บทที่สิบหก : ช่วงเวลาพิเศษ

1535 คำ
หลังจากที่ภูเมฆผายมือเชิญเธอเข้าไปในบ้าน อัมพิกาก็เดินสำรวจห้องต่างๆ อย่างเงียบๆ การตกแต่งภายในเน้นโทนสีขาวและสีฟ้าอ่อน เฟอร์นิเจอร์ไม้ดีไซน์เรียบหรู ผสมผสานกับของตกแต่งที่สื่อถึงความเป็นทะเลได้อย่างลงตัว ทุกมุมมองจากหน้าต่างสามารถเห็นวิวทะเลที่สวยงามได้อย่างชัดเจน ในขณะที่อัมพิกากำลังเพลิดเพลินกับทัศนียภาพอันงดงาม เธอก็ได้กลิ่นหอมของอาหารลอยมาแตะจมูก กลิ่นหอมนั้นช่างเย้ายวนและทำให้ท้องของเธอเริ่มส่งเสียงเบาๆ เธอเดินตามกลิ่นหอมนั้นไปยังห้องครัวที่เปิดโล่งเชื่อมต่อกับห้องนั่งเล่น ภาพที่ปรากฏตรงหน้าทำให้อัมพิกาถึงกับต้องหยุดชะงัก ภูเมฆกำลังยืนอยู่หน้าเคาน์เตอร์ครัว สวมผ้ากันเปื้อนสีดำดูทะมัดทะแมง เขาขมักเขม้นกับการปรุงอาหารอย่างคล่องแคล่ว ราวกับเป็นเชฟมืออาชีพในโรงแรมหรู กระทะบนเตาไฟส่งเสียงฉู่ฉ่าเบาๆ มีไอน้ำลอยขึ้นมาเล็กน้อย มือของเขาพลิกตะหลิวอย่างชำนาญ จัดวางส่วนผสมต่างๆ อย่างเป็นระเบียบ อัมพิกาแอบมองด้วยความตื่นตาตื่นใจ เธอไม่เคยเห็นภูเมฆในมุมนี้มาก่อน ภาพของผู้บริหารมาดเคร่งขรึมหายไป เหลือเพียงชายหนุ่มที่ดูมีความสุขกับการทำอาหาร เขาตั้งใจปรุงแต่ละขั้นตอนอย่างพิถีพิถัน จัดแต่งจานอย่างสวยงามด้วยผักสดและซอสรสเลิศ ราวกับกำลังสร้างสรรค์งานศิลปะบนจานอาหาร เมื่ออาหารทุกอย่างพร้อม ภูเมฆก็ยกจานออกมาวางบนโต๊ะรับประทานอาหารที่ตั้งอยู่ใกล้กับหน้าต่างบานใหญ่ที่มองเห็นวิวทะเล เขาสังเกตเห็นอัมพิกาที่ยืนมองอยู่ด้วยความทึ่ง ภูเมฆหันมายิ้มให้อัมพิกาอย่างเป็นกันเอง "เสร็จแล้วครับ เชิญคุณอัมพิกามาทานด้วยกันสิครับ วันนี้เชฟภูเมฆขอนำเสนอเมนูพิเศษริมทะเล" อัมพิกาค่อยๆ เดินไปยังโต๊ะอาหาร มองอาหารที่ถูกจัดวางอย่างสวยงามตรงหน้าด้วยความรู้สึกตื่นตาตื่นใจ เป็นอาหารทะเลสดใหม่ที่ปรุงรสอย่างพิถีพิถัน ทั้งกุ้งเผาตัวโต ปลาหมึกย่างหอมกรุ่น และต้มยำทะเลน้ำข้นสีสันจัดจ้าน อัมพิกามองภูเมฆด้วยความประหลาดใจอย่างแท้จริง “คุณทำอาหารเก่งขนาดนี้เลยเหรอคะ" ภูเมฆหัวเราะเบาๆ พลางดึงเก้าอี้ให้อัมพิกา "ทำพอทานได้น่ะ สมัยเรียนก็เคยทำอาหารทานเองบ้าง อีกอย่างการได้ทำอะไรที่แตกต่างจากงานบริหารบ้าง มันก็เป็นการผ่อนคลายที่ดีเหมือนกันลองชิมดูสิครับ" อัมพิกานั่งลงบนเก้าอี้ มองอาหารตรงหน้าด้วยความรู้สึกทึ่ง เธอไม่เคยคิดเลยว่าผู้บริหารมาดเข้มอย่างภูเมฆจะมีความสามารถในการทำอาหารได้ถึงขนาดนี้ มันช่างแตกต่างจากภาพลักษณ์ของผู้บริหารที่เธอเคยเห็น ที่มักจะได้รับการดูแลและปรนนิบัติจากผู้อื่นมากกว่าที่จะลงมือทำอะไรแบบนี้ด้วยตัวเอง ภูเมฆสังเกตเห็นสายตาประหลาดใจของอัมพิกา ก็อธิบายเพิ่มเติมขณะที่เธอกำลังจะเริ่มทานอาหาร "ที่นี่ปกติจะมีแม่บ้านเข้ามาดูแลความสะอาดให้ทุกวัน ส่วนเรื่องวัตถุดิบสำหรับวันนี้ผมโทรสั่งให้แม่บ้านที่ดูแลที่นี่เตรียมไว้ให้ล่วงหน้าแล้ว พอดีเมื่อช่วงบ่ายผมรู้สึกอยากจะมาพักผ่อนเปลี่ยนบรรยากาศที่นี่ขึ้นมาอย่างกะทันหันแต่ก็ไม่มีเพื่อนว่างมาด้วย..." เว้นจังหวะเล็กน้อย มองอัมพิกา "เลยชวนคุณมาทานอาหารเป็นเพื่อนเสียหน่อย" พยายามพูดด้วยน้ำเสียงสบายๆ แต่ก็ยังคงมีมาดเจ้านายเจืออยู่ อัมพิกาชะงักไปเล็กน้อย มองหน้าภูเมฆด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อน คำอธิบายของเขาฟังดูเหมือนเป็นเรื่องบังเอิญ แต่ในสถานการณ์ที่เป็นอยู่ เธอก็อดคิดไม่ได้ว่ามันอาจจะมีอะไรมากกว่านั้น อัมพิกาพยักหน้าช้าๆ "เข้าใจแล้วค่ะ ขอบคุณสำหรับอาหารนะคะ" เริ่มลงมือทานอาหารอย่างเงียบๆ ภูเมฆมองอัมพิกาขณะที่เธอกำลังทานอาหาร อาหารทะเลสดใหม่รสชาติอร่อยถูกปากอย่างไม่น่าเชื่อ เธอเริ่มรู้สึกผ่อนคลายกับบรรยากาศสบายๆ ริมทะเล บรรยากาศบนโต๊ะอาหารเริ่มผ่อนคลายลง ความตึงเครียดก่อนหน้านี้จางหายไป ทั้งสองคนทานอาหารร่วมกันอย่างเงียบๆ มีเพียงเสียงคลื่นและเสียงช้อนส้อมกระทบจานเบาๆ เป็นระยะ อัมพิกาเริ่มรู้สึกสบายใจกับการมาพักผ่อนที่นี่มากขึ้น และมองภูเมฆในมุมที่แตกต่างออกไปจากเดิม หลังจากทานอาหารทะเลมื้อเย็นแสนอร่อยเสร็จเรียบร้อยแล้ว อัมพิกาเดินออกมาที่ระเบียงบ้านพัก มองไปยังผืนทะเลสีดำสนิทภายใต้แสงจันทร์สลัว เธอเหลือบมองนาฬิกาข้อมือ เห็นว่าเป็นเวลาเกือบสี่ทุ่มแล้ว "ค่ำมากแล้ว ต้องกลับบ้านแล้ว" เธอตัดสินใจเดินเข้าไปในตัวบ้าน เพื่อบอกภูเมฆให้ทราบ แต่เมื่อเดินเข้าไปในห้องนั่งเล่นกว้างขวาง เธอก็พบว่าภูเมฆกำลังเอนหลังพิงหมอนอิงบนโซฟาตัวยาว หลับตาพริ้มอย่างสบายอารมณ์ แสงไฟสลัวภายในห้องขับให้เห็นรูปร่างสูงยาวสง่าของเขาชัดเจน เสื้อเชิ้ตแขนยาวที่ถูกพับขึ้นมาถึงข้อศอกเผยให้เห็นท่อนแขนที่แข็งแรง อัมพิกายืนมองร่างที่หลับใหลนั้นอย่างเงียบๆ พิจารณาใบหน้าคมคายที่ดูผ่อนคลาย ไร้ซึ่งความเคร่งขรึมแบบที่เธอคุ้นเคย เรือนผมสีเข้มที่ตกลงมาปรกหน้าผากเล็กน้อยยิ่งทำให้เขามีเสน่ห์อย่างประหลาด เธอสังเกตเห็นลมหายใจเข้าออกที่สม่ำเสมอ และความเงียบสงบที่แผ่ซ่านออกมาจากตัวเขา "ตอนหลับเขาก็ดูเป็นคนธรรมดาคนหนึ่งเหมือนกัน" อัมพิกาพึมพำกับตัวเอง เธอยืนมองอยู่เช่นนั้นครู่หนึ่ง ราวกับถูกมนต์สะกด ความเหนื่อยล้าจากการทำงานและความกดดันต่างๆ ที่เธอเคยรู้สึกเมื่ออยู่ใกล้เขาดูเหมือนจะจางหายไปในบรรยากาศเงียบสงบนี้ เธอรู้สึกถึงความลังเลที่จะปลุกเขาขึ้นมา "ปลุกดีไหมนะ แต่ดูเหมือนเขากำลังพักผ่อนอย่างสบายเลย" เธอถอนหายใจออกมาเบาๆ ตัดสินใจที่จะไม่รบกวนการพักผ่อนของเจ้านายหนุ่มในตอนนี้ แต่ก็ยังคงยืนมองเขาอยู่เช่นนั้น ด้วยความรู้สึกที่หลากหลายปะปนกัน ทั้งความเกรงใจ ความสงสัย และความรู้สึกบางอย่างที่เธอเองก็ยังไม่แน่ใจว่ามันคืออะไร เวลาผ่านไปประมาณ 5 นาที ภูเมฆยังคงหลับใหล อัมพิกาตัดสินใจเดินออกมานั่งที่ม้านั่งยาวตรงระเบียงบ้านพัก มองไปยังผืนทะเลสีดำสนิทที่ทอดยาวสุดสายตา แสงจันทร์นวลส่องกระทบผิวน้ำเป็นประกายระยิบระยับ ลมทะเลพัดโชยมาสัมผัสผิวกายเย็นสบาย ปล่อยความคิดให้ล่องลอยไปกับเสียงคลื่นที่ซัดเข้าหาฝั่งอย่างต่อเนื่อง ความเงียบสงบของยามค่ำคืนช่วยให้จิตใจของเธอผ่อนคลายลงเล็กน้อย เธอสูดลมทะเลเย็นๆ เข้าปอดลึกๆ รู้สึกถึงความสดชื่นที่แตกต่างจากบรรยากาศในเมือง "อืมมม..." ภูเมฆเสียงงัวเงีย ภูเมฆค่อยๆ ลืมตา ตื่นจากการงีบหลับ เขาลุกขึ้นนั่ง มองไปรอบๆ ห้องนั่งเล่นที่ว่างเปล่า "อัมพิกา" เขาเดินออกจากห้องนั่งเล่นไปยังระเบียง ก็เห็นอัมพิกานั่งอยู่บนม้านั่งยาว เหม่อมองทะเล ภูเมฆเดินเข้าไปใกล้ "อัมพิกา" อัมพิกาหันมามองภูเมฆ เมื่อเห็นว่าเขาตื่นแล้ว "ตื่นแล้วเหรอคะ นี่ก็สี่ทุ่มแล้วนะคะ ดิฉันว่าเราสมควรกลับกันได้แล้วค่ะ" ภูเมฆมองนาฬิกาข้อมือตัวเองเล็กน้อย "สี่ทุ่มแล้วเหรอ อืมมม…ดึกเหมือนกันนะ แต่ผมรู้สึกเพลียๆ ไม่อยากขับรถตอนกลางคืนเลย" อัมพิกาขมวดคิ้วเล็กน้อย "แล้วคุณจะ.." ภูเมฆยิ้มบางๆ "ผมคิดว่า คืนนี้เราค้างที่นี่กันเถอะ บ้านพักก็ใหญ่โต มีห้องพักเหลือเยอะแยะ คุณไปอาบน้ำพักผ่อนได้เลย เสื้อผ้า..." ชะงักไปเล็กน้อย "มีอยู่ในตู้แล้ว" อัมพิกาถึงกับชะงักไป มองหน้าภูเมฆด้วยความสงสัยอย่างมาก "เสื้อผ้าผู้หญิง มีอยู่ในตู้เสื้อผ้าที่นี่ได้ยังไงคะ" ภูเมฆทำท่าทางสบายๆ "ผมโทรบอกแม่บ้านให้เตรียมไว้ให้ทุกอย่างน่ะ ทั้งชุดของคุณ แล้วก็ชุดของผมด้วย เผื่อว่าเราจะค้างคืนที่นี่" อัมพิกายิ่งรู้สึกสับสนและไม่แน่ใจกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น เธอลังเลที่จะเชื่อคำพูดของภูเมฆ แต่ในขณะเดียวกันก็รู้สึกว่ายากที่จะต่อต้านเจ้านายของเธอโดยตรงในสถานการณ์ที่เป็นอยู่ "แต่ว่า..." อัมพิกาน้ำเสียงไม่แน่ใจ ภูเมฆเดินเข้าไปใกล้อัมพิกามากขึ้น "ไม่ต้องแต่แล้ว ดึกแล้ว พักผ่อนเถอะ พรุ่งนี้ค่อยว่ากันอีกที ผมง่วงแล้วเหมือนกัน" พูดจบก็เดินนำเข้าไปในตัวบ้าน อัมพิกามองตามหลังภูเมฆไปอย่างลังเล ก่อนจะถอนหายใจออกมาเบาๆ เธอรู้ดีว่าในสถานการณ์เช่นนี้ การต่อต้านเจ้านายของเธอคงไม่มีประโยชน์อะไร สุดท้ายเธอก็ตัดสินใจเดินตามภูเมฆเข้าไปในบ้านพักด้วยความรู้สึกที่ยังคงเต็มไปด้วยความไม่สบายใจ
อ่านฟรีสำหรับผู้ใช้งานใหม่
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    ผู้เขียน
  • chap_listสารบัญ
  • likeเพิ่ม