“สรุปแกไม่กลับบ้านกลับช่องหรือไงฮะ”
เสียงเจ้าของบ้านดังอยู่ใกล้หู ก่อนที่อลิสาจะหย่อนก้นนั่งลงโซฟาในตำแหน่งข้างไอริน ในมือถือขนมปังทาแยมสตรอว์เบอร์รีสีแดงสด ที่น่าจะกินหมดไปหลายแผ่นแล้ว แต่อีกฝ่ายยังไม่อิ่มเสียที
“ยังไม่อยากกลับอะ เบื่อต้องไปเจออะไรเดิม ๆ”
ไอรินกลอกตาขึ้นบนเล็กน้อยพร้อมพรูลมหายใจออกมาไล่ความหงุดหงิด เมื่อเผลอนึกถึงหน้าสามีที่ไม่ถูกชะตา
“เอาสักหน่อยไหม”
ขนมปังถูกยื่นมาต่อหน้าไอริน แต่เธอก็ส่ายหน้าพัลวัน
“ฉันมารบกวนแกหรือเปล่าเนี่ย”
“รบกวนอะไรเล่า แค่นี้เอง หรือถ้าแกไม่สบายใจ อยากนอนที่นี่ก็ได้นะ”
“ให้นอนบนเตียงเดียวกันกับแกแล้วก็ผัวแกเนี่ยนะ ไม่เอาอะ”
เนื่องจากตอนนี้ลิสาแต่งงานและย้ายเข้ามาอยู่บ้านของเหมันต์แล้ว ไอรินเลยไม่ได้เข้ามาหาเพื่อนบ่อย ๆ เหมือนแต่ก่อน เพราะรู้สึกเกรงใจผู้ใหญ่ ที่มีทั้งพ่อและแม่เหมันต์อยู่ที่นี่ แม้ว่าพวกท่านจะต้อนรับเธอเป็นอย่างดีเสมอมาก็ตาม
“แกจะบ้าเหรอ ฉันจะให้แกไปนอนในห้องรับรองแขกต่างหากเล่า”
“ขอบใจมากนะ แต่ฉันกลับดีกว่า จะไปเฝ้ายายแล้ว”
ว่าจบก็ลุกขึ้นอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย พร้อมกับเดินหยิบกระเป๋าขึ้นมาสะพาย
“บายนะ”
“อ่า...”
ลิสาทำได้เพียงโบกมือค้างอย่างงุนงง เพราะอีกฝ่ายคิดจะไปก็ลุกพรวดแทบจะทันที
ส่วนไอรินรีบเดินมาขึ้นรถเก๋งคู่ใจ ก่อนจะขับบึ่งตรงกลับบ้านเพื่อมาอยู่เป็นเพื่อนยายวัน ทว่ายังไม่ทันที่เธอจะได้จอดรถด้วยซ้ำ มือถือในกระเป๋าก็สั่นขึ้นมา
เธอยังไม่รับสายในทันที แต่รอให้รถจอดสนิทก่อนถึงได้หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู เธอพลันขมวดคิ้วอย่างแปลกใจ เพราะปลายสายที่โทรเข้ามาคือบุคคลที่ไม่ได้กดโทรหาเธอมาเป็นปี
ไอ้เหี้ยควายสัตว์หมา
ชื่อที่โชว์หราอยู่หน้าจอจะเป็นใครไปไม่ได้เลย นอกจากราชันย์ เธอครุ่นคิดเล็กน้อย ว่าเผลอทำอะไรผิดพลาดไปหรือเปล่า แต่คิดยังไงก็คิดไม่ออกจนสายตัดไปเอง
“เอ้า”
ไอรินเตรียมจะกดโทรกลับหาเขา แต่ช้าไปกว่าราชันย์ที่โทรเข้ามาซ้ำอีก โทรย้ำขนาดนี้ สงสัยจะมีเรื่องจริง ๆ
“ค่ะ”
เธอกรอกเสียงลงอย่างราบเรียบ แล้วรอฟังธุระสำคัญจากอีกฝ่าย
“อยู่ไหน”
คนปลายสายถามเสียงห้วน แม้จะดูเหมือนปกติ แต่เธอกลับรับรู้ได้ถึงความผิดปกติบางอย่าง
“อยู่บ้าน เพิ่งถึง”
“เข้ามาห้องพักคุณแม่ ตอนนี้นะ”
“คุณหญิงเป็นอะไร!”
ตู๊ด ๆ ๆ
สายถูกตัดไปดื้อ ๆ โดยที่เธอยังไม่ทันได้รับคำตอบ ไอรินจ้องมองมือถือที่ถูกวางสายใส่อย่างขุ่นเคือง ก่อนจะยัดโทรศัพท์เข้ากระเป๋า จากนั้นก็ปรี่มายังห้องพักคุณหญิงลดาตามที่ราชันย์สั่ง
พอมาถึง ไอรินก็หายใจโล่งออกมาทันที เมื่อพบว่าตอนนี้คุณหญิงลดากำลังนั่งอยู่บนโซฟาหน้าทีวีเครื่องใหญ่ ข้างกันคือลูกชายของเธอที่กำลังนั่งกอดอกสีหน้าบึ้งตึง
“คุณหญิง เอ่อ... แม่มีอะไรหรือเปล่าคะ เห็นโทรเรียกรินมาหา”
ไอรินรีบเปลี่ยนสรรพนาม เพราะคุณหญิงลดาบังคับให้เธอเรียกว่าแม่
“มานั่งก่อนสิ”
คุณหญิงที่หน้าเคร่งเครียดเรียกไอรินเข้าไปนั่ง สีหน้าลำบากใจของเธอทำไอรินรู้สึกไม่ดีไปด้วย
พอก้นแตะถึงพื้นโซฟาสีน้ำตาล เสียงในจอทีวีก็ดึงความสนใจให้เธอหันไปมอง
“ไม่รู้ว่าจริงหรือมั่ว ชัวร์หรือไม่นะคะท่านผู้ชม แต่เห็นเขาลือกันให้ทั่วว่าสองสามีภรรยาที่เพิ่งเข้าประตูวิวาห์กันได้ไม่นาน จัดงานแต่งเพื่อบังหน้าเท่านั้นค่าา เพราะจริง ๆ แล้วเนี่ย... ฝ่ายเจ้าสาว เป็นลูกนอกสมรสของพ่อฝ่ายชายค่ะ”
“หาาา! คุณพระ แรงเกินนะคะคุณน้า งั้นจับพี่น้องแต่งงานกัน มันไม่วิปริตไปเหรอคะ หรือยังไง”
พิธีกรสาวและสาวประเภทสองนั่งพูดคุยถึงข่าวบันเทิงอย่างออกรสออกชาติ เพียงแค่ฟังไม่กี่ประโยค ไอรินก็รู้แล้วว่าในข่าวกำลังหมายถึงเธอ
“เห็นว่าแต่งเพื่อสยบข่าวลือ จริงไม่จริงไม่รู้ แต่ว่า... มีหลักฐานยืนยัน ว่าฝ่ายเจ้าสาวเคยใช้นามสกุลของฝ่ายชายมาก่อนนะ ก่อนจะเปลี่ยนมาเป็น... อุ๊บ! พูดไม่ได้ด้วยสิ เงินไม่หนา เอาเป็นว่าใครอยากรู้ก็ไปค้นดูแล้วกัน ตอนนี้หลักฐานว่อนเน็ต แต่ใครเผยแพร่ก็ระวังหน่อยน้า ได้ข่าวว่าแม่ฝ่ายชายเฟียสเอาเรื่องอยู่จ้าา”
ไอรินงุนงงหนัก ที่จู่ ๆ ข่าวลือบ้า ๆ นี่ก็ถูกขุดขึ้นมาอีกครั้ง หลังจากที่เงียบหายไปหลายปี คงตั้งแต่... ที่ภาพหลุดของเธอกับราชันย์ปลิวว่อนมหาวิทยาลัยในช่วงหนึ่ง
“อะ”
เพียงแค่ไอรินล้วงมือเข้าไปในกระเป๋า เตรียมจะกดค้นหาข่าวและดูหลักฐาน ราชันย์ก็ยื่นโทรศัพท์ของเขาให้เธอ หน้าจอยังคงเปิดค้างภาพกระดาษใบหนึ่งที่น่าจะเป็นหลักฐานสำคัญ
ไอรินรับโทรศัพท์มาถือเอาไว้ ก่อนจะเพ่งมองดูข้อความด้านใน พบว่าเป็นใบใหม่เอี่ยม และมีพ่อของราชันย์เซ็นรับรองบุตร
“นะ นี่มัน... อะไรกันคะ”
ไอรินทั้งมึนงงและตกใจ ที่จู่ ๆ ก็มีหลักฐานว่าเธอเป็นลูกนอกสมรสของพ่อราชันย์จริง ๆ ก่อนที่ราชันย์จะเอ่ยอธิบาย
“มีคนทำหลักฐานปลอมขึ้นมา”
“สบายใจได้นะไอริน เรามีหลักฐานจริงอยู่ในมือ เราไม่ต้องกลัวอะไรทั้งนั้น”
คุณหญิงลดากุมมือไอรินเพื่อให้ใจเย็นลง ก่อนจะเอ่ยชวนสีหน้าจริงจัง
“ตอนนี้เรารู้แล้วว่ามีผู้ไม่หวังดีต่อพวกเรา งั้นสิ่งที่ต้องทำต่อไปคือแจ้งความ เพื่อแสดงความบริสุทธิ์”
“ตอนนี้เลยเหรอคะ?”
ไอรินเพิ่งจะมาถึง ยังไม่ทันได้เข้าไปดูอาการยายด้วยซ้ำ เธออยากขอเวลาสักครู่ แต่ก็ไม่อยากทำตัวมีปัญหา เดี๋ยวราชันย์จะว่าให้อีก
“ใช่ ยิ่งเร็วยิ่งดี ตอนนี้แม่ให้นักข่าวไปรอที่โรงพักแล้ว เราจะกางหลักฐานที่นั่น เอาให้ข่าวลือมันสงบภายในวันนี้เลย”
ว่าแล้วก็ลุกขึ้นเดินนำออกไปที่รถ พร้อมกับจัดแจงคนในบ้านให้เตรียมอาหาร ส่วนราชันย์ยังไม่ได้เดินตามออกไป เขาเพียงแค่เดินเข้ามาใกล้ไอรินพร้อมกับต่อว่าเธอ
“จะกี่ปี เธอก็ยังสร้างปัญหาให้ฉันไม่เลิก”
“...”
ไอรินที่กำลังครุ่นคิดอย่างหนักว่าใครกันที่กุเรื่องบ้า ๆ นี้ขึ้นรีบแหงนหน้าเผชิญกับอีกฝ่าย
“พูดเหมือนว่าฉันปล่อยข่าวลืองั้นแหละ”
“ถึงไม่ใช่... แต่เธอก็เป็นสาเหตุที่ทำให้ฉันปวดหัวอยู่ดี”
“เหอะ! งั้นก็ถือว่าหายกัน เพราะฉันเองก็ปวดหัวเพราะนายจนหัวแทบระเบิดแล้ว”
เธอหันหลังให้ ก่อนจะพึมพำเสียงแผ่วให้เขาได้ยิน
“เฮงซวยเอ๊ย”
ไม่มีแม้แต่จังหวะที่ราชันย์จะคว้าแขนเธอไว้ เพราะเธอรีบเดินตัวปลิวตามหลังคุณหญิงลดาไปติด ๆ ทิ้งไว้แค่เพียงความขุ่นเคืองใจให้กับราชันย์ ที่โดนต่อว่าซึ่ง ๆ หน้า แต่กลับไม่มีปัญญาทำอะไรเธอได้