"มาทำอะไรที่นี่?"
เขาถามเธอไม่พอ แถมยังจับแขนเธอเอาไว้ เมื่อเห็นว่าคนตัวเล็กตรงหน้ามีท่าทีลุกลน
"พะ แพงเจออุบัติเหตุนิดหน่อยค่ะ ต้องรีบไปสนามบินแล้ว"
เธอพยายามบิดแขนออกจากการเกาะกุมของพี่ชายเพื่อนสนิท แต่เรี่ยวแรงที่ต่างกันการกระทำนั้นจึงดูไร้ประโยชน์
และพัตเตอร์ก็ยอมปล่อยแขนเธอแต่โดยดี เขาไม่ได้ตั้งใจสัมผัสร่างกายอีกฝ่ายโดยไร้การยินยอม
แค่ลืมตัว เพราะมองเห็นผ้าก็อตสีขาวกลางหน้าผากอันโดดเด่นนั่น แม้จะมีหน้าม้าบางๆ ปกปิดก็ไม่ได้ช่วยพลางตาลงเลยแม้แต่น้อย
"ไปส่ง" เอื้อมมือไปคว้ากระเป๋าลากเธอมาถืออย่างเอาแต่ใจ เปิดประตูเดินนำออกมาด้านนอกอาคาร "มาสิ ฉันมีธุระนะ"
"พี่พัตเตอร์มีธุระ งั้นแพงโบกแท็กซี่ไปเองดีกว่าค่ะ"
"ไม่เป็นไร ขับไม่ถึงสิบนาที"
รวบรัดเสร็จสรรพแถมยังเดินนำหน้าไปก้าวหนึ่ง เธอจึงต้องรีบเดินตามกระเป๋าตนเองมายังลานจอดรถ ระหว่างนั้นก็แอบได้ยินเขาบ่นพึมพำตลอดทาง
จับใจความได้ว่า 'ถ้าไม่ได้เป็นเพื่อนน้องสาว เขาก็ไม่อยากยุ่งเรื่องส่วนตัวใครหรอก'
คนเดินตามไปห่างๆ แอบบึนปากคว่ำใส่คนเดินนำหน้าอย่างหมั่นไส้ ชำเลืองตาสำรวจคนตัวสูงจากด้านหลังก็พบว่าวันนี้เขาแต่งตัวเนี้ยบมาก เชิ้ตสีขาวตัวในสวมทับด้วยสูทไร้ปกสีกรมท่า และกางเกงขายาวสีดำ
โซ่ที่หูก็ไม่ได้คล้อง...
"จ้องหน้าทำไม?" คนที่เพิ่งเอากระเป๋าเดินทางเก็บท้ายรถ หันมาเจอเข้ากับสายตาสำรวจซอกแซกก็อดถามไม่ได้
"เปล่าค่ะ แค่คิดว่าวันนี้พี่พัตเตอร์แต่งตัวเรียบร้อยกว่าเมื่อวาน" เธอพยายามชวนเขาคุย และเปิดประตูขึ้นมานั่งในรถหลังจากได้ยินเสียงปลดล็อก "โซ่ที่หูก็ไม่ใส่"
"หูใคร?"
"หูพี่ไงคะ"
"ใช่ หูของฉัน"
เอ้า! ผิดอีกแล้ว
เขาด่าเธอกลายๆ ว่าเผือกหรือเปล่า ดูสายตาที่บ่งบอกว่ารำคาญนั่นสิ แผ่ออกมาแทบจะตลอดเวลา
เปลี่ยนเรื่องก็ได้...
"พี่พัตเตอร์มาทำอะไรแถวนี้เหรอคะ"
"มาหาเพื่อน" ตอบด้วยเสียงกึ่งรำคาญ
พะแพงลอบยิ้มอย่างพอใจ ถึงเขาจะแสดงออกว่ารำคาญเธอแต่ก็ยังตอบทุกคำถามที่เธอถาม
เธอไม่รบกวนสมาธิในการขับรถของเขา หยิบมือถือมาส่งข้อความหามารดาเพื่ออัพเดทสถานการณ์และแชตกับใบเตยซึ่งกำลังใกล้จะถึงที่หมายเช่นกันเป็นการฆ่าเวลา
"อย่าเล่นมือถือบนรถ" บ่นอีกแล้ว เหมือนที่พริมโรสเล่าให้ฟังเลย อ้าปากที...ไม่ด่าก็บ่น
"แพงไม่ได้ขับรถนะคะ" เธอตอบเขาอย่างไม่ใส่ใจคืนบ้าง
"ที่หัวแตกนี่ เพราะเล่นมือถือตอนขับรถหรือเปล่า"
นั่นไง พัตเตอร์จอมโหดเปิดปากพูดอีกแล้ว
คนตัวเล็กถอนหายใจออกมา ละสายตาจากหน้าจอมามองเขาพลางกอดอกอย่างจ้องจะเอาเรื่อง
อารมณ์ที่หงุดหงิดระคนตกใจจากอุบัติเหตุเมื่อกี้ ทำให้เธอที่เป็นคนนุ่มนิ่มเริ่มเกิดอารมณ์ฉุนเฉียว
"รถมอเตอร์ไซค์พุ่งมาชนรถแพงต่างหาก แล้วก็หัวโนค่ะ ไม่ได้แตก!" คว่ำหน้าใส่อย่างไม่พอใจคำพูดของเขา ที่ทำเหมือนเป็นการต่อว่าเธอกลายๆ "นี่พะแพงนะคะ ไม่ใช่พริมโรส"
สีหน้าของเด็กสาวแสดงท่าทีโกรธเกรี้ยว กับท่าทีที่พี่ชายเพื่อนสนิทสั่งสอนราวกับเธอเป็นน้องสาวร่วมท้อง ทำให้คนที่นั่งตำแหน่งคนขับลอบถอนหายใจออกมาเบาๆ
เขาขี้เกียจเถียงกับเด็กแบบนี้
พะแพงเองก็ไม่ได้จะพาดพิงต่อว่าเพื่อนสนิท แต่ต้องการเน้นย้ำให้อีกฝ่าบรู้ตัวว่าเธอไม่ใช้น้องสาวของเขา
อย่าใส่ใจให้มากกว่าธุระตนเอง
"ว่าฉัน? สองนาทีก่อนเธอยังคะค่ะทุกคำอยู่เลย" แค่นหัวเราะออกมากับอาการก้าวร้าวที่เพิ่งเห็นจากคนตัวเล็ก
น้องสาวเขาที่บอกว่าเพื่อนตัวเองน่ารักนุ่มนิ่ม คงยังไม่เคยเห็นมุมนี้ของเธอ
"ตอนนี้ก็คะค่ะนะคะ"
"เสียงห้วนไปหน่อยนะ"
“พี่พัตเตอร์อย่าเสียเวลากับแพงเลยค่ะ เอาเวลาไปสอนน้องพี่เถอะ" พูดจบก็สะบัดหน้าไปอีกทาง
"..."
"..."
บรรยากาศในรถกลับมาเงียบอีกครั้ง เหลือไว้เพียงเสียงเครื่องปรับอากาศภายในรถที่กำลังทำงาน และคนที่ได้สติคนแรกคือหญิงสาว
พะแพงเหลือบมองคนขับรถด้วยสีหน้ารู้สึกผิด เกิดความประหม่าขึ้นในใจ ก่อนจะหันหน้าไปหาเขาตรงๆ
"ขอโทษค่ะ" ประนมมือไหว้ขอโทษที่ล่วงเกินไปเมื่อครู่ "แพงหงุดหงิด ช่วงนี้มีแต่เรื่อง"
ใบหน้าหล่อเหลาหลุบตามองมือเธอ ก่อนจะช้อนสายตาคมมองหน้าที่เจื่อนลงของเพื่อนน้องสาวเล็กน้อย
"ฉันผิดเอง ไปยุ่งเรื่องเธอ" เขาดันมือเล็กลงอย่างไม่ใส่ใจ หันไปมองท้องถนนต่อ "ไปภูทับเบิกใช่ไหม"
"ค่ะ ขึ้นเครื่องไปลงพิษณุโลก แล้วแพงกับเตยจะเช่ารถขับไปเพชรบูรณ์ต่อ" เมื่อเขาเปลี่ยนเรื่อง เธอยิ้มแย้มตอบตามปกติ
"ไปกี่คน สอง?"
"สองค่ะ" ตอบรวดเร็วแบบไม่คิด
“…”
“...!!”
ก่อนจะเบิกตาโพลงนึกอะไรบางอย่างออก เมื่อเห็นรอยยิ้มร้ายที่มุมปากหยัก
"ปะ ไปรอขึ้นเครื่องกับโรสสองคนค่ะ เตยจะตามมาตอนใกล้ขึ้นเครื่อง"
ทันไหม...
ใบหน้าคมคายยกยิ้มออกมาเมื่อได้ยินประโยคแก้ตัวรัวเร็ว เขามองเธอที่ทำหน้าเจื่อนยิ่งกว่าตอนแรกด้วยความขบขัน
"เอาเถอะ" ฝ่ามือใหญ่ยกขึ้นตบศีรษะเธอเบาๆ ราวกับเจ้าของที่ปลอบใจสัตว์เลี้ยงเวลาที่พยายามทำตามที่ฝึกแล้ว แต่ยังทำได้ไม่ดี
'พยายามแต่ยังอ่อนหัด' สายตาเขาบอกมาเช่นนี้
เธอเสียรู้เขาซ้ำแล้วซ้ำเล่า
ผู้ชายคนนี้เป็นอย่างที่เพื่อนของเธอบอกไม่มีผิด เขาจู้จี้ จุกจิก จนพริมโรสต้องระเห็จระเหเร่ร่อนออกมาอาศัยอยู่ที่คอนโดเพื่อหนีสายตาพี่ชายอย่างเขา
"ฉันส่งตรงนี้นะ"
ตรงนี้ที่เขาว่าก็คือหน้าทางเข้าอาคาร ซึ่งก็ดีมากแล้ว
หลังจากที่ยกกระเป๋าเดินทางลงจากท้ายรถให้เพื่อนของน้องสาว พัตเตอร์ก็เดินกลับไปที่ประตูฝั่งคนขับทันที
"ขอบคุณที่มาส่งค่ะ"
"ขอให้ครบสามสิบสองวันฝึกงาน"
ดวงตาสีน้ำตาลเข้มมองมาที่หญิงสาวที่ตอนนี้มีแผลแทบทุกส่วนนอกร่างกายด้วยใบหน้านิ่ง ทั้งที่ภายในใจมีคำถามมากมาย
อดแปลกใจไม่ได้ ว่าเธอมีชีวิตอยู่รอดมาจนป่านนี้ได้อย่างไร
คนมาส่งขับรถออกไปแล้ว คนถูกอวยพรอย่างนั้นก็แอบแลบลิ้นใส่ตามหลังรถไป ก่อนจะคว้ากระเป๋าลากเดินไปเช็คอิน
ภูทับเบิก, จังหวัดเพชรบูรณ์
สองสาวลากกระเป๋าสัมภาระส่วนตัวของตนเองเข้ามายังบ้านพักด้านหน้ารีสอร์ตที่เป็นจุดเช็คอินก่อนเข้าที่พัก
ห้องพักที่พะแพงเป็นคนเลือกเป็นแบบโดมใส ทำให้เห็นทัศนียภาพโดยรอบของภูทับเบิก ทั้งแสงแดด เมฆหมอก ท้องฟ้า และภูเขา อีกทั้งยังใกล้กับหน้าผาที่เป็นจุดชมวิว เหมาะสำหรับดูดาวยามค่ำคืน และดูพระอาทิตย์ขึ้นในยามเช้า
"จองชื่อพัทธนันท์ไว้ค่ะ" เสียงหวานบอกชื่อตนเอง ซึ่งเป็นผู้จองผ่านระบบออนไลน์ให้พนักงานรีสอร์ตทราบ เพื่อขอกุญแจเข้าที่พัก
"เอ๊ะ! ลูกค้าจองไว้ว่ามาสองท่านนี่คะ"
"ค่ะ ก็มาสองคนนะคะ" เป็นใบเตยที่ช่วยตอบคำถาม
พนักงานก้มดูหน้าจอคอมพิวเตอร์ของรีสอร์ต ก่อนจะเงยหน้ามามองเธอกับเพื่อน จากนั้นจึงขมวดคิ้วมองผ่านเธอทั้งคู่ไปด้านหลัง
ชะเง้อหาอะไรบางอย่างอยู่ครู่ใหญ่ ก่อนจะหันมาส่งยิ้มให้
"ขอโทษด้วยค่ะ ดิฉันน่าจะเข้าใจผิดไปเอง"
พนักงานส่งยิ้มให้อีกครั้งพร้อมกับยกมือไหว้ขอโทษลูกค้าทั้งสอง ก้มหน้ากดบันทึกข้อมูลบางอย่าง ก่อนจะเปิดตู้หยิบกุญแจยื่นให้พะแพง
"โดมเบอร์ 4 ติดหน้าผานะคะ" ผายมือประกอบไปยังห้องพักแบบโดมใส ที่ตั้งตระหง่านด้านนอกบ้านพัก
กระเป๋าถูกดันไปชิดมุมห้อง หลังจากเปิดกระเป๋านำเสื้อผ้าที่จำเป็นมาแขวนด้านนอก ใบเตยเดินออกมาจากห้องน้ำหลังจากที่เข้าไปล้างหน้าล้างตาให้สดชื่น
"แกไปล้างหน้าไป เดี๋ยวฉันแปะผ้าก็อตให้ใหม่"
เพราะปรึกษากันหลายรอบแล้ว หลังจากที่รู้ว่าเพื่อนบาดเจ็บ แต่เป็นพะแพงเองที่ยืนยันที่จะมาเที่ยวให้ได้
มือเรียวทำความสะอาดแผลเล็กน้อยตามร่างกายให้เพื่อน พร้อมกับทายาแก้ฟกช้ำบนหน้าผาก โชคดีที่ไม่มีส่วนไหนแตกหัก
"เตย แกว่าพนักงานเมื่อกี้แปลกๆ ไหม?" เธอกังวลใจและเล่าเรื่องเสียงที่ได้ยินในรถก่อนเกิดอุบัติเหตุให้เพื่อนฟัง "แถมเมื่อกี้พี่เขายังพูดเหมือนเราไม่ได้มากันสองคน"
"ถ้าแกไม่สบายใจ พรุ่งนี้ฉันพาไปทำบุญดีไหม"
ใบเตยปลอบเพื่อนสนิทพร้อมกับล้มตัวลงนอนบนเตียงหลังจากเก็บอุปกรณ์ทำแผลและล้างมือเรียบร้อย
"นอนพักกัน ตอนเย็นค่อยสั่งหมูกระทะขึ้นมากิน"
เพื่อนสนิทเว้นที่นอนฝั่งด้านในให้พะแพง ไถตัวขึ้นไปนอนหนุนหมอนอย่างคนที่ต้องการพักผ่อนจริงๆ
แม้จะอยากคุยเรื่องที่เกิดขึ้นต่อ
พะแพงล้มตัวลงนอนข้างเพื่อน คลายความกังวลใจด้วยการหยิบมือถือขึ้นมาเล่นฆ่าเวลา ไม่นานนักก็แอบหัวเราะคิกคักคนเดียวหลังจากใส่หูฟังดูวิดีโอผ่านแอปพลิเคชันดัง
คนตัวเล็กพลิกตัวเปลี่ยนท่าเป็นนอนหันหลังให้เพื่อนบ้าง จึงไม่ได้สังเกตเห็นเงาบางอย่างที่กำลังยืนจ้องเข้ามาด้านในที่พักของพวกเธอ
•❣•୨୧┈┈┈୨୧•❣•