ผีเสื้อน้อยโบยบิน.!

2481 คำ
พิมพิกาวิ่งถลันเข้าห้องนอนและกดล็อกประตูเสียงดัง แกรก ก่อนจะทรุดกายพิงบานไม้ที่กั้นเธอไว้จากโลกแห่งความจริง ร่างกายของเธอสั่นเทาเหมือนคนเป็นไข้ แต่มันไม่ใช่ไข้จากความเจ็บป่วย... มันคือพายุราคะที่พัดกระหน่ำจนเธอทุรนทุราย ภาพการกระแทกกระทั้นของเมธีที่โถมเข้าใส่ร่างของระรินอย่างดุดันยังคงวนเวียนอยู่ในหัว ราวกับม้วนเทปเก่าที่ถูกฉายซ้ำแล้วซ้ำเล่าไม่มีวันจบสิ้น ทุกจังหวะที่ "แท่งลึงค์" ยาวใหญ่นั้นจมหายเข้าไปในร่องรักที่ฉ่ำแฉะ มันเหมือนกำลังทิ่มแทงเข้าสู่ความรู้สึกส่วนลึกของพิมพิกาจนเธอแทบจะเสียสติ เด็กสาวทิ้งตัวลงนอนบนฟูกหนานุ่มบนเตียงเหล็กตัวเล็ก เสียงสปริงเตียงดังลั่นเตือนถึงความสั่นไหวในใจ เธอเพ่งมองเพดานห้องอย่างเลื่อนลอย แสงสลัวจากด้านนอกที่ลอดผ่านผ้าม่านเข้ามาทำให้ใบหน้าของเธอที่แดงก่ำดูน่าเกรงขามและเย้ายวนในเวลาเดียวกัน ความร้อนรุ่มที่สุมอยู่ในอกบีบบังคับให้มือน้อยๆ เริ่มทำงานอย่างไม่อาจขัดขืน เธอเลิกชายกระโปรงนักเรียนขึ้นมาจนกองอยู่เหนือเอว เผยให้เห็นเรียวขาขาวนวลที่บดเบียดเข้าหากันอย่างรัญจวน นิ้วเรียวเล็กสอดผ่านขอบอันเดอร์แวร์สีขาวสะอาดตาเข้าไปสัมผัสกับโหนกเนินที่บัดนี้ฉ่ำเยิ้มไปด้วยน้ำหวานที่เอ่อซึมออกมามากกว่าครั้งไหน ๆ ที่เธอเคยทำ “อูยยย... ซี้ดดด... เฮียเมธขา...” เสียงครางพร่าหลุดออกมาจากริมฝีปากที่แห้งผาก พิมพิกาหลับตาลงแน่น ในมโนภาพที่มืดมิดกลับเห็นเพียงใบหน้าเคร่งขรึมและสายตาหิวกระหายของเมธีที่กำลังจ้องมองเธอ แทนที่จะเป็นชลธีเด้กหนุ่มผู้แสนดี จินตนาการว่าร่างหนาของเฮียเมธกำลังซ้อนทับอยู่บนตัวเธอ กระเด้าเย็ดโหมแรงเข้าใส่ร่องเนื้อของเธออย่างดุดันและไร้ความปราณี เหมือนอย่างที่เขาทำกับระรินในห้องครัวนั้น ทุกแรงขยับของนิ้วมือที่สอดประสานอยู่เบื้องล่าง มันคือการจำลองความเจ็บปวดที่แสนหฤหรรษ์ที่เธอถวิลหา พิมพิกาปล่อยให้อารมณ์ด้านมืดครอบงำจนสิ้นซาก หลงลืมแม้กระทั่งคำสัญญาและภาพลักษณ์กุลสตรีที่เธอเคยยึดถือมาตลอดชีวิต พิมพิกาหลับตาแน่น ใบหน้าแดงก่ำเหงื่อผุดพรายซึมตามไรผม ริมฝีปากที่แห้งผากเม้มเข้าหากันแน่นจนเป็นเส้นตรง แต่เสียงครางพร่าที่พยายามสะกดไว้ก็ยังเล็ดลอดออกมาจากลำคอเป็นระยะ "อูยยย... ซี้ดดด..." นิ้วเรียวเล็กของเธอบัดนี้สอดลึกเข้าไปในกางเกงชั้นในสีขาวที่เปียกชื้นด้วยน้ำหวาน มันลูบไล้โหนกเนินอูมที่บวมเป่งอย่างเชื่องช้า แต่ทว่าเปี่ยมไปด้วยความกระหาย มืออีกข้างบิดผ้าปูที่นอนจนยับย่น ร่างกายบิดเร่าไปมาตามจังหวะของอารมณ์ที่พุ่งพล่าน ภาพของเมธีที่กระแทกกระทั้นระรินในครัวยังคงฉายชัดในมโนสำนึก ทุกท่วงท่า ทุกเสียงคราง และทุกสัมผัสถูกถ่ายทอดมาสู่ร่างกายของเธออย่างสมจริง นิ้วมือที่เคยอ่อนนุ่มบัดนี้แหวกกลีบแคมที่บวมอูมออกจากกัน เผยให้เห็นร่องหลืบสีชมพูระเรื่อที่ฉ่ำเยิ้มไปด้วยน้ำรักที่เอ่อล้น มันเต้นตุบๆ ตามจังหวะหัวใจที่รัวกระหน่ำไม่หยุด เด็กสาวถอนหายใจหอบถี่ หายใจติดขัดราวกับคนขาดอากาศ “เฮียเมธขา... ซี้ดดด... เย็ดพิมแรงๆ... อูยยย...” เสียงกระซิบพร่าหลุดออกจากริมฝีปากอย่างลืมตัว เธอจินตนาการว่าตัวเองกำลังนอนอยู่บนเคาน์เตอร์ครัวเย็นเฉียบ ร่างของเมธีโถมเข้าใส่ไม่ยั้ง แรงกระแทกกระทั้นที่หนักหน่วงทำเอาเนื้อตัวกระตุกตามไปทุกจังหวะ ภาพ 'แท่งลำ' ที่ยาวใหญ่ของเขาพุ่งเข้าออกในร่องรักของเธอย่างดุดัน ความเสียวซ่านที่ไม่เคยสัมผัสมาก่อนแล่นพล่านไปทั่วทั้งร่าง นิ้วเรียวเล็กที่แหวกกลีบแคมเริ่มขยับเร็วขึ้น แรงขึ้น... ราวกับจะเลียนแบบแรงกระแทกจากแท่งรักของเขา ปลายเล็บที่จิกลงบนติ่งเนื้อเล็กๆ อย่างตั้งใจส่งกระแสความเสียวซ่านไปถึงขั้วหัวใจ พิมพิกาแอ่นสะโพกขึ้นรับสัมผัสนั้นอย่างไม่รู้ตัว “โอ๊ย... เฮียขา... พิม... พิมเสียว... ซี้ดดด... อาาาา...” เสียงครางที่พุ่งทะยานสูงขึ้น สวนทางกับสติที่เริ่มเลือนราง ใบหน้าของเธอบิดเบี้ยวด้วยความสุขสมเกินประมาณ ร่างกายกระตุกเกร็งถี่รัวราวกับถูกกระแสไฟฟ้าช็อต ก่อนที่ร่างกายทั้งร่างจะระเบิดอารมณ์ออกมาอย่างรุนแรง พลั่ก... นิ้วมือที่ขยับเร่งเร้าจนสุดกำลังบัดนี้หยุดนิ่งค้าง เธอนอนหอบหายใจอย่างหนัก ปลายนิ้วยังคงจมอยู่ในน้ำรักที่เปียกชุ่ม ร่างกายกระตุกถี่ ๆ อีกสองสามครั้ง ก่อนจะอ่อนปวกเปียกลงบนฟูกหนานุ่ม ดวงตาที่เคยหลับแน่นค่อยๆ เปิดออก เหม่อมองเพดานห้องอีกครั้ง ใบหน้าแดงก่ำยังคงประดับด้วยคราบเหงื่อไคล แต่แววตาบัดนี้กลับเต็มไปด้วยความอิ่มเอมและความพึงพอใจอย่างที่สุด... เธอได้ลิ้มรสสวรรค์ในแบบที่เธอไม่เคยรู้จักมาก่อนแล้ว... ณ ร้านอาหารกึ่งผับชื่อดังที่ตั้งตระหง่านอยู่ริมฝั่งแม่น้ำปิง บรรยากาศที่นี่ผิดกับร้านอาหารทั่วไปโดยสิ้นเชิง เพราะทันทีที่ก้าวเท้าผ่านประตูเข้าไป แสงไฟนีออนสลัวสีชมพูและน้ำเงินสลับกับพร็อพตกแต่งสไตล์โมเดิร์นลอฟท์กลับให้ความรู้สึกเหมือน "ผับ" มากกว่าร้านอาหารสำหรับครอบครัว กลิ่นควันบุหรี่จาง ๆ ผสมกับกลิ่นแอลกอฮอล์และอาหารรสจัดโชยอวลอยู่ในอากาศ บนเวทีขนาดกลาง นักร้องวงดนตรีสดกำลังระเบิดจังหวะดนตรีที่เร้าใจ เสียงเบสหนักหน่วงกระแทกเข้าสู่ทรวงอกสอดประสานกับเสียงกลองที่รัวกระหน่ำจนพื้นไม้สั่นสะเทือน แขกเหรื่อหลายโต๊ะเริ่มทนต่อแรงดึงดูดไม่ไหว ต่างลุกขึ้นออกท่าออกทางขยับร่างกายตามจังหวะเพลงอย่างลืมตัว เสียงหัวเราะและเสียงชนแก้วดังระงมแข่งกับเสียงเพลงที่แผดก้องไปทั่วบริเวณ ท่ามกลางความสนุกสนานที่ท่วมท้นอยู่นั้น พนักงานเสิร์ฟในเครื่องแบบของร้านกลับดูเหมือนมีชีวิตที่สวนทางกัน พวกเขาต้องวิ่งวุ่นกันจนขาขวิด สองมือประคองถาดอาหารและเครื่องดื่มหลบหลีกฝูงชนที่กำลังโยกย้ายส่ายสะโพกด้วยความชำนาญ ใบหน้าของแต่ละคนผุดพรายไปด้วยเหงื่อ ทว่าสายตายังคงต้องสอดส่ายมองหาความต้องการของแขกที่หนาตาขึ้นเรื่อย ๆ แม่น้ำปิงเบื้องหลังร้านที่ดูนิ่งสงบในยามราตรี กลับสะท้อนแสงไฟระยิบระยับจากตัวร้านจนกลายเป็นผิวน้ำที่มีชีวิตชีวา ราวกับธรรมชาติเองก็กำลังถูกมอมเมาด้วยแสงสีและเสียงเพลงไปพร้อม ๆ กับผู้คนที่แสวงหาความสำราญในค่ำคืนที่แสนจะยาวนานนี้ ท่ามกลางแสงไฟสลัวที่วูบวาบด้วยมิติต่างๆ โต๊ะของพิมพิกาตั้งตระหง่านอยู่ไม่ไกลจากหน้าเวทีดนตรีนัก เสียงเบสที่กระแทกกระทั้นทำให้แก้วน้ำบนโต๊ะสั่นสะเทือนพอๆ กับหัวใจของเด็กสาวที่บัดนี้เต้นรัวไม่เป็นจังหวะ พิมพิกานั่งอยู่ท่ามกลางระรินที่ดูสง่าในชุดเปิดไหล่โชว์ผิวขาวนวล เมธีที่นั่งนิ่งขรึมจิบเบียร์มองไปบนเวที และศักดิ์ที่ดูจะสนุกสนามกว่าใครเพื่อนด้วยการขยับหัวตามจังหวะเพลงอย่างเมามัน ดวงตาของพิมพิกาเบิกกว้างด้วยความตื่นตาตื่นใจ แสงสีม่วงครามที่วูบวาบผ่านใบหน้าทำให้โลกใบนี้ดูแปลกไปจากที่เธอเคยรู้จัก เธอจ้องมองเหล่านักร้องที่วาดลวดลายบนเวทีด้วยความทึ่ง ก่อนจะกวาดสายตาไปรอบๆ ร้าน แล้วความมั่นใจเพียงน้อยนิดของเธอก็เริ่มสั่นคลอน เย็นนี้เธอกลั้นใจหยิบเสื้อยืดเนื้อบางรัดรูปจนเห็นส่วนเว้าโค้งชัดเจนมาสวมคู่กับกางเกงยีนส์ฟิตเปรี๊ยะที่เน้นสะโพกอูมเด่น ตอนที่ส่องกระจกอยู่ที่บ้าน เธอรู้สึกว่านี่คือความ "หวาบหวาม" ที่สุดเท่าที่กุลสตรีคนหนึ่งจะกล้าทำแล้ว ทว่าเมื่อมาอยู่ในที่แห่งนี้ ชุดที่เธอภูมิใจกลับกลายเป็นเพียงแฟชั่นเด็กน้อยที่จืดชืดไปถนัดตา เธอเห็นหญิงสาวโต๊ะข้างๆ สวมเสื้อครอปสั้นจู๋ที่เผยให้เห็นหน้าท้องแบนราบ บางคนใส่กระโปรงสั้นกุดจนเห็นโคนขาขาวนวลยามขยับตัวตามจังหวะเพลง หรือแม้แต่เสื้อคอลึกที่เผยให้เห็นร่องอกวับ ๆ แวม ๆ ท่ามกลางแสงไฟสลัว โลกใบนี้ช่างกล้าหาญและเปิดเผยจนพิมพิการู้สึกร้อนวูบที่ใบหน้า เธอรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นดักแด้ที่เพิ่งโผล่พ้นรังออกมาเจอแสงแดดจ้า แต่อีกใจหนึ่ง ความโหยหาที่จะเป็นส่วนหนึ่งของแสงสีเหล่านี้กลับเริ่มหยั่งรากลึกเข้าไปในใจ ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีที่เคยยึดถือเริ่มมลายหายไปกับจังหวะกลองที่เร้าใจ เธออยากจะฉีกกระชากกรอบเดิมๆ ทิ้ง แล้วกระโจนลงไปในกระแสธารแห่งกิเลสนี้อย่างเต็มตัว ระรินหันมามองพิมพิกาที่กำลังนั่งตะลึง เธอโน้มตัวลงมากระซิบข้างหูเด็กสาว แข่งกับเสียงเพลงที่แผดก้อง "เป็นไงจ๊ะพิม... สนุกไหม? นี่แหละชีวิตที่แท้จริงล่ะ" พิมพิกาไม่ได้ตอบเป็นคำพูด เธอเพียงแต่พยักหน้าช้าๆ สายตายังคงจับจ้องไปที่ขวดเบียร์และแก้วเหล้าที่มีหยดน้ำเกาะพราวบนโต๊ะ ความรู้สึกอยากลอง... อยากรู้... และอยากเปรี้ยวให้ได้อย่างพี่ริน เริ่มครอบงำจิตใจของเธอไปหมดสิ้น ท่ามกลางเสียงเพลงที่โหมกระหน่ำจนหัวใจสั่นสะท้าน พิมพิกายังคงนั่งนิ่ง ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างจับจ้องไปยังกลุ่มเด็กสาวรุ่นราวคราวเดียวกันที่โต๊ะถัดไป พวกเธอนุ่งน้อยห่มน้อยในชุดที่พิมพิกาเองก็อยากจะสวมใส่ใจจะขาด ทั้งเสื้อครอปสั้นจู๋ กางเกงขาสั้นเสมอหู และเสื้อสายเดี่ยวที่เผยผิวขาวเนียนน่ามอง พลันที่จังหวะเพลงบนเวทีเปลี่ยนเป็นแนวแดนซ์ที่เร่าร้อนถึงขีดสุด กลุ่มเด็กสาวเหล่านั้นก็ลุกขึ้นยืน แทบจะพร้อมเพรียงกัน พวกเธอโยกย้ายส่ายสะโพกตามจังหวะที่กระหน่ำอย่างบ้าคลั่ง มือเรียวชูขึ้นโบกสะบัดไปมา ลำตัวพลิ้วไหวอย่างยั่วยวน ดวงตาฉายแววเป็นประกายแห่งความสุขสม เสียงโห่ร้องและเสียงปรบมือจากโต๊ะรอบข้างดังกระหึ่มเป็นกำลังใจให้กับลีลาของพวกเธอ พิมพิกามองภาพนั้นราวกับถูกสะกด จังหวะการส่ายสะโพกที่เย้ายวนและท่าเต้นที่ดูเป็นธรรมชาติของพวกเธอ มันช่างแตกต่างจากความขวยเขินของพิมพิกาที่ต้องทำตัวเป็นกุลสตรีตลอดเวลา ความรู้สึก "ริษยา" พลุ่งพล่านขึ้นในอก มันไม่ใช่แค่ความอยากเป็น แต่เป็นความกระหายที่จะได้ปลดปล่อยตัวเองให้เป็นอิสระอย่างพวกเธอ แล้วสายตาของเธอก็พลันเหลือบไปเห็นร่างคุ้นตา... ศักดิ์ ลูกจ้างจากอู่ซ่อมรถ! ศักดิ์ลุกขึ้นจากโต๊ะ เดินเข้าไปรวมกลุ่มกับเด็กสาวเหล่านั้นอย่างสนิทสนม เขาขยับแขนขยับขา โยกย้ายส่ายสะโพกตามจังหวะเพลงอย่างสนุกสนาน ไม่แตกต่างจากคนอื่น ๆ เลยแม้แต่น้อย ใบหน้าของศักดิ์เปื้อนยิ้มกว้าง แววตาเป็นประกายด้วยความสำราญ ภาพที่เห็นยิ่งตอกย้ำความรู้สึก 'ด้อยค่า' และ 'ล้าหลัง' ของพิมพิกา เธอรู้สึกว่าตัวเองช่างไร้เดียงสา ไม่ทันโลก ไม่เคยได้สัมผัสกับความสนุกสนานแบบนี้เลยสักครั้งในชีวิต เสื้อผ้าที่เธอสวมใส่ จารีตที่เธอเคยยึดมั่น ทุกสิ่งทุกอย่างดูเหมือนกำลังฉุดรั้งเธอไว้จาก "โลกที่แท้จริง" โลกที่เปี่ยมไปด้วยแสงสี ความเร้าใจ และการปลดปล่อยตัวตนอย่างอิสระ ความปรารถนาที่จะเป็นเหมือนพวกเขามันรุนแรงเสียจนเธอรู้สึกเจ็บแปลบในอก ลมหายใจเริ่มติดขัด เธออยากจะลุกขึ้นยืนโยกย้ายส่ายสะโพกตามจังหวะเพลงอย่างบ้าคลั่ง อยากจะฉีกทิ้งเสื้อผ้าที่แสนน่าเบื่อนี้ออกไป แล้วสวมใส่ชุดที่เผยให้เห็นเรือนร่างอันเย้ายวนอย่างที่เธออยากทำใจจะขาด "ทำไม... ทำไมฉันต้องมานั่งนิ่งอยู่อย่างนี้ด้วย!" เสียงกรีดร้องในใจดังอื้ออึงแข่งกับเสียงดนตรี ภาพลักษณ์ของ "กุลสตรี" ที่อากูพร่ำสอนมาทั้งชีวิต บัดนี้กำลังมอดไหม้ลงไปด้วยเปลวไฟแห่งความอิจฉาและตัณหา ที่กำลังแผดเผาจิตใจของเธออย่างไม่หยุดหย่อน ท่ามกลางเสียงเพลงที่โหมกระหน่ำจนแทบจะระเบิดแก้วหู ระรินที่นั่งอยู่ข้างกายพลันลุกขึ้นยืนอย่างสง่างาม เธอเริ่มวาดลวดลายโยกย้ายส่ายสะโพกไปตามจังหวะเบสที่หนักหน่วงอย่างไม่แคร์สายตาใคร ความพริ้วไหวของระรินดูเป็นธรรมชาติและเปี่ยมไปด้วยเสน่ห์ของสาวเต็มตัว จนพิมพิกาต้องหน้าแดงซ่านด้วยความขวยเขิน เธอพยายามจะก้มหน้าหลบสายตาผู้คน แต่ในใจกลับสั่นระรัวด้วยความอิจฉาปนตื่นเต้น “ลุกขึ้นมาสิจ๊ะพิมจ๋า! เรามาสนุกกัน!” ระรินโน้มตัวลงมาตะโกนก้องข้างหูของเด็กสาว พลางคว้าข้อมือแล้วฉุดร่างบอบบางของพิมพิกาให้ลุกขึ้นยืนตาม พิมพิกายืนหันรีหันขวางอย่างคนทำอะไรไม่ถูก มือไม้ดูเกะกะไปหมด ท่ามกลางบรรยากาศที่ทุกคนรอบตัวต่างลุกขึ้นส่ายเอวโยกย้ายตามจังหวะดนตรีกันแทบทุกโต๊ะ ราวกับทั้งร้านกำลังถูกมนต์สะกดจากเสียงเพลง สายตาของพิมพิกาจับจ้องไปที่ "เจ๊ริน" ไอดอลของเธอ บัดนี้ระรินกำลังออกลวดลายที่เย้ายวน พริ้วไหว และเร่าร้อนไม่ต่างจากกลุ่มเด็กสาวโต๊ะข้างๆ ที่เธอเพิ่งนั่งมองด้วยความริษยาเลยแม้แต่นิดเดียว ภาพความมั่นใจนั้นเปรียบเสมือนกุญแจที่ไขกล่องความปรารถนาส่วนลึกในใจของพิมพิกาให้เปิดออก จากความขวยเขินในตอนแรก พิมพิกาเริ่มรู้สึกว่าร่างกายของเธอมันสั่นไหวไปตามแรงสั่นสะเทือนของพื้นไม้ เธอเริ่มลืมความประหม่า ลืมคำสอนของอากู และลืมทุกอย่างที่เคยพันธนาการเธอไว้ มือน้อยๆ เริ่มขยับตามจังหวะ ก่อนที่สะโพกอูมภายใต้กางเกงยีนส์รัดรูปจะเริ่มส่ายวนอย่างลืมตัว ความเพลิดเพลินที่เพิ่งเคยพบเจอเป็นครั้งแรกในชีวิตมันช่างหอมหวานและเร้าใจจนเกินจะต้านทาน พิมพิกาหลับตาลงพริ้ม ปล่อยให้อารมณ์พาไป เธอเริ่มขยับร่างกายให้สอดประสานไปกับเสียงดนตรีที่เร่าร้อน โดยไม่รู้เลยว่าสายตาของใครบางคนที่นั่งอยู่ที่โต๊ะ... กำลังจับจ้องการ "ร่ายรำ" ของเธอด้วยความกระหายที่รุนแรงไม่แพ้กัน
อ่านฟรีสำหรับผู้ใช้งานใหม่
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    ผู้เขียน
  • chap_listสารบัญ
  • likeเพิ่ม