ตอนที่ 2 - เผลอจูบ (2/3)

1157 คำ
ดิลโด้สีเนื้อถูกดึงเข้าออกจากรูร่องด้วยความหงี่เงี่ยน เริ่มจากจังหวะเชื่องช้า ผ่อนคลาย และค่อยๆ เพิ่มความเร็วขึ้นเรื่อยๆ จนเธอตัวกระตุกเกร็ง พร้อมกับน้ำใสที่ไหลพุ่งออกมาเลอะเต็มพื้นห้องน้ำ เป็นสัญญาณว่าเธอสำเร็จความใคร่เรียบร้อยแล้ว แต่งานนี้ ไม่ใช่แค่พิมพลอยที่เก็บเอาอีกคนไปจินตนาการ ภวัตเองก็ไม่ต่างกัน หลังจากเก็บกวาดจานชามและกินอาหารเช้าจนเสร็จแล้ว ระหว่างอาบน้ำ ภาพของพิมพลอยลอยเข้ามาเต็มหัวไปหมด ทั้งร่องอกของเธอ ทั้งห***มของเธอที่แข็งเป็นตุ่มไตจนดันเสื้อออกมา ไหนจะขาอ่อนนวลเนียนน่าสัมผัส กับส่วนนั้นที่ดูโหนกนูนน่าค้นหา “พิมพลอย…อื้อ…อืม…” ภวัตร้องครางออกมาเป็นชื่อรูมเมทคนใหม่ ในขณะที่มือขวากำลังรูดรั้งลูกชายของตนขึ้นลง ถกถอกมันด้วยจังหวะเชื่องช้าก่อนเพิ่มเป็นเร็วแรง เขาทำอยู่อย่างนั้นไม่นาน น้ำรักสีขาวขุ่นก็ไหลล้นพวยพุ่งเปรอะไปทั่วผนังห้องน้ำ มันหลั่งออกมาเยอะมาก แบบที่เจ้าตัวเองก็ยังงงๆ ไม่นานหลังจากนั้น รูมเมททั้งสองต่างคนต่างเดินออกจากห้องของตัวเองเกือบจะพร้อมกัน และเมื่อสองคนเห็นหน้ากัน บอกได้แค่ว่ามะเขือเทศในชามสลัดตอนมื้อเช้ายังอาย หน้าทั้งสองขึ้นริ้วสีแดงระเรื่อ พร้อมด้วยความร้อนผ่าวที่ปะทุขึ้นลามไปทั้งสองแก้ม รวมถึงหูก็ร้อนจนขึ้นสีแดงเช่นกัน หญิงสาวอยู่ในชุดนักศึกษารัดติ้วจนสาบเสื้อปริ มองเข้าไปเห็นบราเซียลูกไม้สีดำ ส่วนกระโปรงทรงเอสั้นจิ๋วแหวกขึ้นมาถึงขาอ่อน ไม่รู้วันนี้เธอนึกครึ้มอกครึ้มใจอะไร ถึงหยิบกระโปรงตัวนี้มาใส่ ทั้งๆ ที่ปกติใส่แต่กระโปรงพลีตยาวเลยเข่าทุกวัน ภวัตกอดอกยืนมองรูมเมทตัวเองพลางส่ายหัวไปมา พร้อมกับถอนหายใจเฮือกใหญ่ “นี่จะใส่ไปยั่วใคร ทำไมกระโปรงเธอมันสั้นขนาดนั้น” ถึงแม้จะเป็นแค่รูมเมท แต่ภวัตเองไม่ค่อยพอใจนักที่เห็นพิมพลอยแต่งตัวแบบนี้ “แล้วนี่เธอจะไปเรียนยังไง” เขาถามขึ้นมา “นั่งรถเมล์ไปมั้ง หรือไม่ก็พี่วิน” “เราว่าเธอไปเปลี่ยนกระโปรงหน่อยมั้ย ล่อเสือล่อตะเข้เหลือเกิน จริงๆ เลยนะผู้หญิงสมัยนี้ ชอบแต่งตัวโป๊ๆ ยั่วๆ” พิมพลอยเริ่มโมโห เดินเข้าห้องปิดประตูปังเสียงดัง ไม่ถึงห้านาทีเธอก็เดินออกมาพร้อมกับกระโปรงพลีตที่ยาวเหนือเข่าเล็กน้อย ซึ่งมันดีกว่าตัวเมื่อครู่มาก “พอใจรึยัง แฟนก็ไม่ใช่ ยุ่งเรื่องคนอื่นจังเลยนะ” “แบบนี้สิ น่ารักเหมือนเดิมแล้ว เมื่อกี้มันดูแรงไป ไม่เหมาะกับเธอหรอก” ภวัตพูดพลางเอากระเป๋าเป้ที่ถืออยู่สะพายขึ้นบ่า สองคนพากันเดินออกจากห้อง เนื่องจากวันจันทร์ พวกเขามีเรียนเช้าเหมือนกัน ตึกเรียนเดียวกัน จะต่างกันก็ตรงชั้นที่เรียน แต่เมื่อลิฟต์ลงมาถึงชั้นสาม ภวัตก็เดินออกไป ก่อนจะหันหลังกลับมาหาพิมพลอย ที่ยังยืนทื่ออยู่ในลิฟต์ไม่ไหวติง “เอ๊า ออกมาดิ ยัยโก๊ะ จะยืนบื้ออีกนานมั้ย” พิมพลอยที่ยังงงๆ ว่าภวัตจะเดินออกไปที่ชั้นสามทำไม ยังคงทำหน้าเหลอหลา จนภวัตต้องเดินกลับเข้าไปจับข้อมือเล็กๆ ของหญิงสาว ดึงเธอออกมาให้พ้นลิฟต์ “เฮ้ย…นายจะพาเราไปไหน ปล่อยนะภวัต เราจะไปเรียน เดี๋ยวสาย” พิมพลอยแหวขึ้นมา พยายามสะบัดข้อมือให้หลุดออกจากมือของภวัต “เรียนที่เดียวกัน ก็ไปด้วยกันนี่แหละ เดี๋ยวเธอจะหาว่าเราไม่มีน้ำใจ” ภวัตยังคงจับข้อมือของพิมพลอยไว้แน่น ยื้อยุดฉุดกระชากกันไปมาจนถึงรถสปอร์ตคันหรู ก่อนภวัตจะเปิดประตู จับตัวรูมเมทจอมดื้อยัดเข้าไปตรงที่นั่งฝั่งผู้โดยสาร ส่วนตัวเองก็อ้อมไปขึ้นรถฝั่งคนขับ “เราไปเรียนเองได้ วันหลังไม่ต้องไปส่งนะ เราไม่อยากเป็นหนี้บุญคุณนาย อีกอย่างเดี๋ยวคนอื่นจะเข้าใจผิด หาว่าเราไปกิ๊กกับแฟนคนอื่น ขี้เกียจมีเรื่อง” ” เอาหน่า ยัยโก๊ะ อย่าบ่นมาก นั่งๆ ไปเถอะ แล้วเธอช่วยแอดไลน์ กับเบอร์มือถือของตัวเองให้ด้วย เผื่อมีอะไรจะได้โทรหาได้” ภวัตสตาร์ทรถพลางยื่นมือถือที่ปลดล็อกแล้วให้อีกคนเมมเบอร์กับแอดไลน์ของตัวเองไว้ “ถ้ารู้ว่าจะมากับนาย ไม่น่าเปลี่ยนกระโปรงเลย ใส่แบบเมื่อกี้ก็ดีอยู่แล้ว” “บอกแล้วไงว่าแบบนี้น่ารักกว่า เชื่อเราสิ” ภวัตพูดพลางโน้มตัวไปหาพิมพลอยจนหน้าแทบจะชนกัน มันใกล้จนเธอรู้สึกได้ถึงลมหายใจอุ่นร้อนที่กระทบใบหน้า ตาเธอหลับลง ก่อนจะได้ยินเสียงแกรก…!! บ้าเอ๊ย คิดอะไรของเราวะเนี่ย!! พิมพลอยสบถกับตัวเองในใจ ที่แท้ภวัตก็แค่ดึงสายเข็มขัดนิรภัยมาคาดให้ “หลับตาปี๋ขนาดนั้น นี่คิดว่าอะไร คิดว่าเราจะจูบเธอเหรอ โคตรน้ำเน่า นี่มันชีวิตจริง ไม่ใช่ละครไทย” ชายหนุ่มพูดพลางยกยิ้ม หัวเราะร่วนออกมา “ไอ้ภวัต ไอ้บ้า” ยิ่งพิมพลอยทำหน้างอ ขึ้นเสียงแวดใส่ ภวัตก็ยิ่งขำขันกับท่าทางของเธอมากขึ้น “นี่ภวัต เรื่องที่เราอยู่ด้วยกัน นายอย่าเอาไปบอกใครนะ เราไม่อยากให้คนอื่นเข้าใจผิด” “หืม…เราว่าประโยคนี้เราควรเป็นคนพูดมากกว่าปะ เราเป็นเดือนมหา’ ลัย เราเสียหายมากกว่าเธอนะพิมพลอย ไหนจะเรตติ้งตกอีก” หลังจากภวัตพูดจบ พิมพลอยได้แต่ทำปากเบ้มองบน เบื่อคนหลงตัวเองจริงๆ และแน่นอนว่าเรื่องนี้เธอไม่มีวันเอาไปพูดแน่นอน แม้แต่น้ำหวานก็ให้รู้เรื่องนี้ไม่ได้เด็ดขาด “แล้วนี่เรียนเสร็จกี่โมง” “บ่ายสองครึ่ง” “เรียนที่ไหน เดี๋ยวไปรับ” “ภวัต เรากลับเองได้ บอกแล้วไง เราไม่อยากมีปัญหากับวิ ไม่อยากให้คนนินทา เรายังอยากมีที่ซุกหัวนอนนะ ดังนั้นนายช่วยทำตัวให้สมกับเป็นรูมเมทหน่อย ไม่ต้องมายุ่งกับเรามาก ไม่ต้องไปรับไปส่ง อย่าลืมสิ เราเป็นแค่รูมเมทกัน ไม่ใช่แฟนกัน เข้าใจที่เราพูดใช่ปะ” หลังจากที่พิมพลอยสวดเขายาวเหยียด ภวัตก็ได้แต่นั่งขับรถอยู่หลังพวงมาลัยเงียบๆ ไปตลอดทาง จนตอนนี้คนที่รู้สึกผิดกลับเป็นพิมพลอยซะเอง เธอรู้ตัวว่าพูดแรงเกินไป จริงๆ ภวัตอาจเป็นแค่คนเฟรนด์ลี่คนนึงก็แค่นั้น โปรดติดตามตอนต่อไป
อ่านฟรีสำหรับผู้ใช้งานใหม่
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    ผู้เขียน
  • chap_listสารบัญ
  • likeเพิ่ม