bc

คลั่งรักคุณเลขา

book_age4+
2.6K
ติดตาม
8.8K
อ่าน
ออฟฟิศ/ที่ทำงาน
ความลับ
like
intro-logo
คำนิยม

'การันต์' ชายหนุ่มวัย 27 ปี ผู้ชายที่ขึ้นชื่อได้ว่าเพอร์เฟกต์ที่สุดคนหนึ่ง หล่อ รวย ทำงานเก่ง ยกเว้นก็แต่นิสัยนิ่ง เงียบ ดุดัน เขาเป็นรองประธานบริษัทเอเจนซี่โฆษณาที่กำลังจะก้าวขึ้นมาเป็นประธานบริษัทในอนาคต ตั้งแต่เข้ามาทำงาน เขาไม่เคยมีเลขาเป็นของตัวเองเลย ถามไปฝ่ายบุคคลก็อ้างตลอดว่ายังไม่เจอคนที่มีคุณสมบัติครบถ้วน

'นารา' หญิงสาววัย 25 ปี หน้าตาน่ารัก จิ้มลิ้ม มองโลกในแง่ดี นักเรียนทุนปริญญาโทจากอเมริกา จุดมุ่งหมายของเธอคือการหางานตามสายที่เรียนมาเพื่อเก็บเงินให้ได้สักก้อนแล้วเปิดร้านเบเกอรี่

แต่เรื่องราวไม่เป็นไปตามที่ควรจะเป็น เมื่อความซุ่มซ่ามของเลขาสาวทำให้คุณเจ้านายไม่พอใจ แต่ในขณะเดียวกันความสดใสน่ารักก็มัดเขาซะอยู่หมัด พบกับความคลั่งรัก แซ่บนัว ดราม่านิดๆ ฟีลกู๊ดหน่อยๆ พร้อมกับปมในวัยเด็ก ที่ทั้งคู่ต้องฝ่าฟันมันไปให้ได้...

chap-preview
อ่านตัวอย่างฟรี
ตอนที่ 1 - แรกพบสบตา (1/2)
| การันต์ | ‘การันต์’ ชื่อนี้ใครได้ยินก็ต้องรู้สึกเกร็งขึ้นมาทันที โดยเฉพาะเหล่าบรรดาพนักงาน คู่ค้า หรือแม้กระทั่งลูกค้าของเดอะมาสเตอร์ บริษัทเอเจนซีโฆษณาที่ใหญ่เป็นอันดับหนึ่งของเอเชีย และกำลังขยายสาขาไปตามหัวเมืองใหญ่ในยุโรปและอเมริกา บริษัทแห่งนี้ถูกก่อตั้งขึ้นมาโดยคุณ ‘การุณ’ ประธานกรรมการ บริหารของบริษัท ซึ่งเขาก็ไม่ใช่ใครที่ไหน เขาคือคุณพ่อบังเกิดเกล้าของผมเอง ชายหนุ่มไฟแรงชาวฮ่องกงที่ย้ายมาอยู่ไทยตั้งแต่สมัยวัยรุ่น และพบรักกับคุณ ‘สุนทรี’ หญิงสาวชาวไทยเชื้อสายจีน บ้านช่างทองแถวเยาวราช ทั้งสองอยู่กินกันได้ไม่นาน ก็มีทายาทเป็นลูกชายหัวแก้วหัวแหวน ซึ่งก็คือ ตัวผมเอง ที่ปัจจุบันมีตำแหน่งเป็นรองประธานกรรมการบริหาร และต้องมารับไม้ต่อแทนพ่อ ที่กำลังจะวางมือไปใช้ชีวิตบั้นปลายอย่างสงบ ในระยะเวลาอีกไม่นานต่อจากนี้ ที่เดอะมาสเตอร์ ทุกคนมักจะมองผมด้วยภาพลักษณ์ที่เป็นคุณหนูมาดเท่ สุขุม นิ่ง เงียบ ดุ และบางทีก็ดูจะหยิ่งๆ เสียด้วยซ้ำ แต่นั่นแหละครับ เพราะเหตุผลเหล่านี้ ชีวิตของผมจึงแทบไม่มีสาวๆ คนไหนกล้าเข้ามาทำความรู้จักผูกสัมพันธ์ด้วยเลย นั่นจึงเป็นสาเหตุให้ผมต้องรับตำแหน่งชายโสดผู้สันโดษกับชีวิตคู่มาจนถึงทุกวันนี้ ดังนั้นเวลาในชีวิตของผมส่วนมาก จึงอุทิศให้กับการทำงานเสียเป็นส่วนใหญ่ โดยกิจวัตรในทุกๆ วันก็มักจะเหมือนเดิม ไม่มีอะไรหวือหวาน่าตื่นเต้นนัก เช้ามาก็ตื่นไปทำงาน ดึกๆ ก็กลับบ้านนอน วนลูปอยู่อย่างนี้ซ้ำไปซ้ำมาหลายปี เช้าวันนี้ก็เช่นกัน ทุกอย่างยังคงดำเนินไปเหมือนทุกวันที่ผ่านมา หลังจากตื่นนอน อาบน้ำแต่งตัวเสร็จ พอเดินลงมายังชั้นล่างของบ้าน ก็จะพบเจอกับภาพของคุณการุณและคุณสุนทรีที่นั่งจีบกันกะหนุงกะหนิงไม่มีเบื่ออยู่ที่โต๊ะอาหาร ผมเดินเข้าไปหาพวกเขาทั้งสอง แต่ยังไม่ทันที่จะได้เอื้อนเอ่ยทักทายอะไรออกไป พ่อผมก็ชิงทักขึ้นมาก่อน “เออ การันต์ วันนี้ช่วงบ่ายมีประชุมกับทีมสิงคโปร์ ลูกว่างไหม เข้าแทนป๊าหน่อย” “พอดีวันนี้ป๊ากับม้ามีนัดกับเพื่อน แล้วประชุมกับทางทีมสิงคโปร์นัดนี้ ทางฝั่งโน้นก็เพิ่งนัดมาแบบเร่งด่วน ขยับคิวไม่ได้ ยังไงก็ช่วยดูแลแทนป๊าเขาหน่อยนะลูก” คุณสุนทรี คุณแม่คนสวยของผมเอ่ยปากย้ำ “โอเคครับ วันนี้ช่วงบ่าย คิวงานผมยังว่างอยู่ งั้นถ้าไม่มีอะไรแล้ว ผมไปทำงานก่อนนะครับ มีประชุมแต่เช้า” ผมตอบกลับพร้อมโผเข้าไปหอมแก้มชายหญิงทั้งคู่ ก่อนหยิบกล่องแซนด์วิชและแก้วทัมเบลอร์ใส่กาแฟดำที่แม่บ้านทำไว้ให้ เดินออกไปขึ้นรถตู้สีดำคันหรูที่จอดรออยู่หน้าบ้าน ‘พี่สุเมธ’ คนขับรถคนสนิทยืนรอผมอยู่ตรงประตู เมื่อผมขึ้นรถแล้ว เขาจึงจัดแจงปิดประตู พร้อมออกเดินทาง รถแล่นออกจากบ้านหลังโต ฝ่าการจราจรที่ติดขัดไปยังตึกของบริษัท ตั้งอยู่กลางย่านธุรกิจของเมืองหลวง ส่วนบ้านผมอยู่ห่างออกไปเกือบถึงแถบชานเมืองฝั่งตะวันออกของกรุงเทพฯ ตีคร่าวๆ ก็น่าจะใช้เวลาประมาณชั่วโมงกว่าๆ เดินทางจากบ้านฝ่ารถติดขึ้นทางด่วนไปยังบริษัท เวลารถติดอาจจะฟังดูน่าเบื่อหน่ายสำหรับใครหลายๆ คน แต่ผมกลับชอบช่วงเวลานี้นะ ผมมักจะใช้มันทบทวนงาน นั่งอยู่กับตัวเอง คิดนั่นคิดนี่ไปเรื่อยเปื่อย หรือแม้กระทั่งฟังเพลงที่ตัวเองชอบ ตอนนี้ผมนั่งไถไอแพดไปเรื่อยๆ พลางเสียบหูฟัง ก่อนเปิดแอปพลิเคชันเล่นเพลงโปรด และหยิบแซนด์วิชขึ้นมานั่งกินไปเรื่อยๆ นี่คือกิจวัตรของผมในทุกๆ เช้า จะว่าน่าเบื่อก็ใช่ แต่จะว่าชอบก็ไม่เชิง เผลอแป๊บเดียว รถตู้คันหรูที่ผมนั่งอยู่ก็เลี้ยวเข้าไปยังทางเข้าของตึกสูงที่ตั้งตระหง่านอยู่ตรงหน้า ผมเก็บของเข้ากระเป๋าเสร็จสรรพ มองผ่านหน้าต่างเตรียมตัวจะลงจากรถ พลันสายตาดันมองไปเห็นพนักงานรักษาความปลอดภัยคนหนึ่ง กำลังมีปัญหากับรถยนต์มากมายที่กำลังวนหาที่จอด วันนี้ดูเหมือนว่ารถผู้มาติดต่องานจะเยอะกว่าปกติ อาจเป็นเพราะมันเป็นวันเริ่มต้นสัปดาห์ และดูเหมือนมีใครคนหนึ่งกำลังยืนเถียงกับพนักงานรักษาความปลอดภัยคนนั้นอยู่ แต่นั่นก็ไม่ได้เรียกความสนใจจากผมมากนัก ปล่อยให้เขาทำหน้าที่ของเขาไป เมื่อรถมาหยุดตรงประตูหน้าตึก ทันทีที่ผมก้าวเท้าเดินเข้าไป แน่นอนว่าพนักงานที่อยู่บริเวณโถงชั้นล่าง เมื่อเห็นคุณการันต์ปั๊บ ทุกคนต่างก็ต้องหยุดทุกการกระทำที่ทำอยู่ บ้างก็ยกมือไหว้ บ้างก็โค้งคำนับให้ ไม่ว่าพนักงานคนนั้นจะเป็นเด็กใหม่หรือแก่ใกล้เกษียณแค่ไหนก็ตาม ซึ่งภาพพวกนี้เป็นภาพที่ผมเห็นจนชินตาในทุกๆ วัน วันนี้ก็เช่นกัน หลังจากพยักหน้าทักทายทุกคนที่พบเจอ ผมจึงรีบเดินไปยังลิฟต์สำหรับผู้บริหารตัวด้านในสุด ซึ่งโดยปกติ ‘ลุงช่วง’ หัวหน้าพนักงานรักษาความปลอดภัยของบริษัท จะคอยเข้าไปในลิฟต์ กดปุ่ม และขึ้นไปส่งผมจนถึงชั้นยี่สิบเก้า ซึ่งเป็นชั้นบนสุดของตึก และเป็นชั้นสำหรับผู้บริหารที่ห้องทำงานของผมตั้งอยู่ “ลุงช่วงครับ วันนี้ไม่ต้องขึ้นไปส่งผมก็ได้นะ วันจันทร์ต้นสัปดาห์มีคนนอกเข้ามาติดต่องานที่บริษัทเราค่อนข้างเยอะ ผมเห็นเหมือนมีปัญหาเรื่องที่จอดรถตรงฝั่งด้านหน้าอาคาร ผมว่าลุงรีบไปช่วยจัดการเถอะครับ” “รับทราบครับ” ลุงช่วงทำท่าตะเบ๊ะตอบรับ และรีบวิ่งไปยังลานจอดรถตามที่ผมสั่ง เมื่อลิฟต์เคลื่อนตัวลงมาถึงชั้นที่ผมยืนอยู่ และเปิดประตูต้อนรับผู้โดยสาร ผมจึงเดินเข้าไปด้านใน กดปุ่มตัวเลขชั้นยี่สิบเก้า และกดปุ่มปิดประตูลิฟต์ต่อจากนั้น แต่เมื่อประตูลิฟต์กำลังจะปิดลง ทันใดนั้นเอง มือมือหนึ่งก็ยื่นเข้ามากั้นประตู พร้อมเสียงตะโกนบอกคนข้างใน “รอด้วยค่ะคุณ” เซนเซอร์ตรงประตูลิฟต์ทำงาน ประตูเปิดออกอีกครั้ง ก่อนที่เธอจะผลักตัวเองให้เข้ามาในลิฟต์ที่กำลังปิดแหล่ไม่ปิดแหล่ ผมดูท่าทางของหญิงสาวคนนี้แล้วมันช่างน่าหงุดหงิดเสียจริง เธอดูทะเล่อทะล่า เซเข้ามาจนเกือบจะชนผมเข้าให้ ดีที่ผมขยับหนีทัน เฮ้อ...เริ่มต้นวันแรกของสัปดาห์ ก็รู้สึกถึงความโชคร้ายซะแล้ว! ผมเองตอนนี้เริ่มรู้สึกไม่ค่อยจะพอใจเท่าไรที่มีคนมาขึ้นลิฟต์ร่วมกันกับผม รู้งี้ให้ลุงช่วงขึ้นมาด้วยก็ดี ไม่ใช่เพราะถือตัวหรืออะไรหรอกนะครับ เหตุผลก็แค่ผมเองมีนิสัยประหลาดอย่างหนึ่งมาตั้งแต่เด็กๆ คือการชอบขึ้นลิฟต์คนเดียวหรือกับคนที่สนิทคุ้นเคยเท่านั้น หากต้องอยู่ร่วมกับคนที่ไม่รู้จักในที่แคบๆ แบบนี้ จะรู้สึกอึดอัดและไม่ปลอดภัยขึ้นมาทันที แต่ช่างเถอะ...ก็ผมไล่ลุงช่วงไปเองนี่เนอะ! ผมชายตามองคนตรงหน้าตั้งแต่หัวจรดเท้า เธอเป็นผู้หญิงตัวเล็ก ผิวขาว ผมยาวสลวย หน้าหวาน จิ้มลิ้ม แต่ดูเธอตอนนี้สิ ท่าทางดูเก้ๆ กังๆ ตามองปุ่มเลขชั้น ทำท่าจะกด แต่สุดท้ายก็ดึงมือกลับ แล้วยกมือไปเกาหัวตัวเองแกรกๆ ไหวไหมเนี่ย ดูเธอสิ…เกาหัวจนผมฟูเสียทรงหมดแล้วแม่คุณ! ผมยังคงรู้สึกงุนงงกับหญิงสาวผู้นี้ เพราะตอนนี้ลิฟต์กำลังมุ่งหน้าไปยังชั้นเดียวกันกับที่ผมกำลังจะไป เด็กนี่อาจจะมาส่งเอกสารชั้นยี่สิบเก้าก็ได้มั้ง ผมคิดในใจ... โปรดติดตามตอนต่อไป

editor-pick
Dreame - ขวัญใจบรรณาธิการ

bc

ร่านรัก จักรพรรดินี

read
1.9K
bc

เมื่อฉันแอบรักซุปตาร์นายเอกซีรีส์วาย

read
18.8K
bc

หัวใจที่โหยหา

read
1.0K
bc

กลับมาเกิดเป็นฮูหยินวิปลาส

read
3.5K
bc

หัวใจซ่อนรัก(เฮียเดย์)

read
48.5K
bc

ทะลุมิติสยบสามีจอมเย็นชา

read
2.0K
bc

Passionate Love รักสุดใจนายขี้อ่อย 20+

read
34.0K

สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป

download_iosApp Store
google icon
Google Play
Facebook