กว่าจะผ่านวันแรกของการฝึกงานมาได้ประสาทแทบจะกินหัวน้อยๆ ของเธอ!
พัตเตอร์ดุมาก เนี้ยบมาก เข้มมาก
หลังจากแบ่งสัดส่วนในการทำเอกสารกันครึ่งต่อครึ่งจนเป็นที่น่าพอใจแล้ว พะแพงตั้งใจจะหยิบแอร์พอดมาเปิดพอดแคสต์ฟังระหว่างทำงานไปด้วย
เสียงคลอเบาๆ จากหูฟัง ช่วยให้เธอมีสมาธิในการทำงานตั้งแต่ไหนแต่ไร
แต่ทุกอย่างก็กลายเป็นเรื่องต้องห้ามเมื่ออยู่กับพัตเตอร์ เขาออกกฎตามอำเภอใจทั้งห้ามใช้มือถือ ห้ามสวมหูฟัง ด้วยเหตุผลว่าการทำงานร่วมกันการสื่อสารนั้นจำเป็น
เธอเองก็เข้าใจ และพร้อมทำตาม
แต่เหตุการณ์น่าปวดหัวก็กลับมาเกิดอีกครั้งเมื่อถึงเวลาพักเบรกช่วงบ่าย คนตัวเล็กกุลีกุจอวิ่งลงไปหาของหวานกินดับความเครียดที่ไม่เคยได้สัมผัสมาก่อน
แต่เมื่อเดินอารมณ์ดี กลับขึ้นตึกมาพร้อมกับแก้วโกโก้ปั่นพิเศษเพิ่มวิปปิ้งครีมสุดเท่
'ห้ามเอาของกินเข้าห้องทำงาน'
'คะ?'
'มันแจ๊บๆ ข้างหู ฉันเซนซิทีฟกับเสียง'
'-_-;'
ห้องทำงานที่ว่าคือห้องประชุมเล็กขนาดสี่ที่นั่งบริเวณชั้นเจ็ด ซึ่งถูกยกให้เป็นทั้งที่ทำงานและสนามรบระหว่างเธอกับเขานับจากนี้ไปอีกสี่เดือน
บ้าบอ...
สุดท้ายก็ไม่กล้าเถียงและรีบดูดน้ำอย่างเร่งรีบเนื่องจากใกล้หมดเวลาพักจนเกิดอาการ Brain Freeze[1] ยืนกรีดร้องอยู่หน้าห้องทำงานเหมือนคนเสียสติ
ในขณะที่ตัวต้นเรื่องทำเพียงพยักหน้าหงึกหงักและหมุนตัวกลับไปทำงานต่ออย่างไร้ความรู้สึกผิด
อยากจะส่งข้อความไปฟ้องเพื่อนสนิทว่า 'จัดการพี่ชายเธอที' แต่พอนึกได้ว่าเพื่อนของเธอเองก็หนีออกจากบ้านไปเรียนถึงกลางกรุงก็เพราะรำคาญพัตเตอร์จึงล้มเลิกความตั้งใจ
"เหม่อ..."
เฮือก!
สะดุ้งหลุดออกจากภวังค์ความคิด รีบหันไปมองอีกคนที่กำลังจับจ้องสายตามาที่ตนเองด้วยความหงุดหงิดใจ
"พะ แพงทำงานใกล้เสร็จแล้วค่ะ อีกสี่สไลด์ก็เสร็จ" ไม่พูดป่าว หมุนหน้าจอให้เขาดูหลักฐานว่าเป็นเช่นนั้นจริงๆ
ดวงตาสีเข้มหลุบตามองหน้าจอตามคำท้า จากนั้นก็พยักหน้าให้อย่างขอไปที
พรึ่บ!
พับจอตนเองลงและหยัดกายลุกขึ้นเต็มความสูง ใบหน้าจิ้มลิ้มที่ผมเผ้ายุ่งเหยิงจากการทำงานเงยหน้ามองตามด้วยความสงสัย
"ห้าโมงแล้ว หมดเวลางาน"
เบิกตากว้างหันขวับมองนาฬิกาข้อมือก็เห็นว่าห้าโมงเย็นแล้วจริงๆ แต่งานเธอกำลังจะเสร็จ และอยากนั่งทำให้เสร็จแล้วค่อยกลับ
"แพงคิดว่าจะทำงานให้เสร็จ..."
"เวลาทำงานน่ะ บริษัทจ้างเธอแค่แปดชั่วโมง ถ้าไม่มีค่าล่วงเวลาให้ อีกสิบหกชั่วโมงคือเวลาส่วนตัว" พูดให้ฟังโดยไม่แม้แต่จะหันมามองด้วยซ้ำ แถมยังปิดเครื่องปรับอากาศในห้องไล่อีกทาง "กลับบ้านไปพัก ค่อยมาทำต่อพรุ่งนี้"
พัตเตอร์เดินจากไปแล้ว ทิ้งให้คนตัวเล็กนั่งงงกับคำพูดนั้น ที่นี่กิจการของครอบครัวเขาแท้ๆ แต่กลับไม่รู้สึกดีใจที่เธอจะทำงานให้ฟรีๆ หลังเลิกงาน
ถึงจะจุกจิกน่ารำคาญ แต่ก็ไม่ใช่พวกเอาเปรียบใครล่ะมั้ง...
•❣•┈┈┈•❣•
แม้จะเลิกงานตรงเวลา ตามที่ลูกเจ้าของโรงพยาบาลบอก แต่พะแพงก็ยังคงกลับถึงคอนโดมิเนียมในเวลาเกือบหนึ่งทุ่ม
เพราะมัวแต่ไปเดินซูเปอร์มาร์เก็ตเลือกซื้ออาหารสดและขนมขบเคี้ยวเข้ามาตุนในห้อง
วันต่อไปจะได้เลิกงานกลับมาทำอะไรกินง่ายๆ ในห้องและดูซีรีส์อย่างที่ตนเองชอบทำเป็นประจำ
เธอเป็นพวกอินโทรเวิร์ต[2] (Introvert) จะเรียกเช่นนั้นก็ได้ ไม่ชอบสุงสิงกับคนแปลกหน้า รู้สึกวิตกกังวลทุกครั้งเวลาเจอสังคมใหม่ๆ แม้จะรู้อยู่แล้วว่าสุดท้ายตนเองจะผ่านไปได้ก็ตาม
หากพริมโรสกับใบเตยไม่เข้ามาทักทายก่อนในตอนที่ย้ายมาเรียนมัธยมปลายก็คงไม่มีเพื่อนคบ เพราะเข้าหาคนไม่เป็น
เก็บอาหารสดทั้งหมดจัดใส่ตู้เย็นเรียบร้อย เหลือเพียงเนื้อสัตว์จำนวนหนึ่งพอทำอาหารจานเดียวรับประทานได้
ผัดบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปใส่ไข่ ผักกาดและเนื้อหมูติดมันของโปรดจากนั้นก็นั่งกินในครัวพร้อมเปิดการ์ตูนเด็กหัวมันดูไปด้วย แค่นี้ก็มีความสุขกายสบายใจ
จัดการล้างเครื่องครัวจานชามเรียบร้อย ต่อด้วยการอาบน้ำร้องเพลงใต้ฝักบัว
ยี่สิบนาทีต่อมา มินิคอนเสิร์ตก็จบลงพร้อมกับหัวที่เปียกลู่จากการสระผมจนหน้าม้าไม่เป็นทรง พอจะเอาผ้าเช็ดตัวไปตากก็เห็นว่าเจ้าของห้องฝั่งซ้ายกำลังยืนหันหลังสูบบุหรี่ที่ระเบียงห้องอยู่ก่อนแล้ว
ที่นี่คือคอนโดขนาด 32 ตารางเมตรมีระเบียงต่อกันตั้งแต่ห้องนอนจนถึงห้องนั่งเล่น ประตูเข้าได้สองทางกับลานระเบียงความกว้างราวๆ สองเมตรพอให้มีพื้นที่ใช้สอยพอสมควร
แต่ตอนนี้เธอไม่กล้าออกไปนอกระเบียงที่มีคนแปลกหน้าจากห้องข้างๆ ยืนอยู่
ระหว่างที่กำลังรอให้เจ้าของห้องข้างๆ เดินกลับเข้าไปภายในห้องก็อดสำรวจร่างกายกำยำนั้นไม่ได้ เขามีช่วงบ่าและแผ่นหลังแข็งแรงผิวกายที่แม้จะต้องแสงไฟสลัวๆ จากระเบียง แต่ก็เห็นว่าผิวเนียนกริบไร้สิวฝ้า แถมยัง
ขาวมาก...
อึก...
สะบัดหน้าเรียกสติเมื่อรู้ตัวว่ากำลังทำตัวเป็นพวกถ้ำมอง แต่ทำไมเขาไม่กลับเข้าห้องสักทีนะ
บุหรี่มวนแรกหมด
ก็จุดมวนที่สองอัดเข้าปอดต่อ
ไปตายอดตายอยากมาจากไหน -_-;
อยากเห็นหน้าจัง...
ขอดูด้านหน้าหน่อยได้ไหมคะ สัญญาว่าจะดูแค่หน้า ('-')
เหมือนสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่สิงสถิตในห้องเขาและห้องเธอจะรับฟังคำขอนั้น ผู้ชายข้างห้องหมุนตัวเปลี่ยนท่ายืนมาเป็นท่าพิงระเบียง ทำให้เธอเห็นหน้าเขาสมใจ
"ว้าย!"
"O_o"
พะแพงสะดุ้งร้องเสียงหลงจนผ้าเช็ดตัวหลุดออกจากมือ รีบเปิดประตูระเบียงออกไปประจันหน้ากับผู้ชายหุ่นแซ่บห้องข้างๆ เต็มตา
"พี่พัตเตอร์อยู่ที่นี่เหรอคะ" โพล่งออกไปเสียงดังโดยไม่ได้ตั้งใจ
ลืมเสียสนิทว่าตอนนี้เวลาสองทุ่มเข้าให้แล้ว
ดวงตากลมโตไล่สำรวจร่างกายของเขาอย่างถือวิสาสะ เธอเลิกสนใจหุ่นล่ำๆ ของพี่ชายเพื่อนแต่กลับกำลังตกใจกับรอยสักที่หน้าท้องแกร่งนั่นต่างหาก
มันเหมือนกับงูพันไม้เท้าของโมเสสซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของการแพทย์ แต่แตกต่างตรงที่ไม้เท้านั้นมีหนามแหลมคล้ายหนามกุหลายพันรอบอยู่ก่อน แล้วมีงูสองตัวเลื้อยพันทับเถาวัลย์หนามนั้นอีกที
รายละเอียดขนาดนั้นตอนสักคงเจ็บมาก
พัตเตอร์ที่เธอเข้าใจว่าเป็นคนเคร่งขรึม เนี้ยบกริบ กลับมีอะไรแบบนี้ซ่อนอยู่
"ทำไมเธอมาอยู่ที่นี่!" กดเสียงต่ำกะข่มให้เธอเกรงกลัวอย่างเช่นทุกครั้ง
แต่สีหน้าที่แสดงออกมากลับดูตื่นตระหนก ราวกับเด็กถูกจับได้ว่าแอบเอาลิปสติกแม่มาทาปากเล่น
คำพูดของพี่ชายเพื่อนสำหรับคนตัวเล็กในตอนนี้ต้องบอกว่าเข้าหูซ้าย ทะลุหูขวา นอกจากจะไม่รับฟัง ดวงตาคู่สวยเอาแต่จ้องหน้าท้องเขาด้วยความตกใจตื่นเต้น
"พี่พัตเตอร์สักด้วยเหรอคะ O-o"
ตาโตมากเกือบเท่าไข่ห่าน ไหนจะบุหรี่ในมือนั่นอีก
"คุณพ่อกับคุณแม่รู้ไหมคะว่าพี่สักที่หน้าท้อง แถมยัง..."
ลดเสียงลงแต่ชี้นิ้วไปที่วัตถุบนก้านนิ้วของอีกฝ่ายแทนเป็นการเลี่ยงคำพูด
"อย่ายุ่งเรื่องคนอื่น!! กลับเข้าไปนอนได้แล้ว"
คนตัวสูงไม่ว่าเธอเท่านั้น เขาดับควันบุหรี่ลงกับขอบระเบียงและทิ้งลงที่ถังขยะหลังห้อง หน้าตาหล่อเหลาถมึงทึงใส่ยิ่งกว่าโจรห้าร้อย
แต่มีหรือว่าเธอซึ่งกำลังเป็นต่อจะกลัว
"แล้ว...โรสรู้ไหมคะ? ^-^"
ใบหน้าจ๋องราวกับลูกหมาในคราแรกแสดงสีหน้าทะเล้นออกมา เอียงคอยิ้มเยาะล้อเลียนอีกฝ่ายอย่างคนกำชัยเหนือกว่า
"กลับ-ไป-นอน!"
พะแพงหัวเราะร่าไม่สะทกสะท้าน แสร้งทำหน้าดุไปเถอะ ตอนนี้เขาซ่อนแววตาตื่นตกใจที่เห็นเธออยู่ข้างห้องไม่ได้ด้วยซ้ำ
หญิงสาวจีบนิ้วชี้และนิ้วโป้งเข้าหากัน ทำท่ารูดซิปปากพร้อมพยักหน้าหงึกๆ เดินหายเข้าไปในห้อง
แต่เพียงครู่เดียวที่คุณหมอหนุ่มลอบถอนหายใจ เสียง 'แชะ!' พร้อมกับแฟลชมือถือจากทางห้องของเพื่อนน้องสาวก็สว่างวาบขึ้น
ตามด้วยเสียง 'แชะๆๆๆ' รัวปุ่มกดจนสาแก่ใจ
จากนั้นก็ฉีกยิ้มหวานโบกมือบ้ายบายมายังร่างสูงโปร่งพร้อมรูดม่านปิดห้องหนีทันที
แม่งเอ้ย!
•❣•┈┈┈•❣•
ดึกสงัดในคืนเดียวกันคุณหมอหนุ่มลุกขึ้นจากเตียงกว้างของตนเองเพื่อเข้าห้องน้ำทำธุระส่วนตัว พัตเตอร์มักจะตื่นมาเข้าห้องน้ำใน เวลานี้เสมอจนกลายเป็นนิสัย แม้จะรู้อยู่เต็มอกว่ามันรบกวนการนอนของตนเองก็ตาม
เขาเติบโตมาในครอบครัวของคนเป็นหมอ พ่อกับย่าก็เป็นหมอ พ่อแม่ก็ด้วย เขาเองก็ชอบกับการได้เรียนเพื่อนำมารักษาคนป่วย แต่กลับไม่ชอบกฎระเบียบที่เคร่งครัดของที่บ้านเท่าไหร่นัก
เพราะเป็นพี่จึงยอมเสียสละให้น้อง พริมโรสกลัวเข็ม กลัวเลือด และกลัวสิ่งที่ไม่มีอยู่จริงอย่างผี เธอจึงไม่สามารถเป็นความหวังในการสืบทอดธุรกิจของที่บ้านได้ ภาระและความคาดหวังทั้งหมดจึงมาตกอยู่ที่เขา
การแอบแหกกฎเล็กๆ น้อยๆ เพื่อความสบายใจของตนเองจึงเริ่มขึ้น เขาชอบการสัก อยากสักทั้งตัวเสียด้วยซ้ำแต่ทำไม่ได้ จึงเลือกที่จะสักงูพันไม้เท้าไว้เต็มช่วงเอวตนเองจนเกือบถึงกลางอก อย่างน้อยก็อยู่ในร่มผ้า
นอกจากนี้ยังชอบที่จะใช้นิโคตินบำบัดความเครียด แม้รู้ดีว่ามันส่งผลระยะยาวกับสุขภาพตนเอง แต่เขาตั้งใจจะเลิกเมื่อไปเรียนต่อเฉพาะทางที่ต่างประเทศอยู่แล้ว เรื่องเล็กๆ น้อยที่ได้ทำและมีความสุข ซึ่งเขาเองก็มั่นใจว่าไม่ได้เดือดร้อนใคร
แค่บอกที่บ้านไม่ได้ก็แค่นั้น...
ต้องหาทางลบภาพถ่ายพวกนั้นออกจากมือถือยัยจ๋องนั่นให้ได้ ไม่ว่าจะด้วยวิธีการใดก็ตาม
ไม่ทันที่เข้าจะยกขึ้นแตะเตียง ก็แอบชะเง้อมองไปยังระเบียงห้องนั้น ไฟในห้องดับสนิทแต่กลับเปิดไฟที่ระเบียงทิ้งเอาไว้
แถมยังมีผู้ชายผมเกรียนยืนพิงขอบระเบียงชมวิวอยู่
หึ! ยัยจ๋องแอบเอาผู้ชายเข้าห้องงั้นหรือ?
น้องสาวของเขาจะรู้เรื่องนี้ไหมนะ :)
คิดได้ดังนั้นก็เดินอ้อมไปหยิบมือถือกะจะถ่ายแบล็กเมลคืนเช่นกัน ภาพไอ้หัวเกรียนนั่นแลกกับรูปถ่ายของเขาก็ดูเป็นตัวเลือกที่สมเหตุสมผล
แต่แล้วก็ต้องจิ๊ปากยืนแห้ว เพราะเหมือนแฟนของเด็กแสบจะไหวตัวทัน มันหันมามองที่ห้องของเขาก่อนจะเปิดประตูเดินเข้าไปข้างใน
เซ็งฉิบ!
•❣•୨୧┈┈┈୨୧•❣•
เชิงอรรถ
[1] Brain Freeze คือ อาการเย็นขึ้นสมอง หรือ ดื่ม-กินของเย็นแล้วปวดหัว เนื่องจากหลอดเลือดในช่องปากหดและคลายตัวอย่างรวดเร็ว หลอดเลือดจะไปกระตุ้นให้ปวดจี๊ดไปที่สมอง
[2] อินโทรเวิร์ต (Introvert) หมายถึง ลักษณะบุคลิกภาพแบบหนึ่งของบุคคล ตามทฤษฎีบุคลิกภาพ Big Five Personality โดยบุคลิกภาพชนิดนี้ถูกนิยามว่า เป็นบุคลิกภาพของบุคคลที่มีทัศนคติชื่นชอบการอยู่ในโลกส่วนตัว อยู่กับอารมณ์ ความคิด และความรู้สึกภายในของตนเองมากกว่าผู้คนและโลกภายนอก