เตรียมหาที่ของตัวเอง

1406 คำ
“พี่มัสคะ พรุ่งนี้ลิซว่าเราไปเที่ยวกันตามลำพังก็ได้ค่ะ ให้น้องสาวพี่มัสไปกับคุณเมธดีกว่า” ลิซ่าได้ยินที่สองหนุ่มคุยกัน “ขอบคุณครับคุณลิซที่เห็นด้วย” เมธัสพูด “ฉันบังคับใครไม่ได้ ถ้าวรรณอยากไปก็ตามนั้น” มัฆวานพูดห้วนๆ เขากำลังจะแยกตัวไปด้วยความหงุดหงิด แต่ลิซ่าดึงไว้ “ลิซอยากไปดูพระอาทิตย์ตกดินค่ะ เห็นว่าที่นี่มีจุดชมวิวใช่ไหมคะ” ประโยคนั้นทำให้มัฆวานขยับตัวอย่างอึดอัด แต่ลิซ่าแสร้งทำเป็นไม่เห็น “เอ่อ ครับงั้นเชิญคุณลิซทางนี้” #################### ค่ำวันนั้นเมธัสอยู่ร่วมทานอาหารด้วย วันนี้คุณมณีจันทร์สั่งให้เปิดห้องอาหารใหญ่เพื่อต้อนรับแขกสำคัญจากจีน มิสเตอร์จาง มาดามและเมธัสสนทนากันอย่างเป็นเอง ส่วนมัฆวานดูเหมือนจะเงียบไป “คุณวรรณทำงานที่กรุงเทพฯ เป็นหลักเลยเหรอคะ” ลิซ่าชวนเธอคุย “ใช่ค่ะ เป็นสำนักงานขายน่ะค่ะ” ณัฐวรรณตอบ “ขายผักไฮโดรอย่างเดียวเหรอคะ” เธอถามต่อ “ไม่ใช่ค่ะ วรรณรับซื้อผักเกรดอินทรีย์ส่งขายด้วย ส่วนไฮโดรจากที่ทำเองที่นี่ผลผลิตยังไม่เยอะมากค่ะ” เธออธิบายต่อ “ก็ดีนะคะ มีงานตัวเองจะได้ไม่ต้องพึ่งพาทางบ้าน ได้ยินว่าคุณวรรณไม่ใช่ลูกแท้ๆ ของคุณพ่อคุณแม่มัสใช่ไหมคะ ลิซเข้าใจค่ะคนเราทุกคนก็ต้องเติบโต โตแล้วก็ต้องมีทางของตัวเอง” หลายคนเงียบสนิท ถ้าไม่โง่ก็ต้องเข้าใจความหมายของเธอ ว่าลิซ่าหมายถึงว่าณัฐวรรณอยู่ที่นี่นานเกินพอแล้ว ควรไปมีชีวิตของตัวเอง “อาเลี้ยงลูกแบบคนเอเชียจ้ะหนูลิซ ลูกสาวไม่ว่าจะอย่างไรก็คือเด็กตัวเล็กๆ ของพ่อแม่เสมอ หนูลิซเองก็ไม่ได้มีธุรกิจแยกจากพ่อแม่ไม่ใช่เหรอจ๊ะ” คุณมณีจันทร์พูดนิ่มๆ “เอ่อ..ค่ะ ลิซเป็นลูกคนเดียวน่ะค่ะ คุณพ่อคุณแม่ไม่มีคนช่วยงาน” ลิซ่าไม่คิดว่าคุณมณีจันทร์จะตอกหน้าเธอขนาดนี้ ได้แต่เม้มปากด้วยความไม่พอใจ “ยายวรรณก็เป็นลูกสาวคนเดียวของอาจ้ะ เป็นลูกสาวที่อารักมากตามัสก็รู้ดี ใช่ไหมลูก” ตอนท้ายท่านหันไปถามลูกชาย “ใครๆ ในสระบุรีก็รู้ทั้งนั้นว่าน้องวรรณคือเจ้าของมรดกครึ่งนึงของไร่มณีจันทร์ เจ้ามัสจะตกกระป๋องขึ้นทุกวันแล้ว” เมธัสพูดออกแนวตลกเพื่อให้บรรยากาศผ่อนคลายขึ้น บิดาของมัฆวานหัวเราะขึ้นมา เสริมคำพูดของเมธัส “ใช่ ตาเมธพูดถูก เจ้ามัสหัวน่าจะเหม็นแล้วนะตอนนี้” “แล้วหนูวรรณมีคนรักรึยังคะ หน้าตาน่ารักขนาดนี้” มาดามจางกล่าวขึ้น “เพิ่งโสดค่ะ ตอนนี้เลยเนื้อหอมหน่อย มีหนุ่มมาขายขนมจีบทุกวันจนต้องหนีไปอยู่กรุงเทพฯ” คุณมณีจันทร์ตอบแทนลูกสาว “เห็นว่าลูกชายสจ.ก็พยายามอยู่นี่ฮะแม่” เมธัสถามนาง “จ้ะ นั่นก็ตามจีบมาหลายปี ตั้งแต่ยายวรรณอายุ 18 ตอนนี้พอน้องโสดก็มาอีก รักมั่นคงดีจริงๆ กี่ปีแล้วนะคุณ” ท่านหันไปถามสามี “แปดปี ตอนนี้ยายวรรณอายุ 26” ผู้เป็นสามีตอบ “อืมม จะสิบปีแล้ว จะว่าไปก็หายากใครที่แสดงออกว่ารักเรามั่นคงมานานขนาดนี้ ถ้าครบสิบปีแม่ว่าก็รับรักเขาไปเถอะลูก จะได้ทำพรีเซนเทชั่นสิบปีที่รักกัน โรแมนติกดี” คุณมณีจันทร์เหน็บลูกชาย ถ้าจะไม่ทำอะไรท่านก็จะเชียร์คนอื่นให้ณัฐวรรณ “แม่คร้าบบบ รอดูคนอื่นก่อนรอผมทำคะแนนก่อนสิ” เมธัสพูดแย้ง สีหน้าดูสนุกสนาน “อ้าวนี่เมธชอบลูกแม่เหรอ ทำไมแม่ไม่รู้เลยล่ะ” ท่านหัวเราะไปกับเมธัส รู้ว่าเพื่อนลูกชายพูดเล่น ลิซ่าวางช้อนอย่างแรง เมื่อเธอไม่ได้เป็นที่สนใจ แกร๊ง....ทุกคนหันมามอง เธอจึงเอ่ยขอโทษ “ขอโทษค่ะ ช้อนหลุดมือ” ########## วันรุ่งขึ้นณัฐวรรณไม่ได้ไปร่วมทริปในการพาแขกสำคัญเที่ยว คุณมณีจันทร์เห็นว่าลิซ่าเองก็ดูไม่ชอบใจลูกสาวนัก ท่านจึงไม่ได้บังคับให้ณัฐวรรณไปด้วย เมธัสให้คนเอารถของเธอมาส่งให้ที่บ้านในตอนสายๆ หลังจากที่เขาชำระความกับมาธวีแล้วว่าเป็นต้นเหตุที่ทำให้รถของเพื่อนยางแบน “แหม..ก็วีอยากให้พี่ได้อยู่กับวรรณสองต่อสอง” น้องสาวออกตัว “เรานี่นะ ริเป็นแม่สื่อแม่ชักไม่ดูอะไรเลย” เมธัสบ่นไม่จริงจัง “ต้องดูอะไรล่ะคะหรือว่าพี่เมธไม่โสด แอบชอบใครอยู่รึเปล่าบอกน้องมานะ” มาธวีคาดคั้น “พี่หมายถึงทางเพื่อนเราน่ะ เขามีใครที่ชอบอยู่ไหม” มาธวีหยุดคิดและเธอก็ส่ายหน้า “ไม่มีนะคะ เห็นมีแต่ลูกชายสจ.ที่เทียวไปเทียวมา แต่ตานี่ก็จีบทุกบ้านอยู่แล้ว” ############### ที่ไร่มณีจันทร์ ณัฐวรรณกำลังลามารดา “วรรณไปก่อนนะคะแม่ ไม่อยากรีบขับรถ” “ทำไมวรรณต้องไปซื้อที่ไกลขนาดนั้น แม่ไม่เห็นด้วยเลย” คุณมณีจันทร์พูดถึงเรื่องที่ลูกสาวจะขึ้นเหนือ ไปซื้อที่ดินเปล่าที่อ.สันกำแพง จ.เชียงใหม่ “วรรณชอบสตรอเบอรี่ค่ะ ปลูกที่นั่นอากาศจะเหมาะสมที่สุด เวลาขายก็ได้ราคาดีด้วยถ้าเป็นสตรอเบอรี่จากเชียงใหม่ วรรณไม่อยากทำอะไรครึ่งๆ กลางๆ ค่ะแม่” เธอบอกความตั้งใจ เรื่องความชอบสตรอเบอรี่ใครๆ ก็รู้ว่านานแล้วว่าเธอชอบปลูกและชอบทานด้วย อาจจะเพราะสตรอเบอรี่ที่ทำให้เธอสนใจเรื่องการเกษตร คุณมณีจันทร์ส่ายหน้าก่อนจะบอกว่า “วรรณไปพบคุณพ่อก่อนลูก ในห้องทำงาน” เธอแปลกใจ คุณพ่อไม่มีธุระในห้องทำงานมานานแล้ว “มีอะไรเหรอคะพ่อ” บิดายื่นซองสีน้ำตาลขนาด a5 ให้เธอ “อันนี้ของวรรณนะลูก พ่อจะให้มานานแล้ว” เธองงจะมีอะไรอีก ทรัพย์สินส่วนตัวของบิดามารดาเดิม ท่านทั้งสองก็ให้เธอดูแลเองตั้งแต่เรียนจบแล้ว ไม่ว่าจะเป็นที่ดิน บ้านหรือเงินสดและเครื่องเพชรในธนาคาร หญิงสาวเปิดซองดู มันคือบัญชีเงินฝากเป็นชื่อเธอ เธอดูรายการนำฝากที่มีทุกปีตั้งแต่เธออายุสิบสองหรือปีแรกที่เธอเข้ามาอยู่ที่นี่ในฐานะลูกสาวบุญธรรม มันเพิ่มพูนขึ้นทุกปีไม่มีการถอนออก ยอดเงินไม่เท่ากันรวมแล้ว 14 ปี ตอนนี้มีเงินอยู่ยี่สิบสองล้าน “อะไรคะคุณพ่อ เงินอะไรคะ” “เงินปันผลจากไร่ พ่อแบ่งให้หนูกับเจ้ามัสมีคนละบัญชี คนละ 10% ของกำไรในแต่ละปี ตอนนี้มัสเขาดูแลแทนแต่เขาก็ยังเอาเงินเข้าบัญชีให้หนูเหมือนเดิมแบบที่พ่อแม่เคยทำให้” เธอร้องไห้ด้วยความตื้นตัน และทำท่าจะคืนสมุดให้ท่าน “คุณพ่อคุณแม่ให้วรรณมาเยอะแล้วค่ะ วรรณรับไม่ได้หรอก” “ถ้าหนูอยากให้พ่อแม่สบายใจหนูก็ต้องรับ พ่อว่ามันน้อยไปด้วยซ้ำในการออกไปเติบโตเอง ความจริงถ้าหนูมีคนดีๆ ดูแลพ่อคงไม่ห่วงมากเท่านี้” บิดาพูด “มัสจะโอนเงินให้หนูทุกปี พ่อสั่งเขาแล้วเขียนไว้ในพินัยกรรมแล้วด้วย ใครจะพูดอย่างไรหนูก็คือลูกของพ่อกับแม่ หนูกลับมาที่นี่ได้ตลอดเวลา” ############### เธอแวะไปที่ฟาร์มของศกุนตลาก่อนออกเดินทาง “จะไปไหนเหรอคะวรรณ” เจ้าของบ้านสาวสวยถาม เธอกำลังนั่งเล่นกับลูกชายวัยใกล้สองขวบ “วรรณจะไปสันกำแพงค่ะ ไปดูที่ทำสวนสตรอเบอรี่ พี่กุนสนใจทำไฮโดรไหมคะ” “แบบที่น้องวรรณทำใช่ไหมคะ ก็สนใจอยู่นะแต่ยังไม่รู้เรื่องอุปกรณ์เท่าไหร่เลยค่ะ” ศกุนตลามีท่าทีสนใจ “วรรณมีโดมเล็กที่ไม่ได้ใช้ค่ะ ถ้าพี่กุนอยากทำเดี๋ยววรรณให้คนเอามาให้ หรือรอวรรณกลับมาจัดการก็ได้ค่ะ” เพราะเธอตั้งใจจะย้ายการเพาะปลูกขึ้นไปทางโน้นทั้งหมด หากที่ดินที่ไปดูใช้ได้ ตกลงกับเจ้าของที่ได้น่าพอใจ
อ่านฟรีสำหรับผู้ใช้งานใหม่
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    ผู้เขียน
  • chap_listสารบัญ
  • likeเพิ่ม