| การันต์ |
สัปดาห์แห่งความเหนื่อยล้ากำลังจะจบลง งานที่เยอรมันหนักและเหนื่อยมากจริงๆ แต่ผมก็ผ่านมันมาได้และเสร็จก่อนกำหนด ตอนนี้ผมอยากรีบกลับบ้านที่สุด คิดถึงการนอนแช่น้ำอุ่นๆ กับกลิ่นเทียนหอมอ่อนๆ และการนอนหลับสบายบนเตียงนุ่มๆ
ตอนนี้เครื่องบินแตะพื้นสนามบินสุวรรณภูมิแล้ว ผมรอรับกระเป๋าและเดินออกมาเจอพี่สุเมธยืนรอรับผมอยู่หน้าประตูทางออก ก่อนเขาจะจัดแจงเอากระเป๋าของผมเข้าไปเก็บหลังรถ และพาผมเดินทางออกจากสนามบิน
ไม่นานนัก รถตู้คันหรูก็เลี้ยวเข้ามาจอดส่งผมลงตรงหน้าบ้าน แต่ก่อนที่ผมจะขึ้นไปพักผ่อนตามแพลนที่วางเอาไว้ เสียงมือถือของผมก็ดังขึ้น
ใครมันโทรมาเวลานี้วะ!!
มือถือถูกหยิบออกมาจากกระเป๋ากางเกง เมื่อก้มดูชื่อคนที่โทรเข้ามา ก็ทำให้ผมแปลกใจ หืม...มีอะไรรึเปล่า โทรมาตอนเที่ยงคืนเนี่ยนะ!
ผมกดรับสาย ก่อนได้ยินเสียงคนปลายสายพูดจายานคางพึมพำฟังไม่ได้ศัพท์ แต่ก็ยังพอจับใจความได้ว่าเมา กลับไม่ได้ อยู่ร้านเดลี่ มูฟ อะไรสักอย่าง และวางสายไปแบบที่ผมยังไม่ทันได้พูดอะไร
แต่ด้วยความคิด สัญชาตญาณ หรืออะไรก็มิอาจจะทราบได้ ผมกึ่งเดินกึ่งวิ่งไปหยิบกุญแจรถ ก่อนค้นหาชื่อสถานที่ที่คนปลายสายพูดถึงในกูเกิลแมพ ค้นพลางเดินพลางไปยังโรงจอดรถ
ผมไม่รอช้าขับรถออกจากบ้าน ตัดสินใจขึ้นทางด่วน ดีที่ตอนนี้ดึกแล้ว รถไม่ติด ผมใช้เวลาไม่นานนัก ขับรถมาเรื่อยๆ จนถึงจุดมุ่งหมายปลายทางที่ปักหมุดไว้ในแผนที่
เจอแล้ว! ร้าน Daily Movement ผมเลี้ยวรถเข้าไป ก่อนที่เด็กรับรถจะรีบวิ่งมาจัดแจงหาที่จอดรถให้
ผมรีบเดินจ้ำอ้าวเข้าไปที่หน้าร้าน ก่อนที่การ์ดจะแจ้งว่าร้านปิดแล้ว ผมจึงบอกไปว่ามารับคน เขาเลยยอมให้ผมเดินเข้ามา และตอนนี้สายตาผมกำลังมองหาคนคนนั้นอยู่ ผมมองไปทางซ้ายทีขวาที ก่อนที่สายตาจะหยุดอยู่ที่โต๊ะโต๊ะหนึ่งตรงมุมหนึ่งของร้าน
อยู่ๆ ทั้งหน้าทั้งหัวของผมก็เริ่มร้อนผ่าว ไม่รู้เป็นเพราะโกรธคนที่โทรมา หรือเพราะเห็นภาพที่ไม่อยากเห็นกันแน่ เมื่อคนต้นเหตุกำลังนอนหลับซบไหล่ผู้ชายคนหนึ่งอยู่
ผมไม่รอช้ารีบเดินเข้าไปที่โต๊ะนั้น ก่อนที่ผู้ชายอีกคนที่นั่งข้างๆ จะรีบลุกขึ้นยืน ยกมือไหว้ผมปลกๆ
ผู้ชายคนนั้นพูดชื่อผม ถ้าให้เดาเขาคนนี้ต้องรู้จักผมแน่นอน และใช่จริงๆ ด้วย เขาทำงานอยู่บริษัทผมและเป็นเพื่อนนาราตามที่เขาแนะนำตัว แต่ผมก็ไม่ได้สนใจจะฟังมากนัก
เพราะคนที่ผมสนใจที่สุดคือคนตรงหน้า คุณนารา เลขากิตติมศักดิ์ของผม ที่ตอนนี้ไปนอนซบไหล่ผู้ชายหน้าตาหล่อเหลาคนนั้นได้ยังไงกัน แถมโทรเรียกให้ผมซึ่งเป็นเจ้านายมารับอีก มันชักจะมากเกินไปแล้ว!!
ผมดึงเลขาของผมขึ้นมาประคองในอ้อมแขน ก่อนกล่าวลาชายหนุ่มทั้งสองคน และลากร่างที่ไร้สติเดินออกมานอกร้าน
รีโมทรถยนต์ถูกหยิบออกมาจากกระเป๋ากางเกง และถูกกดเปิดอย่างทุลักทุเล ดีที่เด็กรับรถคนนั้นมองเห็นและรีบเข้ามาช่วยเปิดประตูให้
ผมพยุงคนเมาเข้าไปในรถ ก่อนปิดประตูและเดินอ้อมมาฝั่งคนขับ ผมว่าคืนนี้ผมคงต้องลากคนข้างๆ กลับไปนอนที่คอนโดก่อน ผมไม่รู้ว่าบ้านเธออยู่ไหน และผมซึ่งเดินทางมาจากอีกฝั่งหนึ่งของโลกด้วยระยะเวลาที่ยาวนานเกือบยี่สิบชั่วโมง กำลังจะหมดแรงแล้ว คอนโดของผมที่อยู่ไม่ไกลจากร้านนี้น่าจะเป็นจุดหมายปลายทางที่ดีที่สุด
.....
สิบห้านาที...ขับรถจากร้านเหล้ามาที่คอนโดส่วนตัว ซึ่งอยู่ไม่ไกลกันนัก หลังจากจอดรถเสร็จแล้ว จึงเอาร่างคนเมาแบกใส่หลัง เดินไปยังลิฟต์ส่วนตัว ใช้คีย์การ์ดแตะเพื่อขึ้นไปยังห้องเพนต์เฮาส์ชั้นบนสุด
ตลอดเวลาที่อยู่ในลิฟต์ ผมคิดในหัวตลอด ทำไมผมต้องมาทำอะไรแบบนี้ด้วยวะ มันใช่หน้าที่ผมไหม แล้วผมจะไปรับเธอกลับมาทำไมกัน!?
เมื่อลิฟต์ขึ้นมาถึงห้อง ผมแบกร่างคนเมาออกมา ก่อนถอดรองเท้าออกให้อย่างทุลักทุเล เพราะคนตรงหน้าเริ่มงอแงไม่อยู่นิ่ง แถมเจ้าตัวยังทิ้งน้ำหนักใส่ผมเต็มๆ แต่เอาวะ ไหนๆ ก็ลากมาถึงนี่ละ ทำให้อีกสักหน่อยก็คงไม่ต่างกันหรอก
ตอนนี้ผมทั้งลากทั้งพยุงเลขาตัวยุ่งมาจนถึงเตียงนอนได้สักที ผมตัดสินใจลากร่างไร้สตินี่เข้าห้องตัวเอง เพราะห้องนอนอีกห้องตอนนี้ไม่มีชุดเครื่องนอนอะไรเหลือเลย ผมเพิ่งให้คนมาจัดการย้ายของออก กะจะเปลี่ยนห้องนั้นเป็นห้องทำงานใหม่ ครั้นจะให้นอนบนโซฟาในห้องโถง ก็คงจะไม่ค่อยสบายเท่าไรนัก
ในที่สุด...ภารกิจลากคนเมากลับบ้านคืนนี้ก็เสร็จสิ้นเสียที คนบนเตียงนอนหลับปุ๋ยสบายสุดๆ ตอนนี้ก็ถึงตาผมจะได้พักผ่อนบ้างแล้วสินะ
ผมเดินเข้าไปในห้องน้ำเปิดน้ำอุ่นลงอ่างจากุซซี่ จุดเทียนหอมกลิ่นโปรดวางไว้ตามจุดต่างๆ ทั่วห้องน้ำ และระหว่างที่รอให้น้ำเต็มอ่าง ผมเดินออกมาหยิบผ้าเช็ดตัวผืนใหม่
แต่ก็เหมือนจะมีงานใหม่มาให้ปวดหัวอีกแล้ว เมื่อได้ยินเสียงคนเมาที่นอนอยู่บนเตียงตะโกนโหวกเหวกโวยวายขึ้นมา เธอบ่นว่าร้อน พลางถอดเสื้อผ้าตัวเองออกจนเกือบหมด!!
ให้ตายเหอะ คุณนารา คุณกำลังทำให้หัวใจผมทำงานหนักอยู่นะ!!
โปรดติดตามตอนต่อไป