บ้านงานมีเสียงจ้อกแจ้กจอแจแต่เช้ามืด เสียงเครื่องเสียงดังตั้งแต่หกโมงเช้าด้วยฝีมือภากร
“พี่กร ขอเถอะเพลงบอกลาแม่ชีอะไรนี่เปิดวนสามรอบแล้วนะ” เสียงชมพูนุทดังขึ้นมาอย่างทนไม่ไหว
“เอ้านุท นี่มันเพลงชาติงานบุญนะไม่สังเกตุเหรอว่าเปิดทุกวัด” ภากรเถียงทำให้หลายคนหัวเราะขบขัน
“แต่นี่บ้าน ไม่ใช่วัด” เสียงเธอยังดังต่อ เพลงนั้นจึงเงียบไปแล้วเปลี่ยนเป็นเพลงบรรเลงปี่พาร์ทวงใหญ่
“โอ๊ย....แม่ครัวหลับกันหมดแล้วพี่กร”
ศกุนตลาฟังแล้วหัวเราะ เธอเข้าไปดูในครัวเฉพาะกิจอาหารในงานไม่ได้จ้างร้านไหนทำ ทั้งหมดทำกันเองแต่จ้างแม่ครัวมาช่วย จ้างคนช่วยเตรียมและคนเก็บล้างนับสิบคน
คุณดารัณลงครัวกำกับทุกอย่างเอง ส่วนบรรดาผู้ชายช่วยกันจัดโต๊ะเก้าอี้รับรองแขกต่อ เพราะดูว่าจะมีผู้มาร่วมงานมากกว่าที่คิด
“กุนไม่ต้องมาดูในครัวหรอกลูก เราเป็นเจ้าภาพขึ้นไปแต่งตัวสวยๆ รอรับแขกเถอะ” คุณดารัณไล่หลานสาวออกจากครัวเมื่อเธอโผล่หน้าเข้าไป
ส่วนหน้าบ้านที่กางเต็นท์ใหญ่ไว้สองตัวก็ดูเหมือนจะคับแคบไปถนัดใจ ด้านนอกโต๊ะพับหน้าโฟเมก้าที่อิทธิสั่งซื้อมาใช้สำหรับในห้องเรียนภาคทฤษฎีจำนวนหลายสิบตัวถูกนำมากางใช้รวมถึงเก้าอี้ด้วย
“โต๊ะจะพอไหมคะพี่อิท” ศกุนตลาถามอิทธิ
“ก็น่าจะพอครับโต๊ะยี่สิบกว่าตัว เก้าอี้ร้อยตัวถ้าแขกไม่ทานอาหารกันจริงจังแบบในกรุงเทพฯ นะ” อิทธิประเมิน
“น้อยไปสิคะ ที่นี่ต่างจังหวัดวรรณบอกได้เลยว่าแขกที่มางานจริงจังกับการทานมากค่ะ”
ณัฐวรรณพูดปนหัวเราะ เธอมาถึงแต่เช้ามาพร้อมกับปาท่องโก๋ น้ำเต้าหู้ ถุงใหญ่ มาทันได้ยินคำพูดของอิทธิพอดี
“ไปยืมโต๊ะกับเก้าอี้วัดมาเสริมได้นะครับ ถ้าไม่พอก็ไปขนมาเลยดีกว่า เอารถผมไปช่วยขนอีกคัน” วันนี้มัฆวานใช้รถปิคอัพกระบะสี่ประตู
“ถ้าโต๊ะเก้าอี้ไม่พอ จานชามก็ไม่น่าพอค่ะ” ศกุนตลาพูดอย่างกังวลถึงแม้ว่าคุณดารัณจะคัดจานชามมาให้ใช้ในงานนี้จากกรุงเทพอย่างละหลายลังแล้วก็ตาม
“เลี้ยงพระเพล ไปยืมวัดมาล้างเตรียมไว้ก็ทันค่ะพี่กุน” ณัฐวรรณดูเวลา ตอนนี้เพิ่งหกโมงครึ่ง
“งั้นเดี๋ยวไปกันเลยก็ได้ครับ คุณอิทจะได้มีเวลากลับมาอาบน้ำแต่งตัว” มัฆวานพูดขึ้นมา
“พี่กุนไปแต่งตัวเถอะค่ะ ข้างล่างให้พี่ๆ เขาจัดการได้ วรรณซื้อปาท่องโก๋กับน้ำเต้าหู้มาฝากพี่ๆ กับแม่ครัวค่ะ”
สองสาวพากันเดินเข้าบ้าน ศกุนตลากำลังจะชงกาแฟให้ตัวเอง ช่ออินทนิลอยู่ที่โต๊ะเครื่องดื่มพอดีเธอจึงแนะนำให้ณัฐวรรณและช่ออินทนิลรู้จักกัน
“เดี๋ยวช่อชงกาแฟให้พี่ๆ แม่ครัวเองค่ะ” มีจานสำหรับจัดเบรกที่คุณดารัณเอามาเผื่อประมาณห้าสิบชุด เมื่อณัฐวรรณซื้อปาท่องโก๋มาถุงใหญ่ เธอจึงนำมาจัดใส่จานและชงกาแฟเพื่อนำไปให้คนทำงานทั้งที่หน้าบ้านและในครัว
“พี่ชุล่ะคะ” ณัฐวรรณถามถึงสาวอีกคน
“พี่ชุดูเด็กๆ อยู่จ้ะ” ศกุนตลาจัดให้เด็กๆ มีที่เล่นในห้องเด็กชั้นล่างที่มีของเล่นและโปสเตอร์ภาพสำหรับเด็กเต็มห้อง พื้นห้องปูด้วยพรมรองคลานทั้งห้อง และมีพี่เลี้ยงเด็กสำหรับดูแลเด็กเล็ก 4 คน
“พี่ไปแต่งตัวแปบ เดี๋ยวลงมาช่วย” ศกุนตลาขอตัวขึ้นห้องไปแต่งตัวใหม่ ณัฐวรรณและช่ออินทนิลจึงช่วยกันชงกาแฟและเทน้ำเต้าหู้ใส่ถ้วยเพื่อเลี้ยงคนมาช่วยงาน
“จริงๆ ต้องมีแกงบอนนะ” คุณดารัณพูดขึ้นมา ตามธรรมเนียมงานบุญภาคกลางที่จะมีแกงบอนในงาน
“น่าจะดูยากไหมคะคุณป้า ว่าคันหรือไม่คัน” ชมพูนุทถามขณะที่ตาก็มองแกงที่กำลังเดือดบนเตา
“ไม่ยากหรอกค่ะคุณ งานที่แล้วให้ไอ้โชคกับไอ้มิ่งหลานชายอิฉันไปตัด” ป้าอ่อนแม่ครัวคนหนึ่งพูดขึ้นมา
“มีคนดูเป็นก็ดีสิคะ” ชมพูนุทคุยตอบ
“มันก็คงดูเป็นแต่มันดันพูดไม่ดีสิ แกงแล้วพอเอามาชิมคันไปหมดเททิ้งทั้งหม้อค่ะ” ป้าอ่อนเล่า
“พูดไม่ดียังไงเหรอ” คุณดารัณสงสัย
“ก็โบราณน่ะคุณ เวลาไปตัดบอนเขาจะไปกันสองคนแล้วพูดขอตัด คนนึงบอกขออีกคนจะบอกว่าตัดได้เลยแล้วทีนี้หลานเวรสองคนนั่นมันดันห่าม” ป้าอ่อนพักยกน้ำขึ้นจิบ ก่อนจะเล่าต่อ
“ไอ้โชคมันบอกว่าพอไปถึงหนองมันก็พูดว่า บอนจ๋า ขอตัดได้ไหมจ๊ะ ไอ้มิ่งก็ตอบว่าได้จ้ะ
ไอ้โชคถามต่อว่าบอนจ๋าคันไหมจ๊ะ ไอ้มิ่งดันตอบว่าคันตะหงิดๆ จ้ะ เท่านั้นแหล่ะคุณเอ้ยเททิ้งหมดหม้อเลย”
เสียงฮาดังลั่นครัวทันทีที่ป้าอ่อนพูดจบ แม้แต่ศกุนตลาที่เข้ามาได้ยินก็อดหัวเราะไม่ได้ ป้าอ่อนหันมาทางศกุนตลา
“เดือนหน้ามีสารทเดือนสิบ เราจะกวนกระยาสารทกันไปวัดนะคะ บ้านคุณจะกวนด้วยไหมถ้าจะทำเดี๋ยวป้ามาช่วย”
“กระยาสารทที่มีถั่วมีงา เหนียวๆ ใช่ไหมคะ” ศกุนตลาพยายามนึกหน้าตาขนมที่ว่า
“จริงด้วยพี่กุน งานบุญเดือนสิบน่ากวนกระยาสารทนะคะ กวนกระทะใหญ่ๆ เดี๋ยวนุทมาช่วยถ้าพี่กุนจะทำ”
“เอาสิ น่าสนุกดี” ศกุนตลาเรียนรู้ว่าการอยู่ที่นี่ยังต้องพึ่งวิถีชุมชนมากกว่าในกรุงเทพฯ เธอเริ่มปรับตัวได้และสนุกมากกว่าการอยู่แบบตัวใครตัวมันเหมือนในเมืองหลวง
“พี่กุนคะ แขกมาแล้วค่ะไปรับแขกเถอะ” ช่ออินทนิลเข้ามาตามเจ้าภาพ
หญิงสาวเดินออกมาด้านนอก พบว่าอิทธิแต่งตัวใหม่แล้วยืนอยู่กับภากร เขาทั้งสองคนคุยกับชายวัยกลางคนคนหนึ่งดูบุคลิกดีจนโดดเด่นแตกต่างจากคนอื่นๆ
“คุณกุนมาแล้ว มารู้จักท่านวีรพงษ์รองผู้บังคับการสำนักงานตำรวจแห่งชาติก่อนครับ ท่านเป็นอดีตเจ้านายพี่” ภากรแนะนำผู้ใหญ่ที่สนับสนุนการเติบโตของอิทธิกรซีเคียวริตี้ให้เธอรู้จัก
อิทธิมองเธออย่างชื่นชม วันนี้ศกุนตลาแต่งตัวสวยเป็นพิเศษ เธอสวมเสื้อคอปาดสีขาว เข้าชุดกับกางเกงผ้าสีเดียวกันดูเรียบหรูและสุภาพ เขาแตะข้อศอกเธอไว้นิดๆ ขณะที่คุยกับผู้ใหญ่
“สวัสดีค่ะท่าน ขอบคุณนะคะที่เมตตามาร่วมงาน” เธอยกมือขึ้นไหว้ชายตรงหน้า
“ท่านรองครับนี่น้องกุนเป็นเจ้าของที่ที่เรามาเปิดโรงฝึกที่นี่ วันนี้เธอทำบุญบ้านเราก็เลยทำไปพร้อมกันเลย”
“แฟนอิทเหรอ น่ารักดีช่วยกันทำงาน ช่วยกันสร้างตัวขอให้บริษัทไปได้ดี ขอให้กิจการเจริญรุ่งเรื่องทั้งที่ฟาร์มและที่บริษัทนะ” ท่านอวยพร เธออ้าปากจะปฎิเสธแต่ก็ไม่มีจังหวะเมื่อภากรเดินนำท่านเข้าไปนั่งที่ชุดรับแขกสำหรับแขกผู้ใหญ่
“คุณมัศกับหมอกำลังไปรับพระให้ครับ พี่ว่าจะชวนกุนไปดูป้ายฟาร์มใหม่ที่ติดว่าโอเคไหม” อิทธิพูดขึ้นมาก่อนเธอจะเดินหายไปทางไหนอีก
“อ้อค่ะ ได้ค่ะ”
แต่ยังไม่ทันจะได้ไปก็มีแขกอีกคนเข้ามาก่อน รถสปอร์ตคันที่เคยมา วิ่งเข้ามาจอดที่หน้าบ้าน หญิงสาวและชายหนุ่มก้าวลงมาจากรถ
สิทธาเดินมาหาเธอด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม เขาถือช่อดอกไม้ช่อใหญ่มาร่วมแสดงความยินดี ส่วนเกดสินีมองไปรอบๆ อย่างนึกหมั่นไส้เจ้าของบ้าน
“สวัสดีครับน้องกุน คุณอิทธิ ผมแสดงความยินดีด้วยนะครับ” เขาส่งช่อดอกไม้ให้เธอ ศกุนตลารับมาแล้วกล่าวขอบคุณ
“ค่ะ เชิญข้างในได้เลยนะคะคุณสิทธา” เธอพูดตามมารยาท
“ยินดีด้วยนะคะคุณกุน พี่อิท แหม..งานทำบุญบ้านจัดใหญ่ขนาดนี้ เกดคิดว่างานแต่งเสียอีกค่ะ” เธอเหน็บ
“วันนี้ไม่ใช่งานแต่งครับ แต่ถ้าจัดเมื่อไหร่ผมคงจะต้องเชิญคุณเกดคนแรกแน่ๆ” อิทธิพูดยิ้มๆ