ที่นี่เป็นบ้านพี่ ตัววรรณก็เป็นของพี่

1300 คำ
ณัฐวรรณออกจากบ้านของศกุนตลาตอนเที่ยง ไปถึงเชียงใหม่ตอนสองทุ่ม หญิงสาวเข้าพักที่โรงแรมห้าดาวย่านหนองหอย เธอเช็คอินแล้วเปลี่ยนเสื้อผ้าลงไปเดินตลาดโต้รุ่งที่หน้ากาดหนองหอย “วรรณ นั่นวรรณใช่ไหม” เธอหันไปตามเสียงเรียก เห็นว่าเป็นเพื่อนสมัยเรียนมหาวิทยาลัยของตัวเอง “อรรณพ” เธอเรียกอย่างดีใจ แต่ฝ่ายนั้นค้อนใส่ “ฉันบอกเธอกี่ครั้งแล้วว่าฉันชื่อแอนนี่ เธอช่วยเรียกให้ถูกหน่อยสิ” ณัฐวรรณหัวเราะ วันนี้เธอเพิ่งรู้สึกผ่อนคลายก็ตอนนี้เอง “โทษทีแอนนี่สุดสวย แล้วทำไมมาอยู่นี่ล่ะ” “ฉันเป็นคนเชียงใหม่นะยะหล่อน ก็ต้องอยู่สิแล้วเธอมาทำอะไร” “มาทำงานน่ะ มาดูที่ดิน” “ที่สระบุรีไม่พอแล้วเหรอ ถึงมาหาซื้อที่อื่น” อรรณพสัพยอก “มันไม่ใช่ของฉันน่ะ แกก็รู้” เธอหน้าตาหมองลง “เฮ้ย... อย่าดราม่า ฉันพูดเล่นโอ๋..” อรรณพกอดเพื่อนสาวไว้ ก่อนจะคลายวงแขนออก “แล้วแกจะไปดูที่ไหน ให้ฉันไปด้วยไหม” “ฉันนัดนายหน้าไว้ โซนสันกำแพงแม่ออนน่ะ” เธอตอบเห็นอรรณพพยักหน้า “ให้ฉันไปเป็นเพื่อนไหม ช่วงนี้ว่าง” “จริงเหรอ ขอบใจมากเพื่อนรัก ขอบใจที่ห่วง” “เปล่า..ฉันเห็นแกท่าทางโง่ๆ เซ่อๆ เดี๋ยวจะโดนหลอกเปล่าๆ” อรรณพแกล้งพูดทำให้ณัฐวรรณเหวี่ยงฝ่ามือซัดที่ต้นแขนดังตุ้บ “นังบ้า” เช้าวันต่อมาหญิงสาวนัดอรรณพไว้โดยที่อีกฝ่ายมารอที่ล็อบบี้โรงแรมและเริ่มออกเดินทาง การเดินทางโดยมีเพื่อนนั่งไปด้วยทำให้เธอสดใสขึ้น “แล้วแกจะย้ายมาอยู่ที่นี่เหรอวรรณ มันไกลนะ” อรรณพถามอย่างเป็นห่วง มันต้องมีอะไรสักอย่างที่ทำให้ณัฐวรรณอยากมาซื้อที่ไกลขนาดนี้ เดี๋ยวต้องแอบถามชมพูนุทเขาคิดในใจ “คงไม่ได้อยู่ตลอดหรอก สำนักงานก็ยังอยู่ที่กรุงเทพฯ น่ะ แต่อยากได้ที่ปลูกตรงนี้เพราะอากาศดีกว่า” วันนั้นณัฐวรรณนัดนายหน้าดูที่ไว้สามเจ้าเป็นที่ดินในสันกำแพง 2 แปลงและที่แม่ออนใกล้แม่กำปอง 1แปลง เธอชอบที่ผืนใหญ่ที่สันกำแพงมากกว่าเพราะใกล้ถนน ใกล้เมืองจำนวนพื้นที่ค่อนข้างมาก แต่ราคาก็แพงมากเช่นกันถ้าเธอซื้อที่ตรงนี้การเงินจะค่อนข้างตึงตัวมาก คืนนั้นเธอโทรหาคุณมณีจันทร์ “เป็นยังไงลูก ถูกใจไหม” “กำลังคิดค่ะแม่ หนูไปดูมาสามที่กำลังเลือกไม่ถูก” “ให้แม่ไปหาไหมแม่จะไปช่วยดู บ้านคุณจางกลับไปกันแล้ว แม่ไปได้จ้ะ” คุณมณีจันทร์เดินทางไปหาบุตรสาวที่เชียงใหม่ในเช้าวันรุ่งขึ้น ด้วยเที่ยวบินเช้าสุดที่จองได้ ท่านไปถึงเชียงใหม่ตอนสิบเอ็ดโมงมีณัฐวรรณไปรอรับที่สนามบิน “ไปดูกันเลยลูก จัดการเรื่องงานให้เสร็จก่อนจะได้สบายใจ” หญิงสาวจึงพาท่านไปดูที่ที่ไปมาวานนี้ ท่านมองดูอย่างพอใจเห็นด้วยกับณัฐวรรณว่าที่ตรงนี้ดีกว่าทุกที่ “กี่ไร่นะคะ” ท่านถามนายหน้า “12 ไร่ค่ะ” นายหน้าตอบ “ใช้ได้ ไม่กว้างไปไม่เล็กไป แล้วราคาล่ะคะ” ท่านถามต่อ “32 ล้านค่ะท่าน” “ถ้าซื้อเงินสด จะมีอะไรพิเศษไหมคะ” คุณมณีจันทร์ถามต่อ “ถ้าท่านซื้อเงินสด ฝ่ายเราจะออกค่าโอนให้ค่ะ” นายหน้าตอบ “โอเคค่ะ ทางผู้ขายสะดวกไปที่ดินวันไหนคะ” ท่านตอบตกลงทันที ในขณะที่ณัฐวรรณตกใจ “แม่คะ หนูว่ามันแพงไป” ท่านมองลูกสาวแล้วยิ้มให้ “ไม่แพงหรอกลูก ที่ดินเป็นสิ่งที่ควรลงทุน อันนี้ถือว่าพ่อกับแม่ให้เป็นเงินขวัญถุงนะลูก” ############## “แม่ไปไหนครับพ่อ” มัฆวานถามบิดาเมื่อเขาไม่เจอมารดามาสามวัน” ผู้เป็นพ่อเหลือบตามองลูกชายที่กำลังนั่งลงเพื่อทานมื้อเย็นด้วยกัน “วันนี้อยู่บ้านได้เหรอเรา แม่เราไปเชียงใหม่กับวรรณแน่ะ” ท่านปิดหนังสือพิมพ์ลง ทำสัญญาณให้เด็กมาตักข้าวให้ “ไปทำไมกันครับ ไม่เห็นบอกเลย” เขานิ่วหน้า “ก็เห็นว่าไปซื้ออะไรกันตามประสาผู้หญิง ของสวยๆ งามๆ มั้ง” ท่านเลี่ยงความจริง ทั้งที่รู้ดีว่าภรรยาและลูกสาวไปซื้อที่ดินกัน “แล้วเรื่องของครอบครัวมิสเตอร์จางเป็นยังไงบ้าง” ท่านถามลูกชาย เพราะระยะหลังเห็นเขาติดต่อทางจีนบ่อยขึ้น มีคุยโทรศัพท์เกือบทุกวันกับลิซ่า “ผมคิดว่า..ผมจะแต่งงานกับลิซ พ่อกับแม่จะว่าไงครับ ################ หลังจากโอนที่กันเสร็จแล้ว ณัฐวรรณและคุณมณีจันทร์อยู่พักผ่อนกันอีกสามวันจึงกลับจากเชียงใหม่ พร้อมกันนั้นหญิงสาวให้สนง.ที่กรุงเทพ ประกาศรับสมัครผู้จัดการไร่เพื่อมาอยู่ประจำที่นั่น เมื่อมาถึงสระบุรีณัฐวรรณสำรวจบ้านเล็กของเธอ หลังจากที่ครอบครัวคุณจางกลับประเทศจีนไปแล้ว ในห้องนอนของเธอมีลิปสติกเขียนเป็นตัวหนังสือภาษาอังกฤษที่หน้ากระจกว่า “Mr.Mus is my man. ณัฐวรรณรู้สึกว่าเธอถูกคุกคาม หญิงสาวถ่ายรูปไว้แล้วส่งให้มัฆวานดูทางไลน์ แล้วพิมพ์ไปว่า “บ้านนี้เป็นของวรรณ บอกคนของพี่อย่าล้ำเส้น” มัฆวานเดินมาที่บ้านเล็กของเธอทันทีที่อ่านไลน์จบ “วรรณเปิดประตูให้พี่ที” หญิงสาวเปิดประตูออกด้วยความโมโห “พี่ขอดูหน่อยมันถูกเขียนไว้ที่ไหน” เขาถามแต่ไม่รอคำตอบ ชายหนุ่มเดินไปที่ห้องนอนของณัฐวรรณทันที “พี่ไม่รู้ว่าคุณลิซจะเขียนทำไม เขาไม่จำเป็นต้องทำเลย” เขาพูดแบบนั้นยิ่งทำให้เธอโมโห “วรรณก็ไม่มีเหตุผลต้องโกหกค่ะ ถ้าพี่ไม่เชื่อก็ตามนั้นออกไปได้แล้ว” “วรรณไปเชียงใหม่ทำไม” เขาเปลี่ยนเรื่อง “ไม่เกี่ยวกับพี่” เธอตอบเสียงห้วน “แม่ไปด้วย แม่ก็แม่พี่ทำไมจะไม่เกี่ยว หรือว่าวรรณจะให้แม่งุบงิบซื้ออะไรให้กันแล้วไม่ให้พี่รู้” “อย่าดูถูกวรรณนะ พี่มัสออกไปจากบ้านวรรณได้แล้ว” เธอโกรธจนเสียงสั่น มัฆวานมองดูเธอด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก เธอถอยหนีเริ่มรู้ตัวว่าคิดผิดที่ให้เขาเข้ามาในบ้าน และบ้านนี้ไม่มีคนอื่นเพราะเธอไม่ชอบให้มีใครมาเดินวุ่นวาย แต่แค่คิดจะถอยหนีออกจากห้อง มัฆวานก็มาถึงตัวเขาจับต้นแขนเธอแน่น ลากเธอมาชิดตัวเขา “ที่นี่เป็นบ้านพี่ ตัววรรณก็เป็นของพี่ วรรณไล่พี่ไม่ได้หรอก” ณัฐวรรณโกรธจัด เธอผลักเขาออกทั้งจิกทั้งข่วนแต่อีกฝ่ายไม่สะเทือนเลย มัฆวานรวบข้อมือเธอไว้ด้วยมือเดียวไพล่ไปทางด้านหลัง ก้มลงจูบเธออย่างดุดัน ริมฝีปากหนากดลงมาจนเธอเจ็บต้องยอมเปิดริมฝีปากออกให้เขาล่วงล้ำเข้ามา เธอเบี่ยงหน้าหนี เสียความรู้สึกจนร้องไห้ออกมาเมื่อสู้เขาไม่ได้ แต่แล้วก็เหมือนมีพระมาโปรดเมื่อมีเสียงมารดาดังอยู่ที่ด้านล่าง “วรรณ วรรณลูกนอนรึยัง เห็นพี่มัสไหมลูกเด็กบอกว่าเขาเดินมาที่นี่” มัฆวานยอมปล่อยเธอเมื่อมีเสียงมารดาเดินมาที่ชั้นบน หญิงสาวรีบใช้หลังมือเช็ดปากอย่างรังเกียจสัมผัสของเขา พอดีกับที่มารดามาถึง “อะไรกันลูก มัสทำอะไรน้อง” “วรรณส่งรูปนี่ผมเลยมาดูครับ” มัฆวานชี้ไปทางกระจก คุณมณีจันทร์มองตามแล้วยกมือทาบอกอย่างตกใจ “ลิปสติกสีแดง ของแม่ลิซ่านั่นแน่ๆ แม่เห็นเขาใช้สีนี้”
อ่านฟรีสำหรับผู้ใช้งานใหม่
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    ผู้เขียน
  • chap_listสารบัญ
  • likeเพิ่ม