เลิกเรียน…
ช่วงเย็นคือช่วงเวลาที่ผู้คนแน่นที่สุดของตึกรวม โดยเฉพาะตรงหน้าร้านน้ำปั่น ที่ตอนนี้มีนักศึกษายืนต่อแถวกันยาวเหยียด
เมลบียืนอยู่ในแถวนั้นด้วยสีหน้าหมดแรง ร้านนี้คือร้านประจำของเธอ แทบจะเรียกได้ว่ามาซื้อเกือบทุกวัน เพราะเมลบีเป็นคนที่ ขาดน้ำปั่นไม่ได้
วันไหนไม่ได้กิน เหมือนน้ำตาลในเลือดตก ใจหวิว สมองไม่ทำงาน
และตอนนี้…
อาการนั้นก็กำลังจะกำเริบเต็มที
เธอยืนต่อแถวมาเกือบสิบห้านาทีแล้ว แต่แถวกลับแทบไม่ขยับไปไหนเลย คนข้างหน้าก็ยังเต็ม คนข้างหลังก็เริ่มมาต่อเพิ่ม
“มึง…” น้ำตาลที่ยืนอยู่ข้าง ๆ เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงหมดความอดทน
“กูว่าวันนี้เลิกกินร้านนี้แล้วไปร้านอื่นไหมวะ”
เมลบีถอนหายใจยาว มองแถวยาวเหยียดตรงหน้าอย่างสิ้นหวัง
“แม่งงงง คนเยอะฉิบหายเลยว่ะ”
เธอหันไปบ่นต่อด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด
“อาจารย์ก็ปล่อยช้าอีก กว่าจะได้ออกมา คนก็กรูมาหมดแล้ว”
“เอาน่า มึง~~ เอาไว้วันอื่นก็ได้” น้ำตาลถอนหายใจ พลางเอ่ยขึ้นอย่างยอมแพ้
“ถ้ามึงจะยืนต่อรออีก กูขอกลับก่อนดีกว่า เหนื่อยว่ะ”
เมลบีเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะถอนหายใจแรง ๆ เหมือนคนตัดใจ
“อืม… ไม่ต่อแล้วก็ได้”
น้ำเสียงที่ตอบกลับมานั้นติดหงุดหงิดอย่างปิดไม่มิด เธอหันหลังให้แถวยาวเหยียดตรงหน้า ก่อนจะก้าวเดินออกมาทันที
น้ำปั่นที่อยากกินนักหนา
สุดท้ายก็ต้องพับเก็บความอยากเอาไว้ก่อน
เมลบีเดินออกมาจากฝูงคนด้วยสีหน้าหมดแรง ทั้งหิว ทั้งเหนื่อย และหงุดหงิดกับทุกอย่างรอบตัวไปหมด
ทว่า…
จังหวะที่เมลบีกับน้ำตาลกำลังเดินพ้นออกมาจากตึกรวม
ก็มีร่างของเด็กผู้หญิงคณะวิศวะคนหนึ่ง ดูจากหน้าแล้วน่าจะเป็นเด็กปีหนึ่ง วิ่งพรวดเข้ามา พร้อมเสียงเรียกที่ดังตามหลังมา
“พี่คะ! พี่ รอก่อนค่ะ!”
น้องคนนั้นวิ่งมาหยุดตรงหน้าทั้งสองคนพอดี ท่าทางหอบเล็กน้อย เหมือนรีบตามมาอย่างสุดแรง
“มีอะไรหรือเปล่าน้อง” น้ำตาลเป็นฝ่ายเอ่ยถามก่อน
เด็กวิศวะยังไม่ตอบทันที เธอสูดหายใจเข้าออกแรง ๆ อีกสองสามครั้ง ก่อนจะยื่นแก้วน้ำปั่นสองแก้วออกมาตรงหน้าเมลบีกับน้ำตาล
“หลานเจ้าของมหาลัยฝากมาให้พี่สองคนค่ะ” น้องพูดเร็วขึ้นเหมือนกลัวพูดไม่ทัน
“อันนี้เขาไม่รู้ว่าพี่ชอบอะไร เลยสั่งเป็นโกโก้ปั่นมาให้ค่ะ”
พูดจบก็ส่งแก้วหนึ่งให้น้ำตาล ก่อนจะยกอีกแก้วขึ้นมา ยื่นให้เมลบี
“ส่วนแก้วนี้… นมหมีปั่นคาราเมล เพิ่มหวานสิบเปอร์เซ็นต์ ของพี่ค่ะ”
เมลบียื่นมือไปรับแก้วนั้นมาอย่างอัตโนมัติ แต่สีหน้ากลับเต็มไปด้วยความงง
งงที่มีใครไม่รู้จักมาซื้อน้ำปั่นให้
และงงยิ่งกว่า…
เพราะคนคนนั้นรู้ด้วยว่าเธอชอบกินอะไร ละเอียดเกินไปจนชวนขนลุก
“เมื่อกี้น้องบอกว่าใครฝากมานะคะ” เมลบีถามอีกครั้ง ช้า ๆ
“หลานเจ้าของมหาลัยค่ะ”
น้ำตาลหันมามองหน้าเมลบีทันที คิ้วขมวดอย่างไม่เข้าใจ
“ใครวะ?”
เมลบีส่ายหน้าไปมาอย่างคนไม่รู้เรื่อง ก็เพราะเธอ ไม่รู้จริง ๆ ว่าเรื่องทั้งหมดมันคือเรื่องอะไร
“ยังไงก็… ขอบคุณนะ” เธอพูดออกไปตามมารยาท
“ค่ะ งั้นหนูขอตัวนะคะ”
เด็กวิศวะยิ้มบาง ๆ ก่อนจะขยับตัวเตรียมเดินแยกออกไปอีกทาง
แต่แล้ว…
เธอก็ชะงักเหมือนเพิ่งนึกอะไรขึ้นได้
“เอ่อ… พี่คะ” น้องหันกลับมาเรียกอีกครั้ง “หนูลืมบอกไปเลย พอดีหลานเจ้าของมหาลัยเขาขอคอนแทกพี่ด้วยน่ะค่ะ”
เมลบีชะงัก
ก่อนจะชี้นิ้วเข้าหาตัวเองแบบไม่อยากเชื่อหู
“พี่เหรอ?”
“ใช่ค่ะ”
เมลบีหลุดหัวเราะแห้ง ๆ ออกมาเล็กน้อย ก่อนจะส่ายหน้าทันทีเหมือนตั้งสติได้
“เอ่อ… พี่คงให้ไม่ได้หรอก” เธอพูดด้วยน้ำเสียงสุภาพแต่ชัดเจน
“พี่ไม่รู้จักเขาอ่ะ ถ้าเขาอยากได้จริง ๆ ก็ให้เขามาขอพี่เองนะคะ”
พูดจบ เมลบีก็ไม่รอให้บทสนทนายืดเยื้อ เธอคว้าแขนน้ำตาลไว้แน่น
“ขอตัวนะคะ”
น้ำตาลถูกลากออกมาแบบงง ๆ ยังไม่ทันได้ถามอะไรด้วยซ้ำ
เท้าสองคู่รีบก้าวจ้ำ ๆ จนมาถึงบริเวณโรงจอดรถในที่สุด ทั้งเหนื่อย ทั้งหอบ เหมือนเพิ่งหนีอะไรสักอย่างมา
“อีเหี้ย… เหนื่อยฉิบหายเลยว่ะ”
น้ำตาลบ่นออกมา พลางยกแก้วน้ำปั่นขึ้นมาดูอย่างพอใจ ก่อนจะเจาะหลอดเตรียมดูด
แต่ว่า…
“มึง อย่าเพิ่ง!” เสียงของเมลบีรีบห้ามไว้ทันที
น้ำตาลชะงัก หันมามองเพื่อนงง ๆ
“ห๊ะ?”
เมลบีชี้ไปที่แก้วในมือน้ำตาล สีหน้าจริงจังผิดปกติ
“เอาลอดหว่างขาก่อน”
“อะไรของมึงเนี่ย…” น้ำตาลทำหน้าเหวอ
“เออน่าา~” เมลบีลากเสียงยาวเหมือนกล่อมเด็ก
“เผื่อมันใส่ของแปลก ๆ หรือเล่นอะไรมา ลอด ๆ ไปเหอะ ไม่เสียหายอะไรหรอก”
น้ำตาลยืนมองเพื่อนอยู่สองวินาที ก่อนจะถอนหายใจอย่างคนยอมแพ้ให้ความเพี้ยน
“มึงนี่มัน…”
พูดยังไม่ทันจบ ก็ย่อตัวลง ทำท่าลอดแก้วน้ำปั่นผ่านหว่างขาแบบขำ ๆ
“โอเคยัง! ลอดละ!”
เมลบียืนดูอย่างจริงจัง ก่อนจะพยักหน้าหงึก ๆ
“เออ แค่ปลอดภัยไว้ก่อน”
หลังจากนั้น น้ำตาลก็ยกแก้วโกโก้ปั่นขึ้นมาดูดอย่างสบายใจ
สีหน้าผ่อนคลายลงทันที เหมือนความเหนื่อยกับความงงเมื่อครู่ถูกดูดหายไปพร้อมน้ำในแก้ว
“เออ… ก็อร่อยดีว่ะ” น้ำตาลสรุปหน้าตาเฉย
เมลบีเห็นแบบนั้นก็โล่งใจขึ้นมานิดหนึ่ง เธอก้มลงบ้าง ทำท่าลอดแก้วน้ำปั่นของตัวเองผ่านหว่างขาอย่างจริงจังไม่แพ้กัน
ราวกับเป็นพิธีกรรมความปลอดภัยขั้นสุดท้าย
พอลุกขึ้นมาได้ เธอก็เสียบหลอดแล้วดูดน้ำในมือทันที รสหวานของนมหมีคาราเมลไหลผ่านลิ้น หวานพอดี ถูกใจ… แบบที่เธอชอบจริง ๆ
เมลบีชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะขมวดคิ้วบาง ๆ
“แม่ง…” เธอพึมพำเสียงเบา ดวงตาจ้องไปที่แก้วน้ำในมือ
“ใครวะเนี่ย…”
น้ำตาลที่ยืนดูดโกโก้ปั่นอยู่ข้าง ๆ ชะงักตาม เธอค่อย ๆ หันมามองหน้าเมลบี สีหน้าจริงจังขึ้นมาทันที
“หรือว่า…” น้ำตาลลดเสียงลง เหมือนกลัวคำพูดตัวเองจะดังเกินไป
“สต๊อกเกอร์”
คำคำนั้นทำให้บรรยากาศรอบตัวเงียบวูบไปชั่วครู่
“บ้าาา~~”
เสียงของเมลบีกับน้ำตาลหลุดออกมาพร้อมกันแบบไม่ได้นัด เหมือนต่างคนต่างเพิ่งรู้ตัวว่าคิดไกลกันไปเอง
เมลบีหัวเราะแห้ง ๆ ก่อนจะโบกมือไล่ความคิดนั้น
“ไม่หรอกมึง ใครจะมาตามกูวะ”
เธอพูดเหมือนปลอบตัวเองมากกว่าปลอบเพื่อน ทั้งที่ในใจยังอดแปลกใจไม่ได้อยู่ดี
น้ำตาลดูดโกโก้ปั่นอีกอึก ก่อนจะพยักหน้าเบา ๆ
“เออ… ก็หวังว่าจะไม่มีอะนะ”
แล้วก็เสริมต่อเสียงเรียบ แต่จริงจังขึ้นนิดหนึ่ง
“แต่ยังไงก็ระวัง ๆ ไว้หน่อยแล้วกัน กูว่าไม่เสียหาย”
เมลบีถอนหายใจยาว
“เออ… เดี๋ยวนี้โลกมันแปลก คนก็แปลก”
น้ำตาลเหลือบตามองหน้าเพื่อนตั้งแต่หัวจรดเท้า ก่อนจะยิ้มมุมปาก
“ไม่มีใครแปลกเท่ามึงแล้วค่ะสาว”
เมลบีหันขวับมองหน้าเพื่อนทันที
“อ้าว! กูแปลกตรงไหนวะ”
น้ำตาลไม่ต้องคิดนาน เธอเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะตอบกลับเสียงเรียบแต่เจ็บ
“ทุกตรง!”
แล้วก็เสริมต่อทันทีเหมือนกลัวเพื่อนจะยังไม่เข้าใจ
“ยังจะกล้าถามกูอีกนะ”
เมลบีชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหัวเราะออกมาอย่างไม่เชิงเต็มใจ