“เพื่อนฉันนั่งอยู่แถวนั้น”
มังกรเอ่ยเสียงเรียบ ราวกับเรื่องทั้งหมดเป็นเรื่องปกติที่สุดในโลก
ครีมมี่เหลือบมองตามสายตาเขาอย่างหงุดหงิด ก่อนจะพยุงร่างสูงใหญ่ไปยังแถวที่กลุ่มเพื่อนของเขานั่งอยู่ จังหวะที่มังกรทิ้งตัวนั่งลงบนเก้าอี้ ปอนด์ก็รีบเอนตัวเข้ามาทันที
“เห้ย ไอมังกร เป็นไรว่ะ?”
น้ำเสียงตกใจปนอยากรู้อยากเห็น
“เรื่องมันยาว เดี๋ยวกูเล่าให้ฟัง” มังกรตอบสั้น ๆ ก่อนจะเอนหลังพิงพนัก สีหน้าเหมือนไม่อยากขยับไปไหนอีกแล้ว
ครีมมี่ถอนหายใจเฮือกหนึ่ง รู้สึกเหมือนภารกิจบ้าบอของตัวเองควรจบได้สักที
“ถ้าไม่มีอะไรแล้ว ฉันไปนะ”
เธอพูดจบก็หันหลัง เตรียมก้าวออกจากห้องเรียนนี้ให้เร็วที่สุด
ทว่า…
“เดี๋ยว!”
เสียงทุ้มดังขึ้นไล่หลังมาอย่างไม่ยอมแพ้
ครีมมี่ชะงัก หันกลับมาด้วยสีหน้าไม่พอใจสุดขีด
“อะไรอีกว่ะแม่ง…”
มังกรยกมือขึ้น แบฝ่ามือออกตรงหน้าเธอ สีหน้าดูเอาเรื่องกว่าทุกครั้ง
“เอาโทรศัพท์เธอมา”
“เอาไปทำไม ไม่ให้” เธอตอบทันควัน
“เอามา”
น้ำเสียงของเขาแข็งขึ้นเล็กน้อย ดวงตาคมจ้องตรงมาไม่หลบ
ครีมมี่เริ่มรำคาญจนแทบจะเถียงออกไปอีกคำ แต่สุดท้ายก็ถอนหายใจแรง ๆ ก่อนจะหยิบโทรศัพท์ที่หนีบไว้ข้างเอวออกมาแล้วยื่นส่งให้เขาอย่างไม่เต็มใจ
“เอาไป… รีบ ๆ ด้วย”
มังกรรับโทรศัพท์ไปอย่างไม่ทุกข์ร้อน นิ้วหนากดหน้าจอขึ้นมา ก่อนจะชะงักเล็กน้อย
“รหัส?”
เสียงถอนหายใจของครีมมี่ดังขึ้นอีกรอบ ราวกับกำลังนับหนึ่งถึงสิบในใจ
“หนึ่ง สอง สาม สี่ ห้า หก”
มังกรเลิกคิ้ว มุมปากกระตุกยิ้มขำ
“รหัสสิ้นคิดฉิบหาย”
“จะใช้ก็รีบใช้” เธอสวนกลับทันควัน น้ำเสียงเย็นเฉียบ
เขาหัวเราะเบา ๆ ในลำคอ ก่อนจะกดรหัสเข้าไปแล้วไล่นิ้วบนหน้าจออยู่พักใหญ่ สีหน้าจริงจังผิดจากเมื่อครู่ ขณะที่ครีมมี่ยืนกอดอก มองอย่างระแวงปนรำคาญ
เกือบหนึ่งนาทีผ่านไป…
มังกรยื่นโทรศัพท์กลับมา พร้อมรอยยิ้มมุมปากที่ดูเจ้าเล่ห์เกินไป
“เรียบร้อย” สีหน้าพอใจเหมือนเพิ่งชนะอะไรสักอย่าง
“เลิกเรียนแล้วมารอรับฉันด้วย ฉันเลิกห้าโมง ถ้าเลยเวลาแล้วเธอยังไม่โผล่มา…” เขาเอนตัวพิงพนักเก้าอี้เล็กน้อย ดวงตาคมจ้องเธอเขม็ง
“ฉันจะโทรตามจิกเธอทุกช่องทางที่มี”
ครีมมี่กำมือแน่น สูดหายใจเข้าลึก ๆ พยายามข่มความหงุดหงิดที่ไต่ขึ้นมาถึงคอ
“เคยมีคนบอกพี่ป่ะ” เธอพูดเสียงเรียบ แต่แววตาไม่เรียบตาม
“ว่าพี่แม่งโคตรน่ารำคาญเลยอ่ะ”
มังกรหัวเราะในลำคอเบา ๆ รอยยิ้มมุมปากปรากฏขึ้นชัด
“ไม่เคยนะ” เขาตอบสั้น ๆ ก่อนจะทิ้งท้ายด้วยน้ำเสียงสบายใจเกินเหตุ
“มีเธอคนแรก”
ครีมมี่ชะงักไปเสี้ยววินาที ก่อนจะหันหลังเดินออกจากห้องทันที ทิ้งไว้เพียงเสียงหัวเราะเบา ๆ ของผู้ชายที่เพิ่งเริ่มสนุกกับเกมของตัวเอง
หลังจากนั้น…
ทันทีที่แผ่นหลังเล็ก ๆ ของครีมมี่ลับหายออกไปนอกห้อง เสียงฮือฮาก็ระเบิดขึ้นแทบจะพร้อมกัน
“เชี่ยยย… ไอมังกร” ชินหันมามองเพื่อนตัวเองด้วยสายตาไม่อยากเชื่อ “มึงไปทำอีท่าไหนวะ ให้น้องเนิร์ตมาส่งมึงถึงห้องเรียนได้เนี่ย”
มังกรเอนหลังพิงเก้าอี้อย่างระมัดระวัง มือขยับแตะเอวตัวเองเบา ๆ ก่อนจะถอนหายใจเหมือนไม่อยากเล่า แต่สุดท้ายก็ยอมพูด
“กูไปเจอยัยนั้นที่ห้องสมุด”
“แล้วไงต่อ…” ปอนด์รีบซักทันที สีหน้าดูอยากรู้ไม่แพ้กัน
“ยัยนั้นกำลังจะตกจากบันได กูก็เลยเข้าไปรับไว้” มังกรเล่าต่อเสียงเรียบ “แต่รับได้ไม่สวย หลังกูกระแทกพื้นเต็ม ๆ”
ไผ่ที่นั่งฟังอยู่นานเริ่มหงุดหงิด “แล้วมึงจะเล่าอ้อมทำไมวะ เล่าให้มันจบทีเดียวไม่ได้หรือไง”
มังกรหัวเราะหึในลำคอ “ก็ยัยนั้นพากูไปห้องพยาบาลไง พี่พยาบาลบอกว่ากล้ามเนื้อหลังฟกช้ำ ต้องประคบเย็น ทายา พักเยอะ ๆ”
“แล้วเกี่ยวอะไรกับให้น้องเขามาดูแลมึงล่ะ” ปอนด์ขมวดคิ้ว
“กูก็ใช้สิทธิ์สิ” มังกรยักไหล่เหมือนไม่ใช่เรื่องใหญ่ “กูเจ็บเพราะยัยนั้น ก็ต้องรับผิดชอบหน่อยป่ะ”
ทั้งโต๊ะเงียบไปวินาทีหนึ่ง ก่อนที่ปอนด์จะเลิกคิ้วขึ้น
“แล้วที่มึงเอาไลน์เขามา เอาไปทำไม”
มังกรยกมุมปากยิ้มช้า ๆ แววตาคมฉายแววเจ้าเล่ห์ชัดเจน
“ก็เผื่อยัยนั้นชิ่งหนีกูไง” เขาพูดเรียบ ๆ “กูสั่งให้มาดูแลกูยี่สิบสี่ชั่วโมง ถ้าไม่มา… กูก็โทรตามจนกว่าจะมา”
ชินกับปอนด์สบตากัน ก่อนจะหัวเราะออกมาพร้อมกัน
“แล้วนี่…หลังมึงโอเคป่ะ” ไผ่เอ่ยถาม สีหน้าจริงจังขึ้นมานิดหนึ่ง
มังกรไม่ตอบทันที เขาเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ ก่อนจะค่อย ๆ ลุกขึ้นยืน ยืดแขนบิดเอวเบา ๆ เหมือนคนกำลังคลายเมื่อย
ท่าทางนั้นทำเอาเพื่อนทั้งสามคนชะงัก สายตาพร้อมใจกันจับจ้องเขาอย่างงง ๆ
“โอเคดิ กูไม่ได้เป็นอะไรเลย” มังกรพูดเสียงเรียบ ราวกับก่อนหน้านี้ไม่ใช่คนที่นอนครางอยู่ห้องพยาบาล
“อ้าว… แล้วเมื่อกี้มึงบอกว่าพยาบาลให้คอยประคบร้อนประคบเย็น” ปอนด์ขมวดคิ้ว
มังกรหัวเราะในลำคอเบา ๆ ก่อนจะยักไหล่เหมือนไม่ใส่ใจ
“พยาบาลก็พูดเวอร์ไปงั้นแหละไอเหี้ย กูปกติดี”
เขาหยุดนิดหนึ่ง ก่อนจะยิ้มมุมปากแบบเจ้าเล่ห์
“แค่แอ็กติ้งว่าเจ็บ จะได้ให้น้องเนิร์ตของพวกมึงรับผิดชอบกูไง”
ประโยคนั้นทำเอาทั้งสามคนเงียบไปชั่ววินาที ก่อนสีหน้าจะเปลี่ยนเป็นรู้ทันพร้อม ๆ กัน
“สงสัยดีลกูคงจะใกล้จบเร็ว ๆ นี้แหละมั้ง”
ชินพูดขึ้นพร้อมรอยยิ้มมุมปาก ดวงตาเป็นประกายเหมือนกำลังสนุกกับเกมที่ตัวเองตั้งขึ้นมา ปากกาในมือถูกหมุนเบา ๆ อย่างอารมณ์ดี
ไผ่ที่นั่งพิงพนักเก้าอี้อยู่ก่อนแล้วเงยหน้าขึ้นมองเพื่อนทีละคน สีหน้าจริงจังผิดจากก่อนหน้า
“มึงก็อย่าเพิ่งได้ใจไปนักเลยว่ะ” เขาพูดเสียงต่ำ “ภาพรวมมันอาจดูเหมือนน้องเขาเป็นเด็กเนิร์ต ใส ๆ ตามคนไม่ทัน แต่จริง ๆ แล้วอาจจะไม่ใช่อย่างที่พวกมึงคิดก็ได้”
ไผ่หยุดนิดหนึ่ง ก่อนจะพูดต่อด้วยน้ำเสียงเตือน
“ผู้หญิงน่ะ…น่ากลัวกว่าที่คิดนะเว้ย โดยเฉพาะคนที่ดูเงียบ ๆ แบบนั้น กูบอกไว้ก่อน”
“ไม่หรอกมั้ง” ปอนด์หัวเราะหึในลำคอ พลางเอนหลังพิงเก้าอี้ “กูว่าน้องเขาก็ดูหลอกฟันง่ายอยู่นะ ดูทรงแล้ว หน้าจะยังไม่เคยด้วย”
มังกรยกยิ้มมุมปาก ดวงตาคมฉายแววมั่นใจแบบคนที่เคยชนะเกมแบบนี้มาไม่รู้กี่ครั้ง
“ง่ายไม่ง่าย เดี๋ยวกูพิสูจน์ให้ดูเอง” น้ำเสียงเรียบ แต่หนักแน่น ราวกับทุกอย่างถูกวางแผนไว้แล้ว
ชินหัวเราะลั่น ยกนิ้วโป้งสองข้างชี้ไปทางมังกรอย่างไม่ลังเล
“เรื่องฟันผู้หญิงแล้วทิ้งเนี่ย กูยกให้มึงเป็นที่หนึ่งเลยเพื่อน ไม่มีใครเกิน”
ทั้งเสียงหัวเราะของทั้งกลุ่มดังขึ้นพร้อมกัน เต็มไปด้วยความคะนองและความมั่นใจเกินพอดี
ก่อนที่ทุกอย่างจะเงียบกริบลงในเสี้ยววินาที
เมื่อประตูห้องเลื่อนเปิดออก
อาจารย์ประจำวิชาเดินเข้ามาพร้อมแฟ้มเอกสารในมือ สายตากวาดมองทั่วห้อง
เสียงหัวเราะ เสียงคุย เสียงแซว หายวับไปทันที เหลือเพียงความเงียบที่ปกคลุมห้องเรียน…