หลังจากพาร่างอันบอบช้ำ เพราะเกือบทำร่มจิ้มตาเจ้านาย กลับออกมาจากหลังร้าน ผิงผิง ก็ต้องรีบปั้นหน้ายิ้มสู้ฟ้าชะตาลิขิต เมื่อเจอเข้ากับลูกค้าสาวรายใหม่ที่ดูทรงแล้ว... น่าจะอาการหนักกว่าน้องเหมยหลายเท่าตัวเสียอีก
แขกผู้มาเยือนรายนี้แต่งชุดสีม่วงลาเวนเดอร์ตั้งแต่ที่คาดผมยันรองเท้าถุงเท้า ในมือยังถือลูกแก้วคริสตัลใบย่อมๆ วนไปวนมาอยู่เหนือเคาน์เตอร์ เหมือนกำลังตรวจจับพลังงานแม่เหล็กโลกยังไงอย่างงั้น
"วันนี้ดวงเมืองมันปั่นป่วน ราหูเล็งลัคนา... พี่ต้องการกาแฟที่ช่วยปรับธาตุในตัวด่วน"
พี่สาวสายมูจ้องหน้าผิงผิงเขม็งจนยัยจอมเปิ่นถึงกับทำตัวไม่ถูก
"ขอลาเต้สีม่วงอ่อนนะจ๊ะ แต่ห้ามใช้นมวัวนะ เพราะดาวเสาร์ไม่ถูกกับสัตว์ใหญ่ ขอเป็นน้ำอัญชันผสมนมถั่วเหลืองแบบเข้มข้น อ้อ!
ห้ามคนทวนเข็มนาฬิกาด้วยล่ะ ไม่งั้นชีวิตพี่จะติดขัด มีไหม"
ผิงผิงอ้าปากค้าง สมองเริ่มประมวลผลอย่างหนัก กาแฟสีม่วง นมถั่วเหลืองอัญชัน ห้ามคนทวนเข็ม นี่มันร้านคาเฟ่หรือสำนักปรุงยาแม่มดกันแน่วะเนี่ย
"เอ่อ... คือว่าคุณพี่คะ ลาเต้สีม่วง..."
ผิงผิงพยายามจะอ้าปากบอกว่าที่นี่ไม่มีเมนูพิสดารขนาดนั้น แต่ยังไม่ทันจะจบประโยคดี
"ทำได้"
เสียงทุ้มต่ำที่คุ้นเคยดังขัดขึ้นมาจากด้านหลัง พนักงานใหม่หันขวับไปมองบอสคินที่ตอนนี้เดินมาประจำที่หน้าเครื่องชงด้วยท่าทางนิ่งกริบเหมือนเดิม เพิ่มเติมคือใบหน้าที่ดูเหมือนจะปลงกับลูกค้าประจำรายนี้ไปเรียบร้อยแล้ว คินขยับผ้ากันเปื้อนให้เข้าที่ก่อนจะก้มมองอุปกรณ์ชงกาแฟด้วยสายตาจริงจัง
"บอส... มันมีด้วยเหรอคะ กาแฟสีม่วงเนี่ย บอสจะเสกให้คุณพี่เขาเหรอคะ"
ยัยจอมเปิ่นกระซิบถามพลางทำหน้าเหลอหลา เธอแอบคิดในใจว่าบอสหน้าตายนี่จริงๆ แอบซ่อนของแปลกไว้เยอะแฮะ หรือว่าเขาจะเป็นพวกพ่อมดสายมูเหมือนคุณพี่คนนี้จริงๆ
คินไม่ได้ตอบคำถามนั้น
แต่เขากลับหยิบถ้วยเซรามิกใบเล็กขึ้นมา แล้วหันไปหยิบขวดน้ำอัญชันสกัดเข้มข้นที่แอบซ่อนอยู่ใต้เคาน์เตอร์ ซึ่งผิงผิงไม่เคยเห็นมาก่อน ออกมาวางตรงหน้า เขาขยับมือชงอย่างคล่องแคล่วไม่มีสะดุด
"ไปเตรียมน้ำตาลดอกมะพร้าวมา..."
เจ้านายสั่งโดยไม่มองหน้าพนักงาน
"ได้ค่ะบอส"
ร่างบางวิ่งกุลีกุจอไปหยิบกระปุกน้ำตาลตามสั่ง ในขณะที่มือกำลังทำงาน สมองของผิงผิงก็แอบนินทาเจ้านายไปด้วย บอสหน้าตายนี่มันยังไงกันนะ พูดก็น้อย หนน้าก็นิ่ง แต่ดันมีไอเทมลับสารพัด สงสัยวันดีคืนดีจะลุกขึ้นมาดูดวงให้ลูกค้าด้วยแน่ๆ
ในจังหวะที่ผิงผิงกำลังจะยื่นกระปุกน้ำตาลให้บอส ความซุ่มซ่ามเจ้าเก่าที่เป็นพรสวรรค์ติดตัวมาแต่เกิดดันมาทักทายอีกรอบ เมื่อเท้าเจ้ากรรมดันไปสะดุดเข้ากับมุมโต๊ะเคาน์เตอร์จนตัวโยนเสียหลัก
"เหวออออ"
ปึก!
แทนที่น้ำตาลจะเข้ามือคิน มันกลับพุ่งไปกระแทกเข้าที่หน้าอกกว้างของบอสหน้านิ่งเข้าเต็มแรง
ผิงผิงเสียหลักถลาเข้าไปหาตัวเขาเต็มรัก หัวที่กำลังฟุ้งซ่านโขกเข้ากับปลายคางของชายหนุ่มเข้าอย่างจังจนเกิดเสียงดัง 'กึก'
"โอ๊ยยย... มึนเลย"
ผิงผิงครางซี้ดพลางเอามือกุมหน้าผากตัวเองหลับตาปี๋
แต่สิ่งที่ทำให้เธอหยุดหายใจไปชั่วขณะไม่ใช่ความเจ็บจากหน้าผากโขกคาง แต่เป็นวงแขนแข็งแรงของคินที่คว้าหมับเข้าที่เอวเธอไว้แน่นเพื่อไม่ให้ล้มหน้าคว่ำลงพื้น
กลิ่นกาแฟคั่วผสมกับกลิ่นน้ำหอมจางๆ ที่เป็นเอกลักษณ์ประจำตัวของเขาโชยเข้าจมูกจนหน้าผากที่เจ็บเมื่อกี้เริ่มเปลี่ยนเป็นสีแดงระเรื่อด้วยความอายและอาการใจสั่นพิลึก
"ซุ่มซ่าม... ไม่เลิก"
น้ำเสียงของคินแม้จะยังนิ่งอยู่ แต่มันกลับฟังดูทุ้มและนุ่มนวลกว่าปกติในระยะประชิดแบบนี้ เขาจ้องมองสบตากับพนักงานใหม่ นัยน์ตาสีดำเข้มคู่นั้นมันดูลึกซึ้งจนคนตัวเล็กทำตัวไม่ถูก หัวใจเจ้ากรรมดันเต้นรัวแร็พจนกลัวว่าเขาจะได้ยิน
"พะ... ผิงขอโทษค่ะบอส ก็น้ำหนักตัวผิงมันไม่สมดุลกับแรงดึงดูดโลกนี่นา บอสช่วยปล่อยก่อนได้ไหมคะ... คุณพี่สายมูเขามองจนลูกแก้วจะแตกแล้ว"
ผิงผิงแถน้ำขุ่นๆ พยายามดันตัวออกจากการโอบกอดที่ทำเอาสติกระเจิดกระเจิง คินรีบปล่อยมือทันทีเหมือนเพิ่งรู้ตัวว่าเผลอตัวไป ใบหน้าที่เคยนิ่งสนิทเริ่มมีความขรึมมากขึ้นกว่าเดิม
เขาหันกลับไปทำลาเต้สีม่วงต่อโดยไม่พูดอะไรอีกเลยสักคำ แต่ถ้าสังเกตดีๆ จะเห็นว่าใบหูของเขาเริ่มเปลี่ยนเป็นสีแดงจางๆ
"กาแฟได้แล้วครับ... ลาเต้อัญชัน ปรับธาตุลมและดิน คนตามเข็มนาฬิกาแปดรอบเพื่อสิริมงคล"
คินยื่นแก้วกาแฟสีม่วงพาสเทลสวยงามที่มีลวดลายลาเต้อาร์ตเป็นรูปดอกบัวให้ลูกค้าอย่างประณีต
"อุ๊ย! ขอบคุณมากค่ะบาริสต้าสุดหล่อ รังสีความหล่อของน้องช่วยเสริมดวงพี่ได้เยอะเลย"
คุณพี่สายมูรับแก้วไปพลางหยิบเงินทิปใบสีแดงยัดใส่ขวดทิป ก่อนจะหันมามองหน้าผิงผิงเขม็งอีกรอบ
"ส่วนน้องคนนั้นน่ะ... ระวังนะจ๊ะ ดวงหนูปีนี้จะมี 'เครา' เล็งหน้าผากบ่อยๆ"
"คะ เคราเล็งหน้าผาก คืออะไรคะคุณพี่ หนูต้องไหว้ราหูเหรอ"
ผิงผิงถามกลับแบบมึนตึ๊บ
"โฮะๆๆ ไม่ต้องไหว้หรอกจ้ะ เตรียมใจไว้เถอะ เพราะดวงหนูจะโดน กิน โดยคนหน้านิ่งนี่ไงล่ะ ราหูยังอมจันทร์ได้ แล้วทำไมเจ้านายจะ อม พนักงานไม่ได้จ๊ะ"
พูดจบคุณพี่สายมูก็หัวเราะร่าเดินสะบัดร่มสีม่วงออกจากร้านไปอย่างอารมณ์ดี ทิ้งให้ผิงผิงยืนอึ้งกิมกี่หน้าแดงแป๊ดไปถึงใบหู ส่วนบอสคินน่ะเหรอ...
ตอนนี้เขาเดินหนีไปเช็ดถูชั้นวางแก้วทางโน้นแบบไม่ยอมสบตาใครเลยสักคน มือไม้ที่เคยนิ่งกลับดูสั่นๆ เล็กน้อยตอนหยิบผ้าเช็ดโต๊ะ
"บอสคะ... บอสเชื่อที่พี่เขาพูดไหมคะ"
ผิงผิงแกล้งถามทำลายความเงียบที่แสนอึดอัด
"เลิกเพ้อเจ้อ... แล้วไปล้างจานต่อซะ"
คินตอบกลับมาสั้นๆ แต่ความรู้สึกบางอย่างที่ก่อตัวขึ้นท่ามกลางกลิ่นกาแฟสีม่วงนั้น มันเริ่มทำให้ร้านอุ่นไอไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป ยัยพนักงานซุ่มซ่ามคนนี้กำลังป่วนดวงชะตาของเจ้าของร้านหน้าตายเข้าให้แล้วจริงๆ