ผ่านไปเกือบสามชั่วโมง ฌานินขอให้ค่ำคืนนี้ผ่านไปเร็ว ๆ และสัญญากับตัวเองว่าจะไม่มาที่นี่อีก เธอหันมองเพื่อนสนิท
ที่นั่งอยู่ข้าง ๆ เอนตัวไปมา พูดจาเลอะเลือนด้วยความเมามาย จนแทบไม่เหลือสติรับรู้อะไรแล้ว
“ขวัญเรากลับกันเถอะ เมามากแล้วนะ”
“อึก ฮ่า ๆ พี่อุ่นตลก”
ขวัญใจหัวเราะคิกคัก ตอนนี้เธอกำลังเล่นเกมดีดหน้าผาก
กับไออุ่น ส่วนปอร์เช่ออกไปสูบบุหรี่กับพี่ชายของเขาพร้อมเจแปนและบอล ภายในห้องจึงเหลือกันอยู่กันแค่สี่คน ไออุ่นและขวัญใจเมาจนแทบไม่รู้เรื่อง และอีกคนที่นั่งตรงกันข้าม เจ้าของสายตาคมคู่นั้นที่จ้องมองตลอดเวลา
“ขวัญใจ” ฌานินพยายามเรียกคนข้างกันที่เอาแต่หัวเราะ เมื่อถามเท่าไรเพื่อนก็ไม่สนใจ เธอจึงเงียบพยายามไม่มองอีกคน ทำเหมือนเขาเป็นเพียงอากาศ
“กลับยังไง”
มือเรียวเผลอกำแน่นทันทีเมื่อเสียงทุ้มต่ำเอ่ยถามขึ้นมา
ไม่จำเป็นต้องหันไปมองก็รู้ว่าเขากำลังพูดกับใคร เพราะในห้องนี้ เหลือเพียงเธอที่ยังมีสติครบถ้วน
“ครั้งนั้นเธอพูดมากกว่านี้นะ”
ร่างเล็กถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่เพื่อรวบรวมความกล้า ดวงตาที่เอาแต่หลบหนีค่อย ๆ เงยขึ้นเผชิญหน้าอีกฝ่าย
อย่างตรงไปตรงมา ในที่สุดริมฝีปากอิ่มก็ขยับเปล่งคำขอ
“ช่วยทำเป็นไม่รู้จักกันได้ไหมคะ ทำเหมือนไม่เคยเจอกัน
มาก่อน”
“หืม?” คิ้วเข้มกระตุกยกสูง เธอกำลังทำให้เขาเหลือเชื่อ
กับคำพูดอีกครั้ง
“เลิกมองได้แล้วค่ะ” เธอพูดชัดถ้อยชัดคำ สวนทางกับหัวใจ
ที่กำลังเต้นแรง
“แล้วถ้าห้ามสายตาตัวเองไม่ได้ ต้องทำยังไงดี?”
แววตาเจ้าเล่ห์แพรวพราวส่งไปตรงหน้า เขาไม่คิดจะปิดบังความสนใจที่มีต่อเธอ ยิ่งแตกต่างจากผู้หญิงที่เคยผ่านมา
ยิ่งเหมือนมีแรงดึงดูดฉุดไม่ให้ละสายตา ความคิดวกกลับไปถึงสัมผัสครั้งนั้น แม้จะเข้าไปแค่ส่วนปลายแต่กลับจำไม่ลืม
“ฌานิน ชื่อเพราะดี”
“พี่คลื่น”
เป็นครั้งแรกที่เธอเรียกชื่อเขาออกมา คล้ายจะทำให้อีกฝ่ายพอใจไม่น้อย ริมฝีปากหยักยกยิ้มเหมือนกำลังเล่นเกมกับเหยื่อ
ตัวเล็ก
“ว่าไงครับ คนสวย”
“ต้องการอะไรคะ” ดวงตากลมสั่นวูบ ก่อนจะได้ยินเสียงทุ้มเอ่ยขึ้นอีกครั้ง ด้วยถ้อยคำที่ทำให้กลางใจคล้ายถูกเขย่าแรง ๆ
“เรามาทำให้มันจบดีไหม ค้างคาเอาไว้มันไม่ดีนะ”
มือเรียวบีบกำเข้าหากันจนเปียกชื้น มองรอยยิ้มเจ้าเล่ห์
ที่ประดับบนใบหน้าคมคายด้วยความไม่เข้าใจ เพราะยิ่งเห็น
ความตื่นกลัวในแววตาของเธอ เขากลับยิ่งดูสนุก
เสียงพูดคุยของคนที่เพิ่งกลับจากสูบบุหรี่ดังแว่วมาแต่ไกล ไม่นานประตูก็ถูกผลักเปิด ร่างเล็กถอนหายใจอย่างโล่งอก
ที่ไม่ต้องเผชิญกับสายตาและคำพูดของคนตรงหน้าตามลำพัง
“เช่ ตอนนี้ขวัญเมามากแล้ว เดี๋ยวฌาพาขวัญกลับก่อนนะ” พอได้จังหวะฌานินรีบหันมาบอกเพื่อนทันที
“เดี๋ยวเช่ยืมรถพี่บอลไปส่ง”
“เดี๋ยวฌาเรียกแกร็ปผู้หญิง เช่ไม่ต้องห่วง” เธอตอบเพื่อให้เพื่อนสบายใจ อยากรีบหายไปจากตรงนี้ที่มีสายตาคู่นั้นมองตลอดเวลา
“มึงก็เมาจะไปส่งเพื่อนได้ยังไง” คูเปอร์ถามน้องชาย แต่ยัง
ไม่ทันได้คำตอบเพื่อนสนิทก็เอ่ยแทรกขึ้นมาอย่างจงใจ
“กูไปส่งให้ไหม”
“อย่างมึงไม่น่าใช่คนดี”
“มึงก็รู้ ถ้าไม่เล่นด้วยกูไม่เคยยุ่ง” คลื่นยกแก้วขึ้นจิบ
พลางหัวเราะ การที่เขาแสดงน้ำใจแบบนั้นแน่นอนว่า
มีความต้องการบางอย่างแอบแฝง ใครบ้างทำดีแล้วไม่หวังผล
คงมีแต่พวกคนโง่
“ไม่เป็นไรค่ะ เดี๋ยวฌาพาเพื่อนกลับเอง”
เจ้าของใบหน้าสวยเอ่ยปฏิเสธเพื่อตัดความหวังดี
จากชายหนุ่มตรงหน้า แม้ภายนอกเธอจะดูใสซื่อในบางครั้ง
แต่ใช่ว่าฌานินจะมองไม่ออก ทั้งคำพูด แววตา และท่าที
ล้วนทำให้นึกย้อนไปถึงเรื่องราวเมื่อห้าเดือนก่อน เธอไม่อยาก
อยู่ใกล้และต้องการหลบหนีไปให้ไกล
การเจอกันครั้งแรกในรอบห้าเดือน และหวังให้มันเป็น
ครั้งสุดท้าย
เมื่อเธอบอกอย่างนั้น คนตัวสูงไม่ค้านอะไร เขาไม่ชอบ
การถูกปฏิเสธซ้ำ ๆ ที่ทำให้รู้สึกเสียหน้าแต่ลึก ๆ แอบหวังว่า
มันจะมีสักวันที่ผู้หญิงเย่อหยิ่งคนนี้จะมาสยบใต้คำสั่ง
ปอร์เช่ช่วยประคองขวัญใจให้ลุกขึ้นจากโซฟา ก่อนฌานิน
จะรีบเดินตามเพื่อนออกจากห้อง เมื่อมาถึงตรงหน้าอู่แล้ว
เธอก็ล้วงโทรศัพท์จากกระเป๋าเพื่อเรียกรถที่คนขับเป็นผู้หญิง
ให้มารับอย่างที่บอกเพื่อนไว้
“พี่คลื่นร้ายนะฌา อย่าติดกับดักความหล่อ”
นิ้วเรียวที่กำลังแตะบนจอมือถือพลันชะงัก ค่อย ๆ หันมองเพื่อนตัวสูงข้างกัน “… บอกฌาทำไม”
“เห็นว่าพี่มันสนใจฌา ผู้ชายด้วยกันดูออก คนนี้ไม่ได้
ถ้าเผลอรู้สึกฌาต้องเจ็บแน่ ๆ”
ฌานินพยักหน้า แม้เขาจะเป็นชายที่ถูกใจและตรงสเปก
ทุกอย่างแต่เธอดูออกว่าเจ้าชู้ขนาดไหน ไม่ได้คิดสานต่ออะไรทั้งสิ้นเพราะชีวิตในตอนนี้มันก็มีแต่เรื่องราวชวนหนักใจมากพออยู่แล้ว
หลังส่งเพื่อนที่บ้าน ร่างเล็กนั่งรถต่อมายังหอพักของตัวเอง ต้องเดินลัดเลาะซอกตึกกว่าจะถึงห้องใช้เวลาหลายนาที
ลมเย็นพัดกระทบใบหน้าหวานแผ่วเบา ตอนนี้ฌานินกำลังยืนอยู่ข้างนอกตรงระเบียง แหงนมองท้องฟ้ามืดสนิทไร้ดาว
ภาพสายตาคมคู่นั้นเอาแต่ติดอยู่ในหัวของเธอตั้งแต่กลับมา
ไม่ว่าจะสลัดออกไปกี่ครั้งก็ไม่ยอมหลุดจากความคิด หัวใจ
ดวงน้อยสั่นไหวระรัว เพียงแค่นึกย้อนกลับไปถึงร่างหนากำยำ
ในวันนั้น และเจ้าสิ่งใหญ่โตกลางลำตัวที่ทำให้เธอขนลุกซู่
อย่าหวนมาเจอกันอีกเลย
นั่นคือคำขอที่ร่างเล็กกำลังภาวนา ไม่อยากเผชิญหน้า
กับความอับอายที่เคยเลือกทำรวมถึงสายตาที่ดูเหมือน
คอยเล่นสนุกกับความรู้สึกของเธอ
วันต่อมา
ฌานินเพิ่งปัดกวาดห้องเสร็จ เพราะไม่รู้จะทำอะไร เธอจึง
เอาแต่ปัดกวาดเช็ดถูห้องของตัวเองแทบทุกวัน เมื่อทำเสร็จ
ทุกอย่างแล้ว เท้าเล็กเดินมาหยุดตรงโทรศัพท์ของตัวเองที่
ชาร์จแบตทิ้งเอาไว้ ก่อนจะหยิบขึ้นมา
แชต: นับหนึ่ง
นับหนึ่ง: ก็อก ก็อก คนสวยอยู่ไหมเอ่ย
ข้อความจากรุ่นพี่ปีสี่ที่ชื่อ นับหนึ่ง ปรากฏบนหน้าจอ เขาคือคนเดียวที่ฌานินยอมส่งช่องทางติดต่อให้ หลังจากถูกตามตื้อ
มานานเกือบปี แต่สถานะไม่มีอะไรคืบหน้า เพราะเธอแทบ
ไม่เปิดใจให้ใครเลย
ฌานิน: พี่นับว่าไงคะ
นับหนึ่ง: พี่จีบฌามาหลายเดือนแล้วนะ พอจะมีโอกาส
บ้างหรือยังครับ
ฌานิน: จำที่เคยบอกได้ไหมคะ ฌาไม่อยากให้พี่นับเสียเวลาเลย
เธอเคยบอกเขาไปแล้วตั้งแต่แรก แต่อีกฝ่ายยังยืนยันเดินหน้าจีบ การปฏิเสธใครสักคน ใช่ว่าเธอจะไม่ลำบากใจเลย
มันหนักอึ้งราวกับมีความผิด
นับหนึ่ง: ไม่เป็นไรครับ ถ้าถึงวันที่พี่รู้สึกว่าเดินหน้าต่อ
ไม่ได้แล้วเดี๋ยวพี่จะถอยออกมาเอง
ดวงตากลมมองข้อความจากแชตกลุ่มของเพื่อนที่เด้งขึ้นมาพอดี พอไม่รู้จะตอบยังไงจึงตัดสินใจแตะไปอ่านข้อความ
ของเพื่อนแทน
แชตกลุ่ม
ขวัญใจ: เมื่อคืนฉันเมามาก กลับห้องยังไงเนี่ย ตื่นมา
อยู่บนเตียงเฉยเลย
ปอร์เช่: แม่เธอไปส่ง
ขวัญใจ: ขอบคุณนะฌา มองหน้าพี่คลื่นเพลินไปหน่อย
เนี่ยพูดถึงแล้วยังใจสั่น มองใกล้ ๆ ยิ่งหล่อ
ขวัญใจ: แต่ฉันคิดไปเองไหมนะ เหมือนเขาสนใจยัยฌา
ปอร์เช่: ไม่คิดไปเอง เช่ก็คิดงั้นเหมือนกันดูออก พี่มัน
มองตลอด
หัวใจดวงน้อยเต้นแรง เป็นไปตามคาดคือเพื่อนของเธอสังเกตเห็นสายตาของเขาที่เอาแต่มองอย่างไม่ปกปิดความสนใจเลยสักนิด คงไม่มีใครที่ดูไม่ออก
ขวัญใจ: ตายแล้ว!! ยัยฌายิ่งไม่มีภูมิต้านทานด้วย พี่คลื่นเจ้าชู้ ต่อให้สนใจแต่คงไม่มาจริงจังกับเพื่อนเราแน่
ปอร์เช่: ใช่ สุด ๆ แล้วคนนี้
ขวัญใจ: ยัยฌาแกลัดคิว!!
ฌานินกัดริมฝีปากเบา ๆ พลางกวาดสายตาไล่อ่านข้อความของเพื่อน เธอเลือกเงียบไม่พิมพ์โต้ตอบ คิดไปว่าหากทุกคนรู้ว่าเธอเคยนัดกับเขามาแล้วจะเป็นยังไง
ขวัญใจ: แต่ฉันสงสัยตอนเล่นเกม ทำไมพี่คลื่นถามยัยฌาแบบนั้น
เฮือก! ขอบตาพลันร้อนวาบทันทีเมื่อได้อ่านคำถามของ
ขวัญใจในช่องแชต ปลายนิ้วสั่นเบา ๆ สมองเริ่มคิดหาข้ออ้าง
มากลบเกลื่อนความสงสัย
ขวัญใจ: ถ้าฉันไม่รู้จัก ป่านนี้คงคิดว่ายัยฌาเคยนัดเจอผู้ชายในแอปฯ หาคู่แน่ ๆ
ฌานิน: ไม่เคยนะ
ฌานิน: ฌาไม่เคยนัดใครแบบนั้นจริง ๆ
นิ้วเรียวรูดแป้นพิมพ์ส่งคำปฏิเสธออกไปติดกันด้วยความ
ลนลาน ก่อนจะนึกขึ้นมาได้ว่าตัวเองเผลอแสดงพิรุธร้อนตัว
มากเกินไปหรือเปล่า
ขวัญใจ: อื้อ ฉันรู้ อย่างแกน่ะเหรอจะนัดผู้ชาย
ร่างเล็กถอนหายใจโล่งอก คงเพราะนิสัยของเธอที่ไม่สนใจชายคนไหนเลยทำให้เพื่อนเชื่อคำที่พิมพ์ส่งไปได้อย่างไม่นึกสงสัย
ติ๊ง~ แจ้งเตือนเด้งซ้อนบนหน้าจออีกครั้ง ฌานินมองดู
ด้วยความสงสัย ก่อนจะเห็นว่ามันคือการเพิ่มเพื่อนเข้ามาจาก
ใครบางคน นิ้วเรียวแตะไปดูอย่างอยากรู้เพราะเธอแทบไม่ให้ช่องทางติดต่อกับใครเลย
- คลื่น เพิ่มเพื่อนจาก ID ใหม่ -
ดวงตากลมเบิกโตด้วยความตกใจ ร่างเล็กรีบวางโทรศัพท์
ลงจากมือ แล้วถามกับตัวเองว่าตาฝาดไปหรือเปล่า อาจเป็นเพราะย้อนกลับมาเจอทำให้ชื่อของเขาติดอยู่ในความคิด
แต่พอเห็นแจ้งเตือนเด้งเข้ามาในช่องแชตที่เพิ่งเพิ่มเพื่อน มันกำลังย้ำชัด ๆ ว่าไม่ใช่ตาฝาดไปเอง
แชต: คลื่น
คลื่น: Last time wasn’t enough
คลื่น: Wanna meet again and get dirty, baby?
คนตัวเล็กกัดริมฝีปากแน่น กับประโยคภาษาอังกฤษ
ที่อีกฝ่ายส่งมา เขาเป็นผู้ชายประเภทไหนกัน ถึงได้ชวนผู้หญิง
ที่ไม่รู้จักไปทำเรื่องใต้สะดือแบบนั้น แม้เคยผ่านการนัดกัน
มาก่อนแล้ว แต่ครั้งนั้นสำหรับเธอมันคือความจำใจ และไม่ได้ต้องการให้เกิดขึ้นอีกครั้ง
- ฌานิน block คลื่น -
นั่นคือสิ่งที่เธอตัดสินใจทำหลังอ่านข้อความของเขา
… เวลาผ่านไปหนึ่งอาทิตย์
ฌานินกำลังนั่งรอผ้าอยู่ใต้ตึกห้องพัก เธอนำผ้าลงมาปั่นซักที่นี่ประจำเพราะในห้องไม่มีราวตากจึงต้องใช้เครื่องอบ
ให้เสร็จสรรพแล้วค่อยนำไปแขวนเก็บเอาไว้ในตู้
ใครก็ตามที่เดินผ่านต่างอดไม่ได้ที่จะสะดุดตากับใบหน้าหวานมีเสน่ห์ เส้นผมสีบลอนด์สว่างยิ่งทำให้เธอโดดเด่น ทว่า
แววตากลมคู่นั้นกลับเต็มไปด้วยความหม่นเศร้าไร้ประกาย
ความสดใส
เธอเหมือนคนที่แตกสลายไปแล้ว เหลือเพียงหน้าที่ที่ต้องมีชีวิตต่อตามคำขอของแม่ก่อนจะสิ้นใจ ถ้อยคำนั้นยังคงก้องอยู่
ในหัว ทุกครั้งที่นึกถึงหยดน้ำใสก็เอ่อขึ้นมาขังตรงขอบตาเสมอ
‘ไม่มีแม่แล้วดูแลตัวเองดี ๆ ใช้ชีวิตให้ดีนะลูก แม่รอดูความสำเร็จของน้องนินอยู่บนฟ้านะ’
ฌานินสูดหายใจเข้าลึก ๆ พยายามเก็บซ่อนความสั่นไหว
ไว้กลางอก ไม่ยอมปล่อยให้น้ำตาไหลอาบแก้มเหมือนทุกครั้ง
ที่ผ่านมา เพราะหากแม่มองลงมาจากบนฟ้า ก็คงได้เห็นแล้วว่าชีวิตเธอตกต่ำมากขนาดไหนและคงเจ็บปวดที่ได้รู้ว่าพ่อคือ
ผู้ทำลายทุกสิ่ง
ครืด~ เสียงสายเรียกเข้าฉุดให้คนตัวเล็กหลุดจากภวังค์
ความหนักอึ้ง ใบหน้าสวยก้มลงมองเบอร์ที่เด่นตระหง่าน
ก่อนหัวใจจะสั่นวูบ เมื่อเห็นชื่อของพ่อโชว์อยู่บนนั้น
เธอมองเบอร์ของพ่อ พลันกำโทรศัพท์แน่น พยายามหักห้ามตัวเองไม่ให้รับสาย กระทั่งเสียงเงียบลง ทุกครั้งฌานินจะข่มใจตัวเองอย่างนี้
สิ้นสุดเสียงเรียกเข้าไม่นานก็มีเสียงแจ้งเตือนจากแชต
ของเพื่อนส่งเข้ามา ฌานินจึงยกโทรศัพท์ขึ้นเปิดดู
แชตกลุ่ม
ขวัญใจ: @ปอร์เช่
ขวัญใจ: ฉันจะไปหาฌา นายไปด้วยกันไหม เดี๋ยวจะบ่นว่าไม่ชวนอีก
ปอร์เช่: มาสนามกับไอ้เปอร์แล้วอะดิ
ขวัญใจ: ไม่ชวนบ้างเลย นอยด์! ฉันอยากลองไปสักครั้ง
ปอร์เช่: ไม่ได้ อันตราย มีแต่ผู้ชาย
นิ้วเรียวเลื่อนอ่านข้อความที่ปอร์เช่กับขวัญใจกำลังพิมพ์โต้ตอบกัน ก่อนเธอจะส่งคำถามแทรกบทสนทนานั้น
ฌานิน: ขวัญจะมาตอนไหน ฌารอผ้าอยู่ด้านล่างพอดี
ขวัญใจ: ฉันอยู่บนรถ ใกล้จะถึงแล้ว
ฌานิน: มาหาฌาตรงโซนตู้ปั่นผ้านะ
เพราะเธอไม่ค่อยออกไปไหน ขวัญใจจึงมาเล่นที่ห้องบ่อยครั้ง บ้างทีปอร์เช่ก็มาด้วย เพื่อนทั้งสองคนให้เหตุผลว่า
กลัวเธอจะเหงา
นั่งรอไม่นานเสียงผ้าปั่นเสร็จก็ดังแจ้งเตือน ฌานินลุกขึ้น
ไปเปิดตู้หยิบเอาชุดของตัวเองใส่ในตะกร้า เป็นจังหวะที่
เพื่อนสนิทมาถึงพอดี ทั้งคู่จึงเดินขึ้นห้องไปพร้อมกัน
“งอนไอ้เช่อะ ไม่ยอมชวนไปสนามแข่ง ฉันอยากลองไป
สักครั้ง” ขวัญใจทำหน้าบึ้งบ่นพึมพำ เธอไม่เคยไปสนามแข่ง
เลยสักครั้งและอยากลองไปบ้าง แต่เพื่อนดันห้ามไว้
“เช่บอกว่าอันตราย แปลว่าเราไม่ควรไปนะขวัญ”
“มันจะอันตรายอะไรขนาดนั้น คนอยู่ตั้งเยอะ”
คนตัวเล็กเงียบลง เสียงถอนหายใจระบายความหนักอึ้งกลางอกดังขึ้น ชวนให้ขวัญใจงุนงงกับท่าทีที่จู่ ๆ ก็แปลกไป
จนอดตั้งคำถามกลับไม่ได้
“เป็นอะไรฌา”
“วันนี้… พ่อโทรมาอีกแล้ว”
“บอกฉันทีว่าไม่ได้รับสาย”
“อื้อ ฌาไม่รับสายพ่อ”
“เฮ้อ ค่อยโล่งอกหน่อย” ขวัญใจยกมือทาบอก หากเพื่อน
ของเธอรับสายอาจจะใจอ่อน ไม่รู้ว่าคนเป็นพ่อมีแผนอะไร
หรือเปล่า เธอได้แต่คิดอย่างไม่เข้าใจทั้งที่เคยเป็นพ่อที่อบอุ่น
มาก่อนแต่ทำไมตอนนี้ถึงไม่ห่วงลูกสาวบ้างเลย
“ฌา ไม่ว่ายังไงจำเอาไว้นะ อย่าหลงกลพ่อแกอีกแบบครั้งนั้น ถ้าหนีออกมาไม่ได้ ฉันไม่อยากคิดเลยว่าจะเป็นยังไง”
คนตัวเล็กเพียงแค่พยักหน้าไม่ได้ตอบอะไรกับเพื่อน
ที่ผ่านมาเธอพยายามใจแข็งตลอด หากไม่มีสมบัติของแม่
ทิ้งเอาไว้ให้ก็ไม่รู้เลยว่าชีวิตในตอนนี้จะลำบากมากขนาดไหน
“นี่รู้ไหม ฉันเหมือนพวกโรคจิตเลยแก”
“อะไรเหรอ โรคจิตยังไง” เสียงหวานถามเพื่อนที่จู่ ๆ
ก็เอ่ยถ้อยคำนั้น แถมแววตายังเปล่งประกาย
“ตั้งแต่เจอพี่คลื่นตัวจริง ฉันก็คลั่งเขามาก ติดตามไอจี กดไลก์ทุกรูป เก็บมาฝันถึงอีกว่าได้ออกเดทด้วย บ้าไปแล้วแน่ ๆ”
ขวัญใจยกมือขึ้นทาบอก เธอกำลังเล่าถึงความคลั่ง
ของตัวเองที่ละเมอเพ้อฝันมากว่าหนึ่งอาทิตย์หลังได้เจอทายาทสุดหล่อของตระกูลทรงอำนาจ แต่แล้วก็ต้องชะงักกับคำแนะนำของเพื่อนตัวเล็กที่ไม่คิดว่าจะได้ยิน
“ขวัญลองปัดแอปฯ หาคู่ดูสิ บางทีอาจจะเจอเขาก็ได้นะ”
“หือ? แกรู้ได้ยังไงว่าพี่คลื่นเล่น”
ตึกตัก ตึกตัก คำถามมาพร้อมสายตางุนงงของเพื่อน
ทำให้ฌานินกัดริมฝีปากแน่นที่เผลอเสนอความคิดแบบนั้นออกมาก่อนจะรีบแก้ต่างเสียงติดขัด
“กะ ก็ ก็ครั้งนั้นไง ฌาจำได้ เขาบอกว่าเจอผู้หญิงในแอปฯ หาคู่”
“อื้อ! จริงด้วย จำได้แล้ว แต่เขาหล่อขนาดนั้น แค่กระดิกนิ้ว
ก็ได้ ไม่เห็นจะต้องไปปัดแอปฯ หาคู่ให้เสียเวลาเลย”
“อื้อ… เขาหล่อ” เธอไม่เถียงเลยว่าเขาดูดีไร้ที่ติขนาดไหน
ไม่ว่าจะเป็นหน้าตาหรือแม้กระทั่งกล้ามเนื้อที่ซ่อนอยู่ใต้เสื้อผ้า
กึก!
เขี้ยวเล็กงับเข้าบนริมฝีปากตัวเองแรง ๆ อีกครั้งอย่างทำโทษ เมื่อคิดถึงสิ่งที่ไม่ควร ฌานินรีบขับไล่ภาพต่าง ๆ ที่กำลังไหลย้อนกลับมาในหัวออกไปทั้งหมด
… คอนโดหรูย่านใจกลางเมือง
ร่างสูงของคลื่นกำลังยืนพ่นควันบุหรี่คลุ้งจากปาก
พรางนึกถึงแววตาใสซื่อคู่นั้น ตอนแรกเขาไม่คิดจะใส่ใจ
มากไปกว่านึกเสียดาย ความบริสุทธิ์ของเธอน่าลิ้มลอง
ได้เป็นคนแรกที่เขาค้นหาช่องทางติดต่อทั้งที แถมยังอุตส่าห์เป็นฝ่ายส่งแชตไปหาก่อน ถ้าเป็นคนอื่นคงดีใจจนเนื้อเต้น
แต่เธอคนนี้ผ่านมานานกว่าอาทิตย์ หน้าจอแชตยังว่างเปล่า
ขึ้นแค่คำว่า อ่านแล้ว เดาได้ไม่ยากเลยว่าเธอคงบล็อกไปแล้ว
ความคิดนี้พลันเรียกรอยยิ้มเย็นค่อย ๆ เหยียดขึ้นบน
มุมปากหยัก เป็นยิ้มที่เต็มไปด้วยความหงุดหงิด และเจ็บใจ
ในเวลาเดียวกัน เมื่อหวนกลับมาเจอ มันทำให้ความคิด
เริ่มหมกมุ่น อยากเอาชนะเพราะไม่เคยมีใครกล้าทำเมินเฉย
ต่อเขาขนาดนี้มาก่อน
“… ฌานิน”
รอยยิ้มบนใบหน้าหล่อคล้ายจะอ่อนโยน แต่มันกลับ
ซ่อนความร้ายกาจไว้ข้างใน มือหนาล้วงหยิบเอาโทรศัพท์ออกมาจากกระเป๋ากางเกง เข้าไปยังแชตของลูกน้องคนสนิทของพี่ชาย แต่ตอนนี้ได้รับคำสั่งจากผู้เป็นนายใหญ่ให้มาดูแลเขาด้วยเช่นเดียวกัน
แชต: ธันวา
คลื่น: เด็กแฝด เป็นยังไงบ้าง
ธันวา: โรมกับรามกำลังซนเลยครับ แต่ผมว่าเข้าเรื่อง
เลยดีกว่า จู่ ๆ แชตมาแบบนี้คงไม่ใช่แค่จะถามถึงสองแฝด
พอได้อ่านคำถามรู้ทันของธันวา คลื่นก็แค่นหัวเราะเบา ๆ
คงเพราะอยู่ด้วยกันมาตั้งแต่จำความได้ ถึงรู้ว่าตอนนี้เขามีเรื่องอยากให้ทำ
คลื่น: พอดีว่าไม่ชอบถูกเมินเท่าไรก็เลยอยากยืมมือให้ช่วยอะไรนิดหน่อย แต่เรื่องนี้ต้องเป็นความลับ ห้ามรายงานไอ้ค่ายเด็ดขาด
ธันวา: ทำไมผมรู้สึกขนลุกแปลก ๆ เหมือนไม่ใช่เรื่องดี
ก้นสีขาวของบุหรี่ถูกยกขึ้นสูบเข้าปอดหนัก ๆ ก่อนจะพ่นควันกระจายคลุ้งออกมารอบตัว ขณะเดียวกันปลายนิ้วก็ขยับ
กดแป้นพิมพ์ ส่งข้อความลงไปในช่องแชตพร้อมรอยยิ้มเยือกเย็น
คลื่น: ไม่มีอะไร แค่จู่ ๆ ก็รู้สึก อยากเลี้ยงแมวขึ้นมา