หากนับจากวันนี้ มันก็เหลือเวลาอีกไม่ถึงปีเลยด้วยซ้ำ จากที่นั่งพูดคุยกันวันนั้นณีนรินทร์ที่ได้ผ่านโลกมาบ้างแล้วก็ทราบได้ทันทีว่าพวกเขาไม่ใช่แค่อยากจะมาทวงบุญคุณหรือยินดี
ทว่ายังบีบเราทางอ้อมเรื่องธุรกิจอีกด้วย รวมไปถึงอดีตนายทหารยศใหญ่ยังมีการถามถึงลูกชายของเฮียปราบซึ่งตอนนี้ไปอยู่ไกลสายตาคนในบ้าน นั่นทำเอาคนที่มีอำนาจรองจากบิดาเธอคิ้วกระตุกอยู่หลายครั้ง
“อึดอัดหรือเปล่าครับ บอกพี่ได้นะ”
“อ่า ไม่ค่ะ ขอโทษด้วยนะคะ หากนรินทร์แสดงท่าทีที่เสียมารยาทออกไป” เป็นช่วงมืดค่ำที่มีงานประจำปีใหญ่โตของจังหวัดแล้วคุณครูคนสวยต้องจำใจนั่งรถยนต์นำเข้ามากับหนึ่งในลูกชายของท่านอวัชและดีมากเหลือเกินที่ยังเป็นราชสีห์ เพราะถ้าเป็นคนอื่นบิดาก็คงจะไม่ยอมเอ่ยปากอนุญาตให้ออกมาแบบนี้สองคนเหมือนกัน
เนื่องจากข่าวลือลูกชายที่ต่างล้วนแล้วเกิดมาจากมารดาไม่ซ้ำหน้านั้นมีความเจ้าชู้ไม่ได้ผิดไปกับชายผู้ให้กำเนิด แต่เขาคนนี้ต่อให้จะวางใจเรื่องผู้หญิง ก็ใช่ว่าจะไม่ใช่คนร้ายกาจ ไม่เช่นนั้นก็คงจะคุมโรงงานไม้ต่อจากคุณปู่ที่เสียไปแล้วได้แต่อายุยังน้อยหรอก
และต่อให้เขาจะมีพร้อมอย่างไร ณีนรินทร์ที่ไม่ได้มีใจเสน่หาอีกฝ่าย ก็คงจะให้สถานะได้มากสุดคือพี่ชายเท่านั้น
“สมเป็นคนที่คุณพ่อเลือกให้จริง ๆ ครับ”
“คุณราชสีห์...”
“ผมเข้าใจครับ แต่ไม่ช้าก็เร็วครอบครัวเราก็ต้องดองกันอยู่ดี หรือคุณครูคิดว่าพวกผู้ใหญ่จะให้เรามาศึกษาดูใจกันก่อนเล่น ๆ แบบที่ว่าจริง ๆ”
“แต่ทุกฝ่ายก็ควรจะต้องเคารพการตัดสินใจของเราก่อนไม่ใช่เหรอคะ”
“สมเป็นคุณครูประถมจริง ๆ ครับ”
มือเล็กที่วางอยู่หน้าตักบีบเข้าหากันแน่น ก่อนจะสามารถคลายความกดดันลงได้เล็กน้อยในตอนที่รถยนต์นั้นเข้ามาจอดนิ่งภายในงานที่มากไปด้วยผู้คนแล้ว ทว่าหากมีผู้เป็นน้องสาวมาด้วยกันก็คงจะดีมากกว่านี้
ไม่มีบทสนทนาใด ๆ เกิดขึ้นต่อจากนั้น คงเพราะสิ่งที่เราทำอยู่ในตอนนี้มันก็ไม่ได้ต่างจากหน้าที่ แค่มาเดินเที่ยวให้มันจบไป เสร็จแล้วจะได้กลับบ้าน เพียงแต่เธอไม่ได้มางานอะไรแบบนี้นานแล้วก็อดที่จะตื่นตาตื่นใจไม่ได้
“ตักปลา อยากเล่นหรือเปล่าครับ”
“เกรงใจค่ะ นรินทร์แค่ยืนดูก็ได้”
มุมปากเจ้าแห่งป่ายกสูงขึ้นมาเล็กน้อย ช่วงขายาวเดินไปพูดคุยกับคนที่ประจำอยู่หน้าร้านแล้วกลับมาพร้อมอุปกรณ์ให้หญิงสาวได้ตักมันตามใจชอบ
“เชิญครับ เล่นได้ตามที่คุณครูต้องการเลย”
“แล้วคุณ...”
“ไม่เป็นไรครับ ผมจะรอแถวนี้”
ณีนรินทร์กล่าวขอบคุณเมื่อได้ยินแบบนั้น เห็นความจริงจังผ่านสีหน้าเขาแล้วก็ไม่กล้าปฏิเสธอะไรอีก จำได้ว่าเมื่อครั้งยังเด็กเธอกับน้องสาวก็ชอบมาเล่นอะไรแบบนี้จนทำเสี่ยกับมารดาปวดหัวอยู่เป็นประจำ
ตอนนี้ที่บ้านมีอ่างปลาของบิดาอยู่ เช่นนั้นได้กลับบ้านไปเป็นของฝากก็ไม่เลว คนที่ตักจนพอใจแล้วหวังจะเดินออกไปหาชายหนุ่มที่มาด้วยกันเพื่อไปดูอย่างอื่นต่อ จำต้องคิ้วขมวดตอนออกจากร้านมาแล้วไม่เจอราชสีห์ที่บอกจะรอ ก่อนจะต้องตกใจยามเห็นว่าเป็นใครตามมาทีหลังกับลูกน้องอีกคน
“หนูนา ภูมิ มาได้ยังไง”
“เรื่องนั้นไม่ต้องสงสัย ๆ พี่รีบไปเดินสนุกได้เลย เดี๋ยวไอ้คุณราชาหนูกับภูมิจัดการเอง”
“ได้ยังไง แล้วเขาไปไหน หนูนาไม่ได้แกล้งอะไรเขาใช่ไหม”
“ก็เพราะพี่หนูนาแกล้งเขาไปนั่นแหละครับ ถึงได้หัวเสียเดินออกไปหาห้องน้ำแบบนั้น”
ภูมิ ลูกชายของคนสนิทบิดากล่าวขึ้น เนื่องจากเห็นกับตาว่าลูกสาวคนเล็กของเสี่ยนั้นตั้งใจซื้อไอศกรีมเพื่อเอามาทำทีเป็นว่าเดินสะดุดให้มันเลอะเทอะเสื้อผ้าของลูกชายอดีตนายทหารเล่น ๆ เพราะต้องการจะสบโอกาสหาช่องทางให้พี่สาวอ้างว่าหลงกับราชสีห์
ตัวเองโดนหมายหัวจากเขาได้ แต่พี่สาวต้องไม่มาอึดอัดใจกับเรื่องแบบนี้ ภูมิโคตรจะนับถือหนูนาเลย อะไรที่หลับหูหลับตาได้เขาจึงทำหมด
“มึงไม่ต้องพูดมากไอ้ภูมิ ส่วนพี่รีบไปเลย พวกหนูก็จะรีบไปแล้วเหมือนกัน”
“มันจะไม่มีปัญหาอะไรแน่เหรอหนูนา”
“ไม่มี เดินเล่นให้สบายใจเถอะ แล้วค่อยมาเจอกันที่รถ เดี๋ยวหนูส่งไว้ให้ในข้อความ”
คุณครูสาวพยักใบหน้าให้ฝาแฝด แยกกันเดินเพื่อไม่ให้เกิดความสงสัยว่าหลงกับราชสีห์อย่างไรถึงมาเจอหนูนาได้ ความจริงมันก็แค่ลูกไม้ตื้น ๆ นั่นแหละ เนื่องจากคนที่พาเธอมาที่นี่ก็ไม่ใช่คนโง่อะไร แต่จะให้เดินกับเขาจนจบงาน ณีนรินทร์ยอมทำตามที่น้องสาวบอกดีกว่า ก่อนเสียงเชียร์ดังสนั่นจะเรียกความสนใจทั้งหมดไป
มวยในงานวัดหรือ?
มันก็เป็นอะไรที่น่าสนใจอยู่ไม่น้อย คนที่ฝากปลาเอาไว้กับภูมิแล้วจึงก้าวเดินอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ เพื่อจะเข้าไปดูใกล้ ๆ อย่างที่บอกว่าหญิงสาวกลัวเลือด แต่ถ้ามันไม่ได้มาแบบอาบตัวก็พอไหวอยู่
“กูอุตส่าห์ตามมาเชียร์มัน จะมาลุกไม่ขึ้นแค่เพิ่งเริ่มไปไม่เท่าไหร่เหรอวะ”
“ใจเย็นก่อนดิพี่ ผมว่าทรงพี่มันแปลก ๆ ตั้งแต่ขึ้นยกแรกแล้วนะ ไม่รู้โดนอะไรมาอีกหรือเปล่า พี่เอก! ไหวปะเนี่ย”
ดวงตากลมโตเบิกโพลงทันทีหลังจากที่ได้ยินชื่อแล้วเพ่งมองขึ้นไปบนเวทีชัด ๆ เป็นเขาคนนั้นที่เราได้เจอกันครั้งนี้ก็รอบที่สามแล้ว
ชายหนุ่มไม่ใช่แค่ช่างในอู่ซ่อมรถยนต์หรอกหรือ ทว่าจากร่างกายหากจะเป็นนักมวยด้วยก็ไม่แปลก แต่สถานการณ์ตอนนี้ดูแล้วคงจะเจ็บหนักเอาการ
“ไอ้เหี้ย ไม่ใช่ว่ามันโดนไอ้กันเล่นก่อนขึ้นเวทีอีกแล้วใช่ไหม ไอ้เด็กเปรตเอ้ย อย่าให้กูเจอนะ”
“คุณเทิด...”
“อ้าว คุณครู สวัสดีครับ มาดูด้วยเหรอครับ”
เทิดที่นึกโมโหอยู่จำต้องปรับอารมณ์หันกลับไปตามเสียงที่เรียกตนเองเมื่อสักครู่ รวมถึงริวเองก็แปลกใจไม่ได้ต่างกันเท่าไหร่
เธอเป็นคุณครูประถม แต่วันนี้ดันมาเจอที่หน้าเวทีมวยเสียอย่างนั้น
“สวัสดีค่ะ พอดีมาเดินเล่นแล้วผ่านมาเจอค่ะ เลยแวะดู แล้วนี่...”
“ริวครับ”
“ยินดีที่ได้รู้จักนะคะ ว่าแต่คุณเอกราชเป็นช่างไม่ใช่เหรอคะ ทำไมวันนี้ถึงได้ไปอยู่บนนั้น”
“มันทำหลายอย่างครับ ต้องเลี้ยงตัวเองกับยายมาตั้งแต่เด็ก ๆ แล้ว”
“อ่า”
ก็ว่า อย่างไรถึงเห็นแผลตามตัวของเขาทุกครั้งเลย ก่อนจะต้องตื่นตระหนกอีกครั้งตอนเผลอสบตากับคนที่ลุกขึ้นมาได้แล้วบนเวที
“พี่เอก! เห็นพวกผมไหม พวกผมเป็นกำลังใจให้พี่อยู่นะครับ พี่เทิด คุณครู พูดอะไรหน่อยสิครับ คนข้างบนเขาต้องการกำลังใจนะ!”
“เออ ๆ ถ้ามึงชนะกูจะไปสั่งสอนไอ้เด็กเวรนั่นให้”
“คุณครูเร็วครับ จะหมดเวลาก่อนเริ่มยกสุดท้ายแล้ว”
“เอ่อ... ค่ะ ๆ คุณเอกราชสู้เขานะคะ แพ้หรือชนะก็ได้ ขอแค่อย่าเจ็บตัวไปกว่านี้ก็พอค่ะ!”
ไม่กี่วินาทีให้หลังคนที่เหมือนจะล้าไปหมดแล้วกลับเป็นฝ่ายพลิกคู่ต่อสู้ด้วยการชนะน็อคเอาท์ แบบล้มแล้วลุกไม่ทันภายในเวลาที่กำหนดจนริวกับเทิดงงเป็นไก่ตาแตก
“เชี่ย เมื่อกี้เกิดไรขึ้นวะพี่เทิด”
“ไม่รู้ แต่จบงานนี้ไอ้เด็กเหี้ยนั่นได้เจอกูแน่นอน”
ส่วนคุณครูประถมที่ไม่เข้าใจอะไรสักอย่าง เห็นผู้คนโดยรอบส่งเสียงดีใจให้เอกราช เธอเองก็รีบตบมือและยกยิ้มให้คนบนเวทีไม่ต่างกัน
“เก่งมาก ๆ เลยค่ะ!”