เช้าวันต่อมาหญิงสาวลงมาชั้นล่างพร้อมกับน้องธี เธอวางตัวเด็กชายลงบนเก้าอี้ทานอาหารของเด็ก เธอมองหน้าบ้านอย่างสงสัยเมื่อเห็นรถยนต์สปอร์ตสีแดงจอดที่หน้าบ้าน
“รถใครน่ะมาแต่เช้า” หญิงสาวถามแม่บ้าน
“คุณเกดลูกสาวเสี่ยสุขุมค่ะคุณกุน” ชาวบ้านมักจะเรียกท่านสจ.ว่าเสี่ยเป็นสรรพนามที่รู้กัน
เธอขมวดคิ้ว “เขามาทำไม”
“มาหาคุณอิทค่ะ แต่ไม่ทราบว่าเธอมีธุระอะไรนะคะคุณ” แม่บ้านตอบดังนั้นเธอจึงพยักหน้ารับทราบ
“น้องธีหิวรึยังลูก โจ๊กไหมครับ”
“น้ำจ้ม” เด็กชายชี้ไปที่แก้วน้ำส้มคั้นของมารดา
“ไม่เอานมเหรอลูก” น้องธีร์ส่ายหน้า
“หาพ่อ พ่ออิท” เด็กชายพูดพยางค์สั้นๆ สองคำติดต่อกัน เธอขมวดคิ้วว่าใครสอนน้องธีให้เรียกอิทธิว่าพ่อ แต่ยังไม่ค้านให้ลูกสับสน
“กินโจ๊กก่อนลูก” เธอส่งน้ำส้มที่รินใส่แก้วเล็กให้ลูก น้องธีรับน้ำส้มแต่เมื่อเลื่อนถ้วยโจ๊กให้ เขาส่ายหน้าไม่ยอมทาน
“กินก่อนสิบคำเดี๋ยวแม่พาไปดูปลา” เธอปะเหลาะเด็กชาย น้องธีทำท่าลังเลคุณแม่จึงพูดต่อ
“ไปไหม ดูปลาตัวใหญ่ๆ”
เมื่อแม่บอกว่าปลาตัวใหญ่ น้องธีพยักหน้าทันที “ไปๆ”
“คุณเกดมีธุระอะไรจะคุยกับผมเหรอครับ” อิทธิถามเมื่ออีกฝ่ายมาถึงบ้านตั้งแต่เช้าตรู่ และบอกว่ามีเรื่องสำคัญจะถาม
“ค่ะ.. พอดีว่าเรื่องนี้ได้ยินคนคุยกันไปทั่วเลยค่ะ เรื่องเมื่อปีที่แล้วเกดได้ยินคนซุบซิบว่าคุณกุนจริงๆ เธอเป็นคนโมโหร้าย อารมณ์รุนแรงใช่ไหมคะ”
อิทธินิ่วหน้า “ผมไม่เคยเห็นเธอเป็นแบบนั้นครับ”
ความจริงอดีตของศกุนตลาเขารู้ดี แต่ชายหนุ่มมองว่านั่นคืออดีต ทุกคนย่อมมีจุดที่ต้องเติบโตขึ้นทั้งนั้น
“เหรอคะ” เกดสินีทำหน้าไม่เชื่อถือ เธอพูดต่อว่า
“แต่คนพูดไปทั่วเลยนะคะว่าคุณกุนขี้หึงจนพาเพื่อนไปฆ่าที่น้ำตกหลังบ้าน”
อิทธิมีสีหน้าไม่พอใจชัดเจน
“ปากคนพูดไปทั่ว แต่คนฟังควรมีวิจารญาณนะครับถ้ากุนทำแบบนั้นจริงๆ ก็คงถูกดำเนินคดีไปแล้ว”
เกดสินีทำสีหน้าไม่เชื่อถือ
“แต่คุณกุนมีเงินนะคะ มีพรรคมีพวกทำไมจะหลบเลี่ยงเปลี่ยนรูปคดีไม่ได้เหรอ”
“คุณเกดครับ คุกไม่ได้มีไว้ขังหมา ถ้ากุนทำจริงมีเส้นสายแค่ไหนก็คงรอดไม่ได้ หรือว่าครอบครัวคุณทำได้ถึงแน่ใจมาก”
เกดสินีเงียบกริบเมื่อถูกย้อน หากเธอยอมรับก็แปลว่าครอบครัวเธอเองก็เป็นเช่นนั้น อิทธิจึงพูดต่อ
“เหตุการณ์วันนั้นผมอยู่ด้วย ทุกอย่างมันคืออุบัติเหตุผมขอยืนยัน”
“สงสัยเรื่องของฉัน ทำไมไม่ถามฉันล่ะคะคุณเกด” เกดสินีตกใจเมื่อได้ยินคำถามจากคนที่เธอพูดถึงอยู่
อิทธิหันไปมองเห็นศกุนตลากำลังส่งน้องธีให้พี่เลี้ยง ก่อนที่เธอจะเดินเข้ามาใกล้ๆ จุดที่สองคนยืนอยู่
“กุน พี่อธิบายให้คุณเกดเข้าใจแล้ว” อิทธิรีบพูดให้เธออารมณ์เย็นลง
“พี่อิทอธิบายคุณเกดจะเข้าใจดีเท่าฟังจากกุนเองเหรอคะ” สงสัยจะอยู่กันดีๆ ไม่ได้ เธอสงบมานานแล้วนะ ศกุนตลาคิดในใจ เธอพาลูกชายมาดูปลาหลังทานโจ๊กตามสัญญา ไม่คิดว่าจะมาได้ยินอะไรที่ชวนให้โมโหแบบนี้
“แหม.. เกดแค่มาเล่าให้ฟังค่ะว่าคนเขานินทากัน ก็ไม่ได้คิดหรอกว่าคุณกุนจะเป็นแบบนั้นจริงๆ” เกดสินีแก้เก้อและขยับตัว ทำท่าจะกลับ
“เกดขอตัวนะคะ มีธุระต่อค่ะ"
“กุนเดี๋ยวสิ ฟังพี่ก่อน” อิทธิเดินตามศกุนตลาที่กำลังโมโหพาเข้าบ้าน เธอไม่พูดกับเขาเลยตั้งแต่เกดสินีกลับไป
เขาตามมาดักหน้าทันก่อนที่ศกุนตลาจะพาน้องธีขึ้นชั้นบน เธอจ้องคนที่มาขวางทาง เม้มปากแน่นรู้ตัวว่าศกุนตลาเวอร์ชั่นร้ายๆ กำลังจะกลับมา เธอจึงไม่พูดอะไรเลยกลัวลูกได้ยินจะตกใจ
“หลีกค่ะ”
“ไม่ เราต้องคุยกันก่อน” อิทธิไม่ปล่อยผ่าน ชายหนุ่มอ้าแขนออกรับร่างเด็กชายที่เธออุ้มอยู่
“ไปดูการ์ตูนกับพี่ดาวก่อนนะลูก” เขาส่งน้องธีให้พี่เลี้ยงซึ่งมาได้ทันใจ และหันมาทางศกุนตลาดึงข้อมือเธอให้เดินตามหายเข้าไปในห้องทำงาน
เธอดึงข้อมือออกจากการเกาะกุมของเขาอย่างโมโห อิทธิปล่อยโดยดี
“กุนโกรธพี่เรื่องอะไร”
คำถามนี้ทำให้เธอนิ่งไป นั่นสิเธอโกรธเรื่องอะไร จะว่าเรื่องที่เกดสินีพูดเธอก็ได้ยินเต็มสองหูว่าเขาปกป้องเธอแล้วจากการความเข้าใจผิดนั้น จะบอกว่าโกรธที่ผู้หญิงคนนั้นมาที่บ้านก็คงไม่ได้ด้วยเพราะฝ่ายโน้นมาเอง
เธอกัดริมฝีปาก “เปล่าค่ะไม่ได้โกรธ”
“กุนโกรธพี่” เขาแย้งทันควัน “ถ้าไม่โกรธก็หึง”
“กุนไม่ได้โกรธแล้วก็ไม่ได้หึงค่ะ แค่ไม่ชอบผู้หญิงคนนั้น” เธอมองเขาตาขุ่น ถูกนินทาในบ้านตัวเองมันควรจะต้องรู้สึกแบบไหน และเธอแน่ใจว่าเกดสินีเองก็คงไม่ได้ชอบเธอ
“โอเค พี่เข้าใจพี่ก็ไม่ได้ชอบ ต่อไปจะพยายามเลี่ยงถ้าเจอคนบ้านนั้นอีก”
อิทธิก้มหน้าลงมามองเธอที่นั่งบนเก้าอี้ สองมือของเขาวางลงบนที่เท้าแขน ศกุนตลาเอนตัวหนี
“ไม่ใช่พยายามค่ะแต่ต้องเลี่ยงให้ได้ ถ้าพี่จะคุยกับผู้หญิงคนนั้นก็ไปคุยที่อื่น” เธอยังขบฟันด้วยความโมโห เธอคือคนที่ถูกทำร้ายไม่ใช่ฆาตกรแบบที่เกดสินีพูด ถ้าไม่รู้ก็ควรหาข้อมูลไม่ใช่นึกอยากพ่นอะไรก็พ่นออกมา
“ไม่เอาสิกุน บางครั้งเรายังต้องรักษามารยาทอยู่นะ” อิทธิขมวดคิ้วมอง ดูท่าทางแม่ตัวร้ายจะถูกปลุกขึ้นมาแล้ว
“พี่อิทเข้าข้างคนอื่นเหรอ ยายนั่นมานินทากุนในบ้านกุนนะ” ไม่ตบก็ดีเท่าไหร่แล้ว อยู่ดีๆ หาเรื่องใส่ตัว
“พี่จะเข้าข้างเขาทำไม เขาไม่ได้เป็นอะไรกับพี่”
“กุนก็ไม่ได้เป็นอะไรกับพี่ค่ะ ก็ไม่จำเป็นต้องเข้าข้างเหมือนกันใช่ไหม” ยิ่งพูดศกุนตลายิ่งโมโห เธอยกมือขึ้นจะผลักเขาออกเพื่อลุกจากเก้าอี้
“ไปกันใหญ่แล้วกุน พี่รักกุนพี่ก็อยากให้กุนเป็นคนมีเหตุผลในสายตาคนอื่น ให้คนอื่นเขารักด้วย” มือแข็งๆ ของอิทธิจับข้อมือเธอไว้ไม่ให้ลุกหนี ศกุนตลานิ่งอึ้งเมื่อได้ยินคำพูดนั้น
“อะไรนะคะ”
“เมื่อคืนพี่ก็บอกแล้วว่าพี่คิดยังไง กุนยังไม่ตอบพี่ก็ไม่ว่าอะไรไง” เมื่อคืนหลังจากที่เขาพูดเธอนิ่งเงียบแล้วก็ขอตัวขึ้นห้องนอนไปเสียเฉยๆ
“พี่บอกแค่ว่าอยากดูแลกุนเฉยๆ แล้วก็พูดเองว่าไม่รีบเอาคำตอบไงคะ” หญิงสาวเตือนความจำ
“ก็นั่นล่ะ พี่ก็ยังหมายความตามนั้น นั่นก็แปลว่าเราสองคนสำคัญต่อกันมากกว่าเป็นแค่คนอื่น แล้วกุนจะเอาตัวเองไปเปรียบกับผู้หญิงคนนั้นเพื่อ?”
ศกุนตลาหายใจเข้าลึกๆ ความโมโหลดระดับลงไปมากกว่าครึ่ง
“กุนจะขึ้นบ้านแล้วค่ะ พี่อิทปล่อยได้แล้ว”
อิทธิปล่อยข้อมือเธอ ผิวของศกุนตลาบางจนเห็นเป็นรอยแดงบริเวณที่เขาจับเมื่อครู่
“พี่ขอโทษ ต้องทายาไหม”
“มะ..ไม่ต้องค่ะ เดี๋ยวก็หายแดงไปเอง” เธอเดินเร็วๆ ออกจากห้องไปทันที