วันงาน

1455 คำ
บ้านงานมีเสียงจ้อกแจ้กจอแจแต่เช้ามืด เสียงเครื่องเสียงดังตั้งแต่หกโมงเช้าด้วยฝีมือภากร “พี่กร ขอเถอะเพลงบอกลาแม่ชีอะไรนี่เปิดวนสามรอบแล้วนะ” เสียงชมพูนุทดังขึ้นมาอย่างทนไม่ไหว “เอ้านุท นี่มันเพลงชาติงานบุญนะไม่สังเกตุเหรอว่าเปิดทุกวัด” ภากรเถียงทำให้หลายคนหัวเราะขบขัน “แต่นี่บ้าน ไม่ใช่วัด” เสียงเธอยังดังต่อ เพลงนั้นจึงเงียบไปแล้วเปลี่ยนเป็นเพลงบรรเลงปี่พาร์ทวงใหญ่ “โอ๊ย....แม่ครัวหลับกันหมดแล้วพี่กร” ศกุนตลาฟังแล้วหัวเราะ เธอเข้าไปดูในครัวเฉพาะกิจอาหารในงานไม่ได้จ้างร้านไหนทำ ทั้งหมดทำกันเองแต่จ้างแม่ครัวมาช่วย จ้างคนช่วยเตรียมและคนเก็บล้างนับสิบคน คุณดารัณลงครัวกำกับทุกอย่างเอง ส่วนบรรดาผู้ชายช่วยกันจัดโต๊ะเก้าอี้รับรองแขกต่อ เพราะดูว่าจะมีผู้มาร่วมงานมากกว่าที่คิด “กุนไม่ต้องมาดูในครัวหรอกลูก เราเป็นเจ้าภาพขึ้นไปแต่งตัวสวยๆ รอรับแขกเถอะ” คุณดารัณไล่หลานสาวออกจากครัวเมื่อเธอโผล่หน้าเข้าไป ส่วนหน้าบ้านที่กางเต็นท์ใหญ่ไว้สองตัวก็ดูเหมือนจะคับแคบไปถนัดใจ ด้านนอกโต๊ะพับหน้าโฟเมก้าที่อิทธิสั่งซื้อมาใช้สำหรับในห้องเรียนภาคทฤษฎีจำนวนหลายสิบตัวถูกนำมากางใช้รวมถึงเก้าอี้ด้วย “โต๊ะจะพอไหมคะพี่อิท” ศกุนตลาถามอิทธิ “ก็น่าจะพอครับโต๊ะยี่สิบกว่าตัว เก้าอี้ร้อยตัวถ้าแขกไม่ทานอาหารกันจริงจังแบบในกรุงเทพฯ นะ” อิทธิประเมิน “น้อยไปสิคะ ที่นี่ต่างจังหวัดวรรณบอกได้เลยว่าแขกที่มางานจริงจังกับการทานมากค่ะ” ณัฐวรรณพูดปนหัวเราะ เธอมาถึงแต่เช้ามาพร้อมกับปาท่องโก๋ น้ำเต้าหู้ ถุงใหญ่ มาทันได้ยินคำพูดของอิทธิพอดี “ไปยืมโต๊ะกับเก้าอี้วัดมาเสริมได้นะครับ ถ้าไม่พอก็ไปขนมาเลยดีกว่า เอารถผมไปช่วยขนอีกคัน” วันนี้มัฆวานใช้รถปิคอัพกระบะสี่ประตู “ถ้าโต๊ะเก้าอี้ไม่พอ จานชามก็ไม่น่าพอค่ะ” ศกุนตลาพูดอย่างกังวลถึงแม้ว่าคุณดารัณจะคัดจานชามมาให้ใช้ในงานนี้จากกรุงเทพอย่างละหลายลังแล้วก็ตาม “เลี้ยงพระเพล ไปยืมวัดมาล้างเตรียมไว้ก็ทันค่ะพี่กุน” ณัฐวรรณดูเวลา ตอนนี้เพิ่งหกโมงครึ่ง “งั้นเดี๋ยวไปกันเลยก็ได้ครับ คุณอิทจะได้มีเวลากลับมาอาบน้ำแต่งตัว” มัฆวานพูดขึ้นมา “พี่กุนไปแต่งตัวเถอะค่ะ ข้างล่างให้พี่ๆ เขาจัดการได้ วรรณซื้อปาท่องโก๋กับน้ำเต้าหู้มาฝากพี่ๆ กับแม่ครัวค่ะ” สองสาวพากันเดินเข้าบ้าน ศกุนตลากำลังจะชงกาแฟให้ตัวเอง ช่ออินทนิลอยู่ที่โต๊ะเครื่องดื่มพอดีเธอจึงแนะนำให้ณัฐวรรณและช่ออินทนิลรู้จักกัน “เดี๋ยวช่อชงกาแฟให้พี่ๆ แม่ครัวเองค่ะ” มีจานสำหรับจัดเบรกที่คุณดารัณเอามาเผื่อประมาณห้าสิบชุด เมื่อณัฐวรรณซื้อปาท่องโก๋มาถุงใหญ่ เธอจึงนำมาจัดใส่จานและชงกาแฟเพื่อนำไปให้คนทำงานทั้งที่หน้าบ้านและในครัว “พี่ชุล่ะคะ” ณัฐวรรณถามถึงสาวอีกคน “พี่ชุดูเด็กๆ อยู่จ้ะ” ศกุนตลาจัดให้เด็กๆ มีที่เล่นในห้องเด็กชั้นล่างที่มีของเล่นและโปสเตอร์ภาพสำหรับเด็กเต็มห้อง พื้นห้องปูด้วยพรมรองคลานทั้งห้อง และมีพี่เลี้ยงเด็กสำหรับดูแลเด็กเล็ก 4 คน “พี่ไปแต่งตัวแปบ เดี๋ยวลงมาช่วย” ศกุนตลาขอตัวขึ้นห้องไปแต่งตัวใหม่ ณัฐวรรณและช่ออินทนิลจึงช่วยกันชงกาแฟและเทน้ำเต้าหู้ใส่ถ้วยเพื่อเลี้ยงคนมาช่วยงาน “จริงๆ ต้องมีแกงบอนนะ” คุณดารัณพูดขึ้นมา ตามธรรมเนียมงานบุญภาคกลางที่จะมีแกงบอนในงาน “น่าจะดูยากไหมคะคุณป้า ว่าคันหรือไม่คัน” ชมพูนุทถามขณะที่ตาก็มองแกงที่กำลังเดือดบนเตา “ไม่ยากหรอกค่ะคุณ งานที่แล้วให้ไอ้โชคกับไอ้มิ่งหลานชายอิฉันไปตัด” ป้าอ่อนแม่ครัวคนหนึ่งพูดขึ้นมา “มีคนดูเป็นก็ดีสิคะ” ชมพูนุทคุยตอบ “มันก็คงดูเป็นแต่มันดันพูดไม่ดีสิ แกงแล้วพอเอามาชิมคันไปหมดเททิ้งทั้งหม้อค่ะ” ป้าอ่อนเล่า “พูดไม่ดียังไงเหรอ” คุณดารัณสงสัย “ก็โบราณน่ะคุณ เวลาไปตัดบอนเขาจะไปกันสองคนแล้วพูดขอตัด คนนึงบอกขออีกคนจะบอกว่าตัดได้เลยแล้วทีนี้หลานเวรสองคนนั่นมันดันห่าม” ป้าอ่อนพักยกน้ำขึ้นจิบ ก่อนจะเล่าต่อ “ไอ้โชคมันบอกว่าพอไปถึงหนองมันก็พูดว่า บอนจ๋า ขอตัดได้ไหมจ๊ะ ไอ้มิ่งก็ตอบว่าได้จ้ะ ไอ้โชคถามต่อว่าบอนจ๋าคันไหมจ๊ะ ไอ้มิ่งดันตอบว่าคันตะหงิดๆ จ้ะ เท่านั้นแหล่ะคุณเอ้ยเททิ้งหมดหม้อเลย” เสียงฮาดังลั่นครัวทันทีที่ป้าอ่อนพูดจบ แม้แต่ศกุนตลาที่เข้ามาได้ยินก็อดหัวเราะไม่ได้ ป้าอ่อนหันมาทางศกุนตลา “เดือนหน้ามีสารทเดือนสิบ เราจะกวนกระยาสารทกันไปวัดนะคะ บ้านคุณจะกวนด้วยไหมถ้าจะทำเดี๋ยวป้ามาช่วย” “กระยาสารทที่มีถั่วมีงา เหนียวๆ ใช่ไหมคะ” ศกุนตลาพยายามนึกหน้าตาขนมที่ว่า “จริงด้วยพี่กุน งานบุญเดือนสิบน่ากวนกระยาสารทนะคะ กวนกระทะใหญ่ๆ เดี๋ยวนุทมาช่วยถ้าพี่กุนจะทำ” “เอาสิ น่าสนุกดี” ศกุนตลาเรียนรู้ว่าการอยู่ที่นี่ยังต้องพึ่งวิถีชุมชนมากกว่าในกรุงเทพฯ เธอเริ่มปรับตัวได้และสนุกมากกว่าการอยู่แบบตัวใครตัวมันเหมือนในเมืองหลวง “พี่กุนคะ แขกมาแล้วค่ะไปรับแขกเถอะ” ช่ออินทนิลเข้ามาตามเจ้าภาพ หญิงสาวเดินออกมาด้านนอก พบว่าอิทธิแต่งตัวใหม่แล้วยืนอยู่กับภากร เขาทั้งสองคนคุยกับชายวัยกลางคนคนหนึ่งดูบุคลิกดีจนโดดเด่นแตกต่างจากคนอื่นๆ “คุณกุนมาแล้ว มารู้จักท่านวีรพงษ์รองผู้บังคับการสำนักงานตำรวจแห่งชาติก่อนครับ ท่านเป็นอดีตเจ้านายพี่” ภากรแนะนำผู้ใหญ่ที่สนับสนุนการเติบโตของอิทธิกรซีเคียวริตี้ให้เธอรู้จัก อิทธิมองเธออย่างชื่นชม วันนี้ศกุนตลาแต่งตัวสวยเป็นพิเศษ เธอสวมเสื้อคอปาดสีขาว เข้าชุดกับกางเกงผ้าสีเดียวกันดูเรียบหรูและสุภาพ เขาแตะข้อศอกเธอไว้นิดๆ ขณะที่คุยกับผู้ใหญ่ “สวัสดีค่ะท่าน ขอบคุณนะคะที่เมตตามาร่วมงาน” เธอยกมือขึ้นไหว้ชายตรงหน้า “ท่านรองครับนี่น้องกุนเป็นเจ้าของที่ที่เรามาเปิดโรงฝึกที่นี่ วันนี้เธอทำบุญบ้านเราก็เลยทำไปพร้อมกันเลย” “แฟนอิทเหรอ น่ารักดีช่วยกันทำงาน ช่วยกันสร้างตัวขอให้บริษัทไปได้ดี ขอให้กิจการเจริญรุ่งเรื่องทั้งที่ฟาร์มและที่บริษัทนะ” ท่านอวยพร เธออ้าปากจะปฎิเสธแต่ก็ไม่มีจังหวะเมื่อภากรเดินนำท่านเข้าไปนั่งที่ชุดรับแขกสำหรับแขกผู้ใหญ่ “คุณมัศกับหมอกำลังไปรับพระให้ครับ พี่ว่าจะชวนกุนไปดูป้ายฟาร์มใหม่ที่ติดว่าโอเคไหม” อิทธิพูดขึ้นมาก่อนเธอจะเดินหายไปทางไหนอีก “อ้อค่ะ ได้ค่ะ” แต่ยังไม่ทันจะได้ไปก็มีแขกอีกคนเข้ามาก่อน รถสปอร์ตคันที่เคยมา วิ่งเข้ามาจอดที่หน้าบ้าน หญิงสาวและชายหนุ่มก้าวลงมาจากรถ สิทธาเดินมาหาเธอด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม เขาถือช่อดอกไม้ช่อใหญ่มาร่วมแสดงความยินดี ส่วนเกดสินีมองไปรอบๆ อย่างนึกหมั่นไส้เจ้าของบ้าน “สวัสดีครับน้องกุน คุณอิทธิ ผมแสดงความยินดีด้วยนะครับ” เขาส่งช่อดอกไม้ให้เธอ ศกุนตลารับมาแล้วกล่าวขอบคุณ “ค่ะ เชิญข้างในได้เลยนะคะคุณสิทธา” เธอพูดตามมารยาท “ยินดีด้วยนะคะคุณกุน พี่อิท แหม..งานทำบุญบ้านจัดใหญ่ขนาดนี้ เกดคิดว่างานแต่งเสียอีกค่ะ” เธอเหน็บ “วันนี้ไม่ใช่งานแต่งครับ แต่ถ้าจัดเมื่อไหร่ผมคงจะต้องเชิญคุณเกดคนแรกแน่ๆ” อิทธิพูดยิ้มๆ
อ่านฟรีสำหรับผู้ใช้งานใหม่
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    ผู้เขียน
  • chap_listสารบัญ
  • likeเพิ่ม