..ความซวยของคนเรามันมีขีดจำกัดไหมนะ..?
ผิงผิง ตั้งคำถามนี้ในใจขณะที่มือกำด้ามไม้ถูพื้นแน่นจนเส้นเลือดปูด หลังจากจัดการส่ง
ลุงวินชุดว่ายน้ำ ออกจากร้านไปได้แบบหวุดหวิด แทนที่จะได้พักหายใจหายคอ เธอกลับต้องมาเจอกับ น้องเหมย สาวสวยชุดแดงที่เปิดตัวมาแรงยิ่งกว่าพายุดีเปรสชัน
"พี่คินขาาา สรุปว่าลาเต้ของเหมยได้หรือยังคะเนี่ย"
เสียงแหลมๆ ของแขกผู้มาเยือนทำให้ผิงผิงต้องเบ้ปากแอบๆ
บอสคินยังคงรักษามาตรฐานความนิ่งเอาไว้ได้อย่างยอดเยี่ยม เขาหยิบเหยือกสเตนเลสขึ้นมาเทนมลงในช็อตกาแฟอย่างใจเย็น ลวดลายใบไม้บนฟองนมที่เขาทำออกมามันช่างดูสวยงามจนผิงผิงแอบทึ่ง แต่น่าเสียดายที่คนทำมันดันหน้าตายยิ่งกว่ารูปปั้นปูนพลาสเตอร์
"ลาเต้... ได้แล้ว"
คินวางแก้วลงบนเคาน์เตอร์เสียงเบา
"ว้าวว สวยจังเลยค่ะ แต่จะสวยกว่านี้ถ้าพี่คินมานั่งดื่มเป็นเพื่อนเหมยตรงโน้นนะคะ"
เหมยพยายามส่งสายตาหวานเชื่อมปนออดอ้อน
"ผมมีงานต้องทำ"
คำตอบสั้น ห้วน และเย็นชาทำเอาผิงผิงเกือบหลุดขำกร๊ากสะใจลึกๆ สมน้ำหน้า ยัยคุณหนูร่มแดง โดนบอสน้ำแข็งกัดหน้าเข้าให้แล้วไงล่ะ แต่พอเห็นสายตาบอสคินเหลือบมามองทางเธอ ผิงผิงก็รีบก้มหน้าก้มตาถูพื้นรัวๆ เหมือนคนบ้างานขึ้นมาทันที
"นี่เธอน่ะ! ถูพื้นยังไงให้มันแฉะแบบนี้คะ เดี๋ยวรองเท้าเหมยก็เปื้อนหมดหรอก"
จู่ๆ น้องเหมยก็หันมาวีนใส่พนักงานใหม่ที่กำลังตั้งอกตั้งใจถูพื้นอยู่ ผิงผิงชะงัก ช้อนสายตามองเท้าตัวเองสลับกับพื้นร้านที่เพิ่งถูไป
"อ้าวคุณ... ร้านกาแฟนะคะไม่ใช่ทะเลทราย มันก็ต้องมีน้ำมีท่าบ้างสิคะ อีกอย่างผิงก็พยายามเลี่ยงเท้าคุณแล้วนะ"
ผิงผิงตอบกลับไปแบบบ้านๆ ตามสไตล์คนไม่ยอมคน แม้ในใจจะแอบกลัวบอสดุก็ตาม
"นี่เธอเถียงฉันเหรอ พี่คินดูสิคะ พนักงานใหม่พี่คินทำไมปากดีแบบนี้ เหมยไม่ยอมนะคะ"
สถานการณ์เริ่มตึงเครียด ผิงผิงมองคินที่ยืนดูอยู่หลังเคาน์เตอร์ด้วยหัวใจตุ๊มๆ ต่อมๆ เธอเพิ่งได้งานมายังไม่ถึงชั่วโมง ถ้าโดนไล่ออกตอนนี้คงต้องไปนั่งแทะเปลือกไม้กินแทนข้าวแน่ๆ คินถอนหายใจยาวๆ ออกมาหนึ่งที ก่อนจะเดินออกมาจากหลังเคาน์เตอร์ด้วยท่าทางที่ดูคุกคามจนผิงผิงเผลอถอยหลังหนี
"ผิง..."
เขาเรียกชื่อเธอเสียงต่ำ
"คะบอส... ผิงไม่ได้ตั้งใจนะคะ คือคุณเหมยเขาเดินมาตรงที่ผิงถูอยู่พอดี..."
"ไปเก็บร่ม..."
คินพูดแทรกขึ้นมาพลางชี้ไปที่ร่มคันโตสีแดงที่เหมยวางพิงไว้ข้างโต๊ะจนมันล้มแผ่หลาขวางทางเดิน
"มันเกะกะ... ขวางทางลูกค้าคนอื่น"
ผิงผิงอึ้งไปสามวิ ส่วนน้องเหมยนี่ถึงกับหน้าเหวอไปเลย คินไม่ได้ดุผิงเรื่องเถียงลูกค้า แต่ดันไปตำหนิความรุงรังของร่มน้องเหมยแทน
"ค่ะบอส! เดี๋ยวผิงจัดการให้เดี๋ยวนี้เลยค่ะ!"
ผิงผิงรีบรับคำเสียงใสแจ๋วด้วยความสะใจ เธอวางไม้ถูพื้นแล้วพุ่งตัวไปเก็บร่มสีแดงแรงฤทธิ์คันนั้นทันที แต่ก็นะ... ความซุ่มซ่ามมันเป็นกรรมพันธุ์ที่แก้ไม่หาย
ในจังหวะที่เธอกำลังจะพับร่ม มือดันไปกดปุ่มสปริงอะไรสักอย่างเข้า
พรึ่บ!
ร่มสีแดงกางออกอย่างรวดเร็วและรุนแรงจนปลายร่มพุ่งไปเฉียดหน้าบอสคินไปแค่เซนติเมตรเดียว ไม่พอยังสะบัดเอาน้ำฝนที่ยังค้างอยู่บนร่มกระจายใส่หน้าบอสหน้าตายเข้าเต็มๆ
ความเงียบปกคลุมไปทั่วร้านอุ่นไอทันที...
น้องเหมยอ้าปากค้างจนแมลงวันแทบจะบินเข้าไปวางไข่ได้ ส่วนผิงผิงนั้น... เธออยากจะมุดดินลงไปที่ชั้นหินหลอมละลายให้มันรู้แล้วรู้รอด น้ำฝนเม็ดเล็กๆ เกาะอยู่บนแว่นและใบหน้าหล่อเหลาของคิน เขาค่อยๆ หลับตาลงอย่างช้าๆ หยดน้ำไหลย้อยลงมาตามสันจมูกโด่งจนถึงปลายคาง
"ผิง... ผิงขอโทษค่ะบอส ผิงไม่ได้ตั้งใจจริงๆ นะคะ มือมันลั่น"
เธอรีบคว้าชายเสื้อตัวเองจะเข้าไปเช็ดหน้าให้เขาแบบลนลาน แต่คินยกมือขึ้นห้ามไว้ก่อนที่ยัยตัวดีจะทำให้เรื่องมันแย่ไปกว่าเดิม
"พอ..."
เขาพูดออกมาคำเดียวสั้นๆ แต่ทำเอาผิงผิงตัวสั่นเป็นลูกนก
"พี่คิน เป็นอะไรไหมคะ ยัยพนักงานคนนี้มันอันตรายชัดๆ เลย ไล่ออกเลยค่ะพี่คิน"
เหมยรีบเสริมทัพหวังจะกำจัดขวากหนาม
คินหยิบผ้าสะอาดที่พาดบ่ามาเช็ดหน้าตัวเองเงียบๆ สายตาเขาจ้องมองผิงผิงนิ่งๆ จนเธอทำอะไรไม่ถูก ได้แต่ยืนกอดร่มสีแดงคันนั้นไว้เหมือนเป็นเกราะป้องกันตัว
"ไปหลังร้าน..."
คินสั่งเสียงเรียบ
"ไปเตรียมล้างแก้ว... อย่าให้แตกแม้แต่ใบเดียว"
"ขะ... ค่ะบอส ผิงจะไปเดี่ยวนี้เลยค่ะ"
ผิงผิงรีบวิ่งโกยอ้าวไปหลังร้านทันที ทิ้งให้น้องเหมยนั่งกระทืบเท้าขัดใจอยู่ที่โต๊ะเพียงลำพัง
พอเข้ามาถึงห้องล้างจาน ผิงผิงก็ทิ้งตัวลงนั่งบนม้านั่งตัวเล็กๆ พลางกุมขมับ
"วันแรกก็เกือบฆ่าบอสตายซะแล้วยัยผิงเอ๊ย... เขาจะหักเงินเดือนฉันไหมเนี่ย หรือเขาจะแอบเอาฉันไปฝังดินหลังร้านตอนเลิกงานหรือเปล่า"
เธอเริ่มจินตนาการไปไกลตามประสาคนฟุ้งซ่าน แต่แล้วเสียงฝีเท้าหนักๆ ที่เดินตามเข้ามาทำเอาเธอสะดุ้งสุดตัว
คิน เดินเข้ามาในห้องล้างจาน เขาไม่ได้ดูโกรธจัดอย่างที่เธอจินตนาการ แต่ใบหน้าเขาก็ยังคงนิ่งเหมือนแผ่นศิลาจารึก เขาเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าผิงผิงที่นั่งตัวสั่นอยู่
"บอส... ผิงขอโทษจริงๆ นะคะ ผิงจะหักเงินเดือนตัวเองก็ได้ หรือบอสจะตีผิงก็ได้แต่อย่าไล่ผิงออกเลยนะ"
คินไม่ตอบ แต่เขากลับยื่นขวดแก้วใบเล็กๆ มาให้เธอ
"เอานี่ไป..."
"คะ อะไรคะบอส ยาพิษเหรอคะ"
"ยาสีฟัน..."
เขาตอบนิ่งๆ จนผิงผิงมึนตึ๊บ
"เอาไปขยี้รอยดำบนพื้น... มันช่วยให้ออกง่ายกว่าน้ำยาทั่วไป"
ผิงผิงมองหลอดยาสีฟันในมือสลับกับหน้าบอสหน้าตาย นี่เขาไม่ได้เข้ามาด่า แต่เข้ามาบอกเคล็ดลับการขจัดคราบดำจากรอยรองเท้าเนี่ยนะ
"บอส... ไม่โกรธผิงเหรอคะ เรื่องร่ม..."
คินนิ่งไปครู่หนึ่ง เขามองสบตากลางโตของหญิงสาวตรงหน้า ก่อนจะเบือนหน้าหนีไปทางอื่น
"ผมชินแล้ว..."
"ฮะ? บอสชินกับอะไรนะคะ"
"ชินกับความวุ่นวาย... รีบทำงานซะ ถ้าล้างแก้วไม่สะอาด ผมจะให้เธอเลียแก้วให้สะอาดทุกใบ"
"โหบอส! โหดจัง"
ผิงผิงตะโกนไล่หลังบอสคินที่เดินหน้านิ่งกลับไปที่เคาน์เตอร์ แม้คำพูดเขาจะฟังดูดุ แต่น่าแปลกที่ผิงผิงกลับแอบรู้สึกว่าเขาไม่ได้ใจร้ายขนาดนั้น ความละมุนเล็กๆ ที่ซ่อนอยู่ภายใต้หน้ากากน้ำแข็งเริ่มทำให้หัวใจพนักงานใหม่คนนี้เต้นแรงขึ้นมาแบบงงๆ
หรือว่า... บอสหน้าตายคนนี้จะแอบใจดีกับฉันกันแน่นะ
แต่ยังไม่ทันจะได้ซาบซึ้งนาน เสียงกรุ๊งกริ๊งของประตูร้านก็ดังขึ้นอีกครั้ง พร้อมกับเสียงที่ทำให้ผิงผิงต้องรีบวิ่งออกไปดู
"กาแฟสูตรตามรอยดวงดาวมีไหมจ๊ะ! วันนี้ราศีพิจิกของฉันต้องการพลังงานสีม่วง"
พนักงานใหม่กุมขมับ... ลูกค้าแปลกคนที่สามมาแล้ว และดูท่าทางคราวนี้จะหนักกว่าลุงวินชุดว่ายน้ำหลายเท่าเสียด้วยสิ