แต่ดูเหมือนว่าเธอจะไม่ต้องรอถามวรินทร เช้าวันรุ่งขึ้นวรรัตน์โทรมาหาเธอ
“แกว่างไหมผึ้ง วันนี้จะไปไหนรึเปล่า”
“ว่างมาก มีอะไรไวน์”
“แกมานั่งเล่นที่บ้านฉันไหม แม่ฉันอยากเจอแกเห็นว่าทำกับข้าวเผื่อน่ะ”
“อยากไปแต่วันนี้ฉันคงไม่มีรถออกไป” มธุรสตอบตามตรง เธอขับรถไม่เป็นและไม่มีรถยนต์ของตัวเอง
“เดี๋ยวฉันไปรับ” วรรัตน์พูดสั้นๆ และวางสายไป
สองชั่วโมงต่อมาพวกเธอก็มาถึงโรงแรมวรวาริน
“แกเป็นอะไรมองฉันแปลกๆ” มธุรสรู้สึกตั้งแต่ขึ้นรถแล้วว่าเพื่อนมองเธอด้วยสายตาที่แปลกไป วรรัตน์ถอนใจก่อนที่จะตัดสินใจบอกอะไรบางอย่างที่เธอรู้มา
“แกจำได้ไหมผึ้ง ว่าที่ฉันเคยบอกว่ามีญาติทำงานที่โรงพยาบาล...” หญิงสาวเอ่ยชื่อโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งในแม่ฮ่องสอน
“ฮื่อ จำได้” มธุรสพยักหน้า รอฟังเพื่อนด้วยใจจดจ่อและสังหรณ์ใจแบบไม่ดีเท่าไร
“ยัยนางเมื่อคืนมันโทรมาเล่าว่าเจอพี่โตกับครูบัวไปตรวจท้องที่โรงพยาบาลที่นางทำงานอยู่” วรรัตน์พูดเสียงเรียบ
มธุรสหน้าซีดเผือด มือเธอเย็นเฉียบจนต้องรีบหาที่เกาะ
“อะไรนะ ตรวจท้องเหรอ”
วรรัตน์พยักหน้าและพูดต่อ
“ในสมุดชมพูของครูบัว มีชื่อพี่โตเป็นพ่อเด็ก”
คคนางค์พยาบาลสาวทราบดีว่าข้อมูลของคนไข้คือความลับ แต่เรื่องใหญ่ขนาดนี้เธอเก็บเอาไว้กับตัวไม่ไหว เพราะคคนางค์เองก็ทราบว่าวรินทรกับมธุรสไม่ใช่แค่เลขากับเจ้านายทั่วไป ความที่เป็นผู้หญิงเหมือนกันจึงอยากบอกวรรัตน์เพื่อให้ญาติผู้พี่มาบอกมธุรสให้รู้ตัว
ถึงจะทำใจไว้บ้างแล้วแต่เธอก็ยังช็อกอยู่ดี มธุรสนิ่งงันเธอพูดไม่ออก หญิงสาวตาแดงก่ำสองมือกำแน่นพยายามสะกดกลั้นอารมณ์
วรรัตน์แตะไหล่เพื่อน “แกร้องไห้กับฉันได้นะ”
เรื่องที่เกิดขึ้นถึงวรินทรกับมธุรสเคยตกลงกันไว้อย่างไร แต่วรรัตน์ก็ยังมองว่าสิ่งที่เขาทำไม่ใช่การกระทำของลูกผู้ชาย การตกลงกันว่าจะยังไม่มีสถานะใดๆ ไม่ได้ทำให้เขามีความชอบธรรมในการที่จะไปทำผู้หญิงอีกคนท้อง ในเมื่อฝ่ายมธุรสก็ยังไม่เคยมีคนอื่น วรินทรก็ไม่ควรทำเช่นกัน
มธุรสกอดเพื่อนไว้แน่น น้ำตาเธอไหลรินจนชุ่มบ่าของอีกฝ่าย วรรัตน์กอดตอบรอจนเธอหยุดร้องเอง
“ฉันจะลาออก” มธุรสตัดสินใจเด็ดขาด วรรัตน์พยักหน้าเห็นด้วย
“แกจะลาเมื่อไหร่ จะอยู่รอคุยกับพี่โตก่อนไหม”
“ฉันจะลาออกวันจันทร์นี้ ถ้าเขาอยู่ก็คงได้เจอ ถ้าเขาไม่อยู่ฉันจะฝากจดหมายลาออกไว้กับแก” มธุรสเช็ดน้ำตา ประจำเดือนเธอขาดไปหนึ่งสัปดาห์แล้ว เธอต้องมีสติให้ดีที่สุดหากมีเรื่องที่ไม่คาดหวังเกิดขึ้นมาจริงๆ
วรินทรหนักใจเมื่อรู้ว่าคนในไร่รู้กันหมดแล้วว่าบุณฑริกท้องมธุรสเองก็คงรู้เช่นกัน เขาแค่อยากช่วยคุณครูของลูกชายให้ผ่านเวลายากลำบากในตอนนี้ไปให้ได้ ไม่ได้คิดเป็นอื่นเลย
ในตอนที่เขาตัดสินใจวางบัตรประชาชนให้จนท.กรอกข้อมูล บิดาของเด็กในท้องบุณฑริกเขาไม่ได้คิดอะไรมาก แต่พอเธอเล่าเรื่องทั้งหมดให้ฟัง เขารู้สึกเห็นใจที่เธอต้องเผชิญชะตากรรมแลวร้ายแบบนั้นมาไม่มีใครที่ควรถูกข่มขืน บุณฑริกเองคงฝังใจกับสิ่งเลวร้ายนั้นมากจนเขาอยากยื่นมือเข้าไปช่วยเหลือโดยที่เธอไม่ได้ร้องขอ
เขารู้ว่ามธุรสเป็นคนจิตใจดี เธอจะต้องเข้าใจในสิ่งที่เขาทำได้แน่ๆ
ชายหนุ่มขมวดคิ้วเมื่อเปิดประตูเข้ามาในบ้านพักของเลขาเห็นกระเป๋าใบใหญ่วางเรียงกันที่ห้องรับแขก เธอจะไปไหน
“ผึ้งจะไปไหน” เขาก้าวยาวๆ เข้าไปที่ห้องนอนเห็นเธออยู่ในนั้นพอดี
หญิงสาวหันมามองเขา
“คุณมาพอดีเลยค่ะ ผึ้งกำลังคิดว่าจะได้เจอคุณก่อนไปรึเปล่า”
“ไปไหน ผึ้งจะไปไหนทำไมไม่บอกผม ถึงยังไงผมเป็นนายจ้างผึ้งก็ควรลางานไม่ใช่เหรอ”
เธอยื่นซองสีขาวให้เขา “นี่ไงคะ ผึ้งเตรียมใบลาไว้แล้ว”
วรินทรรับมาแทบจะเป็นกระชาก เขาเปิดออกดูกวาดตาอ่านอย่างรวดเร็ว
“ลาออก ผึ้งจะลาออกไปไหนทำอะไร มีอะไรไม่พอใจทำไมไม่บอกผมตรงๆ”
“ผึ้งจะกลับบ้านค่ะ คนที่บ้านป่วยผึ้งอยากกลับไปดูแล ขอโทษที่ไม่ได้แจ้งล่วงหน้าแต่ผึ้งต้องรีบไปจริงๆ ค่ะ”
วรินทรอึ้งไปพักใหญ่ เขาไม่ได้เตรียมใจมาสำหรับการจากลาของมธุรสแต่เธอพูดขนาดนี้เขาก็คงรั้งเธอไว้ไม่ได้
“ผึ้งจะไปเมื่อไหร่”
“พรุ่งนี้ค่ะ” เธอหันไปทางอื่นไม่มองหน้าเขา
“โอเค ถ้า..เสร็จธุระทางบ้านเมื่อไหร่ผึ้งกลับมาได้เสมอ หรือถ้าจะเปลี่ยนจากลาออกเป็นพักร้อนยาวๆ ก็ได้ ผมยินดีจ่ายเงินเดือนให้ผึ้งตลอด” เขาเสนอให้เธอลาพักร้อนแทนการลาออก
“อย่าเลยค่ะ ผึ้งไม่อยากเอาเปรียบใคร” เธอไม่คิดจะกลับมาอีกแล้ว จะให้ลาพักร้อนเพื่ออะไร
“โอเค งั้นพรุ่งนี้ผมจะไปส่ง บ้านผึ้งอยู่ที่ไหนกรุงเทพฯ ใช่ไหมผมจะขับรถไปส่งเองถึงบ้านเลย”
“อย่าเลยค่ะ ผึ้งจองตั๋วเครื่องบินไว้แล้ว” เธอปฏิเสธ คงทนมองหน้าเขาไปถึงกรุงเทพฯ ไม่ได้แน่
“งั้นผมจะไปส่งผึ้งที่สนามบิน ถ้ายังไม่ให้ไปอีกผึ้งเองก็ไม่ต้องไปไหนแล้วล่ะ” ท่าทางวรินทรดูหงุดหงิดจนเธอต้องยอม
“ก็ได้ค่ะ ผึ้งจะไปพรุ่งนี้หกโมงเช้า จองตั๋วเครื่องบินไว้แล้วค่ะ”
เช้ามืดวันต่อมาวรินทรมาส่งอดีตเลขาที่สนามบินแม่ฮ่องสอน
“ขอบคุณนะคะนาย ขอให้นายมีความสุขมากๆ ค่ะ” เธอหันไปเปิดประตูรถแต่เขารีบบอก
“ผมจะไปส่งข้างใน”
เดินตามกันเงียบๆ เขารอจนเธอเช็คอินแล้วเสร็จสิ้นกระบวนการ หญิงสาวหยุดที่หน้าเกต
“นายคะ ถ้าผึ้งท้องนายจะว่ายังไง”
เขานิ่วหน้านิดหนึ่ง “ผมคงยังไม่พร้อมมีลูกอีกคน ตอนนี้น้องท็อปยังต้องการการดูแลเยอะอยู่ ว่าแต่ผึ้งท้องจริงๆ เหรอ”
ไม่พร้อมมีลูกอีกคน แต่เขาก็รับเป็นพ่อของลูกบุณฑริกหน้าชื่นตาบาน หญิงสาวฝืนยิ้ม
“เปล่าค่ะผึ้งพูดเล่น ไปนะคะ” เธอไม่ได้บอกให้วรรัตน์มาส่งเพราะฝ่ายนั้นนัดลงไปเจอที่กรุงเทพฯ ในวันสุดสัปดาห์นี้ หญิงสาวหันหลังให้เดินออกไปไม่หันกลับมามองเขาอีก
มธุรสหาที่นั่งรอไม่นาน ก็ถูกเรียกขึ้นเครื่อง จากนั้นไม่นานเครื่องบินขึ้นสู่ฟ้าพาเธอกลับบ้าน บ้านที่จากมาเกือบสามปีเต็ม เรื่องคนที่บ้านป่วยไม่มีจริงเธอโกหกเพราะกลัวว่าวรินทรจะไม่ยอมให้เธอลาออก
หลังจากที่เครื่องออกแล้ว เธอได้รับแจ้งเตือนจากธนาคารว่ามีเงินโอนเข้ามาจำนวนหนึ่งที่มากพอสมควรถึงเจ็ดหลักมาจากบัญชีของวรินทร
จากนั้นมีข้อความของเขามาถึงเธอ
“ผมให้เป็นโบนัส ถ้าในวันข้างหน้าผึ้งมีปัญหาอะไรบอกผมได้ทุกเรื่อง ผมจะยินดีมากที่ผึ้งคิดถึงผม”
เธอพิมพ์ตอบไปว่า
“ขอบคุณค่ะ”