“เจ้ากรรมนายเวรตาม”

1406 คำ
17 : 00 น. “เลิกคลาสได้ค่ะ” เสียงอาจารย์ปิดคาบดังขึ้นพร้อมกับนักศึกษาทยอยเก็บของ ครีมมี่เหลือบมองนาฬิกาบนหน้าจอโทรศัพท์ ตัวเลขห้าโมงตรงเด้งขึ้นมา เธอถอนหายใจออกมาแรง ๆ อย่างไม่คิดจะปิดบังความเหนื่อยใจ “เฮ้อออ…” แป้งโกะที่นั่งข้าง ๆ หันมามองทันที “เป็นไรเนี่ย เครียดอะไรตั้งแต่ยังไม่ออกจากห้อง” “เปล่า…แค่เบื่อ ๆ” ครีมมี่เอนหลังพิงเก้าอี้ มือหมุนปากกาไปมา “เย็นนี้แกว่างป่ะ” ยังไม่ทันที่แป้งโกะจะตอบ เสียงแจ้งเตือนไลน์ก็ดังขึ้น เธอก้มลงดูหน้าจอแล้วทำหน้าเซ็งเล็กน้อย “ไม่ว่างว่ะ แม่ไลน์มาตามแล้ว บอกให้รีบกลับ” พูดจบก็ลุกขึ้นสะพายกระเป๋า ขณะเดียวกัน โทรศัพท์ของครีมมี่ก็สั่นขึ้นในมือราวกับนัดกันไว้ เธอเหลือบมองชื่อคนส่งแล้วอยากจะทิ้งเครื่องลงพื้นตรงนั้น แป้งโกะโบกมือลา “งั้นฉันไปก่อนนะ ไว้เจอกันพรุ่งนี้” ครีมมี่พยักหน้ารับ ก่อนจะก้มอ่านข้อความบนหน้าจออีกครั้ง “มารับฉันด้วยยัยเนิร์ต” แค่ประโยคเดียวก็ทำให้เธอถอนหายใจยาวกว่าเดิม “เฮ้อ…ฉันนี่มันซวยจริง ๆ” เธอบ่นพึมพำกับตัวเองเบา ๆ “เจ้ากรรมนายเวรตามติดยิ่งกว่าเงาอีก…” หลังจากนั้นครีมมี่ก็เก็บหนังสือใส่กระเป๋าผ้าอย่างเชื่องช้า ไหล่บางตกลงเล็กน้อยเหมือนคนหมดแรงทั้งกายทั้งใจ เธอสูดลมหายใจยาวหนึ่งครั้ง ก่อนจะลากฝีเท้าออกจากห้องเรียน มุ่งหน้าไปทางคณะวิศวะด้วยสภาพไม่ต่างจากคนถูกบังคับให้เดินเข้าหาเรื่องยุ่ง “ซวยจริง…ชีวิต” เสียงบ่นเบา ๆ หลุดออกมาพร้อมกับจังหวะก้าวที่หนักอึ้ง ราวกับทุกก้าวกำลังพาเธอเข้าใกล้ปัญหาที่ชื่อว่า มังกร มากขึ้นเรื่อย ๆ ——— คณะวิศวะกรรม… มังกรยืนพิงเสาอยู่หน้าตึก แขนกอดอก สีหน้าดูชิลเกินเหตุ ทั้งที่ควรจะเป็น “คนเจ็บหลัง” ตามบทที่ตัวเองแสดงไว้ตั้งแต่เช้า ข้าง ๆ กันนั้น ชินยืนล้วงกระเป๋ากางเกง แกว่งตัวไปมาอย่างคนเบื่อ ๆ “นี่เลยมาห้านาทีแล้วนะ” ชินหรี่ตามองนาฬิกาข้อมือ “กูว่าน้องเนิร์ตบิดมึงแล้วมั้งไอมังกร” มังกรหันไปปรายตามองเพื่อน ก่อนจะกดโทรศัพท์เช็กไลน์อีกครั้ง “มาดิว่ะ กูไลน์ไปย้ำแล้ว” ยังไม่ทันที่ชินจะได้แซวต่อ เสียงของปอนด์ก็ดังแทรกขึ้นมา “เห้ย ๆ ๆ นั่นไง!” ปอนด์ชี้ไปทางปลายทางเดิน “น้องเนิร์ตมาแล้วว่ะ” ร่างเล็กในชุดนักศึกษาธรรมดา ๆ เดินมาด้วยท่าทางอิดโรย ไหล่ตก สีหน้าไม่สดใสนัก ราวกับใช้พลังงานทั้งวันไปกับการอดทนต่อใครบางคน มังกรเห็นแล้วมุมปากกระตุกยิ้มทันที “ไอเหี้ยไผ่” เขาหันไปสั่งเสียงต่ำ “มึงทำเป็นช่วยพยุงกูดิ” ไผ่เลิกคิ้วอย่างรู้ทัน “มึงจะเอาจริง?” “เออสิ!” มังกรรีบเสริม “พวกมึงด้วย สร้างภาพหน่อย ทำเหมือนกูเจ็บหนัก ๆ เข้าไว้” พูดจบ เขาก็รีบเปลี่ยนสีหน้าเป็นซีดนิด ๆ ก่อนจะงอหลังเล็กน้อยอย่างตั้งใจ ไผ่ถอนหายใจเฮือกหนึ่ง ก่อนจะเดินเข้าไปพยุงแขนมังกรอย่างช่วยไม่ได้ “โอ๊ยย…” มังกรครางเสียงเบา แต่แววตากลับเป็นประกายสนุก “เจ็บว่ะ เจ็บจริง ๆ เลย” ชินกับปอนด์มองภาพตรงหน้าแล้วส่ายหัวให้กับการแสดงระดับ “ออสการ์เวอร์” ของเพื่อนตัวเอง “ไอ้นี่มันร้ายจริง ๆ” ชินพึมพำ “เนียนขนาดนี้ กูนับถือ” ปอนด์หัวเราะ ขณะที่อีกฟากหนึ่ง ครีมมี่กำลังเดินเข้ามา โดยไม่รู้เลยว่า “ละครฉากใหญ่” กำลังจะเริ่มขึ้นตรงหน้าเธออีกครั้ง ทันทีที่ครีมมี่เดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าแก๊งของมังกร เสียงทุ้มคุ้นหูก็เอ่ยขึ้นก่อนใคร “มาช้านะ” ครีมมี่เงยหน้ามองเขา สีหน้าเรียบแต่แววตาไม่ปิดความเหนื่อย “อาจารย์ปล่อยช้า” มังกรเลิกคิ้วเล็กน้อย รอยยิ้มกวน ๆ ปรากฏที่มุมปาก “อาจารย์ปล่อยช้า…หรือเธอตั้งใจมาช้ากันแน่” “ก็ทั้งสองอย่าง” เธอตอบทันทีแบบไม่ต้องคิด น้ำเสียงนิ่งแต่ประชดชัด เพื่อนในแก๊งถึงกับหลุดขำออกมาเบา ๆ ส่วนมังกรหัวเราะในลำคอ เหมือนยิ่งโดนสวนกลับก็ยิ่งอารมณ์ดี “ปากดีเหมือนเดิม” เขาว่า พลางทำท่าจะขยับตัว แต่ก็รีบแกล้งเอียงตัวเหมือนเจ็บหลัง ครีมมี่กลอกตาอย่างไม่ปิดบัง อาการเหนื่อยล้าจากทั้งวันทำให้ความอดทนของเธอลดลงไปอีกขั้น “แล้วจะกลับยังไง” มังกรเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยเหมือนกำลังประเมิน ก่อนจะถามกลับด้วยน้ำเสียงเรียบ ๆ “ขับรถเป็นไหม” “เป็น!” เธอตอบทันทีแบบไม่ต้องคิด รอยยิ้มมุมปากของมังกรปรากฏขึ้นอย่างคนได้ใจ เขาล้วงมือเข้าไปในกระเป๋ากางเกง ก่อนจะหยิบกุญแจรถออกมาแล้วโยนเบา ๆ มาให้ ครีมมี่รับไว้ได้พอดี เสียงกุญแจกระทบฝ่ามือดังแกร่งเล็กน้อย “งั้นขับรถฉันกลับแล้วกัน” มังกรพูดเหมือนเป็นเรื่องปกติ “ฉันเจ็บหลังอยู่ ขับเองไม่ถนัด” ครีมมี่ก้มมองกุญแจรถในมืออยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเงยหน้าขึ้นไปมองคนตรงหน้าอย่างเอือมระอา สายตานั้นบอกชัดว่า “ไม่อยากยุ่ง” “พี่ไม่ให้เพื่อนพี่ไปส่งล่ะ” เธอถามเสียงเรียบ แต่แฝงความหงุดหงิด “เพื่อนฉันมันไม่ว่าง” มังกรตอบไว ก่อนจะหันไปมองพวกเดียวกันเหมือนส่งสัญญาณ “จริงปะพวกมึง” “เออ ๆ ใช่ ๆ” ชินรีบรับคำทันทีราวกับซ้อมกันมา “กูนัดกับน้องแบมไว้แล้ว งั้นกูไปก่อนนะเว้ย” พูดจบก็หมุนตัวเดินหนีแบบไม่เหลียวหลัง “กูก็เหมือนกัน” ปอนด์เสริมทันควัน “จะกลับไปเล่นเกม งั้นไปละมึง” แล้วก็เดินตามชินไปอย่างรวดเร็ว เหลือเพียงไผ่ที่ยังยืนอยู่ เขาอ้าปากเหมือนจะพูดอะไรบางอย่าง “ส่วนกูว่างนะ กูไปส่—” “อะแฮ่ม” เสียงไอแห้ง ๆ ของมังกรดังแทรกขึ้นมา พร้อมสายตาคมที่ปรายไปมองอย่างมีนัย ไผ่ชะงักไปเสี้ยววินาที ก่อนจะเปลี่ยนคำพูดแทบไม่ทันตั้งตัว “อ่อ… ไม่ว่างละว่ะ ลืมไป กูต้องรีบกลับไปทำรายงานด่วนมาก” เขาหันมายิ้มแห้ง ๆ ให้ครีมมี่ “งั้นพี่ฝากเพื่อนพี่ด้วยนะครับ” พูดจบ ไผ่ก็รีบเผ่นตามอีกสองคนไป ทิ้งให้หน้าตึกเหลือแค่ครีมมี่กับมังกรยืนกันสองคน ครีมมี่มองแผ่นหลังของพวกนั้นอย่างอึ้ง ๆ ก่อนจะหันกลับมามองคนต้นเรื่อง “…นี่พี่นัดกันไว้แล้วใช่ไหม” ครีมมี่หรี่ตามองอย่างจับผิด น้ำเสียงเต็มไปด้วยความไม่ไว้ใจ “นัดอะไร อย่ามากล่าวหากันลอย ๆ สิครับ” มังกรตอบหน้าตาเฉย ก่อนจะทำเสียงครางเบา ๆ เสริมความน่าสงสาร “มาช่วยพยุงฉันหน่อย ปวดหลังฉิบหาย จะยืนไม่ไหวอยู่แล้ว” ครีมมี่จิ๊ปากอย่างหงุดหงิด เหมือนอยากเถียงต่อแต่ก็ขี้เกียจเสียพลังงาน สุดท้ายจึงยอมเดินเข้าไปพยุงร่างสูงกว่า พาเดินไปทางโรงจอดรถของคณะ แขนแข็งแรงของมังกรพาดลงบนไหล่เธอเหมือนเคย น้ำหนักตัวที่กดทับทำให้ครีมมี่ต้องเกร็งตัวเล็กน้อย “ตัวหนักชะมัด…” เธอบ่นพึมพำ “บ่นเก่งจริง” มังกรหัวเราะในลำคอ “รถฉันอยู่ตรง—” ยังไม่ทันพูดจบ ติ๊ด! เสียงปลดล็อกรถดังขึ้นพร้อมไฟหน้าที่กระพริบตอบรับจากรถคันหนึ่งไม่ไกลนัก มังกรชะงักไปเล็กน้อย สายตาคมก้มมองรีโมตกุญแจในมือของครีมมี่ที่เพิ่งกดปลดล็อกรถ เสียง ติ๊ด ดังชัดกลางโรงจอดราวกับตบหน้าเขาเบา ๆ ครีมมี่เงยหน้าขึ้นมองเพียงเสี้ยววินาที แววตานิ่งเฉย ไร้อารมณ์ ก่อนจะพูดเสียงเรียบเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น “ไม่ได้ถาม” เธอพยุงเขาเดินต่อไปทันที ไม่เปิดโอกาสให้เขาได้พูดแซวหรือกวนประสาทอีก ทิ้งให้มังกรได้แต่ยิ้มมุมปากบาง ๆ อย่างคนที่ทั้งหมั่นไส้ ทั้งรู้สึกว่าผู้หญิงตรงหน้ากำลังทำให้เกมนี้…สนุกขึ้นกว่าที่คิดไว้มาก
อ่านฟรีสำหรับผู้ใช้งานใหม่
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    ผู้เขียน
  • chap_listสารบัญ
  • likeเพิ่ม