ช่วงเย็นของวัน แสงสีส้มทองของพระอาทิตย์กำลังค่อย ๆ จางลงเหนือขอบทะเลป่าตอง คลื่นซัดสาดเบา ๆ เข้าฝั่ง ผสมกับเสียงดนตรีแจ๊ซแผ่ว ๆ จากบาร์ริมหาดของโรงแรม ของขวัญอาบน้ำเสร็จเรียบร้อยแล้ว สวมเดรสสีครีมบางเบา ผมเปียกชุ่มยังคงหยดน้ำลงไหล่ เธอเดินลงมานั่งที่เคาน์เตอร์ไม้ขัดมัน มองออกไปยังทะเลที่กำลังเปลี่ยนสี
ไอแพดวางอยู่ตรงหน้า เธอก้มหน้าพิมพ์ตัวเลขเคลียร์บัญชีจ่ายของสาขาเชียงใหม่ สาขากรุงเทพ และสาขาภูเก็ตที่เพิ่งเปิดใหม่ นิ้วเรียวเคลื่อนไหวรวดเร็ว แต่สายตาเหม่อลอยเป็นระยะ
“Excuse me, miss. Can I buy you a drink?” ชายต่างชาติผิวแทนในเสื้อฮาวายยิ้มกว้าง เดินเข้ามานั่งข้าง ๆ
ของขวัญยกมือปฎิเสธเบา ๆ “No, thank you.” แล้วก้มหน้าต่อ
ไม่ถึงสิบนาที อีกคนเดินเข้ามา “Hey, you look familiar. Are you a model?” ชายยุโรปผมบลอนด์ยิ้มหวาน
เธอถอนหายใจ “No, just working.” แล้วยกไอแพดขึ้นบังหน้า
แต่แล้ว เสียงที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นจากด้านหลัง “ของขวัญเหรอ” ของขวัญชะงัก นิ้วหยุดนิ่งบนหน้าจอ เธอเงยหน้าขึ้นช้า ๆ “จริงด้วย นี่เธอมาทำอะไรที่นี่เนี่ย ยัยขวัญ” อันดา หรือ อัญธิดา พี่สาวต่างแม่ ยืนอยู่ตรงนั้น ชุดเดรสสีแดงสด ผมสั้นดัดลอน แว่นกันแดดยังค้างอยู่บนศีรษะ สีหน้าดูแปลกใจไม่ต่างจากของขวัญ
“ขวัญมาทำงานน่ะค่ะ” ของขวัญรีบตอบ ปิดไอแพดลงทันที พยายามทำเสียงปกติ
“เธอมาคนเดียวเหรอ” อันดาถาม สายตาสแกนไปรอบ ๆ ราวกับกำลังหาใครสักคน
ก่อนที่เจ้าขา เพื่อนสาวคนสนิทของอันดา จะเดินตามมา ชุดจั๊มพ์สูทสีดำ รองเท้าส้นสูง “น้องมันโตแล้วนะอัน ทำหน้าแปลกใจอะไรขนาดนั้น”
แล้วเจ้าขาก็หันมาพูดกับของขวัญ “พอดีเลย ถ้าขวัญไม่ติดอะไร วันนี้สัก 3 ทุ่ม เจอกันที่คลับตรงข้ามโรงแรมนะ เพราะว่ายัยเอยกำลังจะมาจอยด้วย”
ของขวัญตาโต “ยัยเอยมาที่นี่เหรอคะ”
“ใช่จ้ะ รายนั้นมาภูเก็ตตั้งแต่อาทิตย์ก่อนแล้วนะ นี่ไม่ได้คุยกันเลยเหรอ”
ของขวัญยิ้มแห้ง “ใช่ค่ะ พี่ขาก็รู้ว่ายัยเอยติสจะตาย ติดต่อก็ยาก”
เจ้าขายิ้มกว้าง “งั้นวันนี้ 3 ทุ่มก็มานะ ไม่งั้นพี่ก็บอกไม่ได้ว่าจะได้เจอยัยเด็กแสบคนนี้อีกตอนไหน”
พูดจบ ทั้งสองก็โบกมือ เดินออกไปทางชายหาด ทิ้งของขวัญไว้นั่งนิ่งครู่หนึ่ง เธอมองไอแพดที่ยังค้างหน้าจอตัวเลข แล้วปิดลง ขึ้นลิฟต์กลับห้อง ทิ้งตัวลงบนเตียง มองเพดานสีครีม
แล้วลุกขึ้น เปิดตู้เสื้อผ้าที่คุณเปรมให้คนจัดไว้ให้ เดรสสีดำตัวสั้น รองเท้าส้นสูงสีเงิน เธอหยิบออกมา วางลงบนเตียง แล้วเดินเข้าห้องน้ำ เปิดก๊อกน้ำร้อน กระจกเริ่มหมอก เธอมองตัวเอง รอยแดงที่คอเริ่มจางลง เธอหยิบคอนซีลเลอร์ ลงรองพื้นหนา ๆ
ไฟในคลับสีม่วงอมแดงกระพริบตามจังหวะเบสหนัก ๆ ที่ดังกระหึ่มจนพื้นสั่น ของขวัญเดินฝ่าฝูงคนที่เต้นระริก กลิ่นน้ำหอมผสมเหงื่อและแอลกอฮอล์คลุ้งไปทั่ว เธอสวมเดรสสีดำตัวสั้น ผมลอนคลาย ๆ ปิดบังรอยแดงที่คอ รองเท้าส้นสูงสีเงินสะท้อนแสงไฟ
โต๊ะ VIP มุมขวาสุด เจ้าขาโบกมือลั่น “นึกว่าจะไม่มาซะแล้ว! ยัยเอยออกไปรับเพื่อนหน้าคลับ เดี๋ยวก็มา ขวัญมานั่งตรงนี้สิ ตรงนี้ที่ยัยเอย นั่งนี่ๆ ข้างๆ กัน”
ของขวัญยิ้มฝืน ๆ เดินไปนั่งลงตรงที่เจ้าขาชี้ โต๊ะกลมมีผู้หญิงอีกสี่คนนั่งอยู่แล้ว สองคนเป็นรุ่นพี่สมัยเรียน อีกสองคนไม่รู้จัก แต่ทุกคนยกแก้วทักทายเธออย่างร่าเริง
“ค็อกเทลมาแล้ว ฉันสั่งไว้ให้” อันดายื่นแก้วสีฟ้ามาให้ ของขวัญรับมา จิบเบา ๆ ความหวานตัดเปรี้ยวจี๊ดที่ลิ้น ช่วยให้หัวใจเต้นช้าลงนิดหน่อย
ดนตรีเปลี่ยนเป็นเพลงแดนซ์ เธอโยกตัวตามจังหวะ พยายามปล่อยตัวให้เข้ากับกลุ่มเพื่อน อย่างน้อยคืนนี้ เธออยากลืมทุกอย่าง
แล้วเสียงแหลม ๆ ดังขึ้นจากด้านหลัง “อ้าวยัยขวัญ! นี่เซอร์ไพรส์ที่พี่ฉันบอกคือเธอเองเหรอเนี่ย!”
เจ้าเอย ในเดรสสีชมพูร้อนแรง ผมยาวสลวย เดินพุ่งเข้ามากอดของขวัญแน่น ของขวัญกอดตอบ ยิ้มจริงครั้งแรกของคืนนี้ “คิดถึงจะตายอยู่แล้ว!” เจ้าเอยตะโกนแข่งกับเพลง
แต่สายตาของขวัญกลับเลื่อนไปมองคนที่ตามหลังเจ้าเอยมา สามคน หัวใจเธอตกไปที่ตาตุ่ม
ข้าง ๆ เจ้าเอยคือ คุณปลื้ม ในเชิ้ตสีเทาเข้ม ตามมาด้วย คุณเปรม ที่มองเธอไม่วางตา สายตาเย็นเยียบแต่ร้อนแรง และคนสุดท้าย ธีรัช เดินมานั่งลงตรงข้ามเธอทันที
“ไม่คิดว่าจะเจอเธอที่นี่” ธีรัชพูดเสียงเบา แต่ชัดเจน “วันนี้ทั้งวันฉันติดต่อเธอไม่ได้เลย”
ของขวัญกลืนน้ำลาย “พอดีมือถือแบตหมดน่ะ ขอโทษทีนะ” เธอพยายามยิ้ม มือกำแก้วแน่น สายตาเธอเลื่อนไปมองคนที่นั่งข้างธีรัชอีกที
คุณเปรมนั่งลงช้า ๆ ขาไขว่ห้าง มือถือแก้ววิสกี้ สายตาจ้องเธอไม่กะพริบ แม้จะยกแก้วขึ้นจิบ แต่ดวงตาไม่เคยถอนจากใบหน้าเธอเลย
“รู้แค่ว่าคุณเปรมมาภูเก็ต แต่ไม่รู้เลยว่าคุณปลื้มกับธีรัชก็มาด้วย” เจ้าขาพูดขึ้น ตอนนี้ฐานะเธอคือพี่สะใภ้ของธีรัชโดยสมบูรณ์
“เราพึ่งบินมาช่วงบ่ายวันนี้น่ะครับพี่สะใภ้” ธีรัชหันไปตอบเจ้าขา แล้วหันกลับมามองของขวัญ
เจ้าเอยไม่รู้เรื่องอะไรเลย ดึงแขนของขวัญลุกขึ้น “มาเต้นกัน! เพลงนี้เพราะจะตาย!”ของขวัญลุกตามเพื่อน แต่รู้สึกถึงสายตาคุณเปรมที่ตามหลังมาเหมือนเงา
บนฟลอร์เต้นรำ ไฟสโตรบกระพริบ เธอโยกตัวตามจังหวะ เจ้าเอยกอดคอเธอเต้นด้วย แต่ทุกครั้งที่หันไป เธอเห็น คุณเปรม ยืนพิงเสา มองเธออยู่ไกล ๆ ไม่ยิ้ม ไม่ขยับ ไม่พูด
เสียงเพลงในคลับเริ่มช้าลง เปลี่ยนจากจังหวะเร้าใจเป็นบัลลาดจังหวะกลาง ๆ ไฟสีม่วงอมแดงยังส่องสะท้อนโต๊ะกระจกที่เรียงรายทั่วฟลอร์ คุณเปรมเดินกลับมานั่งที่โต๊ะหลังจากเฝ้ามองของขวัญอยู่ครู่หนึ่ง เขาไม่พูด ไม่ส่งสัญญาณอะไร นอกจากรอยยิ้มจาง ๆ ที่มุมปากเหมือนคนรู้ทัน
“ของขวัญเต้นเก่งขึ้นนะ” เจ้าขาพูดขึ้น พลางเอนตัวเข้าใกล้คุณเปรมจนไหล่เกือบแตะ ริมฝีปากสีแดงเข้มแตะขอบแก้วไวน์อย่างช้า ๆ “แต่ก่อนจำได้ว่าเธอไม่ค่อยออกงานกลางคืนเลย”
คุณเปรมหัวเราะในลำคอ เสียงทุ้มต่ำเหมือนที่เคยกระซิบข้างหูแฟนเก่าแบบเคยชินอย่างเธอ “อาจเพราะมีคนคอยพาไปแต่ที่เงียบ ๆ มั้ง”
เจ้าขาหัวเราะเบา ๆ มือยกขึ้นแตะแขนเขาอย่างลืมตัว นิ้วโป้งวนเป็นวงกลมเล็ก ๆ ที่ข้อศอก “พูดแบบนี้ ยังเหมือนเดิมเลยนะ นายเนี่ย”
เขาเอนตัวเข้าหาเธอทันที มือใหญ่ลากช้า ๆ จากข้อมือเจ้าขาขึ้นไปถึงข้อศอก แล้วหยุดตรงนั้น นิ้วโป้งกดเบา ๆ ตรงจุดที่เคยเป็นรอยจูบของเขาเมื่อหลายปีก่อน “คุณยังชอบไวน์ขาวเหมือนเดิมหรือเปล่า” เขาถามพลางโบกมือเรียกพนักงาน “ขอ Château Minuty Rosé หนึ่ง ขาวหนึ่งขวด”
“จำได้ด้วย” เจ้าขายิ้มบาง ตาเป็นประกาย “ปกติไม่มีใครจำรสนิยมไวน์ฉันได้หรอกนะ”
“บางอย่างจำแล้วลืมไม่ได้หรอก” เขาตอบพร้อมสบตาเธอตรง ๆ มือยังคงลูบแขนเธอเบา ๆ อย่างไม่สนใจสายตาของใคร
เสียงหัวเราะของเจ้าขาเบาแต่หวาน เธอเอนตัวเข้าใกล้ข้างหูเขา “พูดแบบนี้เดี๋ยวเด็กเขาหึงนะ”
ของขวัญที่เพิ่งเดินกลับมาจากฟลอร์ได้ยินชัดทุกคำ เธอหยุดเท้าไว้กลางระยะระหว่างฟลอร์กับโต๊ะ หัวใจเต้นแรงจนรู้สึกเหมือนจะทะลุอก นิ้วมือสั่นเล็กน้อย เธอสูดหายใจลึก เดินกลับมานั่งที่โต๊ะฝั่งตรงข้าม แสร้งทำเหมือนไม่ได้ยินอะไร
“สนุกไหม” คุณปลื้มถามพลางยิ้มอ่อน เขาพยายามเบี่ยงบรรยากาศ แต่สายตาของของขวัญกลับไม่ละจากภาพตรงหน้า มือของคุณเปรมที่กำลังเปิดไวน์ให้เจ้าขาอย่างนุ่มนวล รินช้า ๆ จนหยดสุดท้ายลงแก้วทรงสูง แล้วเลื่อนแก้วให้ตรงหน้าเธอ
“ลองดูสิ ยังหอมเหมือนเมื่อก่อนหรือเปล่า” เขาพูดด้วยน้ำเสียงที่เหมือนเอาใจแต่เย็นยะเยือก มือยังคงลูบแขนเจ้าขา
เจ้าขาจิบไวน์ช้า ๆ หลับตา “หอมจริง ๆ คุณยังจำได้ทุกอย่างเลยนะ”
“ผมแค่จำสิ่งที่ควรจำ” เขาตอบ มือเลื่อนขึ้นไปเอาผมทัดหูเจ้าขา อย่างไม่สนใจว่าใครจะมอง
ของขวัญกลืนน้ำลายลงคอ เสียงเพลงในคลับเหมือนเบาลงทุกที ทุกภาพที่เห็นตรงหน้าเหมือนภาพซ้ำ ผู้หญิงที่เคยอยู่ตรงนั้น ก่อนเธอ ก่อนเขาจะ “เลือก” เธอมาแทนที่ใครอีกคน และตอนนี้ เขาก็แสดงให้เห็นชัดว่า การถูกแทนที่เป็นเรื่องง่ายแค่ไหนสำหรับเขา
เจ้าขายกมือแตะแก้มคุณเปรมเบา ๆ ขณะหัวเราะกับเรื่องเล็ก ๆ ที่คนอื่นฟังไม่ทัน คุณปลื้มมองนิ่ง ๆ ส่วนธีรัชนั่งเงียบไม่พูด เขามองของขวัญที่พยายามยิ้ม แต่ริมฝีปากเธอสั่นเล็กน้อย
“ขวัญไม่ดื่มหน่อยเหรอ” เจ้าขาหันมา “ไวน์ดีนะ อันนี้คุณเปรมสั่งเองเลยด้วย”
ของขวัญยิ้มบาง “ขวัญไม่ค่อยดื่มค่ะ ปวดหัวง่าย”
“อ๋อ…” เจ้าขายิ้มบาง มีประกายบางอย่างในแววตา “แต่ตอนก่อน ฉันจำได้ว่าเธอชอบดื่มนะ โดยเฉพาะเวลามีใครบางคนรินให้”
ของขวัญชะงัก สายตาสบกับเจ้าขาในวินาทีนั้น รอยยิ้มของทั้งคู่ต่างนิ่ง แต่เย็นเฉียบในแบบของตัวเอง หนึ่งคนรู้ทุกอย่าง อีกคนพยายามไม่ให้ใครรู้
คุณเปรมยกแก้วขึ้น ดื่มรวดเดียวหมด แล้วเอ่ยเบา ๆ พอได้ยินกันแค่โต๊ะ “อดีตมันก็เหมือนไวน์แหละ ยิ่งนานก็ยิ่งแรง”
เจ้าขาหัวเราะในลำคอเบา ๆ “แต่อย่าลืมนะ ว่าบางแก้วมันไม่ใช่ของคุณอีกแล้ว”
เขาไม่ตอบ แต่หันไปหาคนอื่นบนโต๊ะ ยกแก้วขึ้นชนกับอันดา “อันดา ยังชอบม็อกเทลเหมือนเดิมไหม” แล้วหันไปหาเจ้าเอย “เอย น้ำแข็งหมดหรือยัง เดี๋ยวเรียกเพิ่ม”
เขาดูแลทุกคนบนโต๊ะ ยกเว้นเธอ ไม่เหลียวมา ไม่แม้แต่หันมามอง ไม่ถามว่าเธอดื่มอะไร ไม่สนใจว่าที่นั่งของเธอหนาวไปหรือไม่ ของขวัญนั่งนิ่ง มือกำแก้วน้ำแน่นจนข้อนิ้วขาว เธอไม่ใช่คนบนโต๊ะนี้แล้ว เธอเป็นแค่คนที่ถูกทิ้งไว้ข้างนอก เป็นอย่างงั้นไปสำหรับเขาตอนนี้