" "ผมไม่เคยโกหก... และที่สั่งห้ามรับสายไอ้หน้าจืดนั่น ก็เพราะผมทนไม่ได้ที่จะเห็นเธอไปยิ้มให้คนอื่น" คำสารภาพโต้งๆ แบบหน้านิ่งๆ ทำเอาผิงผิงหยุดดิ้นทันที หัวใจที่เคยแฟบไปเมื่อกี้กลับมาพองโตจนจะระเบิดออกมา หน้าผากของคินเลื่อนมาชนกับหน้าผากของเธอ ลมหายใจอุ่นๆ ของเขาเป่ารดจมูกรั้นๆ ของผิงผิง "เข้าใจหรือยัง ยัยบื้อ... ว่าผมไม่ได้อยากเป็นแค่เจ้านายเธอ" ผิงผิงอ้าปากค้าง สมองเบลอไปหมดจนทำอะไรไม่ถูก แต่ก่อนที่เธอจะได้ถามอะไรต่อ เสียงโทรศัพท์มือถือที่คินโยนไว้ในตะกร้าผ้ากันเปื้อนหลังร้านก็ดังลั่นขึ้นมาอีกครั้ง คราวนี้ไม่ใช่ชื่อพี่ต้น... แต่เป็นเบอร์แปลกที่โทรเข้ามาซ้ำๆ คินขมวดคิ้ว เขาปล่อยเอวเธอแล้วเดินไปหยิบมือถือขึ้นมาดู พอเห็นเบอร์ที่โทรเข้า หน้าเขาก็เปลี่ยนเป็นสีซีดทันที "ใครโทรมาคะบอส" ผิงผิงถามด้วยความสงสัย คินไม่ตอบ แต่เขารีบกดรับสายด้วยมือที่สั่นน้อยๆ ผิงผิงได้ยินเสียงแหลมๆ จากปลายสายลอดออกมาเพียงประโยคเดียวที่ทำเอาโลกทั้งใบหยุดหมุน "พี่คินคะ พราวอยู่ที่หน้าบ้านพี่แล้วนะ ถ้าพี่ไม่มาหาตอนนี้ พราวจะพังร้านกาแฟพี่ทิ้งซะ" คินหันมามองหน้าผิงผิงด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความหนักใจ ก่อนจะคว้ากุญแจรถแล้วรีบวิ่งออกจากร้านไปทันที ทิ้งให้ผิงผิงยืนงงอยู่กลางร้านที่เงียบเหงา
อ่านฟรีสำหรับผู้ใช้งานใหม่
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    ผู้เขียน
  • chap_listสารบัญ
  • likeเพิ่ม