“ได๋… เกิดอะไรขึ้น”
อิฐถามเสียงสั่น แม้พยายามข่มอารมณ์ แต่ดวงตากลับแดงก่ำทันทีที่เห็นสภาพของน้องสาว
“นั่นสิได๋ แก…”
เปรี้ยวใจก้าวเข้ามาอย่างไม่ลังเล ก่อนจะคว้ามือได๋ดึงเข้าไปกอดไว้แน่น ทั้งที่หัวใจเต้นแรงไม่เป็นจังหวะ กลัวเหลือเกินว่าชายชุดดำหน้าโหดตรงหน้าจะไม่พอใจ แต่ความเป็นห่วงเพื่อนมีมากกว่าความกลัว เธอเลือกปกป้องได๋ก่อนสิ่งอื่นใด
“แก…”
เสียงของได๋แผ่วเบา ร่างกายแทบไม่มีแรงจะยืน เธอก้าวขาได้ช้าๆเพราะความเจ็บแสบที่ยังเล่นงานไม่หยุด
“มึงจำน้องกูได้ไหมไอ้อิฐ”
เสียงของอัคนีดังขึ้น เสียงนั้นแข็งกระด้าง สายตาเย็นเยียบราวกับไม่มีความเป็นมนุษย์หลงเหลือ
“น้องมึงคนไหน กูจะไปรู้ได้ยังไงวะ”
อิฐตอบกลับทันที จะให้รู้ได้ยังไงแม้กระทั่งชื่อของผู้หญิงคนนั้นก็ยังไม่รู้เลย ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองไปทำอะไรให้ ถึงได้มาทำกับน้องสาวสุดหวงแหนของเขาขนาดนี้
“มึงเป็นคนทำร้ายน้องกู แล้วมึงก็ทิ้งเธอให้เสียใจ มึงคิดว่ามึงเป็นใครวะถึงกล้าทำแบบนั้น!”
“กูไม่รู้! กูไม่ได้ทำ! กูไม่รู้จักน้องมึงด้วยซ้ำ!”
อิฐตะโกนกลับ เสียงกร้าวด้วยความโมโห
อัคนีหัวเราะเยาะเย้ยเบาๆ ก่อนจะก้าวเข้ามาใกล้ ความกดดันแผ่ซ่านไปทั่วบริเวณ
“มึงทำแล้วมึงยังจะบอกว่าไม่รู้อีกงั้นเหรอวะ”
พูดจบกระบอกปืนในมือเขาก็ถูกยกขึ้น ปลายกระบอกชี้ตรงไปที่ศีรษะของอิฐในระยะใกล้
บรรยากาศรอบตัวเงียบลงทันที ทุกคนชะงักอึ้งกันไปหมด แม้กระทั่งอิฐเองก็ยืนนิ่งมองปลายกระบอกปืนชี้ตรงมาที่ตัวเอง
“อย่านะคะ!”
ได๋สะบัดตัวออกจากอ้อมกอดของเปรี้ยวใจ แล้วรีบพุ่งเข้าไปยืนขวางพี่ชายของตัวเองไว้ ทั้งที่ขาแทบไม่รับน้ำหนัก
“อย่าทำอะไรพี่ของฉันเลยนะคะ! คุณแก้แค้นไปแล้วไม่ใช่เหรอคะ แล้วคุณยังจะมาทำแบบนี้อีกไม่ได้!”
เสียงของเธอสั่นเครือแต่แววตากลับมองนิ่ง เธอเหลือพี่ชายเพียงแค่คนเดียวในชีวิต เธอจะไม่มีวันยอมให้ใครมาทำร้ายเขาเด็ดขาด
อิฐหันมามองน้องสาวด้วยความตกใจ
“ได๋ ถอยไป!”
“ไม่ค่ะ! ต่อให้พี่ของจะผิดหรือไม่ผิด หนูก็ไม่ยอมให้ใครมาทำร้ายพี่เด็ดขาด!”
ได๋ส่ายหัวแรงๆน้ำตาคลอ
อัคนีชะงักไปชั่ววินาที สายตาเย็นชาที่เคยแข็งกร้าว กลับไหววูบเพียงเสี้ยววินาทีเมื่อเห็นหญิงสาวยืนบังร่างพี่ชาย ทั้งที่ตัวเองยังแทบยืนไม่ไหว ก็ทำให้ตัวเองนึกถึงน้องสาวของตัวเองขึ้นมาทันที หากมีใครมาทำแบบนี้กับเขา น้องสาวของเขาเองก็คงจะปกป้องพี่ชายแบบนี้เช่นกัน ภาพนั้นมันซ้อนทับกับความทรงจำที่เขาเองก็ไม่อยากนึกถึง
กระบอกปืนยังคงเล็งอยู่ แต่แรงนิ้วที่ไกปืนไม่ได้แน่นเหมือนเดิม
“หลบไป ถ้าเธอยังไม่อยากตาย”
เสียงของอัคนีเย็นเฉียบ กระบอกปืนในมือลดลงเล็กน้อง แต่ก็เพียงแค่เสี้ยววินาทีเท่านั้น
“ไม่! ต่อให้ฉันต้องตาย ฉันก็ไม่ยอมหลบ”
ได๋ส่ายหัวไปมาแรงๆ น้ำตาไหลอาบแก้ม แต่ดวงตากลับแข็งกร้าว
“งั้นก็ตายไปทั้งพี่ทั้งน้องเลยแล้วกัน”
คำพูดนั้นทำให้อากาศรอบตัวเย็นวาบในพริบตา ได๋ยืนนิ่งตัวสั่นระริก
“อย่านะ! มึงมีอะไรก็มาคุยกับกู น้องกูไม่เกี่ยว อย่ามายุ่งกับน้องกู”
อิฐตะโกนเสียงหลง ก่อนจะก้าวออกมายืนบังน้องสาวทันที ทั้งที่ตัวเองยังไม่เข้าใจด้วยซ้ำว่าเรื่องทั้งหมดมันเริ่มจากตรงไหน
แต่สัญชาตญาณของพี่ชายคือการปกป้องน้องสาว
“ดี… รักกันดีนี่”
อัคนียิ้มมุมปาก ดวงตาเต็มไปด้วยความพึงพอใจ
“อย่านะ! ถ้าคุณทำอะไรตรงนี้ ฉันจะไปแจ้งตำรวจ!”
เปรี้ยวใจรีบก้าวออกมาขวางอีกคนหนึ่ง เสียงสั่นแต่ยังพยายามยืนนิ่ง
“สงสัยวันนี้กูจะได้สามศพ”
คำพูดนั้นเรียบเฉย ราวกับชีวิตคนเป็นเพียงตัวเลขไร้ค่าสำหรับเขา
“พอเถอะค่ะ! คุณสัญญาแล้วไม่ใช่เหรอคะ ว่าจะไม่ทำพี่ของฉัน!”
ได๋ตะโกนออกมาในที่สุด เสียงแหบพร่า เต็มไปด้วยความอัดอั้น เธอกัดริมฝีปากแน่นก่อนจะพูดต่อทั้งน้ำตา
“สิ่งที่คุณบังคับให้ฉันยอม ฉันก็ยอมไปหมดแล้ว แล้วทำไมมันยังไม่จบอีกคะ!”
คำพูดนั้นหลุดออกมาจากปากของได๋อย่างเหลือจะทน ทั้งที่เขาตกลงแล้วแท้ๆว่าจะไม่ทำอะไรพี่ชายของเธอ หลังจากที่เธอยอมทุกอย่าง
“ได๋… หมายความว่ายังไง”
อิฐอึ้งงัน ดวงตาเบิกกว้าง
“ได๋… แกพูดอะไรของแก”
เปรี้ยวใจเสียงสั่น มือเย็นเฉียบ หัวใจแทบหยุดเต้นกับสิ่งที่ได้ยิน
อัคนีหัวเราะเบาๆในลำคอ
“หึ… เธอคิดว่าชีวิตของมึงมีค่าขนาดนั้นเลยเหรอ”
เขาเดินเข้าใกล้อีกก้าว สายตาแข็งกร้าว
“เธอคิดว่าแค่การยอมของเธอแค่ครั้งเดียว จะลบความผิดของพี่เธอได้งั้นเหรอ”
“ถ้าอย่างนั้น… คุณอยากได้อะไร อยากได้กี่ครั้ง อยากได้ยังไงก็บอกฉันมาเลยสิฉันยอม ขอแค่อย่าทำอะไรพี่ของฉันก็พอ”
ได๋เอ่ยเสียงสั่น น้ำตาคลอแต่ไม่ยอมให้มันไหล ต่อให้เจ็บปวดมากแค่ไหน เธอก็จะไม่ยอมปล่อยให้น้ำตาไหลลงมาให้เขาเห็นเด็ดขาด
“ไม่นะได๋ เราไม่ได้ทำอะไรผิด พี่ยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าน้องสาวของเขาเป็นใคร แล้วทำไมเราต้องไปรับผิดในสิ่งที่เราไม่รู้”
อิฐรีบเอ่ยทั้งที่หัวใจเจ็บ เจ็บที่น้องของเขาต้องถูกกระทำ เจ็บที่เขาไม่รู้เรื่องอะไรเลยแต่ต้องได้รับกรรม ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าชื่อของเขาไปถูกแขวนกับเรื่องนี้ได้ยังไง
“มึงคงไปทำเรื่องสกปรกไว้ทั่ว จนจำไม่ได้ว่าน้องกูเป็นใครสินะ”
“กูไม่เคยเป็นคนแบบนั้น กูไม่เคยทำร้ายผู้หญิง”
อิฐสวนกลับทันที ดวงตาแข็งกร้าว
ผว๊ะ!!
กระบอกปืนฟาดเข้าที่แก้มอิฐอย่างแรง ร่างเขาเซถอยเสียงกระแทกดังชัด
“กรี๊ด!! อย่านะคะ ได้โปรดอย่าทำร้ายพี่ของฉัน”
ได๋ร้องลั่นก่อนจะพุ่งเข้าไปขวางพี่ชายทั้งตัว
“มึงทำ มึงต้องรับผิดชอบ”
อัคนีเอ่ยช้าๆน้ำเสียงเย็นยะเยือก
“พอแล้วค่ะ! ฉันจะรับผิดชอบเองทั้งหมด คุณอยากเอาอะไรจากฉันก็ได้ แต่อย่าแตะต้องพี่ฉันแค่นั้น ฉันขอร้องอย่าทำอะไรเขาเลยค่ะ ฉันจะรับผิดชอบเองทั้งหมด คุณอยากเอาอะไรจากฉันก็ได้ แต่อย่าแตะต้องพี่ฉัน!”
ได๋ตะโกนออกมาอย่างเหลืออด
อัคนีหยุดนิ่งชั่วขณะ ก่อนจะยิ้มเยาะ
“หึ… ใจกล้าดีนี่ น่าเวทนา แต่สำหรับเธอฉันทำแน่แม่สาวน้อย เธอคงติดใจฉันมากสินะ ถึงอยากให้ฉันทำให้อีกแบบนี้”
เขายกมือขึ้นมาเชยคางของเธอเบาๆ ก้มมองเธอจากศีรษะจรดเท้าสายตาไร้อารมณ์
“น่าเกลียด… ทุเรศ”
ได๋ตอบกลับทันที เสียงสั่นแต่ก็ยังเลือกที่จะไม่ถอย
อัคนีหัวเราะเบาๆก่อนจะผละออก
“ไปทบทวนสิ่งที่มึงทำมาให้ดี กูให้เวลามึงคิดสามวัน ถ้ามึงยังคิดไม่ออกเดี๋ยวกูจะช่วยให้ความคิดของมึงดับแบบถาวรเอง”
เขาชี้ไปที่อิฐ
พูดจบเขาก็ถอยหลังสองก้าว ก่อนจะหันหลังขึ้นรถไปโดยไม่หันกลับมา ก่อนรถคันนั้นจะพุ่งออกไป ทิ้งความเงียบอันหนักอึ้งไว้เบื้องหลัง
ได๋ทรุดลงทันทีหัวใจสั่นไหว ในขณะที่อิฐยืนนิ่ง ความโกรธ ความสับสน และคำถามนับร้อยถาโถมใส่หัวใจพร้อมกัน คิดเท่าไรก็คิดไม่ออกว่าเคยไปทำอะไรกับใครไว้ เพราะเอาตรงๆแค่จะบมือผู้หญิงเดินด้วยกันก็ยังไม่เคย แล้วจะให้ไปฟันแล้วทิ้งผู้หญิงเป็นไปไม่ได้แน่นอน
“ได๋… แกเป็นยังไงบ้าง”
เปรี้ยวใจรีบพุ่งเข้ามาประคองร่างของเพื่อนรักทันที น้ำตาคลอจนต้องเม้มริมฝีปากแน่น เพียงแค่เห็นว่าได๋ยืนแทบไม่ไหว ใจของเธอก็แทบแตกสลายตามไปด้วย
“แก… ฮึก!… ฮึก!…”
เสียงของได๋ขาดห้วง ก่อนที่น้ำตาจะไหลออกมาอย่างห้ามไม่อยู่ ร่างบางสั่นระริกในอ้อมกอดของเพื่อนรัก ความเข้มแข็งที่เธอพยายามประคองไว้ตลอดทาง พังทลายลงในวินาทีนั้น
“ได๋ เจ็บตรงไหนไหม”
อิฐเอ่ยถามเสียงแหบ ทั้งที่แก้มของเขายังระบม แต่สายตากลับเต็มไปด้วยความเป็นห่วงน้องสาวมากกว่าความเจ็บของตัวเอง
“ไม่ค่ะ… หนูไม่เป็นไร พี่เจ็บตรงไหนไหมคะ…”
ได๋ส่ายหัวเบา ๆ ก่อนจะเงยหน้ามองพี่ชายน้ำตายังไหลริน
มือเล็กยกขึ้นอย่างลังเล แตะลงตรงมุมปากของอิฐที่มีเลือดซึมออกมาแผ่วเบา
“ไม่เป็นไร พี่ไม่เป็นอะไร”
อิฐรีบส่ายหัว ยิ้มฝืนๆให้เธอ ทั้งที่ความเจ็บแล่นแปลบ แต่เขาไม่อยากให้น้องต้องรู้สึกผิดหรือเป็นห่วงไปมากกว่านี้
เปรี้ยวใจมองภาพนั้นแล้วน้ำตายิ่งไหล เธอสูดหายใจเข้าลึกก่อนจะเอ่ยขึ้น
“เราเข้าไปข้างในร้านกันก่อนเถอะค่ะ ตรงนี้ไม่ปลอดภัย”
เธอค่อยๆพยุงได๋ให้เดินเข้าไปด้านใน อิฐเดินตามหลังด้วยหัวใจที่เต็มไปด้วยคำถาม ความโกรธและความสับสน