CHAPTER 3 | หลับไม่ตื่น ฟื้นไม่มี

1600 คำ
หลายวันมานี้เรื่องที่เขาสร้างเอาไว้ แทนที่จะถูกมารดาด่าดุด่าอย่างทุกครั้ง แต่สถานการณ์ภายในบ้านกลับเงียบสงบเสียจนลูกชายคนโตอดแปลกใจไม่ได้ นั่นอาจจะหมายถึงม่านฟ้าไม่ได้ฟ้องทางฝั่งผู้ใหญ่ “ตาคิม มานี่ๆ” เสียงมารดาเรียกตัวเขาไว้ ระหว่างที่กำลังจะเดินขึ้นไปบนบ้านชั้นสอง คิมหันต์เหลือบสายตาคมไปที่น้องชายคนรองอย่างเหมันต์ ที่นั่งดูทีวีกับมารดา เห็นได้ชัดว่าเหมันต์มีท่าทีลุกลี้ลุกลน เมื่อได้ยินเสียงมารดาเรียกเขา “ครับ” ชายหนุ่มเดินมาหย่อนกายนั่งโซฟาฝั่งตรงข้ามน้องสาย ด้วยใบหน้าเรียบเฉย เตรียมตัวเตรียมใจที่จะโดนมารดาดุด่าอย่างทุกที “หนูม่านฟ้าเป็นยังไงบ้าง” คุณนายวรรณษาถามลูกชายด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น ในมือยังถือไอแพดเครื่องใหญ่ กดพิมพ์ข้อความขยุกขยิกราวกับกำลังสนทนากับใครบางคน “ก็...อย่างที่แม่รู้มานั่นแหละครับ” คิมหันต์ตอบเลี่ยงบาลี ชำเลืองสายตามองน้องชายที่แม้ตาจะจ้องรายการทีวีอยู่ แต่เหงื่อแตกพลั่กอย่างมีพิรุธ “ดีเลย แล้วเมื่อไหร่จะนัดน้องออกไปเที่ยวอีกล่ะ” “นัด?” คำพูดของมารดาสร้างความประหลาดใจให้คนตัวโตไม่น้อย ไม่มีครั้งไหนเลยที่คิมหันต์จะออกเดทซ้ำเป็นหนที่สองกับผู้หญิงที่มารดาจัดแจงให้ “ม๊าคุยกับเอม ฝั่งน้องก็บอกว่าเดทรอบที่แล้วมันดี” มารดาจีบปากจีบคอบอกลูกชายอย่างมีจริตจะก้าน กดไอแพดสองสามครั้ง ก่อนจะพูดต่อ “ถ้ามันดี ก็ควรมีครั้งที่สอง” “ช่วงนี้ผมไม่ว่างเลยครับ” คำตอบของคิมหันต์ไม่ได้เป็นเพียงข้ออ้างไม่ไปเดท แต่มาจากความจริงบางส่วนที่ช่วงนี้บริษัทมีการพัฒนาซอฟท์แวร์ตัวใหม่ อย่าว่าแต่ไปเดทเลย เวลาจะนอนยังไม่มี “ให้เหมันต์ดูงานแทนก่อน” คุณนายวรรณษาหันไปโบ้ยให้ลูกชายคนรอง เหมันต์สะดุ้งเล็กน้อย แต่ก็ยังทำหูทวนลม “งานมันมีคนดูแทนได้ แต่หนูม่าน ไม่ควรมีใครมาดูแลแทน” คำพูดของมารดาทำให้ร่างสูงอึกอัก หากแม่เขารู้ว่าวันนั้นเขาให้เหมันต์ไปส่งน้อง คงจะไม่จบแค่โดนด่าอย่างที่ทำกับคนอื่นๆ บางทีเงาหัวอาจจะหายก็ได้ “เอาไว้ก่อนละกันครับ” “ไม่ได้” คุณผู้หญิงของบ้านตอบกลับทันควัน ไม่ทันที่หางเสียงลูกชายจะสิ้นสุดดีด้วยซ้ำ “ตาเหม วันอาทิตย์นี้ไปคุยงานแทนพี่” “อ่า ผม...” เหมันต์อึกอัก “เดี๋ยวม๊าเซ็นเช็คให้” “โอเคครับ” คิมหันต์ถลึงตาใส่น้องชาย ไม่เดาก็มองออกทะลุปรุโปร่ง ว่านิสัยใช้เงินจัดการปัญหาของคิมหันต์ได้รับการถ่ายทอดมาจากใคร บ้านนี้ถือคติว่า เงินแก้ปัญหาได้ทุกอย่าง ถ้าลองแล้วยังไม่ได้ แปลว่ายังใช้เงินไม่มากพอ คิมหันต์ยืนจ้องเบอร์โทรศัพท์ส่วนตัวของม่านฟ้าที่ได้จากมารดาด้วยสีหน้าเคร่งเครียด ชายหนุ่มกำลังชั่งใจ ว่าควรจะนัดเธอผ่านแชตอย่างครั้งที่แล้ว หรือโทรไปหาดี สุดท้ายก็ตัดสินใจกดปุ่มโทรออก เพราะต้องการฟังน้ำเสียงของปลายทาง ว่าจะมีปฏิกิริยาเวลาที่รู้ว่าเขาโทรมาอย่างไร อาจจะโกรธจากคราวก่อนอยู่ก็ได้ ร่างสูงยืนพิงราวระเบียง มือขวายกมือถือแนบหูฟังสัญญาณโทรออกด้วยใบหน้าเรียบเฉย รอไม่นานนักปลายสายก็รับสาย พร้อมกับกรอกเสียงหวานข้างใบหู (สวัสดีค่ะ…) “...” (ฮัลโหล ได้ยินไหมคะ) “ได้ยิน…” คิมหันต์ตอบปลายสายเสียงนิ่ง แต่ทว่ายังไม่ได้พูดอะไรต่อ ไม่รู้เหตุผลที่ตนเองดึงเชิงใส่คนตัวเล็กด้วยซ้ำ ไม่แน่ใจว่าคาดหวังอะไรจากเธอกันแน่ (ใครคะ?) “...” (แก๊งคอลเซ็นเตอร์เหรอ...) ปลายสายพึมพำกับตัวเองเสียงเบาหวิว แต่ทว่าคนหูดีได้ยินคำพูดนั้นชัดเจน จึงเผลอหัวเราะออกมากับความคิดของคนตัวเล็กไม่ได้ (พี่คิมหันต์?) คราวนี้เป็นฝ่ายชายที่อึ้ง เงียบกับสิ่งที่เธอเอ่ยออกมา เขาไม่คิดว่าม่านฟ้าจะจำเขาได้จากเสียงหัวเราะ สายตาคมหลุบมองปลายเท้าตนเอง ก่อนจะเอ่ยสาเหตุที่โทรมาวันนี้ “อาทิตย์นี้ไปดูหนังกันไหม” ปลายสายตกเข้าสู่ความเงียบ คนตัวโตเม้มปากแน่นเมื่อไม่ได้ยินเสียงตอบของคนตัวเล็ก อยากจะถามซ้ำ แต่ก็กลัวจะดูมีพิรุธ “ได้ค่ะ…กี่โมงคะ” คนตัวสูงยิ้มกริ่มเมื่อได้ยินปลายสายตอบรับ เผลอยืดตัวเต็มความสูง ปล่อยลมหายใจออกมาอย่างไม่ตั้งใจ คิมหันต์ไม่รู้ตัวเลยว่าในช่วงที่ม่านฟ้าเงียบไป เขาเผลอกลั้นหายใจรอคำตอบจากคนตัวเล็กนานแค่ไหน “พี่ไปรับสิบเอ็ดโมงไหม จะได้แวะทานมื้อเที่ยงก่อน” “เจอกันที่ห้างเลยก็ได้ค่ะ ม่านจะแวะไปเอาของที่บ้านเพื่อนก่อน” เมื่อได้ยินคนสวยบอกเช่นนั้น คิมหันต์ก็ไม่ได้เซ้าซี้ต่อ เขานัดเธอเจอที่ห้างไม่ห่างจากบ้านของม่านฟ้ามากนัก ห้างนั้นค่อนข้างใหญ่ สิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน เขาวางแพลนการไว้ว่าจะพาเธอไปทานมื้อเที่ยงก่อน ตามด้วยดูหนัง และช็อปปิ้ง หลายวันมานี้ เรื่องของม่านฟ้าจากปากเหมันต์ค่อนข้างกวนใจเขา การกระทำในวันนั้นของเขา จะบอกว่าเป็นความรู้สึกผิดก็ไม่ผิด เพราะวันนั้นเธอค่อนข้างทำตัวน่ารักสำหรับเขา แอบคิดว่าที่โทรไปชวนวันนี้ อาจจะถูกหญิงสาวปฏิเสธด้วยซ้ำ แต่คนตัวเล็กก็ยังตอบตกลงไปกับเขาเป็นครั้งที่สอง :: GROUP NO PARENTS :: RAINNY: เฮียโดนม๊าสั่งไปเดทกับลูกสาวบ้านนั้นอีกเหรอ มีอะไรให้น้องช่วยเปล่า MR KIM: เงินหมดเหรอ ข่าวไวนักนะมึง W1NTER: ผมป่าววววววว RAINNY: เฮียคิมให้เรนนี่ช่วยไหมครับบบบ MR KIM: ไม่ต้อง W1NTER: ไม่ต้องช่วย? MR KIM: ไม่ต้องเสือก RAINNY: (ส่งสติ๊กเกอร์โกรธ) ในช่วงระยะเวลาสามสี่วันมานี้ ปัญหาในบริษัทค่อยข้างมีเยอะมาก เนื่องจากซอฟท์แวร์ที่บริษัทกำลังพัฒนาเกิดบัค คิมหันต์ต้องอยู่โต้รุ่งกับทีมพัฒนาอยู่หลายวัน เพื่อแก้ปัญหาให้ไวที่สุด เนื่องจากตัวแอพพลิเคชั่นถูกปล่อยให้ใช้งานแล้ว ร่างสูงนอนหลับไม่ไหวติง จากความเหนื่อยล้าสะสมหลายวัน ก่อนจะสะดุ้งตื่นขึ้นมาเพราะเสียงเคาะประตูหน้าห้องนอน เจ้าของห้องงัวเงียลุกไปเข้าห้องน้ำล้างหน้าล้างตา ก่อนจะเดินออกมาเปิดประตูดูว่าใครมา “นั่นไง ผมว่าแล้วว่าเฮียยังไม่ออกไปข้างนอก” รอยยิ้มทะเล้นของน้องชายคนเล็กปรากฏขึ้น เมื่อคิมหันเปิดประตูออกมา “เงินหมด?” เขาถามอย่างรู้ทัน วสันต์ในวัยยี่สิบห้าปีทำงานทำการเป็นผู้ช่วยของเหมันต์ ดูแลกิจการรับเหมาก่อสร้างของทางฝั่งมารดา ในขณะที่เขาดูแลบริษัทพัฒนาซอฟท์แวร์ของบิดาคนเดียว เงินเดือนของวสันต์ไม่ได้น้อยเลย แต่น้องเป็นคนรักสนุก ปาร์ตี้เกือบทุกวัน แม้จะไม่เคยเสียงานเสียการ แต่เปลืองตังค์ในกระเป๋าคนเป็นพี่อย่างเขาพอสมควร คิมหันต์เดินกลับไปหยิบมือถือตนเองที่วางไว้ที่หัวเตียง เพื่อที่จะโอนเงินให้น้องชาย แต่สายตาคมก็ไปสะดุดกับสายไม่ได้รับสองสายบนหน้าจอมือถือ และเมื่อเหลือบสายตาขึ้นไปมองวันที่บนหน้าจอ ก็ถึงกับยกมือตบหน้าผากตนเองด้วยความหงุดหงิด “ห่าเอ้ย” นิ้วเรียวกดปุ่มโทรออกหาสายไม่ได้รับ แต่ทว่าปลายสายกลับไม่สามารถติดต่อได้ หากเธอไม่ปิดมือถือ นั่นหมายถึงเขาโดนบล็อคเบอร์ทิ้งไปแล้ว “เฮีย มีอะไรอะ” “กูลืมนัดม่านฟ้า” เขาบอกระหว่างที่พยายามส่งข้อความไปหาเธอทางแอพพลิเคชั่นแชต แต่คนตัวเล็กกลับไม่เปิดอ่านเลย “อ้าว ผมนึกว่าเฮียตั้งใจเบี้ยวนัด” วสันต์รู้จากเหมันต์มาว่า พี่ชายนัดเธอเวลาสิบเอ็ดโมง แต่ตอนนี้เวลาบ่ายสามโมงเข้าไปแล้ว รถพี่ชายก็ยังจอดสนิทอยู่ที่บ้าน เขาจึงคิดว่าคิมหันต์จงใจเบี้ยวนัดให้ลูกสาวบ้านนั้นโกรธ หลอกให้ไปรอเก้อที่ห้างคนเดียวหลายชั่วโมง เขาไม่ส่งคนมายิงถึงบ้านก็ดีเท่าไหร่แล้ว ตั้งแต่วันนั้นก็ผ่านไปเกือบสองอาทิตย์ ที่คิมหันต์ส่งข้อความหาม่านฟ้า แต่เธอไม่แม้แต่จะเปิดอ่าน โทรไปหาก็ไม่ได้ เขามั่นใจแล้วว่าโดนบล็อคเบอร์ทิ้ง เพราะยืมมือถือของน้องชายสองคนโทรหาเธอ พอรู้ว่าเป็นเขา เธอก็จัดการบล็อคอีกสองเบอร์ตามๆ กันไปจนหมด “เฮียอะ ผมยังไม่เคยเจอน้องเลย แต่โดนบล็อคเบอร์แล้ว” วสันต์โอดครวญอยู่ในห้องทำงานส่วนตัวของพี่ชาย เนื่องจากคิมหันต์ไม่ชอบเข้าบริษัท ยกเว้นเวลาต้องทำงานกับทีม การสั่งงานทั้งหมดจึงสามารถทำผ่านหน้าจอได้ “ก็ไปเจอสิ สิ้นเดือนวันเกิดป๊า เดี๋ยวบ้านนั้นก็ต้องมา” คนเจ้าเล่ห์ฉายรอยยิ้มร้ายกาจหลังจากกล่าวจบ ทำเอาคนเป็นน้องชายอย่างวสันต์ถึงกับขนท้ายทอยลุกซู่กับรอยยิ้มของพี่ชาย ••••••••❀•••❀••••••••
อ่านฟรีสำหรับผู้ใช้งานใหม่
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    ผู้เขียน
  • chap_listสารบัญ
  • likeเพิ่ม