เช้าวันจันทร์ที่แสนสดใส พิมพลอยตื่นแต่เช้าตามนิสัยของเธอ สาวหน้าตาจิ้มลิ้มแต่งกายด้วยชุดนอนเสื้อสายเดี่ยว กางเกงขาสั้น เดินออกมานอกห้องนอน แต่แอบแปลกใจ เมื่อได้กลิ่นแพนเค้กหอมๆ ลอยเข้ามาแตะจมูก
เธอทำจมูกฟุดฟิดเหมือนแมวน้อยได้กลิ่นขนมแมวเลีย พลางเดินไปยังครัวขนาดใหญ่ที่อยู่ท้ายห้อง ภาพที่เห็นคือภวัตในชุดกางเกงบ็อกเซอร์ตัวเดียว ท่อนบนเปลือยเหมือนเดิม กำลังกลับด้านแพนเค้กในกระทะ ด้านหน้ามีจานขนาดใหญ่สองจาน ในนั้นมีไข่ดาว แฮม และเบคอน ส่วนข้างๆ มีชามสลัดชามใหญ่วางอยู่
“โห ขยันเนอะ ตื่นเช้ามาทำอาหาร อย่างกับในละครเลย แล้วนี่นายกินคนเดียวหมดนี่เลยเหรอ กินเยอะชะมัด”
“กินซะ ถือเป็นการเลี้ยงต้อนรับรูมเมทคนใหม่”
“ไม่อะ มีแต่ของมันๆ อ้วนๆ ทั้งนั้นเลย เดือนนี้น้ำหนักขึ้นมาเป็นโลแล้ว นายกินเองเหอะ”
“คุณพิมพลอย มีมารยาทหน่อยสิครับ คนเขาอุตส่าห์ทำอาหารเช้าให้ ก็กินให้เขาซะหน่อยไม่ได้เหรอไง” ภวัตพูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงเชิงประชด “ตัวแค่นี้บอกว่าตัวเองอ้วน พวกผู้หญิงนี่จริงๆ เลย”
ตอนแรกว่าจะตัดใจ แต่เห็นความน่ากินของอาหารตรงหน้า และด้วยคำว่ามารยาทที่อีกคนประชดมา เธอจึงนั่งลงบนเก้าอี้สตูลทรงสูง เตรียมตัวกินอาหารเช้าที่ปกติไม่ค่อยจะได้กิน เพราะอาหารเช้าตามปกติของเธอคือแซนด์วิชจากร้านสะดวกซื้อ หรือไม่ก็ข้าวเหนียวหมูปิ้งหน้าปากซอยหอเก่า เอาขึ้นไปกินบนรถเมล์ระหว่างที่เดินทางไปเรียน
“ภวัต หยิบตะเกียบให้หน่อยดิ”
“ตะเกียบ!?”
“อือ...เราติดใช้ตะเกียบอะ บ้านคนจีนก็งี้แหละ”
ภวัตเปิดลิ้นชัก หยิบเอาตะเกียบส่งต่อให้พิมพลอย แปลกดี กินอเมริกันเบรกฟาสต์ แต่ใช้ตะเกียบคีบกิน ไม่เคยเห็นมาก่อนเลยแฮะ ภวัตคิดในใจ “เธอนี่เป็นคนแปลกๆ ดีนะ ไม่ค่อยเหมือนผู้หญิงทั่วไปสักเท่าไรเลย” ภวัตพูดพลางหยิบตะกร้าเครื่องปรุงยื่นให้ ก่อนเดินไปอีกฝั่ง ยกเก้าอี้สตูลอีกตัวไปไว้ฝั่งในครัว เพื่อที่จะได้นั่งตรงข้ามกับรูมเมทคนใหม่ของเขา
“กินไปสิ มองหน้าเราแล้วอิ่มเหรอ เอ๊ะ...หรือมีอะไรติดหน้าเรารึเปล่า!?” พิมพลอยบ่นเบาๆ เมื่อเงยหน้าขึ้นมาจากการสาละวนเหยาะซอสลงในไข่ดาว เธอเห็นภวัตกำลังจ้องหน้าเธอตาแทบไม่กะพริบ
“อืม...เอาจริงๆ เธอนี่ก็หน้าตาน่ารักดีเหมือนกันนะ หน้าตาจิ้มลิ้ม ปากนิด จมูกหน่อย ว่าแต่มีแฟนรึยังล่ะ”
“ถามทำไม”
“อ้าว ก็เผื่อถ้ายังไม่มี จะได้แนะนำหนุ่มๆ ให้ไง เพื่อนเราแต่ละคนหล่อๆ ทั้งนั้นเลยนะ ทั้งรวย ทั้งเรียนเก่ง โคตรเพอร์เฟกต์เลย สนใจรับไว้สักคนมั้ย”
“ไม่อะ อยู่แบบนี้น่ะดีจะตาย จะรีบมีแฟนไปทำไมกัน นายเองก็เหมือนกัน ไม่ต้องสนใจเรื่องคนอื่นให้มาก สนใจเรื่องตัวเองก่อนดีกว่ามั้ย แล้วนี่ไม่มีเรียนเหรอ”
“มี ตอนแปดโมงครึ่ง”
“งั้นก็รีบๆ กินซะ จะได้รีบๆ ไปเรียน” พิมพลอยพูดพลางยกจานตัวเองเดินไปอีกฝั่งเพื่อจะล้างทำความสะอาด แต่ด้วยความซุ่มซ่ามทำน้ำหก เลยทำให้ตัวเองลื่นล้ม จนจานชามที่ถืออยู่หล่นกระแทกพื้นแตกเสียงดัง เศษจานชามกระเด็นกระจัดกระจายไปทั่วบริเวณ
“เฮ้อ...ทั้งโก๊ะ ทั้งซุ่มซ่าม วันหลังระวังหน่อยสิ” ภวัตพูดขึ้นมาก่อนเดินไปเอาไม้กวาดและที่ตักผงมาเก็บกวาดเศษจาน และนาทีนั้น...
“โอ๊ะ!!”
“เพิ่งบ่นไปหยกๆ ว่าให้ระวัง เราว่าเธอไปนั่งรอทำแผลตรงโซฟาปะ เดี๋ยวตรงนี้เราเก็บให้เอง” ภวัตพูดพลางเอื้อมมือคว้ากล่องกระดาษทิชชูบนเคาน์เตอร์ พันแผลของพิมพลอยไว้ ผลักหลังของพิมพลอยเบาๆ ให้ออกไปจากบริเวณนั้น ก่อนเดินไปหยิบกล่องยาบนชั้นเก็บของ
“ไหนเอาแผลมาดูหน่อย”
สาวจอมโก๊ะยื่นมือให้ชายหนุ่มตรงหน้า ไม่พูดอะไรสักคำ ส่วนชายหนุ่มก็ค่อยๆ เอาสำลีชุบน้ำเกลือเช็ดทำความสะอาดแผลให้ ก่อนเอาก้านสำลีทาเบตาดีนลงไปบางๆ แล้วก็แปะแผ่นพลาสเตอร์กันน้ำเอาไว้
“วันหลังก็ให้ระวังมากกว่านี้นะยัยโก๊ะ เจ็บหนักกว่านี้จะลำบาก”
“เราเป็นคนเจ็บนะ นายไม่ได้เจ็บด้วยซะหน่อย”
“แล้วมันลำบากเราที่ต้องมาทำแผลให้เธอมั้ยล่ะ” ชายหนุ่มเพื่อนร่วมห้องพูดขึ้นมาจนพิมพลอยเถียงไม่ออก เบือนหน้าหนี ที่เบือนหน้าหนีน่ะ ไม่ใช่อะไรหรอก นานๆ จะมีผู้ชายหล่อๆ มาจับไม้จับมือ ใจมันสั่น หน้ามันร้อนผะผ่าวไปหมด พิมพลอยไม่รู้หรอกว่าหน้าตัวเองแดงแปร๊ดแค่ไหน แต่คิดว่าน่าจะแดงมาก
“เพี้ยง...หายเจ็บในเร็ววัน” ภวัตจับมือพิมพลอยขึ้นมา เป่าคาถาปัญญาอ่อนลงที่แผลเบาๆ ก่อนจะวางมือเธอไว้ที่เดิม แล้วยกอีกมือขึ้นมาขยี้ที่หัวของหญิงสาวตรงหน้าไปมา
“ไปอาบน้ำดีกว่า เดี๋ยวตอนเย็นค่อยทำแผลอีกที แผลไม่ลึกมาก สองสามวันก็หาย” ภวัตบอกกับเธอพลางลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ก่อนเดินไปทางโซนห้องครัวเพื่อเก็บกวาดเศษซากที่หญิงสาวจอมโก๊ะทำทิ้งไว้ต่อจนสะอาดเอี่ยม
“นะ...นาย เอ่อ...ขอบใจนะสำหรับมื้อเช้า แล้วก็ที่ทำแผลนี่ให้เราด้วย”
“อือ ไม่เป็นไร”
พิมพลอยรีบเดินเข้าห้องนอนตัวเอง เหลือบมองดูนาฬิกาที่วางบนโต๊ะ เหลือเวลานานกว่าจะถึงเวลาออกจากคอนโดไปเรียน พิมพลอยจึงเดินไปหยิบของออกจากซอกของตู้เสื้อผ้า พามันเข้าไปในห้องน้ำด้วย
คิดว่าสาวโสดอย่างพิมพลอยจะทำอะไรล่ะ ถ้าไม่ใช่การเอาดิลโด้ จู๋ปลอมขนาดเขื่องเสือกไสดันเข้าช่องทางรักที่ฟิตซะยิ่งกว่าฟิต เธอยอมรับอย่างไม่อายเลยว่า ภวัตทำให้ใจของเธอสั่นแรง พร้อมกับไปกระตุ้นให้น้ำหงี่สีใสไหลเปรอะเต็มขา พิมพลอยคิดถึงภาพซิกซ์แพ็กแน่นๆ กล้ามอก กล้ามแขนที่กำลังอุ้มเธอ จับเธอกระแทกรัวแรง และแน่นอนว่าเช้านี้เธอแอบมองเป้าของภวัตอยู่บ่อยๆ ยิ่งคิดว่าขนาดของเขาจะใหญ่แค่ไหน น้ำนั่นก็ไหลล้นออกมาไม่หยุด
โปรดติดตามตอนต่อไป