ลมเย็นพัดผ่านมากระทบผิว สองร่างยืนนิ่งท่ามกลาง
ความเงียบงัน คล้ายเวลาหยุดหมุนไปชั่วขณะกับคำท้วงเมื่อครู่ ดวงตาคมของคนตัวสูงกดต่ำลงมองผู้หญิงที่เอาแต่ก้มหน้า
ราวกับกำลังเจอผี
“นึกว่าจะไม่ได้เจอกันอีกซะแล้ว”
คลื่นเหยียดยิ้มมุมปาก ไม่คาดคิดว่าโชคชะตาจะเหวี่ยงให้เจอเธออีก ผู้หญิงคนแรกที่กล้าหันหลังทิ้งเขาไว้ในห้องอย่าง
ไม่ใยดีทั้งที่ยังไม่เสร็จกิจ ตอนนั้นทั้งงุนงงและหงุดหงิดไม่น้อยเลย การกระทำของเธอเหมือนลูกแมวตัวน้อยที่บังอาจใช้เล็บข่วน
ใส่เสืออย่างเขา
“โลกมันกลม คิดเหมือนกันเหรือเปล่า” เขาขยับเข้ามาใกล้ รอยยิ้มร้ายฉายบนใบหน้า “เราสองคน ควรทำความรู้จักกัน
อีกครั้งดีไหม หืม”
“…” น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยออกมา แฝงความหมายที่ชวนให้หัวใจดวงน้อยสั่นสะท้าน ในท่าทางนิ่งอย่างกับหินข้างในท้อง
ของเธอมันเอาแต่ปั่นป่วนมวนไปหมด
“อ่า สงสัยไม่ได้ยิน ต้องพูดใกล้ขนาดไหนนะ”
ใบหน้าหล่อค่อย ๆ โน้มลงมาใกล้ จนลมหายใจอุ่นเป่ารดใบหูคนตัวเล็ก เพียงเท่านั้นเธอก็สะดุ้งไปทั้งร่างที่กำลังสั่นเบา ๆ
ก่อนเสียงทุ้มเย็นจะเอ่ยกระซิบชิดข้างแก้ม
“ใกล้ขนาดนี้ ได้ยินหรือยัง”
ฌานินเอนตัวหนีลมหายใจของอีกคนที่พ่นกระทบลงมา
ชวนใจหล่นวูบ ความคิดมากมายถาโถมว่าจะทำเป็นไม่รู้จักเขา
ดีไหม แต่อาการแบบนี้ของเธอมันชัดว่าจำเขาได้ แม้แต่เงยขึ้นไปมองหน้ายังไม่กล้า ทำเพียงแค่รอใครสักคนโผล่มาในเวลานี้
ช่วยฉุดเธอออกไปที
“… หรือต้องใกล้มากกว่านี้”
“พอ พอแล้วค่ะ” ในที่สุดร่างเล็กก็ยอมขยับริมฝีปาก
เปล่งเสียงออกมา เพราะถูกเขากดดันด้วยการทำทีจะโน้ม
ใกล้กว่าเดิม ใบหน้าสวยค่อย ๆ เงยขึ้นพร้อมถอยหลังหนีห่าง
จากคนตัวสูงอย่างหวาดหวั่น
“ทำไมไม่พูดตั้งแต่แรก”
“ขะ... ขอตัวก่อนนะคะ”
หมับ! ยังไม่ทันได้เดินไปไหน แขนเรียวก็ถูกฝ่ามือหนา
คว้ารั้งไว้ซะก่อน แค่นั้นทั้งตัวของฌานินก็สั่นระริกยิ่งกว่าเดิม
“ฉันไม่ค่อยชอบถูกเมินเท่าไร เพราะมันน่าหงุดหงิด โดยเฉพาะถูกเมินซ้ำถึงสองครั้งจากคนเดิม”
ครั้งนั้นร่างเล็กจำได้ขึ้นใจ เขาแทนตัวเองว่า พี่ เรียกเธอว่า หนู พร้อมสายตาเจ้าเล่ห์ที่ยากจะลืม แต่ตอนนี้การเรียกแทนเปลี่ยนไป ราวกับมันเป็นเพียงกับดักให้ผู้หญิงหลงใหล แค่ยาม
อยู่บนเตียงก็เท่านั้น
ดวงตาคู่กลมเผลอมองคนตรงหน้า จิวที่ประดับอยู่บน
ริมฝีปากกับเหล็กเล็ก ๆ บนคิ้ว มันเข้ากันกับใบหน้าหล่อของเขาอย่างลงตัว
ผู้ชายคนนี้… อันตรายเกินไป
“ฌานิน”
เสียงเรียกดังแว่วมาแต่ไกล ทำให้คนตัวเล็กเบิกตากว้าง
รีบสะบัดแขนออกจากฝ่ามือใหญ่ แล้วถอยห่างจากบุคคลอันตรายทันที ไม่นานปอร์เช่ก็เดินมาถึง
“อ้าวพี่ ทำไมมาอยู่ตรงนี้” ปอร์เช่มองหนุ่มรุ่นพี่ที่ยืนใกล้ ๆ กับเพื่อนตัวเล็กของเขาอย่างแปลกใจ
“แค่อยาก… เข้าห้องน้ำ”
“อ๋อ ครับ งั้นผมไปก่อนนะ” ฝ่ามือหนาจับมือเล็กของเพื่อน
ที่ในตอนนี้ใบหน้าซีดเผือด ปอร์เช่นึกสงสัยว่าก่อนหน้ามีอะไรเกิดขึ้นหรือเปล่า แต่ยังไม่ได้ถาม ก่อนจะพาเดินแยกตัวจากตรงนี้ เมื่อห่างออกมาไกลแล้ว เขาหยุดนิ่งรีบหันมองคนด้านหลังทันที
“ฌา พี่คลื่นทำอะไรหรือเปล่า”
ดวงตากลมสั่นไหววูบหนึ่ง ก่อนใบหน้าหวานจะรีบ
ส่ายปฏิเสธรัว ๆ “ไม่ ไม่ ทำไมเช่ถามแบบนั้น”
“พี่มันเป็นเสือผู้หญิง กลัวจะรุ่มร่ามใส่”
“ขะ... เขาไม่ได้ทำอะไร ไม่ได้ยุ่งกับฌาเลย” เธอเลือกโกหกแทนการพูดความจริง เพราะไม่อยากถูกซักถามและไม่อยากเล่าเรื่องราวที่เคยตัดสินใจทำให้ใครฟัง
ปอร์เช่มองครู่หนึ่ง ก่อนจะพาเดินกลับไปหาเพื่อนอีกคน
โดยไม่ได้ซักถามอะไรต่อ พอทั้งคู่มาถึงขวัญใจก็ทำหน้างอ
บ่นอุบอิบว่าไปนาน และไม่วายพูดชมหนุ่มทายาทตระกูลดัง
อย่างคลื่นว่ามองใกล้ ๆ แล้ว เขาดูดีมากขนาดไหน
เวลา 19:20 น.
ครั้งแรกที่ฌานินได้ร่วมวงดื่มกับกลุ่มคนที่เพิ่งทำความรู้จัก เธอเพิ่งจำชื่อทุกคนได้ บอล คือเจ้าของอู่แห่งนี้ เจแปน ไออุ่น
เป็นนักแข่งในทีม คูเปอร์ พี่ชายของปอร์เช่ และยังมีอีกหนึ่งคน
ที่เอาแต่จับจ้องสายตามองมายังเธอแทบตลอดเวลา
“มาเล่นเกมกันไหม” ไออุ่น นักแข่งในทีมเอ่ยขึ้นแทรก
กับเสียงเพลงคลอเบา ๆ ภายในห้องก่อนเจแปนที่เป็นเพื่อนกัน
จะถามอย่างอยากรู้
“เกมไรวะ”
“เกมพูดความจริง”
“น่าสนแต่ไอ้อุ่นพรุ่งนี้ซ้อมแดกเยอะระวังไอ้ล่าทุบ” บอลเอ่ยเตือนเด็กในทีม สิ้นสุดคำนั้นไออุ่นก็โพล่งสวนกลับทันควัน
“พี่ล่าติดเมียกับลูกอย่างกับอะไร ช่วงนี้มีแค่พี่คลื่นไปคุม ชิลล์ ๆ ใช่ไหมพี่” เขาถามหนุ่มหล่อเจ้าของสนามแข่ง คลื่นไม่ได้เข้มงวดอย่างพี่ชาย หากวันไหนเขาคุมซ้อมนักแข่งทุกคนจะ
ผ่อนคลายเป็นพิเศษ
“เออ คลอดคนที่สองแล้ว พี่มึงนี่มุ่งจริง ๆ หัวปีท้ายปี”
คลื่นไหวไหล่ ตอนนี้พี่ชายคนกลางของเขามีลูกน้อย
อายุไล่เลี่ยกันสองคน คนแรกเป็นผู้หญิงและคนที่สองเป็นผู้ชาย ส่วนพี่ชายคนโตของเขาก็ไม่น้อยหน้ากำลังจะเป็นพ่อคนเพราะภรรยาตั้งท้องได้สองเดือนแล้ว
เกมพูดความจริงเริ่มต้นขึ้น กติกาง่าย ๆ คือหมุนขวด
ปากขวดหยุดที่ใครคนนั้นจะเป็นฝ่ายถาม เลือกถามใครก็ได้
ถ้าไม่ยอมตอบจะต้องยกเหล้าในแก้วดื่มจนหมด และถ้าตอบ
ไม่ตรง หรือโกหกจะถูกทุกคนทำโทษ
ไออุ่นหยิบขวดเปล่ามาวางก่อนจะหมุนแรง ๆ หนึ่งที
ขวดหมุนติ้ว ๆ ท่ามกลางสายตาทุกคู่ที่นั่งล้อมวง จากนั้น
เสียงฮือฮาสนุกสนานก็ดังขึ้น
เกมดำเนินไปเรื่อย ๆ ทุกคนในกลุ่มเริ่มเมาได้ที่ ขวัญใจ
เข้ากับคนอื่น ๆ ได้ดี แม้เพิ่งเคยเจอหน้ามีเพียงฌานินที่แค่ยิ้ม
และหัวเราะคล้อยตามบ้างบางครั้ง
“มึงจะถามใคร” บอลถาม เมื่อปลายขวดชี้ไปหยุดตรง
หนุ่มหล่อทายาททรัพย์หิรัญสกุล
คลื่นไม่ตอบ แต่ยกคิ้วขึ้นอย่างเจ้าเล่ห์ หันไปสบตาคนตัวเล็กที่นั่งเกร็ง ๆ ข้างปอร์เช่ แม้ไม่ได้เอ่ยชื่อแต่สายตาของเขากำลังบอกแทนว่าต้องการถามเธอ ทำให้ทุกคนต่างจับจ้องไปยัง
ฌานินอย่างพร้อมเพรียง ก่อนเสียงทุ้มเย็นจะเอ่ยคำถามออกมา
“เคยนัดผู้ชาย… ในแอปฯ หาคู่หรือเปล่า”
เฮือก! คำนั้นกระชากลมหายใจออกไปจากอกคนถูกถามทันที ร่างเล็กกัดริมฝีปากแน่นรู้สึกได้ว่าหัวใจกำลังเต้นแรง
ผิดจังหวะ
เธอไม่รู้เลยว่าเขาเล่นอะไรอยู่กันแน่ ทั้งที่มันควรจบไปตั้งแต่ครั้งนั้น ตามหลักของคนที่นัดเจออย่างไม่จริงจัง ไม่รู้แม้กระทั่งชื่อ แล้วทำไมการหวนกลับมาเจอกันโดยบังเอิญครั้งนี้ ถึงทำเหมือนจงใจต้อนให้เธอจนมุมราวกับเสือกำลังไล่แมวตัวเล็ก
“โหพี่ ถามไรวะเนี่ย เพื่อนผมมันซื่อ” ปอร์เช่รีบค้านทันที
เมื่อเห็นสีหน้าตกใจของฌานินที่ไม่รู้จะตอบยังไง
“อ่า กูนึกว่าถามอะไรก็ได้ โทษที” คลื่นหัวเราะเบา ๆ อย่าง
ไม่จริงจังนัก ก่อนจะเอื้อมมือคว้าแก้วตรงหน้ามาจรดริมฝีปาก
แต่ยังไม่ได้กระดกเหล้า เขากดสายตาจ้องคนตัวเล็กอีกครั้ง
แล้วเอ่ยประโยคหนึ่งออกมา พร้อมรอยยิ้มมุมปาก “ไม่คิดว่าเพื่อนมึงจะใสซื่อ ดูไม่ออกเลย”
“เอางี้ ถ้าถามผู้หญิง ห้ามถามล่วงเกิน เพิ่งเจอน้องอย่าทำตัวเหมือนเสือจ้องจะล่าเหยื่อ” คูเปอร์ตวัดสายตามองเพื่อน
ของตัวเอง มองปราดเดียวก็สามารถรู้ได้ทันที ว่าคลื่นกำลังสนใจผู้หญิงตัวเล็กคนนี้ ที่เป็นเพื่อนสนิทของน้องชายเขา
ฌานินไม่อยากนั่งอยู่ตรงนี้แล้ว เธออยากลุกออกไป
แต่ทำไม่ได้ เพราะหลังคำถามเมื่อครู่ หากพรวดพราดลุกขึ้น
กลางวง คงต้องถูกทุกคนสงสัยอย่างแน่นอน มือเรียวหยิบแก้วแอลกอฮอล์ขึ้นมาดื่มเพื่อดับความร้อนในร่างกาย อยากตะโกน
ดัง ๆ ให้อีกฝ่ายเลิกจ้องสักที
เพราะ สายตาคู่นั้น มันฉุดให้เธอเอาแต่หวนกลับไปนึกถึงเรื่องที่เคยทำในโรงแรมหรูเมื่อห้าเดือนก่อน
“ฌาจะถามใคร” ปอร์เช่ที่นั่งข้างกันถามขึ้น เมื่อถึงคิวที่ขวด
ชี้มายังเธอ
“ถามยังไง ฌาเล่นไม่เป็น เช่ถามแทนได้ไหม” คนตัวเล็ก
เอ่ยเสียงเบา เธอไม่ถนัดเกมแบบนี้เลย แถมยังไม่สนิทกับใคร
จะให้ถามเพื่อนตัวเองก็คิดไม่ออก
“ได้เลยคนสวย เช่จัดให้” ปอร์เช่ยักคิ้ว พยักหน้า ก่อนจะ
หันไปตวัดสายตามองหนุ่มร่างสูงที่นั่งตรงข้ามทันที “พี่คลื่น”
“กู?” คิ้วหนาเลิกขึ้นพร้อมเสียงทุ้มถามกลับอย่างแปลกใจ
“เซ็กซ์ครั้งไหน ที่ทำให้จำไม่ลืม”
เสียงโห่ร้องดังขึ้นรอบวงทันที เจแปนถึงกับตบโต๊ะหัวเราะลั่น ส่วนขวัญใจก็เขินอายจนกรี๊ดเบา ๆ อย่างเก็บอาการไม่อยู่ ครั้งนี้ทุกคนต่างจ้องสายตาไปยังหนุ่มหล่อเป็นจุดเดียว ยกเว้น
ฌานินที่พยายามนิ่ง ไม่แสดงอาการอะไรออกมา
“ไอ้สัส คำถามลงใต้สะดือจัดเลยน้องมึง”
“เขาลือกันว่าเป็นเสือ ผมแค่อยากรู้ว่าเสือเคยติดใจเหยื่อ
หรือเปล่า
เสียงฮือฮาในวงเหล้าพลันเงียบลง ทุกคนกำลังรอฟังคำตอบอย่างใจจดใจจ่อ ภายใต้ใบหน้าเข้มขรึม ดวงตาคมกริบกวาดมองรอบวงช้า ๆ อย่างนึกสนุก
หากถามว่าครั้งไหนที่จำไม่ลืม คงมีแค่ครั้งเดียว กับผู้หญิง
ที่นั่งตรงหน้าของเขาในตอนนี้
“ห้าเดือนก่อน บังเอิญเจอผู้หญิงคนหนึ่งในแอปฯ หาคู่”
คลื่นยกยิ้มมุมปาก แววตาฉายความแพรวพราวขณะมองทอด
ไปยังคนตัวเล็กที่ไม่กล้าสบตากับเขา ก่อนจะพูดต่อ “แต่ดัน
ถูกทิ้ง… ให้อารมณ์ค้าง”
“เฮ้ย ๆ อย่างมึงเนี่ยนะถูกเท?”
“อืม ลืมไม่ลงเลยจริง ๆ”
ฌานินรีบยกกระดกเหล้าที่เหลืออยู่ในแก้วรวดเดียวจนหมด พลางเบือนหน้าหนีไปทางอื่น รู้สึกอยากหายตัวไปจากตรงนี้
แค่ได้ยินก็รู้ทันทีว่าเขากำลังหมายถึงเธออยู่ ไม่รู้เลยว่าตอนนี้
มีใครสงสัยบ้างหรือเปล่า
“ยังไงต่อวะ ตอนนี้กูสงสัยเรื่องมึงแล้ว”
“ถามเจ้าตัวเอาเอง ไม่ดีกว่าหรือไง” ร่างสูงเอนหลัง
พิงพนักโซฟา ยิ่งเธอทำท่าแบบนั้นเขายิ่งชอบใจ ก่อนเสียงทุ้มเย็นจะเอ่ย “… กูก็สงสัยเหมือนกัน”
“ถามยังไง มึงพูดอย่างกับผู้หญิงคนนั้นนั่งอยู่ตรงนี้”
สายตาคมกริบของเขาเอาแต่มองคนตัวเล็ก เหมือนตั้งใจอยากให้คนอื่นสงสัยว่าประโยคเมื่อครู่หมายถึงใคร