ภูเมฆก้าวเข้าไปในห้องน้ำที่ตกแต่งอย่างเรียบหรูด้วยโทนสีเทาและขาว เขาถอดเสื้อเชิ้ตออก เผยให้เห็นแผ่นหลังกว้างและไหล่ที่แข็งแรง กล้ามเนื้อที่ได้รับการดูแลอย่างดีจากการออกกำลังกายสม่ำเสมอทอดตัวลงมาตามแนวสันหลังอย่างเป็นรูปทรง เขาปลดเข็มขัดและกางเกงออกอย่างรวดเร็ว ทิ้งไว้บนราวแขวนอย่างไม่ใส่ใจนัก
ภายใต้แสงไฟสีวอร์มไวท์ ผิวขาวอมชมพูของเขาดูสะอาดสะอ้าน หยดน้ำเล็กน้อยเกาะพราวอยู่ตามไรขนหน้าอกบางเบา เขาเปิดฝักบัว ปล่อยให้น้ำอุ่นไหลรินลงมาสัมผัสผิวกาย เสียงซู่ซ่าของน้ำกลบเสียงภายนอก
เขายกมือขึ้นสางผมที่เริ่มเปียกชื้น ปล่อยให้น้ำชะล้างความเหนื่อยล้าของวันออกไป ท่าทางของเขาดูผ่อนคลาย ดวงตาหลับพริ้มภายใต้สายน้ำที่ไหลผ่าน เขายกสบู่เหลวกลิ่นอ่อนๆ ขึ้นมาถูฝ่ามือจนเกิดฟอง แล้วลูบไล้ไปทั่วร่างกาย ฟอกทำความสะอาดอย่างช้าๆ เน้นบริเวณกล้ามเนื้อที่ตึงจากการขับรถมาไกลเมื่อชำระร่างกายเสร็จ ภูเมฆปิดน้ำ ยืนนิ่งให้หยดน้ำสุดท้ายไหลลงไป เขาคว้าผ้าขนหนูผืนใหญ่สีขาวที่แขวนไว้ มาซับน้ำตามตัวอย่างไม่เร่งรีบ
ในเวลาเดียวกัน อัมพิกาเข้ามาในห้องพักของเธอ ซึ่งตกแต่งในสไตล์คล้ายคลึงกันแต่มีโทนสีที่อ่อนโยนกว่า เธอถอนหายใจออกมาเบาๆ คลายความตึงเครียด ก่อนจะเดินเข้าห้องน้ำเพื่อชำระร่างกายเช่นกัน
หลังจากอาบน้ำเสร็จ อัมพิกาเดินออกมาจากห้องน้ำพร้อมกับผ้าขนหนูผืนนุ่มพันรอบตัว เธอเดินไปยังตู้เสื้อผ้าบานใหญ่ที่ตั้งอยู่ข้างเตียง เปิดออกและพบกับชุดนอนผ้าซาตินสีฟ้าอ่อนวางอยู่ เธอหยิบมันออกมาและสวมใส่อย่างรวดเร็ว
อัมพิกาเดินสำรวจห้องพักอย่างเงียบๆ ห้องพักสะอาดสะอ้านและมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน เธอเดินไปหยุดที่หน้าต่าง มองออกไปยังทะเลในยามค่ำคืนที่มืดมิด แต่แสงจันทร์ก็ยังพอส่องให้เห็นเงาของคลื่นที่ซัดเข้าหาฝั่ง
ภูเมฆเดินออกมาจากห้องน้ำพร้อมกับผ้าคลุมอาบน้ำเนื้อหนาสีเทาเข้ม น้ำยังคงหยดติ๋งๆ ลงมาจากปลายผมที่เปียกชื้น เขาใช้ผ้าขนหนูผืนเล็กเช็ดผมอย่างลวกๆ แค่พอหมาดๆ
เขายืนอยู่กลางห้องพัก มองไปรอบๆ อย่างครุ่นคิด พลันก็นึกขึ้นได้ว่าอยากให้ใครสักคนช่วยเป่าผมให้ เขาหยิบโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะข้างเตียง กดโทรออกไปยังหมายเลข ของใครคนหนึ่งซึ่งเป็นคนที่เขาคิดไว้ในใจ
"อัมพิกา เข้ามาที่ห้องผมสักครู่ได้ไหม พอดีผมอยากจะให้ช่วยเป่าผมให้หน่อย" ภูเมฆเสียงทุ้มนุ่ม
เสียงจากปลายสายฟังดูอึกอัก
"เอ่อ... ตอนนี้เหรอคะ"
"ครับ...ตอนนี้แหละ ไม่รบกวนเวลานานหรอก เชิญนะครับ" น้ำเสียงยังคงนุ่มแต่แฝงความเป็นเจ้านาย
ภูเมฆวางสายโทรศัพท์ลง เขายืนรออยู่กลางห้อง มองไปยังประตูด้วยความรู้สึกบางอย่าง ในขณะที่อัมพิกาในห้องพักของเธอรู้สึกกระอักกระอ่วนใจอย่างมาก เธอไม่อยากจะเข้าไปในห้องของเจ้านายในสภาพเช่นนี้ แต่ด้วยสถานะที่เป็นลูกน้อง เธอจึงรู้ดีว่ายากที่จะปฏิเสธคำสั่งนี้ได้ เธอถอนหายใจออกมาเบาๆ ก่อนจะเดินออกจากห้องพักของตัวเองไปยังห้องของภูเมฆด้วยความรู้สึกที่ไม่สบายใจนัก
อัมพิกาเดินมาถึงหน้าประตูห้องพักของภูเมฆ เธอหยุดยืนอยู่หน้าประตูไม้สีเข้ม บรรยากาศเงียบสงัดชวนให้รู้สึกประหม่า เธอเม้มริมฝีปากเล็กน้อย ชั่งใจอยู่นานว่าจะเคาะประตูดีหรือไม่
อัมพิกายกมือขึ้นเล็กน้อย เตรียมที่จะเคาะประตู แต่ก็ลดมือลงอีกครั้ง ความรู้สึกกระอักกระอ่วนใจยังคงถาโถมเข้ามา เธอไม่แน่ใจว่าการเข้ามาในห้องพักส่วนตัวของเจ้านายในเวลานี้เป็นสิ่งที่สมควรหรือไม่
"จะทำยังไงดี แต่เขาสั่งแล้วนี่นา" อัมพิกาคิดในใจ
ในขณะที่อัมพิกากำลังตัดสินใจอยู่นั้นเอง ประตูห้องก็เปิดออกอย่างรวดเร็ว เผยให้เห็นร่างสูงของภูเมฆที่ยืนอยู่ตรงหน้าเธอ ในสภาพที่สวมเพียงผ้าคลุมอาบน้ำสีเทาเข้ม ผมที่ยังเปียกชื้นเล็กน้อยปรกหน้าผากอยู่ ดวงตาคมกริบมองมาที่เธอด้วยความสงสัยเล็กน้อย
ภูเมฆเลิกคิ้วเล็กน้อย
"เข้ามาสิ ผมรออยู่"
อัมพิกาถึงกับสะดุ้งเล็กน้อย เธอไม่ทันตั้งตัวที่ประตูจะเปิดออกมาเสียก่อน ใบหน้าสวยเริ่มแดงระเรื่อเล็กน้อยเมื่อสบตากับภูเมฆในสภาพเช่นนั้น
"เอ่อ...ดิฉันเพิ่งมาถึงค่ะ" น้ำเสียงตะกุกตะกักเล็กน้อย
ภูเมฆยิ้มบางๆ
"เข้ามาสิ ผมแค่เป่าผมไม่ถนัด อยากได้ผู้ช่วย" ผายมือเชิญอัมพิกาเข้ามาในห้อง
อัมพิกามองเข้าไปในห้องพักที่กว้างขวางและตกแต่งอย่างหรูหรา แสงไฟสีส้มนวลให้บรรยากาศที่อบอุ่น แต่ความรู้สึกกระอักกระอ่วนในใจของเธอก็ยังคงอยู่ เธอรู้ดีว่าไม่มีทางเลือกอื่น เธอจึงตัดสินใจก้าวเข้าไปในห้องพักของเจ้านายอย่างเลี่ยงไม่ได้ พร้อมกับความรู้สึกประหม่าที่เพิ่มมากขึ้น
ภูเมฆเดินไปนั่งลงบนโซฟาตัวยาวสีเทาเข้มอย่างสบายอารมณ์ ไขว้ห้างเล็กน้อย แต่ยังคงรักษาท่าทางที่ดูสง่าและนิ่งของผู้บริหาร
อัมพิกาเดินไปยังโต๊ะเครื่องแป้งที่ตั้งอยู่มุมห้อง มองหาไดร์เป่าผม เธอเปิดลิ้นชักและพบกับไดร์เป่าผมสีดำสนิท เธอดึงสายไฟออกมาเสียบกับปลั๊กไฟที่ผนัง
จากนั้น อัมพิกาค่อยๆ เดินเข้าไปใกล้โซฟาที่ภูเมฆนั่งอยู่ เธอเริ่มเป่าผมให้กับเขาอย่างช้าๆ มือของเธอสัมผัสกับเส้นผมที่ยังเปียกชื้นของเขาอย่างระมัดระวัง ลมอุ่นจากไดร์เป่าผมพัดเบาๆ ทั่วศีรษะของภูเมฆ
ในขณะที่เป่าผมให้ภูเมฆ อัมพิกาก็สังเกตเห็นรายละเอียดต่างๆ ของเขาอย่างอดไม่ได้ เส้นผมสีเข้มของเขานุ่มและหนา เมื่อต้องแสงไฟก็ดูเป็นประกายเงางาม เธอเห็นไรผมที่ต้นคอ และแนวไหล่กว้างที่โผล่พ้นจากปกเสื้อคลุมอาบน้ำเนื้อหนา
เสื้อคลุมอาบน้ำสีเทาเข้มที่ภูเมฆสวมอยู่ดูหลวมๆ แต่ก็ยังคงเผยให้เห็นรูปร่างที่สูงยาวและแข็งแรงของเขาได้อย่างชัดเจน เธอเห็นช่วงอกที่กว้าง และแนวขาที่ทอดลงมายาวเหยียดขณะที่เขานั่งไขว่ห้างอย่างสบายๆ ท่าทางของเขาดูผ่อนคลาย แต่ก็ยังคงแฝงไว้ด้วยมาดของผู้บริหารที่คุ้นเคย
อัมพิกาพยายามตั้งใจเป่าผมให้ภูเมฆ โดยไม่สบตาเขาโดยตรง แต่ความรู้สึกประหม่าและกระอักกระอ่วนใจก็ยังคงวนเวียนอยู่ในใจ เธอรู้สึกถึงความใกล้ชิดที่มากเกินไปในสถานการณ์เช่นนี้ และพยายามที่จะควบคุมมือของตัวเองไม่ให้สั่น
เสียงไดร์เป่าผมดังต่อเนื่องไปสักพัก จนอัมพิกาสังเกตเห็นว่าเส้นผมของภูเมฆเริ่มแห้งสนิท เธอจึงปิดเครื่องไดร์เป่าผม เก็บสายไฟ และนำเครื่องไปเก็บไว้ที่ลิ้นชักโต๊ะเครื่องแป้ง
อัมพิกาเดินกลับมาหยุดอยู่ตรงหน้าโซฟาที่ภูเมฆนั่งอยู่ เธอสูดหายใจเข้าลึกๆ เตรียมที่จะกล่าวคำลาเพื่อกลับไปยังห้องพักของตัวเอง
"ผมแห้งแล้วค่ะ ถ้าอย่างนั้นดิฉันขอตัวกลับห้องพักก่อนนะคะ..." อัมพิกาพูดด้วยน้ำเสียงสุภาพ
ภูเมฆเงยหน้าขึ้นมองอัมพิกา ดวงตาคมกริบจับจ้องมาที่เธอ เขายื่นมือออกมาคว้าข้อมือของเธอไว้เบาๆ
"เดี๋ยวสิ ยังไม่ดึกมาก มานั่งคุยกันก่อนสิ" ภูเมฆน้ำเสียงทุ้มนุ่มแต่หนักแน่น
อัมพิกาชะงักไป เธอรู้สึกถึงสัมผัสที่ข้อมือ และมองไปยังมือของภูเมฆที่กุมเธอไว้
อัมพิกาพยายามดึงมือออกอย่างสุภาพ
"เอ่อ... ดิฉันว่ามันดึกมากแล้วนะคะ พรุ่งนี้เรายังมีงานต้องทำ..."
ภูเมฆไม่ปล่อยมือ แต่คลายแรงลงเล็กน้อย
"นั่งลงข้างๆ ผมนี่แหละ แป๊บเดียว ผมแค่อยากจะคุยอะไรด้วยหน่อย" ตบเบาะโซฟาข้างๆ ตัวเบาๆ
อัมพิกาอิดออดอย่างเห็นได้ชัด เธอรู้สึกกระอ่วนใจอย่างมากที่จะต้องนั่งใกล้ชิดกับเจ้านายในสถานการณ์ที่เป็นอยู่ เธอพยายามมองหาทางที่จะเลี่ยงสถานการณ์นี้และกลับไปยังห้องพักของตัวเองโดยเร็วที่สุด
อัมพิกามองไปทางประตู
"แต่ว่า..."
ภูเมฆลุกขึ้นยืนอย่างรวดเร็ว ทำให้มือที่กุมข้อมือของอัมพิกาหลุดออกโดยปริยาย เขาก้าวเข้ามาใกล้อัมพิกามากขึ้น ขวางทางไม่ให้เธอเดินไปยังประตูห้องพัก
"ผมมีเรื่องสำคัญอยากจะคุยกับคุณ นั่งลงก่อนเถอะครับ" ภูเมฆน้ำเสียงจริงจังขึ้น
สายตาของเขาแน่วแน่จนอัมพิกาไม่กล้าสบตา
อัมพิกาถอยหลังเล็กน้อยอย่างไม่รู้ตัว เธอรู้สึกถึงแรงกดดันจากเจ้านาย และรู้ดีว่าการขัดขืนในสถานการณ์เช่นนี้อาจจะไม่เป็นผลดี เธอเม้มริมฝีปากแน่น มองหน้าภูเมฆด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ทั้งความกังวล ความประหลาดใจ และความไม่แน่ใจในสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้น