"หนูกำลังจะตายนะ..."
"คะ!!?" เธอร้องเสียงสูงด้วยความตกใจกับสิ่งที่ได้ยิน แต่ไม่ได้เชื่อในทันที "หมายความว่ายังไงคะ"
"แพงลุก! อย่าไปฟัง" เป็นพริมโรสที่ลุกขึ้นก่อน พร้อมกับฉุดแขนเพื่อนให้ลุกตาม
พะแพงรับรู้จากน้ำเสียงว่ากำลังเพื่อนโกรธที่ได้ยินการทักจากหมอดูเช่นนั้น แต่เธออยากรู้ว่าหมอดูคนนี้จะมาไม้ไหน
"เจ้ากรรมนายเวรหนู เขาหาหนูเจอแล้ว" น้ำเสียงราบเรียบทั้งสายตาที่ยังโฟกัสอยู่บนไพ่
แต่พะแพงกลับรู้สึกว่า ผู้หญิงคนนี้ไม่ได้อ่านไพ่ เธอกำลังพูดจากเสียงที่ตนเองได้ยินข้างหูเสียมากกว่า
เพราะฟังจากการพูดที่จบหนึ่งประโยค แล้วหยุดเงียบ ก่อนจะพูดประโยคถัดไป
"ชาติก่อนหนูทำเขาไว้..." เธอเงียบและเอียงคอฟัง "ชาตินี้เขาจะตามหนูกลับไปอยู่ข้างเขา..."
"ชาติก่อนอะไร? ชาติก่อนหนูทำอะไรคะ?"
"หนูทรยศเขา..." พูดจบหมอดูคนนั้นก็เงยหน้าขึ้นสบตาเธอ
เสียงผู้คนที่เดินพลุกพล่านเมื่อครู่เงียบสงัดลงทันตา สายลมจากด้านนอกปะทะเข้ากับซีกหน้าขวา จนคนตัวเล็กต้องใช้นิ้วปัดหน้าม้าตนเองให้เข้าทาง
แวบหนึ่งเธอเห็นสายตาเย็นชาปรากฏขึ้นบนใบหน้าหมอดูคนนั้น ก่อนที่จะแปรเปลี่ยนเป็นการก้มหน้าลงมองพื้นนิ่งไป
"แก ฉันกลัว ไปกันเถอะ" พริมโรสออกปากเรียกเพื่อนอีกครั้ง
ไม่ได้กลัวคำทำนาย แต่กลัวสายตาและท่าทีของหมอดูต่างหาก พะแพงเองก็รู้สึกเช่นเดียวกัน จึงขยับตัวลุกขึ้นเดินตามเพื่อนอีกสองคนไป
•❣•┈┈┈•❣•
ลูกสาวคนเดียวของตระกูลเดินเข้ามาในคฤหาสน์ของตนเองด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม ใบหน้าจิ้มลิ้มประดับด้วยผมหน้าม้าสีน้ำตาลเข้ม เดินเข้ามาหามารดาที่นั่งดูรายการทีวีอยู่ภายในบริเวณห้องนั่งเล่น
ไม่ใช่คนประเภทที่เก็บเอาคำทำนายมาคิดมากจนจิตตก อะไรที่ดีเธอก็เก็บไว้ อะไรไม่ดีก็ลืมๆ มันไป
"หม่าม้า~" เดินเข้ามานั่งซบตักมารดาเป็นการออดอ้อนอย่างที่ชอบทำ
"พะแพงง~ ไปกินหมูกระทะมาสินะ กลิ่นควันเต็มตัวเลยลูก" ตบแผ่นหลังลูกสาวอย่างรู้ทัน ยิ้มออกมาอย่างเอ็นดู
"แหะ ไปกินเลี้ยงส่งที่แพงจะไปฝึกงานค่ะ" เธอบอกผู้เป็นแม้ด้วยน้ำเสียงปกติ "ป๊ากลับมาหรือยังคะ"
ถามหาบิดาที่ปกติมักจะนั่งใช้เวลาครอบครัวร่วมกันที่ชั้นล่าง แต่วันนี้กลับเห็นผู้เป็นแม่นั่งเพียงลำพัง
ครอบครัวของเธอเป็นวัฒนธรรมแบบสองเชื้อชาติ บิดาที่เป็นชาวจีนเข้ามาทำธุรกิจสิ่งทอกับเพื่อน และแต่งงานกับมารดาของเธอซึ่งเป็นคนไทย พะแพงจึงติดคำเรียกอย่างคนจีน
"ป๊าหนีม้าไปนอนตั้งแต่ทุ่มหนึ่งแล้ว เห็นบอกว่าตีกอล์ฟแล้วสะโพกเคล็ด"
"..."
พะแพงเงียบลงเมื่อได้ยินคำพูดของมารดา สีหน้าของคนตัวเล็กซีดเผือดลงจนผู้เป็นแม่แปลกใจ
"แพงไม่ต้องห่วงป๊าหรอกนะลูก นัดหมอไว้พรุ่งนี้แล้ว" เพราะเข้าใจว่าลูกสาวเป็นห่วงบิดา ภารดีจึงพูดปลอบโยนลูกสาวให้คลายความกังวล
"จะไปโรงพยาบาลไหนคะ"
"อ้าว! ถามแปลกๆ ก็ต้องไปที่โรงพยาบาล K สิคะ" เอ่ยชื่อโรงพยาบาลซึ่งเป็นโรงพยาบาลประจำบ้านเอาไว้
"ลองไปโรงพยาบาลxxx ดูไหมคะ" ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นจึงพูดไปเช่นนั้น
โรงพยาบาลตามที่หมอดูคนนั้นบอก...
"ไปโรงพยาบาลประจำบ้านเราดีแล้วลูก ประวัติการรักษาทุกอย่างก็อยู่ที่นั่น"
คำยืนยันของมารดา ทำให้เธอได้แต่พยักหน้า
อาจจะไม่มีอะไรก็ได้...
"งั้นแพงไปอาบน้ำ ทำการบ้านก่อนนะคะ" หญิงสาวหยัดกายลุกขึ้นยืนส่งยิ้มให้มารดา
เท้าเรียวเดินมาหยุดที่ทางชึ้นบันไดวนไปชั้นสอง ก่อนจะหมุนตัวกลับมาหามารดาที่นั่งดูรายการทีวีอยู่
"อ้าว! ทำไมยังไม่ไปอาบน้ำอีก"
"เอ่อ...หม่าม้าหาของอยู่หรือเปล่าคะ"
"ของ? หนูหมายถึงอะไร"
พะแพงหลุบดวงตามองที่นิ้วมือเรียวของผู้เป็นแม่ ไร้แหวนแต่งงานประดับบนนิ้วอย่างเช่นทุกครั้ง
"แหวนแต่งงานค่ะ..." สูดลมหายใจพร้อมเอามือประสานกันไว้ระดับอก "หม่าม้าลองหาใต้เตียงดูนะคะ แถวๆ ตำแหน่งหัวเตียง"
"แพง...รู้ได้ยังไงว่าหม่าม้าหาแหวนอยู่" ภารดีถามลูกสาวอย่างไม่เข้าใจ
"...ลองหาดูนะคะ แพงไปอาบน้ำก่อน"
คนตัวเล็กผลุนผลันเดินออกมาจากห้องนั่งเล่น เดินขึ้นชั้นสองและตรงเข้าห้องนอนตนเองทันที
ภาวนาให้มารดาหาแหวนไม่เจอ ภาวนาในบิดาหายโดยฝีมือหมอจากโรงพยาบาลประจำบ้าน ไม่อยากให้เป็นอย่างคำทำนายเลย
เพราะนั่นอาจหมายถึงเธอต้องตายด้วยเช่นกัน...
"ว้าย!"
เจ้าของห้องสะดุ้งพร้อมกับหวีดร้องออกมาด้วยความตกใจ เมื่อเห็นว่ามีใครบางคนอยู่ในห้อง
พะแพงใช้เวลาในห้องน้ำพอสมควรเนื่องจากต้องสระผมด้วย แต่ทันทีที่ก้าวเท้าออกจากห้องแต่งตัว ก็เห็นว่ามารดานั่งอยู่บนเตียงจึงเผลอหวีดร้องลั่นออกมา
"มะ หม่าม้าเข้ามาได้ไงคะ" เธอมั่นใจมากว่าล็อกประตูแล้ว
"อะไรกัน ลูกคนนี้" ภารดีหัวเราะออกมาอย่างขบขัน ตบที่ว่างข้างเตียงเรียกลูกสาวมานั่งข้างๆ "หนูปลดล็อกให้ม้าเอง แล้ววิ่งเข้าไปอาบน้ำต่อเมื่อกี้นี้ เป็นปลาทองไปแล้ว?"
แซวลูกสาวอย่างอารมณ์ดี พลางหยิบผ้าเช็ดผมในมือคนตัวเล็กมาเช็ดผมให้
"พะ แพงเปิดประตูให้เหรอคะ" เธอทวนคำพูดอย่างไม่แน่ใจ
"หนูแค่ปลดล็อกให้ แล้วหม่าม้าเปิดเข้ามาเอง" เริ่มรื้อฟื้นความทรงจำลูก ขณะที่มือก็ซับผมเปียกของลูกไปด้วย "เห็นหลังไวๆ ว่าเดินเข้าห้องน้ำ ยังได้ยินเสียงปิดประตูอยู่เลย"
หญิงสาวนิ่งงันเมื่อได้ฟังคำอธิบายจบ เธอขมวดคิ้วนึกอยู่ชั่วครู่แต่ก็นึกไม่ออก
ก็อาจเป็นไปได้ ช่วงนี้เธอก็ค่อนข้างเบลอและอ่อนเพลียจากการเตรียมตัวฝึกงาน
เนื่องจากต้องใช้เวลาในช่วงปีสามเทอมหนึ่งอัดเรียนเกือบเก้าวิชา เพื่อให้สามารถไปฝึกงานได้ในช่วงเทอมสอง
ส่วนเทอมสองก็ลงเรียนแค่วิชาเสรี ที่ไม่จำเป็นต้องเข้าห้องเรียน แค่ต้องทำงานส่งก็พอ
"นี่~ ม้าไปหามาเมื่อกี้ เจออย่างที่หนูบอกเลย" มารดายื่นมือมาตรงหน้าเธอ ปรากฏแหวนเพชรบนนิ้วตามเดิม "แพงไปรู้มาได้ยังไงลูก"
"อะ เอ่อ...แพงไปดูดวงมาน่ะค่ะ แล้วหมอดูทักมา"
สองมือเรียวขยุ้มชุดนอนของตนเองด้วยความประหม่า ทั้งที่เพิ่งอาบน้ำมา กลับรู้สึกร้อนรุ่มจนอยู่ไม่สุข
"แพงเป็นอะไรลูก" ถามขึ้นมาเพราะเห็นอาการลุกลี้ลุกลนของลูกสาว
"พะ แพงว่าจะทำการบ้านแล้วค่ะ หม่าม้าไปนอนเถอะนะคะ"
ร่างบอบบางเดินไปนั่งที่หน้าโต๊ะอ่านหนังสือ พร้อมกับทำทีเป็นหยิบแล็ปท็อปออกจากลิ้นชักมาเปิดโดยไม่หันไปมองผู้เป็นแม่
"โอเคค่ะ งั้นหม่าม้าไปนอนก่อน อย่านอนดึกนะคะ" ก้มลงไปหอมลูกสาวฟอดใหญ่ ลูบศีรษะที่มีผ้าขนหนูคลุมอยู่อย่างรักใคร่
เมื่อมารดาปิดประตูลงเรียบร้อย พะแพงก็รีบเดินไปล็อกประตูห้องนอน ก่อนจะเดินกลับมานั่งที่เก้าอี้ตัวเดิม พยายามสลัดความคิดฟุ้งซ่านออกจากหัว และตั้งสมาธิกับงานที่ต้องส่งอาจารย์
การใช้เวลาหมดไปกับงานวิชาเสรีผ่านไปอย่างเชื่องช้า ในที่สุดก็ส่งงานเข้าอีเมลของอาจารย์ประจำวิชาในเวลาเกือบเที่ยงคืน
ลมหายใจผ่อนปรนออกมาอย่างโล่งอก ยกมือขึ้นประสานกันชูขึ้นฟ้าบิดขี้เกียจคลายเมื่อย ปิดแล็ปท็อปและเก็บเข้าที่เตรียมพักผ่อน
สายตาเจ้ากรรมดันหันไปมองกระจกเงาที่ตั้งอยู่บนโต๊ะอย่างไม่ตั้งใจ เงาสะท้อนบนกระจกมีเพียงเตียงนอนที่ว่างเปล่าของเธอเองแท้ๆ แต่กลับรู้สึกกลัวจนต้องจับมันคว่ำลง
รู้สึกเหมือนมีใครนั่งอยู่ที่เตียงเลย
กลั้นใจหันไปมองที่เตียงให้รู้แล้วรู้รอด แต่ก็พบกับความว่างเปล่า
เป็นครั้งแรกที่เธอรู้สึกกลัวห้องตนเองขึ้นมา...
มือเล็กหยิบมือถือส่วนตัวมากดเปิดไปที่หน้าแอปพลิเคชั่นแชต ตัดสินใจโทรหาเพื่อนสนิทอย่างเร่งรีบ
(อือออ...)
เสียงครางงัวเงียจากปลายสายทำให้รู้สึกใจชื้นขึ้นมา แม้จะได้ยินเสียงผู้ชายออกมาจากปลายสายด้วย แต่ก็เข้าใจได้ว่าคงเป็น 'เซน' ที่เพื่อนกำลังคุยด้วย
"ระ โรส ถือสายอยู่เป็นเพื่อนแพงแป๊บนะ แพงจะไปฉี่"
ปิดไมโครโฟนฝั่งตนเอง แล้วถือมือถือเข้าห้องน้ำเพื่อทำธุระส่วนตัว จากนั้นจึงเดินมาล้างหน้าที่อ่างอีกรอบ
(แกโอเคไหม...)
แม้ปลายสายจะง่วงเต็มที แต่ก็ยังถามออกมาด้วยความเป็นห่วง พริมโรสเองก็ยังคงจำเรื่องช่วงเย็นได้
"อะ อือ...ไว้ค่อยเล่าพรุ่งนี้นะ"
ก้าวขาฉับๆ เดินตรงมายังเตียงใหญ่ ห่มผ้าถึงคอทันที โดยที่ไม่ได้ปิดไฟกลางห้อง
"นอนแล้วนะ ขอบใจมาก"
(อือ~ มีอะไรก็โทรมานะ)
คำพูดของเพื่อนสนิททำให้ยิ้มออกมาได้ ก่อนจะแอบลอบหัวเราะเมื่อได้ยินเสียงฝ่ายชายพูดคุยกับเพื่อนด้วยคำพูดออดอ้อน
หากมีคนนอนเป็นเพื่อนอย่างเพื่อนสนิท คงไม่รู้สึกกลัวขนาดนี้
ไม่มีผัวก็ลำบากหน่อยนะพะแพง...
•❣•୨୧┈┈┈୨୧•❣•