CHAPTER 2 | ไปไม่กลับ

1852 คำ
สุดสัปดาห์ต่อมา รถยุโปรคันหรูสีดำวาววับขับมาจอดที่หน้าคฤหาสน์ใหญ่ ของตระกูลกาญจนพฤกษ์ ชายหนุ่มวัยสามสิบสอง เจ้าของส่วนสูงหนึ่งร้อยเก้าสิบสองเซนติเมตร ในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวเนี๊ยบ สวมทับด้วยสูทสีเข้มจากการสั่งตัดร้านดัง ขายาวได้สัดส่วนก้าวลงจากรถมายืนพิงกระโปรงรถโดยไม่เข้าไปด้านใน เสื้อผ้าที่สวมใส่ในวันนี้ ได้จากการจัดแจงของคุณนายวรรณษาผู้เป็นมารดา จับเขาแต่งตัวราวกับนายแบบนิตยาสาร เนี๊ยบเนียนกริบยิ่งกว่าเวลาไปพบคู่ค้าต่างบริษัท ผมสีดำขลับถูดจัดแต่งเป็นทรงอย่างดี ไร้การชี้กระดกให้หงุดหงิดใจ ไม่นานนักหญิงสาวผิวขาวละเอียด ในชุดเดรสยาวสีขาวเรียบร้อยถือกระเป๋าคลัทช์สีเดียวกันเดินลงมาหยุดตรงหน้า ส่วนสูงของเธอน่าจะราวๆ หนึ่งร้อยหกสิบห้าเซนติเมตร ใบหน้าหวานจิ้มลิ้ม ริมฝีปากอวบอิ่มเป็นกระจับ ดวงตาฉายแววประกายสดใสเหมือนสาวแรกรุ่น สองมือเรียวยกมือประนมไหว้เขาราวกับทำความเคารพญาติผู้ใหญ่ คิมหันต์เองก็บ้าจี้ยกมือรับไหว้เธออย่างลืมตัว ก่อนจะลดมือลงเมื่อเรียกสติตนเองขึ้นมาได้ “สวัสดีค่ะพี่คิมหันต์” คนตรงหน้าส่งรอยยิ้มสดใสทักทาย หลังจากลดมือลง รอยยิ้มสดใสราวกับโลกทั้งใบเป็นสีชมพู ไม่ประสีประสากับความโหดร้ายจากสังคมภายนอก ม่านฟ้าในวัยยี่สิบสองที่มีคนคอยรับส่งเข้าโรงเรียน ตั้งแต่อนุบาลจนจบปริญญาตรีคงจะเป็นเช่นนั้น ความสวยของเธอเป็นที่ประจักษ์ไร้ข้อกังขา แต่เธอไม่เหมาะที่จะอยู่ข้างเขา ไม่สามารถเป็นที่ปรึกษาในยามทุกข์ยากของเขาได้ ความคิดของคิมหันต์ที่ทำงานท่ามกลางโลกทุนนิยมมาสิบปี เป็นเช่นนั้น “อยากแวะที่ไหนก่อนไหม” นำเสียงเย็นชาส่งผ่านจากริมฝีปากหนาของคนอายุเยอะกว่า คิมหันต์มักจะใช้น้ำเสียงนี้เสมอ เวลาปฏิเสธข้อเสนออะไรสักอย่าง ทั้งการงาน และความรัก “ไม่ค่ะ ไปที่ร้านเลยก็ได้ เดี๋ยวเลยเวลาจอง” ริมฝีปากหยักเคลือบลิปติกสีหวานตอบกลับ โดยที่มือยังง่วนอยู่กับการคาดเข็มเข็ดนิรภัย เพราะปกติม่านฟ้ามักจะนั่งเบาะด้านหลัง ทำให้เธอใช้เวลาพอสมควรกับการคาดเข็มขัดนิรภัยเอง คิมหันต์ปลายตามองเพียงนิด ไม่ได้ไปช่วยคาดให้น้องอย่างที่ควรจะทำ ไม่ได้มารับเพื่อสร้างความประทับใจ ไม่จำเป็นต้องทำดีด้วย บรรยากาศภายในร้านอาหารตะวันตกสไตล์เมดิเตอร์เรเนียนที่คุณนายวรรณษาเจ้ากี้เจ้าการจองให้ หากเป็นคู่รักกัน คงจะโรแมนติกไม่น้อย แต่เพราะถูกบังคับมา คิมหันต์จึงให้ความสนใจกับไวน์ในมือมากกว่าคนที่นั่งโต๊ะฝั่งตรงข้าม แต่ถึงอย่างนั้น เงาสะท้อนของภาพของคนตัวเล็กที่กระทบบนแก้วไวน์ ก็ทำให้เขามองเห็นเธอลางๆ อยู่ดี แน่นอนว่า ความสวยของม่านฟ้าเป็นเรื่องที่ปฏิเสธไม่ลง แต่อายุที่ห่างกันหลายปีทำให้เกิดอคติในใจ ไม่ยอมเปิดใจให้ แม้จะสวยขนาดไหนก็ตาม “พี่คิมหันต์ชอบอาหารยุโรปเหรอคะ” ดวงตากลมกวาดสายตามองบรรยาการศภายในร้าน แขกส่วนมากที่มาที่นี่มักจะมาเป็นคู่ หรือไม่ก็เป็นครอบครัว แสงสลัวจากเชิงเทียน กระทบสะท้อนกับแชนเดอรเลียคริสตัล ทำให้ห้องอาหารเป็นประกายระยิบระยับสวยงาม “แม่พี่จอง พี่ไม่ได้จอง” เขาตอบกลับแบบขวานผ่าซาก ให้คนสวยตรงหน้ารู้ว่าเขาถูกพ่อแม่บังคับมา คนตัวเล็กพอได้ยินคำตอบก็ทำปากแบบไม่มีเสียง ‘อ้อ’ ออกมาจนเห็นฟันหน้าสองซี่ที่ค่อนข้างยาวกว่าฟันซี่อื่นเล็กน้อย มองผ่านๆ ก็น่ารักดี มือเรียวรับเมนูอาหารจากบริกรชายในร้านมาเปิดดูอย่างตั้งอกตั้งใจ จากนั้นจึงเงินหน้าถามเขาอย่างใส่ใจ “พี่คิมหันต์ทานเนื้อไหมคะ” เขาพยักหน้าให้ โดยไม่พูดอะไรต่อ “งั้น...เป็นเนื้อสองที่ค่ะ” มือเล็กพับปิดสมุดเมนู ก่อนจะส่งคืนพนักงานอย่างสุภาพ เมื่อพนักงานจากไปหญิงสาวก็หันมายิ้มแฉ่งอวดฟันสวยให้คู่เดทหนุ่ม เธอชวนเขาคุยเรื่องสรรพเพเหระไปเรื่อย ทำหน้าทำตาน่ารักทะเล้น จนคิมหันต์เองก็มองเธอด้วยแววตายากจะคาดเดาอยู่บ่อยครั้ง ส่วนมากม่านฟ้าไม่ได้คุยเรื่องกิจกรรมที่ผู้หญิงทำกัน อย่างที่เขามักจะได้ยิน เธอถามเขาเกี่ยวกับงานอดิเรกที่ชอบ ของที่สะสม รวมถึงเรื่องท่องเที่ยว สถานที่ที่ประทับใจ คิมหันต์เองก็ตอบบ้างไม่ตอบบ้าง เมื่อเขาไม่ตอบ ก็จะเป็นฝ่ายม่านฟ้าที่เป็นคนเล่าเรื่องของตนเองแทน “พี่ไปเข้าห้องน้ำก่อน ทานของหวานรอได้เลยนะ” ร่างกายกำยำหยัดตัวลุกขึ้นเต็มความสูง ก่อนจะเดินเลี่ยงไปยังอีกฝั่งของร้าน มือหนาล้วงมือถือจากกระเป๋าตรงอกด้านในเสื้อสูทออกมา กดส่งข้อความหาน้องชายทั้งสอง :: GROUP NO PARENTS :: MR KIM: แสนนึง ใครรับงาน W1NTER: ผมมมมม RAINNY: เรนนี่ครับ RAINNY: อ้าว เฮียเหม คราวก่อนได้ไปแล้วอะ W1NTER: เขารีรอบใหม่แล้ว ไม่นับ กูรับก่อน MR KIM: SHARE LOCATION TO GROUP MR KIM: SENT A PHOTO TO GROUP W1NTER: รับทราบครับ เดี๋ยวผมส่งน้องกลับเอง RAINNY: สวย คิมหันต์อ่านข้อความล่าสุดที่วสันต์ส่งมา ก่อนจะเงยหน้ามองไปยังโต๊ะที่ม่านฟ้านั่งอยู่ นิ้วหัวแม่มือและนิ้วชี้ถ่างขยายดูรูปที่ตนเองถ่ายภาพตำแหน่งโต๊ะของเธอ ที่เพิ่งจะส่งไปในกลุ่มอีกครั้ง เขาเพิ่งตระหนักได้วันนี้เอง ว่าเขาถ่ายรูปห่วยขนาดไหน MR KIM: กูฝากด้วย จบงาน พร้อมโอนเหมือนเดิม W1NTER: จ้ะ ม่านฟ้านั่งทานของหวานที่สั่งมารอคิมหันต์อยู่นาน ก็ไม่มีท่าทีว่าคู่เดทหนุ่มจะกลับมาที่โต๊ะ เรียวคิ้วโก่งเริ่มขมวดเป็นปมด้วยความกังวล เมื่อกี้เขาดื่มไวน์ไปพอสมควร อาจจะมึนหัวแล้วหกล้มในห้องน้ำ เมื่อคิดได้เช่นนั้น ร่างบางก็เอี้ยวตัวเพื่อหันไปเรียกบริกรชาย อยากไหว้วานให้เขาไปดูคนที่มากับเธอในห้องน้ำให้ แต่มือเรียวที่ยกขึ้นก็ต้องชะงัก เมื่อหันไปเจอชายหนุ่มร่างสูงที่เพิ่งมายืนอยู่ด้านหลังเก้าอี้ คนนี้หน้าคล้ายกับคิมหันต์ เพียงแต่ผมยาวกว่าเล็กน้อย แล้วก็รอยยิ้มประดับใบหน้าที่ดูสุภาพอ่อนโยน มารดาบอกว่าบ้านวรหิรัญมีพี่น้องสามคน แต่กระนั้นม่านฟ้าก็ไม่กล้าเอ่ยทักทายก่อน “น้องม่านฟ้าใช่ไหมครับ” ริมฝีปากหยักได้รูปขยับถามก่อน เมื่อเห็นว่าคนตัวเล็กนิ่งชะงัก “...ค่ะ” ชายหนุ่มตรงหน้ายิ้มอบอุ่นส่งกลับมา เมื่อเห็นเธอขานตอบ เขากล่าวประโยคที่มักจะพูดเป็นประจำกรณีนี้ออกมาอย่างคล่องปาก “พี่คิม ให้พี่เป็นคนมารับน้องม่านไปส่งที่บ้านครับ” เหมันต์พูดก่อนจะนั่งลงตำแหน่งตรงข้ามม่านฟ้า และเมื่อเห็นท่าทางงุนงง ระแวดระวังของเธอ เขาเลยอธิบายเพิ่ม “พี่ชื่อเหมันต์ครับ เป็นน้องของเฮียคิม” การแนะนำตัวของเหมันต์ช่วยให้หญิงสาวเข้าใจสถานการณ์มากขึ้น แต่เธอก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดี ว่าทำไมคิมหันต์ถึงไม่ไปส่งเธอ “พี่คิมหันต์ไม่สบายเหรอคะ” ใบหน้าหวานเงยหน้าถามเสียงใส สีหน้าเป็นกังวลของเธอทำให้เหมันต์ไปต่อไม่ถูก ทุกครั้งที่คิมหันต์ ‘เท’ คู่เดทแบบนี้ สิ่งที่เหมันต์มักจะเจอคืออาการหงุดหงิด หรือวีนเหวี่ยง “ไม่เป็นไรค่ะ เรากลับกันเลยก็ได้ ม่านจ่ายเงินแป๊บนะคะ” คนตัวเล็กไม่เซ้าซี้ถามต่อ เมื่อเห็นสีหน้ากระอักกระอ่วนใจของเหมันต์ มือเรียวคว้ากระเป๋าสตางค์ขึ้นมาเพื่อหยิบบัตรสีดำ แต่เหมันต์รีบชิงพูดตัดบทขึ้นก่อน “อ่า พี่จ่ายเรียบร้อยแล้วครับ” ม่านฟ้าชะงักมือที่กำลังจะเรียกพนักงาน จากนั้นก็ส่งยิ้มบางๆ กลับไป “ขอบคุณค่ะ” คิมหันต์ที่เห็นว่าเวลาผ่านไปเกือบสองชั่วโมง เหมันต์ก็ยังไม่ส่งข้อความกลับมารายงานในกลุ่มอย่างเช่นทุกครั้ง ประจวบเหมาะกับเสียงรถยนต์ของน้องชายดังแว่วเข้ามาในหู มือหนาหยิบบุหรี่ที่คาบออกจากปาก จัดการดับไฟแล้วเดินไปดักน้องชายคนรองที่บันได คิ้วหนาขมวดแครียด เมื่อเห็นว่าเหมันต์เดินเข้ามาด้วยท่าทีหงอยเหงาขึ้นมาตามทางบันได ก่อนจะหยุดอยู่กลางทางเมื่อเห็นว่าพี่ชายยืนขวางบันไดอยู่ เจ้าของใบหน้าหล่อถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ เมื่อเห็นต้นเหตุของความเศร้าตนเองในครั้งนี้ “ไปส่งมาแล้วใช่ไหม” คนเป็นพี่ถาม เพราะไม่เห็นข้อความจากน้องชาย เหมันต์เงยหน้ามองพี่ชายแวบหนึ่ง ก่อนจะพยักหน้าถอนหายใจออกมา ร่างสูงเดินเบี่ยงตัวเดินตรงไปยังห้องนอนตนเอง ไม่มีการกล่าวอะไร ติ๊ง เสียงแจ้งเตือนดังขึ้นจากมือถือในกระเป๋ากางเกงสแลคสีดำ ทำให้เหมันต์หยุดฝีเท้าที่หน้าประตูห้องนอน แต่ไม่ได้หยิบมันออกมาดู เพราะรู้อยู่แล้วว่ามันคือการแจ้งเตือนจากแอพธนาคาร “กูโอนตังค์ให้แล้ว” “อือ” ร่างสูงหันหลังกลับ ล้วงหยิบกุญแจห้องนอนออกมาเพื่อไขเข้าห้อง คิมหันต์สาวเท้าเดินเข้าไปใกล้น้องชายก่อนจะโบกศีรษะทุยอย่างหมั่นไส้ “โอ๊ย! เฮีย! ตีทำไมเนี่ย” “อย่ามาทำหน้าเหมือนหมาเหนื่อย” คนเป็นน้องสะบัดศีรษะไล่ความมึนงง หมุนลูกบิดประตูห้องนอนเปิดออก แต่ก่อนจะเข้าไปพักผ่อนในห้องส่วนตัว ริมฝีปากหนาก็เอ่ยความรู้สึกในใจกับพี่ชายหวังระบายความรู้สึกผิดบาปในใจ “เขาทำท่าเหมือนจะร้องไห้เลยเฮีย” เสียงทุ้มของน้องชายพูดแผ่วเบา ไม่หันไปมอง คิมหันต์นิ่งเงียบยืนฟังน้องชายพูดเสียงเบาออกมา โดยไม่ได้เอ่ยวาจาแทรก “น้องน้ำตาคลอตลอดทางเลย แต่ไม่ร้องสักแอะ” เหมันต์ไม่ใช่คนแพ้น้ำตาผู้หญิง หากแต่บรรยากาศบนรถที่เขาสัมผัสได้ถึงความอึดอัดใจของม่านฟ้าทำให้เขารู้สึกผิด เขารับรู้ว่าน้องเสียใจที่ถูกปฏิบัติไม่ให้เกียรติแบบนั้น แต่ก็ยังพูดคุยกับเขาด้วยน้ำเสียงปกติตลอดทาง แต่ดวงตาที่วูบไหวเป็นประกาย เพราะน้ำตาเอ่อคลอที่ดวงตามันปกปิดไม่ได้ น้องชายปิดประตูห้องลง ทิ้งความรู้สึกบางอย่างไว้ให้ชายหนุ่มวัยสามสิบสอง คำพูดของน้องชายกำลังก่อกวนความรู้สึกเขาอย่างอธิบายไม่ถูก แต่ไม่นานนักคิมหันต์ก็สลัดความรู้สึกนั้นทิ้งไป ก่อนจะเดินกลับเข้าห้องนอนตนเอง ••••••••❀•••❀••••••••
อ่านฟรีสำหรับผู้ใช้งานใหม่
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    ผู้เขียน
  • chap_listสารบัญ
  • likeเพิ่ม