9 เกมในกระจก

2170 คำ
เสียงเพลงจากคลับด้านนอกลอดเข้ามาในห้องน้ำหรูของโรงแรม แสงไฟสีม่วงสะท้อนกับกระจกบานใหญ่จนเกิดเงาซ้อนของหญิงสาวสองคนที่กำลังเติมลิปสติกอยู่เคียงกัน อันดาในเดรสสีแดงสด กับเจ้าขาในจั๊มพ์สูทสีดำแวววาว ทั้งคู่เคยเป็นเพื่อนสนิทตั้งแต่เรียนประถม และแม้จะผ่านมาหลายสิบปี บทสนทนาระหว่างพวกเธอยังคงวนเวียนอยู่กับ “ผู้ชายคนเดิม” “อะไรยังไงยัยขา ฉันเห็นนะ แกกับคุณเปรมนี่มันยังไงกันแน่ ถ่านไฟเก่าจะคุอีกแล้วรึไง?” อันดาพูดพลางหัวเราะในลำคอ แต่แววตาไม่ขำด้วย เจ้าขายกมุมปากขึ้นนิด ๆ ในกระจก “ไม่มีอะไรทั้งนั้นแหละ เพื่อนกันหมด ฉันมูฟออนนานแล้ว เขาเองก็คงเหมือนกัน” “เหรอ...” อันดาหันมาสบตาเพื่อนสนิทตรง ๆ เสียงในประโยคต่อมานุ่มลง แต่จริงจังจนแผ่วลึก “งั้นถ้าฉันจะขอให้แกช่วย ให้ฉันได้เดทกับเขาสักครั้งระหว่างที่อยู่ที่นี่ แกจะโอเคไหม?” คำพูดนั้นทำให้เจ้าขาชะงัก ปลายลิปสติกแทบหลุดจากแนวปาก เธอหัวเราะกลบเกลื่อน “สีหน้าแบบนี้คืออะไร แกเอาจริงดิ? คุณเปรมนี่นะ?” อันดาไม่ตอบ มีเพียงสายตาที่แน่วแน่ตอบกลับมาแทนทุกคำพูด เจ้าขาวางลิปสติกลง เสียงหล่นกระทบเคาน์เตอร์เบา ๆ แต่เย็นเฉียบ “นี่แกยังไม่เลิกแอบชอบเขาอีกเหรอ ผ่านมากี่ปีแล้วนะ สิบ? หรือ ยี่สิบปี?” “ใช่” อันดาตอบเรียบ ๆ แต่แฝงแรงกดดัน “แล้วแกก็รู้ดีว่าเมื่อก่อนฉันชอบเขาแค่ไหน” ในเงากระจก ทั้งคู่จ้องหน้ากัน ภาพสะท้อนนั้นไม่ใช่ของสองเพื่อนสาว แต่เหมือนหญิงสองคนที่ต่างถือดาบไว้ในมือ “แกจำได้ไหม” อันดาพูดต่อ น้ำเสียงแผ่วแต่เฉียบ “ตอนนั้นเราตกลงกันไว้ ว่าฉันจะไม่ยุ่งกับคุณโปรด เพราะแกชอบเขา ส่วนแกก็จะไม่แตะคุณเปรม เพราะฉัน...แต่สุดท้ายเป็นยังไง แกเลือกเขาเองกับมือ” เจ้าขาเม้มปากแน่น ก่อนคลี่ยิ้มบาง “โอ๊ย แกนี่...อย่าดึงดราม่าได้ไหม เมาหรือเปล่า” เธอหยิบลิปกลอสขึ้นมาทาใหม่ “เอาอย่างนี้ ถ้าแกยังอยากเดทกับเขาจริง ๆ เดี๋ยวฉันจัดให้เลยคืนนี้ จะให้เขาไปส่งแกกลับดีไหม?” น้ำเสียงนั้นฟังดูเหมือนล้อเล่น แต่เบื้องหลังคือแรงบีบที่แน่นลึกในอก เพราะแม้ปากจะพูดว่า “ไม่รู้สึกอะไร” แต่ในใจ เจ้าขารู้ดีว่าเธอยังหวง ไม่ใช่แค่คุณเปรม แต่รวมถึงคุณโปรด คุณปราบ และคุณปลื้ม ผู้ชายทุกคนในตระกูลนั้นเคยอยู่ในอุ้งมือเธอ เคยหลงใหลเธอ และเคยยอมแพ้ต่อเสน่ห์ของเธอไม่มากก็น้อย และเธอไม่เคยปล่อยให้ใครได้พวกเขาไปอย่างแท้จริง อันดาอาจไม่รู้ แต่เจ้าขารู้ว่า “อำนาจ” ที่แท้จริงของผู้หญิงไม่ใช่การได้ครอบครอง แต่คือการทำให้คนอื่น รู้สึกว่าเธออาจกลับมาเมื่อไรก็ได้ แบบที่ว่าทุกคนที่เข้าหาพวกเขา ไม่ว่าใครก็ต้องมองเธอเป็นคู่แข่งที่หน้ากลัว เธอหัวเราะเบา ๆ พลางเก็บแปรงแต่งหน้า “ได้สิ ยัยอัน ถ้าแกอยากได้จริง ๆ ฉันจะช่วยแกเต็มที่เลย” คำว่า “ช่วย” หลุดจากปากพร้อมรอยยิ้มที่ไม่มีความหมายเดียวกับเสียง ในหัวของเจ้าขา มีภาพหนึ่งแทรกขึ้นมาทันที ใบหน้าซีดของ “ของขวัญ” เด็กสาวในกรงทองของคุณเปรม ที่ใครหลายคนยังไม่รู้จักตัวตนจริง ๆ เธอรู้ทุกอย่าง ตั้งแต่วันที่คุณเปรมพาเด็กคนนั้นมาที่ภูเก็ต รู้ว่าเธออยู่ไหน รู้ว่าเขาซ่อนอะไรไว้ใต้คำว่า “ดูแล” และตอนนี้ เมื่อเพื่อนรักอย่างอันดาเอ่ยปากขอ “เดท” กับเขา เจ้าขากลับรู้สึกตื่นเต้น ไม่ใช่เพราะอยากให้มันเกิดขึ้นจริง แต่เพราะเธออยากรู้ ว่าใครจะเจ็บก่อนกัน ถ้าอันดาได้รู้ว่า “เด็กคนนั้น” ที่คุณเปรมแอบซ่อนไว้ คือใคร เกมนี้จะน่าสนุกกว่าที่คิด และเจ้าขา ก็พร้อมจะเป็นคนถือเชือกในเงามืดเอง เจ้าขาเดินกลับมานั่งลงข้างคุณปลื้มอีกครั้ง แสงไฟสีม่วงสะท้อนบนใบหน้าเรียบเฉยของเธอ แต่ภายในกำลังเคลื่อนไหวราวกับเครื่องจักรที่คำนวณทุกจังหวะอย่างแม่นยำ หัวใจเต้นช้าลง เป็นจังหวะของ “เกม” ที่เธอกำลังเล่นอยู่ เธอเห็นคุณเปรมเดินกลับเข้ามาในคลับ ร่างสูงในเชิ้ตสีเทาเข้ม สายตาเย็นเยียบกวาดหาบางสิ่ง ก่อนจะหยุดตรงโต๊ะ VIP นิ้วเรียวของเจ้าขากำแก้วไวน์แน่นขึ้นนิดหนึ่ง แต่ใบหน้ายังคงยิ้ม “คุณเปรม” เธอเรียกเสียงหวาน พอให้ได้ยินพอดี คุณเปรมหยุดที่ข้างโต๊ะ คิ้วขมวดเล็กน้อย ดวงตาเต็มไปด้วยความกังวล “ของขวัญอยู่ไหน” “ออกไปสูดอากาศข้างนอกน่ะ” เจ้าขาตอบเรียบ ๆ พลางยกแก้วไวน์ขึ้นแตะริมฝีปาก “เดี๋ยวก็กลับมา นายมานั่งก่อนสิ อันดามีเรื่องจะคุยกับนาย” พอดีกับที่อันดาเดินออกมาจากห้องน้ำ ผิวแก้มแดงระเรื่อจากแอลกอฮอล์ ดวงตาเป็นประกายด้วยความคาดหวัง เจ้าขาดึงแขนเธอให้นั่งลงข้างคุณเปรมทันที “นั่งนี่สิ อันดา”คุณเปรมนั่งลงช้า ๆ ขาไขว่ห้าง แต่สีหน้ากลับไม่สบายใจ เจ้าขาพูดพร้อมรอยยิ้มที่ซ่อนคม “อันดาอยากคุยกับนาย...เรื่องเก่า ๆ น่ะ” อันดายิ้มเขิน ริมฝีปากสั่นน้อย ๆ “ใช่...ฉันคิดถึงนาย” คำพูดนั้นทำให้คุณเปรมหันมามองเธอครั้งแรกในรอบหลายปี ดวงตาเย็นเฉียบ แต่ที่มุมตากลับมีรอยไหวบาง ๆ “คิดถึง?” เขาทวนเสียงเรียบ “นานแล้วที่เราไม่ได้คุยกันแบบนี้” อันดาพูดช้า ๆ มือกำชายกระโปรงแน่น ทั้งที่พยายามยิ้ม เจ้าขานั่งมองภาพตรงหน้าอย่างพอใจ มือยกแก้วไวน์ขึ้นจิบ รสไวน์ขาวเย็นเฉียบแตะปลายลิ้น ในหัวเธอคิดเพียงอย่างเดียว ให้อันดาได้ใกล้พอ ให้คุณเปรมลังเลพอ และให้เด็กคนนั้น กลับมาเห็นในจังหวะที่ทุกอย่าง “ชัดที่สุด” ด้านนอกคลับ ลมทะเลพัดแรงพอจะทำให้ผมของของขวัญปลิวสะบัด เธอยืนพิงราวเหล็ก สูดอากาศเข้าปอดลึก พยายามกลืนก้อนบางอย่างในลำคอ “ขวัญ” เสียงหนึ่งดังขึ้นจากด้านหลัง ธีรัชเดินเข้ามาช้า ๆ แสงจากป้ายไฟสะท้อนดวงตาเขา “เราไปส่งนะ” ของขวัญพยักหน้าเบา ๆ “อืม ได้สิ” เสียงเธอสั่นจนแทบไม่ออกเสียง ธีรัชเปิดประตูรถให้ มือแตะไหล่เธอเบา ๆ “ไม่เป็นไรใช่ไหม” “ไม่เป็นไร...” เธอยิ้ม ฝืนแต่จริงใจ เพราะรู้ดีว่าเขาไม่ได้ถามแค่เรื่องคืนนี้ ในคลับ เจ้าเอยมองภาพนั้นจากโต๊ะตรงระเบียงกระจก ธีรัชกำลังพาของขวัญขึ้นรถ ตาเธอแดงก่ำจากแอลกอฮอล์ แก้วค็อกเทลว่างเปล่าหลายใบเรียงอยู่ตรงหน้า “อีกแก้ว” เธอพูดเสียงแหบพร่า มือสั่นจนน้ำแข็งในแก้วกระทบกันเบา ๆ คุณปลื้มที่เดินมานั่งข้าง ๆ มองอยู่นานก่อนถอนหายใจเบา ๆ เขาดึงแก้วออกจากมือเธอ “พอแล้ว เอย” เสียงเขานุ่มแต่เด็ดขาด “กลับเถอะ เธอเมาแล้วนะ” เจ้าเอยเงยหน้ามอง น้ำตาเอ่อคลอ “ทำไม ถึงไม่มีใครรักเอยแบบนั้นบ้าง” คุณปลื้มไม่พูดอะไร เขาเพียงวางมือบนไหล่เธอ พาเดินออกจากคลับ เหมือนทุกครั้งที่เขาเคยทำ ราวกับมีแค่เขาที่รู้ว่าในใจเด็กสาวร่าเริงคนนี้คิดอะไรอยู่ เจ้าขานั่งอยู่ที่โต๊ะ เหลือเพียงเธอ คุณเปรม และอันดาที่กำลังพูดคุยกันอย่างเกร็ง ๆ เธอยกแก้วไวน์ขึ้นอีกครั้ง จิบช้า ๆ รสชาติขมปนหวานที่ปลายลิ้น เหมือนอำนาจ เหมือนการครอบครอง สายตาเธอมองภาพทั้งหมดราวกับกำลังชมการแสดงที่เธอเป็นคนเขียนบทเอง ทุกคนเริ่มขยับเข้าตามตำแหน่งบนกระดาน เจ้าขายิ้มบาง วางแก้วลงบนโต๊ะ เสียงกระทบเบา ๆ เหมือนสัญญาณเริ่มเกม “คุณเปรมงั้นฉันรบกวนนายช่วยไปส่งอันดาด้วยนะ น้องสาวฉันออกไปแล้ว ฉันคงต้องกลับละ” เธอลุกขึ้น เดินออกจากคลับอย่างสง่างาม ทิ้งไว้เพียงกลิ่นน้ำหอมและรอยยิ้มที่ไม่มีใครเดาได้ ว่าเป็นความพึงพอใจ หรือคำประกาศสงคราม เสียงคลื่นยามดึกดังแผ่วอยู่ไกล ๆ เมื่อของขวัญกลับมาถึงห้องพักในโรงแรม แสงไฟยังไม่เปิด เธอวางกระเป๋าลงบนโต๊ะอย่างหมดแรง ร่างทั้งร่างหนักราวกับมีบางสิ่งกดทับอยู่บนอก คำพูดของธีรัชยังวนเวียนอยู่ในหัว “ไม่เป็นไรใช่ไหม” แต่ความเงียบระหว่างทางกลับต่างหาก ที่ตอบทุกอย่างแทนคำพูด เธอถอดรองเท้าส้นสูงออกทีละข้าง ก่อนเดินเท้าเปล่าเข้าไปในห้องน้ำ เปิดไฟดวงเล็กข้างกระจก แสงสีขาวสะท้อนใบหน้าซีดของตัวเองในเงา เสียงคลื่นจากลำโพงเพดานยังคลอเบา ๆ จังหวะนิ่งสงบของทะเลตัดกับความปั่นป่วนในใจ ทันทีที่สายตาสบกับกระจก ความทรงจำในห้องน้ำของคลับเมื่อครู่ก็ไหลย้อนกลับมา เสียงผู้หญิงสองคนที่เธอแอบได้ยินในขณะเข้าห้องน้ำอยู่ เสียงหัวเราะคุ้นหูของเจ้าขา และเสียงอีกคนที่เธอจำได้ทันที อันดา พี่สาวต่างแม่ของเธอ ตอนนั้น เธอยืนอยู่ในห้องเล็กด้านในสุด ไม่กล้าแม้แต่จะขยับ เพราะเสียงทั้งคู่ลอดเข้ามาชัดเจนทุกคำ ไม่มีทางหนี ไม่มีที่ให้หลบ และทุกคำพูดถึง “เขา”คนเดียวกับที่เธอเพิ่งเดินหนีออกมาในคืนนี้ “อะไรยังไงยัยขา ฉันเห็นนะ แกกับคุณเปรมมันยังไงกันแน่ ถ่านไฟเก่าจะคุอีกแล้วรึไง?” “ไม่มีอะไรทั้งนั้นแหละ เพื่อนกันหมด ฉันมูฟออนนานแล้ว เขาเองก็คงเหมือนกัน...” “งั้นถ้าฉันจะขอให้แกช่วย ให้ฉันได้เดทกับเขาสักครั้งระหว่างที่อยู่ที่นี่ แกจะโอเคไหม?” ของขวัญจำได้แม่น แม้ไม่อยากฟัง แต่ร่างกลับไม่ขยับ หัวใจเธอเต้นแรงจนได้ยินเสียงในหูอื้อ ร่างเย็นเฉียบ มือสั่นจนแทบควบคุมไม่อยู่ และเมื่อเสียงเจ้าขาพูดประโยคสุดท้าย เสียงที่เบาแต่คมยิ่งกว่ามีด มันก็เหมือนกระแทกเข้าอกเต็มแรง “ได้สิ ยัยอัน ถ้าแกอยากได้จริง ๆ ฉันจะช่วยแกเต็มที่เลย” หลังจากนั้น เงียบสนิท เหลือเพียงเสียงหัวเราะเบา ๆ ของเจ้าขาที่ก้องสะท้อนในห้องนั้นอยู่นาน มันไม่ดัง แต่บาดลึก ของขวัญยืนฟังอยู่ในความมืด ความรู้สึกทุกอย่างปะทะกันยุ่งเหยิงในอก ทั้งเจ็บ ทั้งอาย ทั้งสับสน เพราะไม่ใช่แค่เรื่องของผู้ชายคนหนึ่ง แต่คือเรื่องของ “สายเลือด” เธอไม่เคยรู้เลยว่า พี่สาวต่างแม่ของเธอก็เคยรักผู้ชายคนเดียวกันมาก่อน เธอทรุดตัวลงบนพื้นกระเบื้องเย็น มือกอดเข่าแน่น หัวใจเหมือนถูกบีบช้า ๆ ทุกภาพของคืนนี้ไหลย้อนกลับมาเหมือนฟิล์มที่ถูกกรอซ้ำ ภาพคุณเปรมรินไวน์ให้เจ้าขา ภาพอันดายิ้มอาย ๆ ข้างเขา และภาพของเธอเอง ที่ยืนอยู่นอกวงนั้น...อย่างโดดเดี่ยว น้ำตาไหลออกมาเงียบ ๆ โดยไม่มีเสียงสะอื้น มันไม่ใช่ความเสียใจแบบเด็ก ๆ อีกต่อไป แต่คือความปวดลึกของคนที่เพิ่งรู้ว่า ไม่ว่าจะพยายามมากแค่ไหน เธอก็ไม่มีวันอยู่ในโลกเดียวกับพวกเขาได้ อันดา พี่สาวต่างแม่ ผู้หญิงที่สังคมยกย่อง มีชื่อเสียง มีที่ยืน เจ้าขา ผู้หญิงที่เกิดมาพร้อมอำนาจ เสน่ห์ และทุกอย่างที่เธอไม่มี และเธอ...ของขวัญ เด็กผู้หญิงธรรมดา ที่ถูกดึงเข้ามาในเกมที่ไม่มีใครอยากให้เธอเล่น เธอเงยหน้ามองภาพสะท้อนของตัวเองในกระจก ดวงตาแดงช้ำ ริมฝีปากซีด แต่ในเงานั้น เธอเห็นบางอย่างที่เปลี่ยนไป ไม่ใช่ความอ่อนแออีกต่อไป แต่คือ การยอมรับ และ การถอยอย่างมีสติ เธอรู้แล้ว ว่าต้องออกจากวงหมุนนี้ ต้องถอยออกจากเขา และจากเงาของผู้หญิงเหล่านั้น เพราะไม่ว่ารักเขามากแค่ไหน การอยู่ตรงนี้มีแต่เจ็บ ของขวัญลุกขึ้นช้า ๆ เดินไปเปิดฝักบัว สายน้ำเย็นไหลผ่านศีรษะลงมาตามแผ่นหลัง เธอหลับตา ปล่อยให้น้ำพาเอาน้ำตาและทุกอย่างออกไป เสียงหัวเราะของเจ้าขาค่อย ๆ จางลง เหลือเพียงเสียงน้ำกับเสียงหัวใจของเธอที่เริ่มกลับมาสงบ
อ่านฟรีสำหรับผู้ใช้งานใหม่
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    ผู้เขียน
  • chap_listสารบัญ
  • likeเพิ่ม