แผ่นหลังบางของอลิซลับสายตาไปแล้ว แต่ร่างสูงของอเดลยังคงยืนนิ่งงันอยู่ที่เดิมราวกับวิญญาณหลุดออกจากร่าง นัยน์ตาคมกริบที่เคยมั่นใจในทุกก้าวของชีวิต บัดนี้เหม่อลอยและแหลกสลาย ขาทั้งสองข้างหนักอึ้งจนก้าวไม่ออก โลกทั้งใบของเขากำลังพังครืนลงมาเป็นครั้งที่สอง
"อเดล! ลูก!"
เสียงเรียกที่คุ้นเคยพร้อมกับอ้อมกอดอุ่นๆ ที่โถมเข้ามาสวมกอดจากด้านหลัง ทำให้อเดลที่กำลังสติหลุดค่อยๆ กะพริบตา เมลดาวิ่งกระหืดกระหอบตามมาจนทัน ทันทีที่เห็นสภาพของลูกชายคนโตที่ยืนตัวสั่นเทาและมีแววตาปวดร้าวขนาดนั้น หัวใจของคนเป็นแม่ก็แทบจะขาดตาม
"หม่ามี๊อยู่นี่แล้วลูก... ไม่เป็นไรนะ" เมลดาลูบแผ่นหลังกว้างของลูกชายเบาๆ เพื่อเรียกสติ
อลันที่เดินตามมาติดๆ หยุดยืนมองลูกชายด้วยแววตาเห็นใจและเข้าใจอย่างลึกซึ้ง เมลดาหันไปสบตากับสามี ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด
"แด๊ดดี้ขับรถกลับเองนะคะ... เดี๋ยวเมลจะขับรถพาลูกกลับเอง"
"โอเคครับ ดูแลลูกนะเมล" อลันพยักหน้ารับ ส่งกุญแจรถสปอร์ตของลูกชายให้ภรรยา ก่อนจะบีบไหล่อเดลเบาๆ เป็นการให้กำลังใจในแบบของลูกผู้ชาย แล้วเดินเลี่ยงออกไปเพื่อจัดการเรื่องในงานแทน
เมื่ออยู่กันตามลำพัง ความเข้มแข็งที่อเดลพยายามสร้างขึ้นมาก็พังทลายลง ชายหนุ่มหันกลับมาสวมกอดผู้เป็นแม่แน่น ซบหน้าลงกับลาดไหล่เล็กๆ ที่คอยปกป้องเขามาตั้งแต่เด็ก น้ำเสียงทุ้มสั่นพร่าอย่างไม่อาจควบคุมได้อีกต่อไป
"หม่ามี๊... อลิซบอกอเดลว่าจะแต่งงาน" สรรพนามแทนตัวเองว่า อเดล หลุดออกมาอย่างลืมตัว ราวกับเขากลับไปเป็นเด็กชายวัยห้าขวบที่กำลังร้องไห้เพราะของเล่นชิ้นโปรดหายไป
"เขาเคยบอกว่าชอบผม... แต่ตอนนี้ เขากำลังจะทิ้งผมไปอีกแล้ว"
เมลดากระชับอ้อมกอดแน่นขึ้น ลูบกลุ่มผมสีเข้มของลูกชายอย่างอ่อนโยน
"อลิซอาจจะมีเหตุผลก็ได้นะลูก... อเดลก็รู้จักหนูอลิซดีไม่ใช่เหรอครับ"
คนเป็นแม่ที่แอบมองดูอยู่ห่างๆ อย่างเธอ ทำไมจะไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น... เพียงแค่เห็นแววตาของเด็กผู้หญิงคนนั้น เธอก็รับรู้ได้ทันทีว่าอีกฝ่ายกำลังคิดอะไรอยู่ มันคือแววตาของคนที่กำลังแบกรับความเจ็บปวดเอาไว้ไม่ต่างกัน
สำหรับเมลดา ต่อให้ลูกชายคนนี้จะโตขึ้นจนมีรูปร่างสูงใหญ่ เป็นถึงรองประธานบริษัทที่ใครๆ ต่างเกรงขาม แต่เขาก็ยังคงเป็นเด็กสำหรับเธออยู่ดี... เป็นเด็กที่เติบโตมาได้อย่างสดใสในครอบครัวที่อบอุ่น แต่ลึกลงไปข้างใน เขาช่างอ่อนแอและเปราะบางเหลือเกินเมื่อเป็นเรื่องของความรัก
เธอไม่ได้โกรธเกลียดอะไรอลิซเลยที่ทำกับลูกชายของเธอแบบนี้ เพราะกว่าครอบครัววงศ์วริศจะมีทุกวันนี้ได้ กว่าที่เธอกับอลันจะได้รักและสร้างครอบครัวที่อบอุ่นแบบนี้ พวกเธอก็เคยต้องผ่านช่วงเวลาที่เลวร้ายและเจ็บปวดแสนสาหัสมาเหมือนกัน เธอจึงเข้าใจดีว่าบางครั้ง... ความรักก็มักจะมีอุปสรรคที่มองไม่เห็นซ่อนอยู่
...
บนท้องถนนยามค่ำคืนของกรุงเทพมหานคร รถสปอร์ตคันหรูแล่นทะยานไปข้างหน้าด้วยความเร็วที่สม่ำเสมอภายใต้การควบคุมของเมลดา จุดหมายปลายทางคือคฤหาสน์วงศ์วริศ
อเดลนั่งเงียบอยู่เบาะข้างคนขับ ศีรษะพิงกระจกหน้าต่าง ทอดสายตามองแสงไฟริมทางที่วิ่งผ่านไปอย่างเลื่อนลอย คำพูดของแม่ยังคงดังก้องอยู่ในหัว
'อเดลก็รู้จักหนูอลิซดีไม่ใช่เหรอ'
นั่นสิ... เขารู้จักอลิซดีกว่าใคร เด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ ที่เคยกลัวเสียงฟ้าร้อง คนที่ร้องไห้ตอนกินคุกกี้เพราะความหิว คนที่ทำข้อสอบคณิตศาสตร์ผิดๆ ถูกๆ เพื่อให้เขาช่วยสอน อลิซคนนั้นไม่มีทางพูดจาใจร้ายและเย็นชาแบบนั้นออกมาจากใจจริงแน่ๆ
อลิซต้องมีเหตุผลอะไรบางอย่างที่ทำแบบนั้น... เหตุผลที่ทำให้เธอต้องหนีไปเมื่อห้าปีก่อน และเหตุผลที่ทำให้เธอต้องผลักไสเขาในวันนี้
ดวงตาคมกริบที่เคยหม่นหมอง ค่อยๆ แปรเปลี่ยนเป็นความมุ่งมั่นและแข็งกร้าวขึ้นมาอีกครั้ง มือหนากำเข้าหากันแน่นบนตัก
ต่อให้เธอคิดจะทำอะไรอยู่ ฉันก็ไม่มีวันยอมแพ้หรอกนะอลิซ... เพราะฉันรักเธอมาตั้งสิบแปดปี... จะให้มาถอดใจยอมแพ้กับคำโกหกพรรค์นี้ ฝันไปเถอะ!
...
...
ในขณะเดียวกัน บนรถยุโรปคันหรูที่กำลังมุ่งหน้ากลับสู่คฤหาสน์ศิริวัฒนากุล...
บรรยากาศภายในห้องโดยสารด้านหลังเงียบกริบจนน่าอึดอัด อลิซนั่งเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่าง ทัศนียภาพของเมืองหลวงที่คุ้นเคยไม่ได้ทำให้เธอรู้สึกดีขึ้นเลยแม้แต่น้อย เพราะความคิดถึงและความรู้สึกผิดที่อัดอั้นอยู่ในใจ มันพังทลายกลายเป็นหยดน้ำตาที่ไหลรินลงมาอาบแก้มอย่างเงียบๆ
ภาพของอเดลเมื่อครู่ยังคงติดตา... เขาโตเป็นชายหนุ่มที่สมวัย หล่อเหลา สง่างาม และเหมาะสมกับตำแหน่งรองประธานบริษัทเอ็มไพร์เทคทุกประการ เขากำลังมีชีวิตที่ดี มีอนาคตที่สดใส และมีครอบครัวที่อบอุ่นคอยซัพพอร์ต
ส่วนเรื่องที่เธอบอกว่ากำลังจะแต่งงาน... เธอโกหก
มันเป็นเพียงคำโกหกคำโตที่เธอปั้นแต่งขึ้นมาสดๆ ร้อนๆ เพื่อหวังจะให้เขาเสียใจและตัดใจจากเธอไปซะ เธอต้องการให้เขาเกลียดเธอ เพื่อที่เขาจะได้ไม่ต้องมาทนทุกข์ทรมานกับการรอคอยผู้หญิงที่ไม่มีแม้แต่อิสระในชีวิตของตัวเองอย่างเธอ
ตลอดห้าปีที่อยู่ต่างแดน เธอเฝ้าคิดถึงเขาทุกวัน ทุกคืน... เธอพยายามสะกดจิตตัวเองว่า ป่านนี้ผู้ชายที่เพียบพร้อมอย่างอเดล คงจะมีแฟนใหม่ที่คู่ควรและลืมเธอไปแล้ว แต่พอได้มาเจอกันอีกครั้ง ได้ยินจากปากเขาว่า 'เขายังรอเธออยู่' ความจริงข้อนั้นมันยิ่งตอกย้ำให้เธอรู้สึกผิดจนแทบจะทนไม่ไหว
เธอทำลายรอยยิ้มของเขา ทำลายหัวใจของเขา... ด้วยมือของเธอเอง
มือเล็กยกขึ้นปิดหน้าร้องไห้สะอึกสะอื้นอย่างสุดกลั้น ปล่อยให้น้ำตาแห่งความโหยหาและความเจ็บปวดไหลทะลักออกมาโดยไม่ต้องซ่อนเร้นอีกต่อไป
"ขอโทษนะอเดล..."
เสียงหวานสะอื้นไห้แผ่วเบาแข่งกับเสียงเครื่องปรับอากาศในรถ มีเพียงคำขอโทษนับพันนับหมื่นคำที่เธอทำได้แค่เอ่ยมันในใจ... โดยที่เขาไม่มีวันได้รับรู้เลย
สงสารหลาน แงงงง
ผู้ชายที่อบอุ่นขนาดนี้เป็นของคุณแล้วนะครับ
มาเอากำลังช่วยหลานกับหลานสะใภ้กันเถอะ