เช้าวันใหม่ในฐานะภรรยาทายาทอสังหาริมทรัพย์ได้เริ่มต้นขึ้น ไอรินลุกขึ้นมาจากเตียงที่ว่างเปล่า บนที่นอนมีหมอนข้างกั้นทั้งคู่เอาไว้อยู่ เธอลุกมาอาบน้ำแต่งตัว ก่อนจะลงมากินข้าวที่ชั้นล่าง โชคดีที่วันนี้ไม่ต้องทนมองหน้าราชันย์ให้อึดอัด เพราะเขาไม่อยู่ห้องอาหาร
“คุณไอริน ทำไมมาตักข้าวตรงนี้คะ?”
เสียงป้าแม่บ้านเอ่ยทักท้วงอย่างตกใจ ทั้งที่ปกติเธอก็กินข้าวในโรงอาหารของคนงาน
“ทำไมเหรอคะ?”
“ป้าเตรียมอาหารไว้ที่ห้องอาหารให้แล้วค่ะ”
“ไม่เอาหรอกป้า จะรีบกินแล้วรีบออกไปทำงาน สายแล้ว”
เธอปฏิเสธพร้อมกับหันมาตักแกงราดบนจานข้าวต่อ ไม่ได้สนใจป้าแม่บ้านที่ยืนลำบากใจอยู่ข้าง ๆ
“แต่ว่าคุณไอริน...”
“ไม่ต้องเรียกคุณด้วย ปกติเรียกยังไงก็เรียกแบบเดิมเถอะ”
เธอหันไปบอกเล็กน้อย ก่อนจะเอื้อมมือหยิบถ้วยน้ำซุปเตรียมจะเดินไปนั่งที่เก้าอี้ ทว่าก็ต้องชะงักกึก
“ไม่ได้เด็ดขาดค่ะ คุณลดาสั่งเอาไว้ แล้วที่สำคัญ ถ้าวันนี้คุณไอรินไม่ไปกินข้าวร่วมโต๊ะกับคุณลดา จะถูกมองว่าไม่เหมาะสมนะคะ”
ไอรินถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยอ่อน ขณะมองดูอาหารที่อยู่ในมือ
“แล้วนี่ล่ะคะ”
“เดี๋ยวป้าจัดการเอง รีบไปเถอะค่ะ คุณลดากำลังทานข้าวอยู่”
ว่าแล้วก็รีบเข้ามารับจานออกไปจากมือของไอริน พร้อมกับคะยั้นคะยอให้เธอเข้าไปยังห้องอาหารของเจ้านาย
แม้ในใจจะคัดค้านอย่างหนัก แต่สุดท้ายไอรินก็จำต้องยอมเดินมานั่งร่วมโต๊ะกับคุณลดาอย่างเลี่ยงไม่ได้
“เป็นไงบ้าง หลับสบายไหม”
เสียงทักทายพร้อมกับรอยยิ้ม บ่งบอกได้ถึงความสุขที่เปี่ยมล้น
“ค่ะ”
ไอรินตอบรับสั้น ๆ พร้อมกับยิ้มตอบ ก่อนจะหย่อนก้นลงนั่งในตำแหน่งข้าง ๆ คุณหญิงลดา
“แล้วนี่ราชันย์ไปไหน ไม่ลงมากินข้าวสักที”
“คุณราชันย์ออกไปตั้งแต่หกโมงแล้วค่ะ”
“หือ?”
คนเป็นแม่เลิกคิ้วอย่างแปลกใจ แล้วหันไปมองหน้าแม่บ้านอย่างงุนงง
“แล้วเขาได้บอกหรือเปล่าว่าไปไหน”
“ไม่ได้บอกค่ะ”
“ไปไหนของเขานะ เขาได้บอกรินไว้ไหม?”
คราวนี้คุณลดาหันมาถามไอรินบ้าง แต่เธอจะไปรู้อะไร ตื่นมาก็เจอแค่ที่นอนเปล่า ๆ เสียแล้ว
“รินก็ไม่ทราบค่ะคุณหญิง”
“เรียกอะไรแบบนั้น”
คุณลดารีบวางช้อนลงพลางทำหน้าจริงจังยิ่งขึ้น
“เรียกแม่สิ”
ยอมรับว่าเธอรัก และเคารพคุณหญิงลดาเสมือนแม่คนหนึ่ง แต่มันก็ยังรู้สึกเคอะเขินที่ต้องเรียกแบบนี้
“ค่ะ... แม่”
“ดีมาก”
คุณหญิงลดายิ้มร่าอย่างพอใจ ก่อนจะหันไปสั่งแม่บ้านให้ยกอาหารไปส่งให้ยายวันที่ห้องพัก เนื่องจากตอนนี้ยายวันเริ่มป่วยหนักขึ้นเรื่อย ๆ ส่วนเรื่องงานบ้านและทุกอย่าง ยายวันไม่ต้องทำตั้งแต่วันนี้ไป
หลังจากกินข้าวเสร็จ ไอรินก็รีบออกไปทำงาน และสิ่งที่เธอต้องเผชิญ คือสายตาของพนักงานที่เปลี่ยนไป
เธอรู้ว่าไม่มีใครยินดีกับสิ่งที่เธอได้รับ ถึงแม้ว่าคำพูดของพวกเขาจะแสดงออกแบบนั้น ทว่าลับหลังกลับเป็นสิ่งที่ตรงกันข้าม
ไอรินพยายามไม่สนใจผู้คนเหล่านั้น รีบตรงขึ้นมายังโต๊ะประจำของตัวเอง ก่อนจะกดเปิดคอม แต่แล้วบางสิ่งที่โชว์อยู่หน้าจอคอมก็ทำให้เธอชะงัก นิ่งค้างไปกับภาพที่แสนน่ารังเกียจ
มันคือภาพที่เธอไม่คิดอยากจะเห็นอีกทั้งชีวิต เพราะในนั้นคือเธอกำลังเปลือยผ้าโดยมีราชันย์โอบกอด เป็นภาพหลุดที่สร้างบาดแผลให้เธอจนถึงทุกวันนี้ และมันจะปรากฏอยู่หน้าจอคอมของเธอไม่ได้เลย ถ้าไม่ใช่ฝีมือเขา...
คนตัวเล็กลุกพรวดจากเก้าอี้ ก่อนจะผลักประตูห้องทำงานของท่านประธานอย่างถือวิสาสะ เขาเองก็เหมือนจะรู้ว่าเธอต้องสติแตก ถึงได้นั่งไขว้ห้างยิ้มรับรออยู่ก่อน
“มาทำงานช้าจังเลยนะครับ คุณเลขา”
“จะเอายังไง”
ไอรินไม่พูดพร่ำ พลันเดินเข้าไปกระชากคอเสื้ออีกฝ่ายสุดแรง ทว่าเขากลับไม่ได้มีท่าทีโกรธเคืองเลยแม้แต่นิด ซ้ำยังหัวเราะออกมาราวกับเป็นเรื่องตลก
“จะเอายังไงว่ามา! พังชีวิตฉันมารอบหนึ่งแล้ว จะเอายังไงกับฉันอีก เกลียดอะไรนักหนาวะ”
เธอโพล่งเสียงสั่นเครือ หากมีมีดวางอยู่ใกล้มือ เธออาจพลั้งเผลอหยิบมันขึ้นมาแทงเขาได้เลย
“จุ๊ ๆ อย่าดุนักซี่”
เขายิ้มเย้ยท้าทายเธอหนักขึ้นไปอีก จึงถูกไอรินผลักอกให้ออกห่างทั้งที่ความเดือดดาลไม่ได้ลดถอย เธอพยายามสูดลมหายใจเข้าปอดอย่างใจเย็นเพื่อเจรจากับอีกฝ่าย ไม่ให้ประสาทเสียกันไปมากกว่านี้
“โกรธที่ฉันตบหน้านายกลางงานค่ายอาสานั่นใช่ปะ? งั้นเอาเลยดิ ตบคืนให้มันจบ ๆ”
เธอกระชากแขนเขาขึ้นมาพร้อมกับบังคับตบเข้าแก้มของตัวเองสุดแรง ราชันย์นิ่งงันไปอย่างตกใจครู่หนึ่ง ก่อนจะกระชากมือตัวเองออก
“ทำบ้าอะไรของเธอ”
“อ๋อ มันไม่อับอายใช่ไหม นายต้องการตบประจานต่อหน้าคนเยอะ ๆ โอเคเลย งั้นออกไปตบที่ชั้นล่าง เอาให้คนมองกันทั้งตึก มันจะได้สมใจนายสักที!”
ไอรินตะคอกอย่างเหลืออด กี่ครั้งแล้วที่เขากลั่นแกล้งและเหยียดหยาม เธออยากหลุดพ้นจากความเกลียดชังเสียที แล้วต่างคนต่างอยู่
“เธอคิดว่าที่ฉันเกลียดเธอ เพราะเรื่องปัญญาอ่อนนั่นเหรอ?”
ราชันย์ลุกขึ้นมาจากเก้าอี้ ก่อนจะก้าวขาทีเดียวปลายเท้าก็ชิดปลายรองเท้าส้นสูงของไอรินแล้ว เขาก้มหน้าลงมองเธอในระยะใกล้ พร้อมกับยื่นหน้าลงมาหาเธอจนห่างออกไปไม่ถึงหนึ่งคืบ
“แล้วมันเรื่องอะไรก็พูดมาสิ!”
เธอจ้องมองเขาด้วยแววตาแข็งกร้าว น้ำตาใส ๆ เอ่อคลอจนใต้ตาแดงก่ำไปหมด เธอไม่อยากแสดงให้อีกฝ่ายมองเห็นว่าอ่อนแอสักนิด แต่เพราะความโกรธที่จุกอก ทำให้เธอเป็นแบบนี้
“ไปคิดดูดี ๆ ว่าเธอเคยทำอะไรที่มันน่าสมเพชบ้าง อะไรที่เธอปิดบัง ก็อย่าคิดว่าฉันไม่รู้”
พูดจบก็ผละออกไปทันที ไม่พูดอะไรให้ยืดเยื้อ และทันทีที่ไอรินอ้าปากเตรียมจะถาม เขาก็โยนบางสิ่งบางอย่างมาให้เธอจนรับไว้แทบไม่ทัน
มันคือถุงผ้าที่มัดเอาไว้อย่างดี เธอได้แต่ก้มมองอย่างงุนงง ว่าเขาส่งให้เธอทำไม
“พรุ่งนี้มีงานเลี้ยง เพื่อนสมัยมหาลัยของฉันจะมากัน เธอใส่ชุดในถุงนี้ แล้วเข้าไปเสิร์ฟน้ำเสิร์ฟอาหารกับพนักงานคนอื่น ๆ ซะ”
“...”
ไอรินนิ่งงันไปครู่หนึ่ง ก่อนจะดึงผ้าในถุงออกมาดู พบว่ามันคือชุดพนักงานสีขาวสะอาดตัดกับสีดำ มีผ้ากันเปื้อนอยู่ด้านในด้วย
“แต่งงานแล้ว คงไม่ลืมกำพืดของตัวเองหรอกใช่ไหม?”
“จะเอาแบบนี้ใช่ไหม...”
เธอเข่นเขี้ยวพร้อมกับพยักหน้าเบา ๆ เพื่อรับความท้าทาย
“ได้เลยค่ะท่านประธาน แล้วเราจะได้เห็นดีกัน”