ตอนที่ 3 เด็กขี้เซา

1982 คำ
เพนต์เฮาส์ธารา เมื่อมาถึงธาราก็เห็นกระเป๋าของนับดาวที่ผู้จัดการคอนโดนำมาวางไว้ที่หน้าห้อง จึงพูดขึ้นว่า... "ของมาถึงแล้ว ลากเข้ามาเองก็แล้วกัน คงไม่ต้องรอให้ผู้ชายมาอาสาช่วยอีกหรอกนะ" เขาพูดอย่างเย็นชา จากนั้นเขาก็กดรหัสเปิดประตูเข้าไป นับดาวก็รีบลากกระเป๋าใบใหญ่สามใบเข้าไปในห้องอย่างทุลักทุเล "ห้องเธออยู่ทางนั้น เธออยู่ที่นี่ได้แค่ชั้นล่างเท่านั้น ห้ามขึ้นไปรบกวนฉันที่ชั้นสองเด็ดขาด แล้วอย่าคิดว่าฉันใจดีให้เธอมาอยู่ด้วยนะ เพราะแม่บอกไว้ว่าอาทิตย์หน้าจะมาจัดการเอง เพราะงั้นก็ไม่ต้องเอาของออกมาเยอะหรอก เดี๋ยวอาทิตย์หน้าก็ย้ายไปอยู่ที่อื่นแล้ว" ธาราเดินไปนั่งลงที่โซฟาตัวใหญ่กลางห้อง แล้วพูดกับเธอเหมือนเขาไม่พอใจ "นับดาวรู้สึกว่าพี่น้ำจะไม่ค่อยพอใจที่นับดาวมาพักที่นี่ งั้นนับดาวไปพักที่ PP Diamond Hotel ก่อนดีมั้ยคะ พออาทิตย์หน้าคุณพ่อคุณแม่มา ค่อยดูอีกทีว่าจะให้นับดาวไปพักที่ไหน" นับดาวที่เห็นท่าทางเย็นชาของอีกฝ่ายก็พูดขึ้นด้วยท่าทางเรียบนิ่งบ้าง เธอเชิดหน้าใส่เขาอย่างถือดี "ไม่ต้อง!!!" ธาราได้ยินก็ตอบกลับทันที "ทำไมล่ะคะ ก็ดูแล้วพี่น้ำไม่พอใจมากขนาดนี้ นับดาวไม่อยากรบกวนค่ะ" นับดาวยังคงเชิดหน้าพูด ในใจนั้นยกยิ้มอย่างพอใจ ที่เห็นปฏิกิริยาแบบนี้ของชายหนุ่ม "เดี๋ยวแม่รู้ก็มาเล่นงานฉันอีกว่าดูแลเธอไม่ดี ฉันไม่อยากโดนแม่บ่นเรื่องเธอ ตั้งแต่เด็กจนถึงทุกวันนี้ ไม่ว่าเกิดอะไรขึ้น ในสายตาของแม่ ฉันก็เป็นฝ่ายผิดวันยังค่ำ ไม่รู้ว่าใครเป็นลูกของแม่กันแน่ เธอหรือว่าฉัน" "นู่นก็ไม่ได้ นี่ก็ไม่ดี ขี้บ่นเหมือนผู้ชายวัยทองไปได้" นับดาวที่ถูกถามแบบนั้น ก็ก้มหน้าลงแล้วบ่นอุบอิบ "พูดอะไร ฉันได้ยินนะ!!!" ธาราที่ถูกให้เป็นผู้ชายวัยทองก็กระชากถามเสียงดัง "เปล๊าาา ไม่ได้ว่าอะไรเลย ห้องนั้นใช่มั้ยคะ" นับดาวรู้ว่าตัวเองพลาดที่ไปแหย่รังแตน จึงรีบพูดขึ้นแล้วลากกระเป๋าวิ่งเข้าห้องไป... "ยัยขี้เซาเอ๊ย... อย่างเธอน่ะเหรอจะไปพักที่ PP Diamond Hotel ได้ ที่นั่นห่างจากมหาลัยตั้งไกล แถมเธอยังเป็นยัยขี้เซาที่ชอบตื่นสายเป็นประจำ จะมาเรียนทันเหรอ เฮอะ" ธารามองตามพร้อมกับส่ายหัวไปด้วย ก่อนที่จะเดินขึ้นชั้นบนไป ส่วนนับดาวเมื่อเข้ามาในห้องแล้วเธอก็ยิ้มร่าอย่างมีความสุข เพราะรู้ดีว่าสุดท้ายแล้วเธอก็ไม่มีวันได้ย้ายออกจากที่นี่แน่นอน "พี่น้ำก็ยังเป็นพี่น้ำที่ปากร้าย แต่ใจดีกับเราที่สุดเสมอ คิกคิก~ ตอนนี้จัดห้องดีกว่า เดี๋ยวอีกไม่กี่วันก็ต้องไปมหาลัยแล้ว ไม่รู้ว่าเพื่อนใหม่จะเป็นคนยังไงนะ" นับดาวพูดกับตัวเองอย่างมีความสุข และลงมือจัดห้องอย่างขยันขันแข็ง เมื่อจัดห้องเสร็จเธอก็เผลอหลับไปโดยไม่รู้ตัวจนถึงช่วงเย็น ก๊อก ก๊อก~ เสียงเคาะประตูดังลั่นต่อเนื่องกัน ทำให้นับดาวงัวเงียตื่น แล้วรีบเดินไปเปิดประตูทันที "พะ... พี่น้ำมีอะไรเหรอคะ" นับดาวถามชายหนุ่มออกไป มือก็ปัดผมให้เข้าที่เข้าทางไปด้วย "ทำอะไรอยู่ ฉันทั้งเคาะประตูทั้งเรียกเสียงดังขนาดนี้ ยังไม่มาเปิดประตู" ธาราถามออกมาอย่างฉุนเฉียว เขาเรียกตั้งนานเธอก็ไม่มาเปิดประตู จนจะพังประตูเข้าไปอยู่แล้ว "เอ่อ... พอดีนับดาวพึ่งจัดกระเป๋าเสร็จเลยเผลอหลับไปค่ะ ขอโทษนะคะ" นับดาวตอบออกไปตามความจริง "ยัยขี้เซา คราวหลังนอนก็ไม่ต้องล็อกประตู ฉันขี้เกียจมายืนเคาะประตูเรียกเสียงดังแบบนี้อีก เดี๋ยวคนในคอนโดแตกตื่นกันพอดี" ธาราพูดขึ้นมาอย่างหงุดหงิดที่เขาเป็นห่วงมากโดยใช่เหตุ 'เพนต์เฮาส์ห้องนี้ไม่เก็บเสียงเหรอไง คนทั้งคอนโดถึงจะแตกตื่นเพราะเสียงเคาะประตูน่ะ' นับดาวคิดอยู่ในใจ "ค่ะ... ว่าแต่พี่น้ำเรียกนับดาวทำไมเหรอคะ" ถึงแม้จะสงสัยแต่นับดาวตอบรับอย่างงง ๆ และถามกลับไป "ฉันจะออกไปข้างนอก นี่คีย์การ์ดห้องนี้ เอาไว้ใช้ตอนขึ้นลิฟต์ วันนี้จะกินอะไรก็โทรสั่ง Delivery เอาก็แล้วกัน ไปล่ะ" ธาราพูดจบก็ส่งคีย์การ์ดให้หญิงสาว แล้วเดินออกไปทันที "คิกคิก~ พี่น้ำก็ห่วงนับดาวเสมอ" นับดาวรับคีย์การ์ดมาจูบแล้วหัวเราะอย่างอารมณ์ดี ก่อนจะกลับเข้าห้องนอนไป 18:30 นาฬิกา นับดาวเดินออกมาจากห้องนอนอีกครั้ง เธอเดินไปที่ห้องครัวด้วยความหิว แต่พอเปิดตู้เย็นขนาดใหญ่ออกมาเท่านั้นแหละ "โห~ ตู้เย็นมีแค่เบียร์กับน้ำเปล่า อ้อ... มีกุ้งกับปลาหมึกแช่แข็งอยู่นิดหน่อย แต่ไม่มีเครื่องปรุง ไม่มีข้าว ไม่มีมาม่า แล้วจะทำอะไรกินได้เนี่ย" นับดาวบ่นออกมาเบา ๆ และเริ่มสำรวจห้องครัวต่อ จนสุดท้ายก็ต้องส่ายหน้า เมื่อไม่มีอะไรพอให้เธอประทังชีวิตได้เลย "มิน่าล่ะถึงบอกให้โทรสั่ง Delivery แต่พนักงานจะมาส่งถึงชั้นนี้ได้เหรอ ไม่เอาอะ ลงไปหาร้านแถวนี้กินดีกว่า ตอนขับรถเข้ามาเห็นมีอยู่หลายร้าน" เมื่อพูดกับตัวเองจนได้ข้อสรุปแล้ว นับดาวก็หยิบคีย์การ์ดกับกระเป๋าเงินเดินออกจากห้อง และกดลิฟต์ลงไปที่ชั้น G ทันที หลังจากลงมาแล้วนับดาวก็เดินออกจากอาคารธาราไปที่ร้านอาหารใกล้ ๆ กินเสร็จก็กำลังจะกลับขึ้นห้อง เธอกดลิฟต์เข้าไปได้ แต่พอจะออกจากลิฟต์ที่ชั้นบนสุดกลับเปิดไม่ได้ เพราะแม้จะใช้คีย์การ์ดแล้ว แต่ปัญหามันอยู่ที่ว่าจะต้องใช้รหัสด้วยน่ะสิ ตอนลงไปไม่เห็นต้องใส่รหัสเลย "งานงอกแล้ว นอกจากคีย์การ์ดแล้วยังต้องใช้รหัสอีก ทำไมพี่น้ำไม่ได้บอกไว้เลยล่ะ แล้วเราจะทำยังไงดี ถ้าลองกดสุ่มสี่สุ่มห้าไป รหัสล็อกขึ้นมาจะทำยังไง เบอร์โทรพี่น้ำก็ไม่มี จะโทรไปถามป้านาราเดี๋ยวก็เป็นเรื่องอีก เฮ้อ~ จะทำยังไงดี ๆ" นับดาวพูดกับตัวเองและยืนมองลิฟต์อย่างจนปัญญา เธอยังไม่มีเบอร์โทรของธารา ไม่ว่าเมื่อก่อนจนถึงเดี๋ยวนี้ เธอก็ไม่มีเบอร์ของธารา เพราะเคยขอแล้วเขาไม่เคยให้ แต่จะให้โทรไปถามกับแม่ของชายหนุ่ม เธอก็กลัวว่าทางนั้นจะตำหนิเขา ที่ทิ้งเธอไว้ตั้งแต่วันแรกที่มาถึง เมื่อเกิดปัญหานับดาวก็เดินไปหาพนักงานต้อนรับที่อยู่เคาน์เตอร์ เธอยิ้มและพูดอย่างสดใส "สวัสดีค่ะพี่ หนูชื่อนับดาวนะคะ คือนับดาวพักอยู่ที่เพนต์เฮาส์ชั้นบนสุด นับดาวลงมากินข้าวแล้วกำลังจะกลับขึ้นห้องพัก ใช้คีย์การ์ดแล้วแต่ยังต้องใส่รหัสผ่าน นับดาวพึ่งมาวันนี้เลยยังไม่มีรหัสผ่านค่ะ รบกวนพี่บอกรหัสได้มั้ยคะ" พนักงานสาวมองนับดาวอย่างไม่อยากจะเชื่อ แต่เพราะคีย์การ์ดที่อยู่ในมือของนับดาว ทำให้เธอไม่กล้าพูดอะไรมาก "คุณพักอยู่ที่ห้องของคุณธาราเหรอคะ" พนักงานสาวเหลือบตามองไปที่เพื่อนร่วมงานแล้วถามออกมา "ใช่ค่ะ นับดาวพักอยู่ที่ห้องพี่น้ำ ธารา" นับดาวตอบกลับอย่างมีความหวังว่าจะได้รหัส "เอ่อ... เราสองคนก็ไม่รู้รหัสลิฟต์ของเพนต์เฮาส์หรอกค่ะ เพราะเป็นความลับสุดยอด มีเพียงคุณธาราเท่านั้นที่รู้ คุณลองโทรไปถามคุณธาราดูมั้ยคะ" พนักงานสาวอีกคนตอบกลับมาอย่างสุภาพ "นับดาวไม่มีเบอร์พี่น้ำค่ะ ขอเบอร์พี่น้ำได้มั้ยคะ" นับดาวตอบกลับและขอเบอร์ธาราจากอีกฝ่าย "เอ่อ... เราสองคนก็ไม่มีเบอร์คุณธาราเหมือนกันค่ะ แต่เดี๋ยวเราจะโทรแจ้งผู้จัดการให้ รบกวนคุณไปนั่งรอตรงนั้นก่อนนะคะ" พนักงานตอบกลับมาอย่างสุภาพและผายมือไปที่โซฟาตัวใหญ่ "ค่ะ ขอบคุณนะคะ" นับดาวขอบคุณด้วยรอยยิ้มแล้วเดินไปนั่งที่พื้นที่รับแขกของคอนโด เมื่อนับดาวเดินไปแล้ว พนักงานทั้งสองก็หันไปคุยกันเบา ๆ "เอายังไงดี เธอเชื่อมั้ยว่าผู้หญิงคนนั้นพักที่ห้องคุณธาราจริง ๆ" "ไม่รู้สิ คุณน้ำนี่นะจะพาผู้หญิงมาอยู่ด้วย แอบอ้างหรือเปล่าเธอ แต่งตัวก็ปอน ๆ กางเกงขาสั้น รองเท้าแตะ ดูไม่น่าเชื่อถือเลย ฉันทำงานมาสามปี ยังไม่เคยเห็นคุณน้ำพาใครมาที่นี่เลยสักคน นอกจากคุณดิน คุณลม และคุณไฟ" พนักงานอีกคนจีบปากจีบคอพูด และมองไปที่นับดาวอย่างไม่อยากจะเชื่อ โดยไม่รู้เลยว่าเสื้อยืด กางเกงขาสั้น รวมถึงรองเท้าแตะของนับดาวนั้น รวม ๆ แล้วราคาแพงกว่าเงินเดือนของพวกเธอทั้งสองคนรวมกันเสียอีก "นั่นสิ ๆ เพื่อความปลอดภัย ให้เธอนั่งรอข้างล่างดีกว่า รอให้ผู้จัดการมาเคลียร์เอง เดี๋ยวคุณน้ำไม่พอใจขึ้นมา จะเป็นเรื่องใหญ่" พนักงานอีกคนพูดขึ้น หลังจากตกลงกันแล้ว พนักงานก็รีบโทรหาผู้จัดการทันที นับดาวนั่งเล่นโทรศัพท์อยู่จนเกือบสองทุ่ม ธาราก็เดินเข้ามาด้วยหน้าตาบึ้งตึง เพราะเขาไปกินข้าวกับสมาชิกแก๊งสี่ทิศและไปซื้อของ จนไม่ได้สนใจโทรศัพท์ กว่าจะเห็นข้อความที่ผู้จัดการแจ้งไว้ เวลาก็ผ่านไปเกือบชั่วโมงแล้ว "พี่น้ำ..." นับดาวลุกขึ้นเรียกธาราด้วยความดีใจ ที่เห็นเขาเดินเข้ามา "มานั่งทำอะไรอยู่ข้างล่าง" ธาราเดินมาถึง ก็ถามออกไปด้วยน้ำเสียงปกติ เพราะรู้ดีว่ามีสายตาหลายคู่กำลังจับจ้องอยู่ "เอ่อ... พอดีนับดาวลงมากินข้าวแล้วขึ้นไปไม่ได้ค่ะ เพราะต้องใช้คีย์การ์ดคู่กับรหัสผ่าน แล้วนับดาวไม่รู้รหัสค่ะ เลยขึ้นห้องไม่ได้..." นับดาวตอบกลับเสียงอ่อย ๆ "วุ่นวายจริง ๆ บอกให้โทรสั่ง Delivery ไม่ใช่เหรอไง" ธาราได้ยินก็ชะงักไป เพราะเขาลืมบอกรหัสเธอจริง ๆ แต่เขาก็ยังทำพูดเสียงแข็ง ๆ "ถึงโทรสั่งก็ต้องลงมาเอาอยู่ดีไม่ใช่เหรอคะ หรือเขาจะขึ้นไปส่งข้างบนได้" นับดาวเถียงออกไปเบา ๆ เพราะเธอคิดว่าตัวเองไม่ผิด "เถียงคำไม่ตกฟาก ตามฉันมา" ธาราชะงักเป็นรอบที่สอง แต่ก็พูดเสียงดุ ๆ กลับไป แล้วเดินนำไปที่ลิฟต์ นับดาวรีบลุกขึ้นและเดินตัวลีบตามเข้าไปในลิฟต์ทันที 'ดุชะมัด ตัวเองลืมบอกรหัสผ่านเราแท้ ๆ โทรฟ้องป้านาราเลยดีมั้ยเนี่ย'
อ่านฟรีสำหรับผู้ใช้งานใหม่
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    ผู้เขียน
  • chap_listสารบัญ
  • likeเพิ่ม