14 เงาที่ตัดไม่ขาด

2252 คำ
กลิ่นกาแฟคั่วบดหอมกรุ่นที่เคยสร้างความผ่อนคลายให้กับ Maison d’Ancha สาขาริมน้ำปิง วันนี้กลับถูกกลบด้วยบรรยากาศมาคุที่แผ่ซ่านออกมาจากร่างสูงโปร่งของชายหนุ่มในชุดสูทสีเทาเข้มที่นั่งไขว่ห้างอยู่กลางร้าน คุณเปรม นั่งอยู่ที่นั่นมาเกือบชั่วโมงแล้ว เขาไม่สั่งกาแฟ ไม่สั่งขนม ไม่แตะต้องแก้วน้ำที่พนักงานเสิร์ฟ สายตาคมกริบภายใต้กรอบหน้าเรียบนิ่งจับจ้องไปที่ประตูห้องทำงานกระจกฝ้าด้านในสุด ห้องที่ ของขวัญ ขังตัวเองอยู่ในนั้นตั้งแต่เช้า “คุณเปรมคะ...เอ่อ คุณขวัญแจ้งว่าติดประชุมสายสำคัญ ยังไม่สะดวกออกมาพบค่ะ” ผู้จัดการร้านใจกล้าเดินเข้าไปรายงานด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกัก คุณเปรมปรายตามองเธอเพียงแวบเดียว ก่อนจะยกนาฬิกาข้อมือขึ้นดู “ประชุมสาย...กับใคร?” “มะ...ไม่ทราบค่ะ” “ไปบอกเจ้านายเธอ...” เขาพูดเสียงเรียบ แต่เย็นยะเยือกจนคนฟังขนลุก “ถ้าไม่ออกมาภายในสามนาที ฉันจะพังประตูเข้าไป แล้วลากตัวออกมาคุยตรงนี้ ต่อหน้าลูกค้าทุกคน” คำขู่นั้นไม่ได้เกินจริง ภายในห้องทำงาน ของขวัญยืนพิงประตู หายใจหอบถี่ เธอได้ยินทุกคำพูดผ่านอินเตอร์คอมที่เปิดทิ้งไว้ มือกำโทรศัพท์เครื่องใหม่แน่น เครื่องเก่าที่ปิดตายไปแล้วนอนสงบนิ่งอยู่ในลิ้นชักที่บ้าน เธอรู้ว่าหนีไม่ได้ วันนี้ หรือพรุ่งนี้ เขาก็ต้องหาทางเจอเธอจนได้ “ตั้งสติขวัญ...จำคำคุณป้าไว้” เธอบอกตัวเองในกระจก ‘เธอต้องใจแข็ง...เธอต้องทำให้เขาเชื่อว่าเธอรักธีรัช’ ประตูห้องทำงานเปิดออก ของขวัญเดินออกมาด้วยท่วงท่าที่สงบนิ่งที่สุดเท่าที่จะทำได้ เธอสวมชุดเชฟสีขาวสะอาดตา รวบผมตึง ใบหน้าไร้เครื่องสำอางแต่เชิดขึ้นเล็กน้อยเพื่อสร้างกำแพงความมั่นใจ “มีธุระอะไรเหรอคะ คุณเปรม” เธอถามเสียงดังพอให้ได้ยินกันสองคนเมื่อเดินมาหยุดที่โต๊ะเขา “รบกวนอย่าข่มขู่พนักงานของขวัญค่ะ ที่นี่ร้านขนม ไม่ใช่ห้องสอบสวน” คุณเปรมลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างกายสูงใหญ่ของเขาข่มให้เธอดูตัวเล็กลงถนัดตา เขาแสยะยิ้มมุมปาก “ในที่สุดก็ยอมโผล่หน้าออกมาเจอกันสักทีนะ” เขาเดินอ้อมโต๊ะเข้ามาหาเธอ ของขวัญเผลอถอยหลังก้าวหนึ่ง แต่เขารุกคืบเข้ามาจนเธอจนมุมติดกับเคาน์เตอร์บาร์ “เมื่อคืน...ทำไมไม่ไป...” เขาถามเสียงต่ำ “ขวัญเหนื่อยค่ะ” เธอตอบเลี่ยงสายตา “โกหก” เขาจับคางเธอบังคับให้เงยหน้าสบตา “ปิดเครื่อง เปลี่ยนเบอร์ ล็อกบ้าน ขังตัวเอง เธอกำลังท้าทายฉันใช่ไหม” “ขวัญไม่ได้ท้าทาย” เธอจ้องตาเขากลับ พยายามซ่อนความสั่นไหวในดวงตา “ขวัญแค่เลือกที่จะทำสิ่งที่ถูกต้อง ขวัญหมั้นแล้ว กำลังจะแต่งงาน ขวัญไม่ควรไปหาผู้ชายอื่นกลางดึก โดยเฉพาะผู้ชายที่มีคนของตัวเองอยู่แล้วอย่างคุณ” คุณเปรมชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะระเบิดหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่แห้งแล้งและดูแคลน “ผู้ชายอื่น? ฉันกลายเป็น ‘คนอื่น’ ตั้งแต่เมื่อไหร่” เขาก้มลงกระซิบชิดใบหูเธอ ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดต้นคอจนเธอขนลุกซู่ “คนอื่น เขาไม่รู้วิธีทำให้เธอครางชื่อเขาจนหมดเสียงหรอก คนอื่น เขาไม่รู้ว่าไฝเม็ดเล็กที่ต้นขาด้านในของเธอมีรสชาติยังไง จริงไหม?” ของขวัญหน้าแดงก่ำด้วยความอับอายและความโกรธ เธอผลักอกเขาออกสุดแรง “หยุดพูดจาหยาบคายสักที!” เธอตวาดเสียงสั่น น้ำตาเอ่อคลอ “เรื่องพวกนั้นมันจบไปแล้ว มันเป็นแค่อดีตที่ขวัญอยากลืม! ตอนนี้ขวัญรักธีร์...ขวัญเลือกธีร์!” คำว่า “รักธีร์” เหมือนเข็มพิษที่พุ่งปักกลางอกคุณเปรม ดวงตาที่เคยเต็มไปด้วยความเย้ยหยันเปลี่ยนเป็นความเกรี้ยวกราดทันที เขาคว้าข้อมือเธอ บีบแน่นจนกระดูกแทบหัก “พูดใหม่ซิ...” เขาคำรามลอดไรฟัน “ขวัญรักธีรัช!” เธอตะโกนใส่หน้าเขา น้ำตาไหลพราก “เขาดีกับขวัญ เขาให้เกียรติขวัญ เขาไม่เคยเห็นขวัญเป็นของเล่นแบบคุณ! ปล่อยขวัญไปสักทีเถอะค่ะคุณเปรม อย่าให้ขวัญเกลียดคุณไปมากกว่านี้เลย” บรรยากาศในร้านเงียบกริบ ลูกค้าและพนักงานต่างพากันก้มหน้าไม่กล้ามอง คุณเปรมจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของขวัญ พยายามค้นหาความจริง หรือคำโกหก เขามั่นใจมาตลอดว่าเธอรักเขา มั่นใจว่าเธอไม่มีวันรักใครได้อีก แต่แววตาที่แข็งกร้าวและความกล้าที่จะปฏิเสธเขาในวันนี้ มันทำให้ความมั่นใจของเขาสั่นคลอน “ดี...” เขาปล่อยมือเธออย่างแรงจนเธอเซไปกระแทกเคาน์เตอร์ “รักมันมากสินะ งั้นก็พิสูจน์สิ” เขาจัดเสื้อสูทให้เข้าที่ ปรับสีหน้าให้กลับมาเย็นชาไร้หัวใจเหมือนเดิม “วันนี้บ่ายสอง มีประชุมสรุปแบบงานโครงสร้างพื้นฐานที่ไซต์งานบนดอย ฉันเป็นประธาน และธีรัชเป็นคนคุมโปรเจกต์ เธอต้องไปกับมันในฐานะ...คู่หมั้น” เขายื่นหน้าเข้ามาใกล้เธออีกครั้ง ดวงตาวาวโรจน์ “ไปแสดงความรักอันยิ่งใหญ่ของพวกเธอให้ฉันดูหน่อยสิ ถ้าเธอเล่นละครตบตาฉันได้เนียนพอ บางที...ฉันอาจจะยอมปล่อยเธอไป” ทิ้งท้ายด้วยรอยยิ้มที่คาดเดาไม่ได้ เขาหันหลังเดินออกจากร้านไป ทิ้งไว้เพียงความปั่นป่วนที่พังทลายความสงบสุขของเธอจนราบเป็นหน้ากลอง บ่ายสองโมงตรง ณ ไซต์งานก่อสร้างโครงการ ‘Vi-Valley Smart Village’ สายฝนเริ่มตั้งเค้าอีกครั้ง เมฆสีเทาทะมึนปกคลุมยอดดอยทำให้อากาศอบอ้าวและชื้นแฉะ คณะผู้บริหารยืนรวมกันอยู่ใต้เต็นท์ผ้าใบขนาดใหญ่ แผนผังโครงการถูกกางออกบนโต๊ะ ธีรัช ในชุดเสื้อเชิ้ตพับแขนและหมวกนิรภัยสีขาว กำลังอธิบายความคืบหน้าของงานอย่างขะมักเขม้น เขาดูเป็นผู้ใหญ่และมีความรับผิดชอบมากขึ้นเมื่ออยู่ในเวลางาน ของขวัญยืนอยู่ข้างหลังเขา คอยส่งน้ำและผ้าเช็ดหน้าให้ตามหน้าที่ ‘คู่หมั้นที่ดี’ แต่สายตาของเธอไม่สามารถละไปจากร่างสูงใหญ่ที่ยืนกอดอกฟังการบรรยายอยู่ตรงกลางวงได้เลย คุณเปรมสวมหมวกนิรภัยสีทอง สัญลักษณ์ของผู้บริหารระดับสูง แว่นกันแดดสีดำอำพรางสายตา แต่ของขวัญรู้สึกได้ตลอดเวลาว่าเขากำลังจ้องมองเธอ จ้องมองทุกอิริยาบถ ทุกครั้งที่เธอซับเหงื่อให้ธีรัช มุมปากของเขาจะกระตุก ทุกครั้งที่ธีรัชหันมายิ้มให้เธอ รังสีอำมหิตรอบตัวเขาจะแผ่ออกมาจนคนรอบข้างรู้สึกอึดอัด “ตรงส่วนของคลับเฮาส์ ผมวางแผนจะใช้ไม้สักเก่ามาตกแต่ง เพื่อให้เข้ากับบรรยากาศล้านนาครับ” ธีรัชสรุปจบ “ไม้สักเก่า?” คุณเปรมเอ่ยขึ้นเป็นครั้งแรก เสียงทุ้มต่ำตัดผ่านเสียงลมพัด เขาถอดแว่นกันแดดออก เผยให้เห็นดวงตาคมกริบที่จ้องเขม็งไปที่ธีรัช แล้วเลื่อนไปที่ของขวัญ “ของเก่า... มันมีเสน่ห์ก็จริง แต่มันดูแลรักษายากนะธีรัช” เขาเดินเข้ามาใกล้ ใช้มือลูบลงบนเสาไม้ต้นแบบที่วางอยู่ “บางที ของเก่ามันอาจจะมีปลวก มีมอด หรือมีร่องรอยของเจ้าของคนเก่าฝังลึกอยู่ข้างใน ที่ต่อให้ขัดยังไง ก็ลบไม่ออก” ของขวัญหน้าซีดเผือด เธอเข้าใจความหมายแฝงนั้นดี ธีรัชยิ้มซื่อ “ไม่เป็นไรครับคุณเปรม ผมชอบของเก่า มันมีคุณค่าทางจิตใจ ผมยินดีจะดูแลรักษาอย่างดีครับ” คุณเปรมแค่นหัวเราะ “ดูแลดีแค่ไหน ก็ระวังไว้หน่อยแล้วกัน ของบางอย่างเจ้าของเก่าเขาอาจจะแค่ฝากไว้ ยังไม่ได้ทิ้งจริง” เปรี้ยง! เสียงฟ้าผ่าดังสนั่นขัดจังหวะบทสนทนาที่เชือดเฉือน ฝนห่าใหญ่เทลงมาราวกับฟ้ารั่ว “ฝนตกหนักแล้ว! ทุกคนรีบเข้าอาคารรับรองก่อนครับ!” หัวหน้าวิศวกรตะโกนสั่ง ความโกลาหลเกิดขึ้นชั่วขณะ ทุกคนวิ่งฝ่าสายฝนไปยังอาคารหลังเล็กที่อยู่ห่างออกไป ธีรัชรีบถอดเสื้อคลุมออกมาคลุมหัวของขวัญ “วิ่งไปก่อนเลยขวัญ! เดี๋ยวเราไปเอาเอกสารที่รถแล้วจะตามไป!” “ธีร์! ระวังตัวนะ!” ของขวัญตะโกนแข่งกับเสียงฝน เธอวิ่งตามคนอื่นไปที่อาคาร แต่ทว่า...ในจังหวะที่เธอกำลังจะก้าวขึ้นบันไดอาคาร มือแข็งแกร่งคู่หนึ่งก็กระชากแขนเธออย่างแรง ดึงเธอแยกออกจากกลุ่มคน ลากเธอเข้าไปในมุมอับสายตาด้านหลังอาคารเก็บวัสดุ “ว้าย! อื้อ!” ของขวัญถูกดันเข้าไปชิดกำแพงปูนเปลือย ร่างสูงใหญ่ของคุณเปรมตามมาประกบทันที เขาใช้แขนทั้งสองข้างยันกำแพงกักขังเธอไว้ตรงกลาง ฝนตกหนักจนเสียงรอบข้างกลายเป็นเพียงเสียงอื้ออึง ตัวของทั้งคู่เปียกปอน เสื้อผ้าแนบเนื้อจนเห็นสัดส่วนชัดเจน “จะไปไหน...” คุณเปรมถามเสียงหอบ น้ำฝนหยดจากปลายผมลงบนใบหน้าหล่อเหลา ทำให้เขาดูดิบเถื่อนและเซ็กซี่อย่างร้ายกาจ “ปล่อยนะ! ธีร์กำลังจะมา!” ของขวัญดิ้นรน แต่ยิ่งดิ้น ร่างกายเธอยิ่งเสียดสีกับเขา “ให้มันมาสิ!” เขาตะคอกแข่งกับเสียงฝน “ให้มันมาเห็นว่าคู่หมั้นที่มันทะนุถนอม กำลังยืนตัวสั่นอยู่ในอ้อมกอดผู้ชายอื่น!” เขาก้มหน้าลงมาจนชิด จมูกโด่งกดลงบนแก้มเปียกชื้นของเธอ สูดกลิ่นกายที่เขาโหยหา “เธอบอกว่ารักมันงั้นเหรอ? โกหกทั้งเพ!” “ขวัญรักเขา!” เธอเถียงเสียงสั่น “รักมาก!” “งั้นทำไมใจเต้นแรงขนาดนี้!” เขากดหน้าอกตัวเองแนบชิดกับหน้าอกเธอ ให้เธอรู้สึกถึงหัวใจที่เต้นกระหน่ำของเขา และให้เขารู้สึกถึงหัวใจที่เต้นรัวเร็วของเธอ “ร่างกายเธอมันไม่เคยโกหกฉัน ของขวัญ...ทุกครั้งที่ฉันเข้าใกล้ เธอสั่น เธอร้อน และเธอก็ต้องการฉัน” มือใหญ่เลื่อนลงไปที่เอวบาง บีบเคล้นอย่างถือสิทธิ์ “ยอมรับมาซะ ว่าเธอยังตัดฉันไม่ขาด เหมือนที่ฉันตัดเธอไม่ขาด!” สายตาของเขาวูบไหวด้วยความเจ็บปวดและความต้องการที่อัดอั้นมาหลายวัน “กลับมาหาฉันเถอะ ฉันสัญญาว่าจะดูแลเธอให้ดีกว่าเดิม ฉันจะไม่ให้ใครว่าเธออีก ขอแค่เธออย่าไปแต่งงานกับมัน” เป็นครั้งแรกในรอบหลายปี ที่ของขวัญได้ยินน้ำเสียงอ้อนวอนจากผู้ชายที่หยิ่งยโสที่สุดในตระกูล หัวใจของเธอกระตุกวูบ ความสงสารและความรักที่ฝังรากลึกตีตื้นขึ้นมาจนจุกคอ ถ้ายอมพยักหน้าตอนนี้ ทุกอย่างจะง่ายขึ้นไหม แต่ภาพอันดา ภาพงานแถลงข่าว ภาพคุณหญิงวรรณา และคำพูดของคุณแม่เล็กภัทรา ก็แล่นเข้ามาเตือนสติ ‘ถ้าเธอใจอ่อน เธอจะเป็นได้แค่นางบำเรอไปตลอดชีวิต’ ของขวัญกลั้นใจ รวบรวมแรงเฮือกสุดท้าย เพี้ยะ! เธอตบหน้าเขาเต็มแรง ท่ามกลางสายฝน ใบหน้าของคุณเปรมหันไปตามแรงตบ เขาหยุดนิ่ง ชะงักงัน ของขวัญหอบหายใจ น้ำตาไหลพรากปนกับน้ำฝน “พอสักที! คุณเห็นแก่ตัวที่สุด! คุณมีพี่อันดาอยู่แล้ว คุณกำลังจะเปิดตัวกับเธอ แล้วคุณจะมารั้งขวัญไว้ทำไม!” เธอผลักอกเขาออก “ขวัญไม่ใช่สิ่งของที่คุณจะเก็บไว้ดูเล่นตอนเบื่อ ขวัญเป็นคน! และขวัญเลือกแล้วว่าจะเดินไปข้างหน้า กับคนที่เขารักขวัญคนเดียว ไม่ใช่คนที่แบ่งหัวใจให้ใครก็ได้แบบคุณ!” คุณเปรมหันกลับมามองเธอ แก้มข้างซ้ายขึ้นรอยแดงจาง ๆ ดวงตาคู่นั้นว่างเปล่าลงฉับพลัน ความเว้าวอนเมื่อครู่หายไป เหลือเพียงความเย็นชาที่น่ากลัวกว่าเดิม “ได้...” เขาพูดเสียงเบา แต่ชัดเจน “ในเมื่อเธอเลือกทางนี้ เลือกที่จะทิ้งฉันไปหาไอ้น้องชายตัวดีนั่น” เขาถอยหลังออกมาหนึ่งก้าว ปล่อยให้เธอยืนหนาวสั่นอยู่ลำพัง “ก็อย่าหวังว่าชีวิตรักของเธอจะมีความสุขเพราะฉันจะทำลายมันด้วยมือของฉันเอง” “จำไว้ ตัดไม่ตาย ขายไม่ขาด ถ้าฉันไม่ได้เธอ ใครหน้าไหนก็อย่าหวังว่าจะได้!” เขาหันหลัง เดินฝ่าสายฝนออกไปทางด้านหลังไซต์งาน โดยไม่หันกลับมามองเธออีก ทิ้งให้ของขวัญยืนร้องไห้แทบขาดใจ ท่ามกลางสายฝนที่ชะล้างความอบอุ่นสุดท้ายระหว่างพวกเขาออกไปจนหมดสิ้น เหลือไว้เพียงความหนาวเหน็บ และสงครามประสาทที่กำลังจะรุนแรงขึ้นกว่าเดิม ธีรัชวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาพร้อมร่มคันใหญ่ “ขวัญ! อยู่นี่เอง เราตามหาแทบแย่ ทำไมมายืนตากฝนตรงนี้” ของขวัญโผเข้ากอดธีรัชแน่น ซุกหน้าลงกับอกเขา ร้องไห้โฮออกมา “ขวัญ...ขวัญกลัว...” ธีรัชลูบหัวเธออย่างปลอบโยน ไม่รู้เลยว่าความกลัวของเธอไม่ได้มาจากฟ้าร้อง แต่มาจากปีศาจร้ายที่เพิ่งเดินจากไป “ไม่เป็นไรนะ เราอยู่ตรงนี้แล้ว ไม่มีใครทำอะไรขวัญได้หรอก” หารู้ไม่ว่า แม้แต่ธีรัชเอง ก็อาจจะต้านทานพายุลูกใหญ่ที่ชื่อว่า ปภาณ วิรงคพิทักษ์ ไม่ไหวอีกต่อไป
อ่านฟรีสำหรับผู้ใช้งานใหม่
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    ผู้เขียน
  • chap_listสารบัญ
  • likeเพิ่ม