“ใหญ่เลยแหละ”

1346 คำ
คณะวิศวะ… “หนูเอาน้ำปั่นไปให้พี่เขาเรียบร้อยแล้วนะคะ” เสียงของรุ่นน้องผู้หญิงดังขึ้นเบา ๆ เธอคือ จีน น้องรหัสของสกาย ยืนอยู่ตรงหน้าเขาด้วยท่าทางสุภาพ แต่แววตากลับแฝงความเกร็งนิด ๆ เหมือนกำลังรายงานผลภารกิจสำคัญ สกายละสายตาจากเอกสารตรงหน้า เงยหน้าขึ้นมองเธอเพียงเล็กน้อย “คอนแทค?” คำถามสั้น ๆ หลุดออกมาด้วยน้ำเสียงเรียบ ตามสไตล์ของเขา จีนเม้มริมฝีปาก ก่อนจะส่ายหน้าเบา ๆ “พี่เขาบอกว่า… ถ้าพี่อยากได้ ให้ไปขอเขาเองค่ะ” เธอรีบพูดต่อทันที เหมือนกลัวว่าสกายจะเข้าใจผิด “จีนพยายามขอให้แล้วนะคะ แต่พี่เขาไม่ยอม” สกายนิ่งไปครู่หนึ่ง ไม่ได้แสดงสีหน้าใด ๆ ชัดเจน เพียงแค่พิงพนักเก้าอี้ มือหนึ่งแตะขอบโต๊ะเบา ๆ ราวกับกำลังคิดอะไรบางอย่าง “อืม” สกายเอ่ยในที่สุด น้ำเสียงนิ่ง แต่หนักแน่น “เข้าใจแล้ว” “ถ้างั้นจีนขอตัวนะคะ” “อืม” หลังจากจีนน้องรหัสของสกายเดินออกไปจากห้อง เสียงฝีเท้าก็ค่อย ๆ เงียบหายไปตามทางเดิน ความเงียบเข้ามาแทนที่ได้ไม่นาน เสียงของเลย์ เพื่อนสนิท ก็เอ่ยขึ้นทันที “มึงไม่ดูรุกน้องมันเร็วไปหน่อยหรอ” สกายเงยหน้าขึ้นเพียงเล็กน้อย สีหน้ายังเรียบเฉยเหมือนเดิม “นี่ช้าแล้ว” เลย์เลิกคิ้วทันที “ช้าแบบไหนว่ะ แล้วมึงไปรู้ได้ไงว่าน้องมันชอบกินนมหมีปั่น” “ก็รู้!” สกายตอบกลับเสียงเรียบ น้ำเสียงนิ่งจนถ้าเป็นคนที่ไม่สนิทกัน อาจคิดว่าเขากำลังกวนประสาทหรือยั่วโมโหใครอยู่ แต่สำหรับเลย์ มันคือเรื่องปกติของสกายไปแล้ว ถ้าจะถามว่าเขารู้ได้ยังไงว่าเมลบีชอบสั่งนมหมีปั่น มันไม่ได้มีเหตุผลซับซ้อนอะไรเลย มีอยู่วันหนึ่ง ตอนนั้นเป็นวันที่เขามีเรียนตึกรวม ตึกที่มีนักศึกษาหลายคณะมาเรียนรวมกัน คนเยอะ เสียงดัง และอากาศก็ร้อนอบอ้าวตามสภาพอากาศ หน้าตึกรวมมีร้านขายน้ำปั่นอยู่เพียงร้านเดียว ใครก็ตามที่มาเรียนที่นี่ ถ้าอยากดื่มอะไรเย็น ๆ ก็ต้องมาสั่งจากร้านนี้เท่านั้น ช่วงแรก สกายไม่ได้สนใจอะไรเป็นพิเศษ จนกระทั่งเขาเริ่มเห็นเด็กผู้หญิงคนหนึ่งอยู่ตรงร้านน้ำปั่นแทบทุกครั้ง นั้นก็คือ เธอ เห็นซ้ำ เห็นบ่อย บ่อยจนกลายเป็นเรื่องเคยชิน ทุกครั้งที่เขามีเรียนตึกรวม สิ่งแรกที่สายตามักจะเผลอมอง ไม่ใช่ตารางเรียน ไม่ใช่บอร์ดประกาศ แต่เป็นร้านน้ำปั่นหน้าตึก เพื่อดูว่าวันนั้น… เธออยู่ตรงนั้นหรือเปล่า และคำตอบก็คือ อยู่ ทุกครั้ง จนกระทั่งวันหนึ่ง เป็นวันที่อากาศร้อนกว่าปกติ แต่ร้านน้ำปั่นกลับไม่ค่อยมีคน สกายเลยตัดสินใจไปยืนต่อแถวสั่งน้ำบ้าง โดยไม่ได้คิดอะไรเป็นพิเศษ และใครจะไปคิดว่า เขาจะยืนอยู่ด้านหลังของเธอ เมื่อถึงคิวของเมลบี เธอยังไม่ทันได้เอ่ยปากบอกเมนู เสียงแม่ค้าก็ดังขึ้นมาก่อน “นมหมีปั่นคาราเมล เพิ่มหวานสิบเปอร์เซ็นต์นะ” “รู้ได้ไงป้า หนูยังไม่ทันบอกเลย” เมลบีหัวเราะออกมา “กินอยู่น้ำเดียวไม่เคยเปลี่ยน” แม่ค้าส่ายหน้า “กินบ่อย ๆ ไม่ดีนะ เรียนหมอจริงหรือเปล่าเนี่ย” “ไม่ได้กินแล้วน้ำตาลตก ใจสั่น” เมลบีตอบหน้าตาเฉย “ไม่กินไม่ได้ เดี๋ยวเรียนไม่รู้เรื่อง” บทสนทนาธรรมดา สั้น ๆ ไม่มีอะไรพิเศษ แต่สกายกลับจำมันได้ทั้งหมด ร้านเจ็ดยับ… “ชนโว้ยยยยย!” เสียงของเจนนิสดังขึ้นพร้อมกับยกแก้วเหล้าขึ้นสูง รอยยิ้มกว้างประดับอยู่บนใบหน้าอย่างอารมณ์ดี “ชนนนนนน!” เสียงประสานของวีนัส ครีมมี่ และเมลบีดังขึ้นพร้อมกัน ก่อนที่ทุกคนจะยกแก้วขึ้นดื่มจนหมดในครั้งเดียว เหล้ารสแรงไหลลงคอ ท่ามกลางเสียงหัวเราะและบรรยากาศคึกคักของร้านประจำ “คิดถึงพวกมึงฉิบหาย” เจนนิสพูดพลางวางแก้วลง “กว่าจะรวมตัวกันได้แต่ละที” ครีมมี่หัวเราะหึ ๆ ก่อนจะเอ่ยแซวทันที “แหมมม เฮียติดมึงขนาดนั้น เอาเหี้ยไรมานัดกันได้ก่อนคะ?” เจนนิสสะบัดผมอย่างมั่นใจ สีหน้าภูมิใจเต็มที่ “ก็จะให้ทำไงได้ล่ะคะ ก็คนมันสวย เนื้อหอม ผัวหลง” “แหวะะะะ” วีนัสทำท่าจะอ้วก “รับไม่ได้” “ท้องแล้วเหรอคะสาว” เจนนิสย้อนกลับแบบไม่ยอมแพ้ วีนัสกำลังจะเถียงต่อ แต่สายตาของเจนนิสก็เลื่อนไปหยุดที่เมลบี ซึ่งนั่งเงียบมาตั้งแต่ต้น แก้วเหล้าในมือแทบไม่ได้แตะ “ว่าแต่มึงเถอะ” เจนนิสเอ่ยขึ้น “วัน ๆ เข้าแล็ป ผ่าศพ จะมีผัวกี่โมงคะ ทั้งแก๊งเหลือแค่มึงแล้วเนี่ย” เมลบีถอนหายใจยาว ก่อนจะยกแก้วขึ้นจิบเล็กน้อย “ก็มันไม่ว่างปะ กูไม่ใช่ไม่อยากมีนะ แต่แม่ง…” เธอเว้นจังหวะ “กูจะเอาเวลาไหนไปมีผัวก่อน ตื่นเช้ามาเรียน เรียนเสร็จกลับห้องนอน” วีนัสส่ายหน้าไปมา “มึงใช้ชีวิตได้น่าเบื่อมาก” “มึงลองมาเรียนหมอสิ” เมลบีสวนกลับทันที วีนัสยกมือขึ้นโบก “ไม่อ่ะ กูไม่ถนัดจับมีดผ่าตัด ให้กูจับเกียร์ดีกว่า” “แล้วมึงไม่มีแบบ… มอง ๆ ไว้บ้างเหรอ” ครีมมี่เอียงคอถาม พลางจ้องหน้าเมลบีอย่างจับผิด “คนอย่างมึง น่าจะมีนะ” เมลบียกแก้วขึ้นจิบช้า ๆ ก่อนจะวางลง ถอนหายใจเบา ๆ “ก็มี” เธอตอบตรง ๆ “แต่เจอกันครั้งแรกมันน่าอายไปหน่อย กูเลยไม่กล้าจีบ” “น่าอาย?” เจนนิสเลิกคิ้วทันที “ยังไงของมึง” เมลบีมองบนเล็กน้อย เหมือนชั่งใจว่าจะเล่าดีไหม แต่สุดท้ายก็ยอมแพ้ให้สายตาอยากรู้อยากเห็นรอบโต๊ะ “ก็วันนั้นกูมีเรียนตึกรวม” เธอเริ่มเล่าเสียงเรียบ แต่แววตาเริ่มแฝงความเอือม “เลิกเรียนมา คนแม่งไปยืนรอลิฟต์กันโคตรเยอะ” วีนัสกับครีมมี่พยักหน้าพร้อมกัน เหมือนเห็นภาพตามทันที “กูก็ไปยืนต่อแถวกับเขาแหละ” เมลบีถอนหายใจ “พอลิฟต์มา ทุกคนก็กรูเข้าไป กูก็แทรกตัวเข้าไปเหมือนกัน” เธอเว้นจังหวะนิดหนึ่ง ก่อนจะพูดต่อด้วยน้ำเสียงราบเรียบเหมือนยอมรับชะตากรรม “แล้วก็ดันโดนเบียด… เบียดจนกูเสียหลักล้ม” ทั้งโต๊ะเงียบไปชั่ววินาที “ล้มไม่พอ” เมลบีหลับตาปี๋ “กูล้มเอาหน้าไปจุ่มเป้ากางเกงเขาอีก” “เชี่ย—” ครีมมี่หลุดเสียงออกมา “อีเหี้ย!” วีนัสแทบจะสำลักเหล้า เจนนิสอ้าปากค้าง ก่อนจะหัวเราะออกมาเสียงดัง “เมลบี… มึงนี่มัน…” เมลบีทำหน้าปลง ๆ “เออ กูนั่นแหละ แล้วมึงคิดว่ากูจะกล้าจีบเขาต่อไหมล่ะ” “อันนี้กูขอนอกเรื่องนะ” เจนนิสยกมือขึ้นเหมือนขออนุญาต สีหน้าจริงจังปนอยากรู้อย่างเห็นได้ชัด “ใหญ่ปะ” เมลบีชะงักไปเล็กน้อย เธอเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ ก่อนจะทำท่าคิดเหมือนกำลังประเมินอะไรบางอย่าง ภาพในลิฟต์วันนั้นย้อนกลับมาอีกครั้ง ความแน่นอึดอัด แรงเบียดจากคนรอบข้าง และความรู้สึกที่จำได้ชัดเจนเกินกว่าจะปฏิเสธ “ก็…” เมลบีลากเสียงยาวเล็กน้อย ก่อนจะยกแก้วขึ้นจิบเหมือนไม่ใส่ใจ “ถือว่าใหญ่นะ ใหญ่เลยแหละ” ทั้งโต๊ะเงียบไปเสี้ยววินาที เมลบีเสริมต่อด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่ชัดเจน “รอบสองที่กูล้มลงไป ปากกู… ครอบมันพอดี”
อ่านฟรีสำหรับผู้ใช้งานใหม่
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    ผู้เขียน
  • chap_listสารบัญ
  • likeเพิ่ม