กว่าจะผ่านวันนี้ไปได้ ไอรินต้องใช้พลังเป็นอย่างมาก ไม่ใช่เพราะงานที่ทำหนักจนเธอแบกรับไม่ไหว แต่เป็นเพราะราชันย์ที่เอาแต่กลั่นแกล้งเธอสารพัด คล้ายจงใจทำให้เธอรำคาญ แล้วยกเลิกงานแต่งให้มันจบ ๆ ทั้งที่เธอเองก็ไม่ได้อยากแต่งกับเขาเหมือนกัน
“อ้าว กลับมาแล้วเหรอไอริน”
คุณหญิงลดาเอ่ยทักด้วยรอยยิ้ม พร้อมกับกวักมือเรียกเธอให้เข้าไปหา
“วันนี้ฉันไปเดินห้างมา เห็นว่ากระเป๋ามันสวยดี เลยซื้อมาเผื่อเธอด้วยหนึ่งใบ”
กระเป๋าแบรนด์หรูถูกยื่นมาต่อหน้าไอริน เธอเพ่งมองมันอย่างลำบากใจ เพราะถ้าเธอรับไว้ เธอจะยิ่งติดหนี้บุญคุณคุณหญิงจนชาตินี้ไม่มีทางดิ้นหลุดได้
“ริน... ไม่ขอรับไว้ได้ไหมคะ”
“ไม่ชอบเหรอ”
คุณลดาเปลี่ยนสีหน้าทันที พร้อมกับเพ่งมองไปที่กระเป๋าอย่างแปลกใจ เพราะเธอตั้งใจเลือกเองกับมือ และมันกำลังเป็นที่นิยมอยู่ในตอนนี้
“ชอบค่ะ แต่ว่า... คุณผู้หญิงให้รินมาเยอะแล้ว รินเกรงใจค่ะ”
“โธ่ ก็นึกว่าอะไร”
คุณลดายิ้มได้อีกครั้ง พร้อมกับเก็บกระเป๋าเข้าไปในถุง จากนั้นก็ยัดใส่มือไอรินจนเธอไม่สามารถปฏิเสธได้อีก
“อย่าเกรงใจฉันเลย คิดเสียว่าฉันเป็นแม่เธออีกคนก็แล้วกัน”
“คุณผู้หญิงคะ”
ไอรินก้มหน้ามองกระเป๋าในมือ ก่อนที่ความกดดันจะถาโถมเข้ามาชั่วขณะ และสุดท้าย เธอก็กล้าพูดออกไปตรง ๆ
“เรื่องแต่งงานกับคุณราชันย์...”
“ฉันไม่เปลี่ยนใจ”
“...”
คำตอบของอีกฝ่ายยังคงชัดเจนเช่นเดิม ก่อนที่จะเอนตัวมาลูบหัวไอรินด้วยความเอ็นดู
“เลื่อนฐานะจากหลานคนใช้ มาเป็นลูกสะใภ้ฉันเถอะนะ แล้วฉันจะให้ทุกอย่างตามที่เธอต้องการ”
ไอรินอยากบอกแทบใจจะขาด ว่าสิ่งที่เธอต้องการ คือหลุดพ้นจากผู้ชายชั่วช้าที่ชื่อราชันย์ แต่เพราะบุญคุณที่ท่วมหัว มันไม่ต่างไปจากน้ำที่ท่วมปาก ทำให้เธอทำได้เพียงก้มหน้าและกราบขอบคุณคุณผู้หญิงในความเมตตา ก่อนจะขอตัวมาช่วยยายวันเตรียมอาหารมื้อเย็น
“เป็นอะไร วันนี้หน้าบึ้งมาเชียว”
ผู้เป็นยายเอ่ยถาม ระหว่างจัดเตรียมอาหารมื้อเย็นให้กับเจ้านาย ไอรินไม่ได้ตอบ เธอเพียงแค่เดินไปซ้อนที่ด้านหลังหญิงวัยชราผมสีดอกเลา ก่อนจะหลับตาพริ้มแล้วซบหน้าลงอย่างเหนื่อยล้า
“เราย้ายไปอยู่ที่อื่นกันดีไหมยาย”
“หือ?”
ยายวันขมวดคิ้วพลันหันกลับมามองไอรินโดยตรง ก่อนจะประคองใบหน้าที่กำลังเหี่ยวเฉาอย่างทะนุถนอม
“คุณหญิงลดามีบุญคุณกับครอบครัวเรามาก ท่านส่งเสียรินเรียนโรงเรียนดี ๆ ได้เข้ามหาลัยเดียวกันกับลูกชายของท่าน แถมยังให้ทำงานในตำแหน่งสูงด้วย ถ้าเราย้ายไปอยู่ที่อื่นหลังจากได้ดีแล้ว เราจะกลายเป็นคนเนรคุณนะลูก”
เพราะคำนี้คำเดียวจริง ๆ เธอถึงต้องอยู่ที่นี่ต่อ โดยที่ยายไม่รู้เลยว่าชีวิตของเธอต้องเจออะไรบ้าง เธอถูกเหยียดหยามมากแค่ไหน ตอนขึ้นมหาวิทยาลัยชั้นนำแห่งนั้น แถมเธอยัง... มีความหลังฝังใจที่ไม่มีวันลืมอีกด้วย
“ก็ได้ แต่รินไม่แต่งงานกับคุณราชันย์นะ รินไม่ได้รักเขา แล้วเขาก็ไม่ได้รักรินด้วย”
เธอเอ่ยน้ำเสียงจริงจัง ทว่ากลับไม่มีคำตอบใด ๆ ออกมาจากหญิงชราที่มีแววตาหม่นลงชั่วขณะ แค่นี้ก็ดูออกแล้วว่ายายอยากให้เธอแต่งงานกับราชันย์มากแค่ไหน
“ไอริน”
มือเหี่ยวนุ่มกุมมือไอรินไว้หลวม ๆ ก่อนยายวันจะถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยล้า
“ยายแก่มากแล้วนะ คงไม่มีโอกาสได้เห็นรินใส่ชุดเจ้าสาวสวย ๆ”
“ยายยังแข็งแรงดีน่า แค่นี้สบายหายห่วงอยู่แล้ว”
ยายวันยิ้มบาง ๆ ให้กับไอริน ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำให้เธอแทบล้มทั้งยืน
“ยายเป็นมะเร็ง”
“...”
หน้าของไอรินชาวาบขึ้นมาชั่วขณะ แววตาเธอนิ่งงันค้างอยู่บนใบหน้าจริงจังของหญิงชราที่อยู่ต่อหน้า ในหัวเริ่มประมวลคำพูดซ้ำอีกรอบอย่างช้า ๆ เพราะยังไม่อยากยอมรับความจริง
“ยะ ยายว่าไงนะ...”
“ถ้านี่คือสิ่งสุดท้ายที่ยายขอก่อนตาย ทำให้ได้ไหม?”